โจมพาเอมเดินกึ่งวิ่งไปถึงท่าน้ำริมคลองหลังวัด ก็เห็นสปีดโบ้ทลำหนึ่งจอดริมท่าน้ำ
เขารีบพาเอมลงไปที่เรือ พร้อมกับบิดกุญแจสต้าทเครื่องอย่างชำนาญ เอมมองด้วยความทึ่งกับสาระพัดความรอบรู้ของโจม
โจมเหลียวมองบนฝั่งที่ยังดังด้วยเสียงปืนแล้วพาสปี้ดโบ้ททะยานออกไปโดยไม่ลังเล
น้ำตาที่ยังไม่แห้งหายไปจากหน้าของเอม ถูกกลบด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกของเธอ…นี่มันเื่อะไรกัน?
พ่อตายแล้ว ยังไม่จบไม่สิ้นอีกรึ…เธอเป็เพียงผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น ยังมีเื่อะไรอื่นอีก?
เอมมองฝ่าสายลมที่ปะทะหน้าด้วยความเร็วของสปี้ดโบ้ทที่โจมเร่งจนมิดเกย์ ทางข้างหน้าที่จะต้องทำต่อไป เอมจะทำอย่างไร?
เอมครุ่นคิดด้วยความสะท้านะเืและอดจะเหลียวหน้าดูโจม ที่เห็นเพียงด้านข้างที่กำลังบังคับเรือพุ่งผ่านกองสวะในคลองด้วยความเร็วที่ไม่ลดลง หัวเรือที่เชิดขึ้นเมื่อปะทะกับบาง่ที่โค้งเลี้ยว ทำให้โจมต้องเกร็งข้อแขนบังคับพวงมาลัยเรือ เอมอดไม่ได้ที่จะนึกแปลกใจกับผู้ชายคนนี้…
ทั้งเป็คนแปลกหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่กลับเสี่ยงเป็เสี่ยงตายกับเธอได้ถึงเพียงนี้
แววตาที่ดูเศร้าโศกกับความตายของพ่อ และตื่นตระหนกกับเหตุร้าย เวลานี้เจือปนด้วยความนุ่มนวลประหลาดๆออกมา
เมื่อยิ่งมองยิ่งพิศรูปร่างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อข้อแขน รูปหน้าที่ถากถางหนวดเคราออกหมดแล้ว ความคมเข้มไม่แพ้ดาราหนุ่มในฟ้าเมืองไทยคนใดเลย รับกับจมูกที่โด่งเป็สันโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
เพิ่งจะมาสังเกตุตอนนี้ว่า…จมูกที่โด่งเป็สันคมเข้ม คงทำให้หญิงสาวหลายคนหลงใหลได้ปลื้มกันมากมาย
ชะรอยโจมจะรู้ตัวว่าถูกใครแอบมอง เขาหันหน้ามาพบกับดวงตาที่เชื่อมแววแห่งอารมณ์บางอย่าง
และขัดกับร่องรอยน้ำตาที่เพิ่งจะแห้งไปเพราะแรงลมที่ปะทะหน้า เขาพยักหน้าและเปิดรอยยิ้มให้เอมอุ่นใจได้ว่า เขาจะไม่เอาตัวรอดโดยการจากไปเพราะเื่ร้ายๆอย่างนี้
รอยยิ้มและแววตาที่โจมส่งมาโดยไม่เฉลียวใจว่า สาวน้อยคนนี้ลอบมองและคิดอะไรเลยเถิดไปมากมายกลับมีผลทำให้เอมออกอาการเอง สองแก้มที่แดงเรื่อๆขึ้นจนเข้มด้วยเข้าใจว่าโจมสบตาแล้วมองออกว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่
แล้วเสมองไปข้างหน้าที่เรือกำลังพุ่งไปพร้อมกับนึกพะวงในใจว่า…อีตาบ้า ทำตาหวานตาเชื่อมเข้ามาทำร้ายข้างในใจของเค้า!!!
โจมบังคับเรือพุ่งไปข้างหน้าด้วยระดับความเร็วที่ไม่ลดลง กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านไปเขาก็เห็นท่าน้ำข้างหน้า
จุดนัดพบที่ลุงวันบอก…
แม้จะพยายามทำเวลาเต็มที่ แต่ด้วยความไม่คุ้นเคยกับทางน้ำแถบนี้ทำให้เขาต้องระวังตลอดทาง ไม่นับใจที่ยังกังวลกับการตามล่าของเหล่าคนร้ายที่ทำให้ไม่สามารถทำเวลาได้อย่างใจคิด และทำให้เกินเวลาที่ลุงวันบอก…
ทันทีที่เรือจอดเทียบท่า ชายร่างเล็กคนหนึ่งก็ปราดออกมาจากพุ่มไม้ โจมจ้องมองด้วยความระวัง
แม้ลุงวันจะบอกไว้ชัดเจนแล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อกี้นี้ตอกย้ำกับโจมว่า…จะไว้วางใจอะไรใครไม่ได้เลย เพราะนั่นหมายถึงชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้
ชายร่างเล็กนั้นไม่สบสายตากับโจมแต่อย่างใด แต่ยื่นกุญแจรถให้โจมแล้วบุ้ยใบ้ไปที่รถมอเตอร์ไซด์สีดำที่จอดริมตลิ่ง พร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นเล็กหนึ่งแผ่น โจมกวาดตาดูพาหนะสีดำคันนั้นแว่บหนึ่ง แล้วคลี่กระดาษแผ่นนั้นก็พบตัวเลขหนึ่งหมวดปรากฎเพียงเท่านั้น!!
เขายังไม่เข้าใจว่าตัวเลขนี้หมายถึงอะไรแต่ก็จดจำไว้ แล้วเสียบกระดาษแผ่นนั้นลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะจูงมือเอมตรงไปที่รถมอเตอร์ไซด์คันนั้น โดยไม่ได้สนใจว่าชายร่างเล็กนี้จะจัดการอย่างไรต่อไปกับเรือที่พาพวกเขามา ทั้งไม่นำพากับกุญแจอีกหนึ่งชุดที่ลุงวันบอกว่าเป็กุญแจรถยนต์
การปรับเปลี่ยนแผนจากรถยนต์เป็มอเตอร์ไซค์ทำให้คล่องตัวกว่าและไร้ร่องรอยมากกว่า
เอาเถอะ…อะไรที่จะทำให้ปลอดภัยได้ดีกว่าเขาก็ไม่จำเป็ต้องเกี่ยงอะไร…
เมื่อถึงตัวรถ โจมหยิบหมวกกันน๊อคใบหนึ่งให้เอม พร้อมสำรวจความพร้อมของรถว่าเป็อย่างไร
เขาเห็นโทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งไว้ใกล้กับกระจกมองหลัง และเปิดแผนที่ระบุพิกัดจุดหมายปลายทางไว้แล้ว
โจมไม่รู้ว่าพิกัดปลายทางนี้คือที่ไหน อยู่ไกลเท่าไหร่ แต่มาถึงเวลานี้ไม่มีทางเลือกอื่นใดก็ต้องไปให้สุดทางก่อน
เขาหันมามองเอมที่ใส่หมวกเสร็จแล้วเป็ทีท่าถามว่าจะเอาไงต่อ…
เอมพยักหน้า พร้อมบอกว่า
“มาถึงขั้นนี้แล้ว เอมก็เหลือลุงวันคนเดียวที่เชื่อใจได้ และเอมก็ยังไม่รู้อะไรเลยว่าต้นสายปลายเหตุเป็อย่างนี้ ขั้นนี้ได้อย่างไร ไม่ไปจนสุดทางเอมก็ไม่รู้จะไปเริ่มต้นที่ไหนเหมือนกัน”
โจมพยักหน้าง่ายๆ ก่อนสวมหมวกและป่ายขาขึ้นคร่อมรถแล้วบิดกุญแจสตาร์ท
เครื่องยนต์ดังกระหึ่มบอกได้ถึงสมรรถนะของรถที่โจมพอใจ เอมเหยียบที่วางเท้าก่อนเขย่งตัวขึ้นซ้อนท้ายพร้อมๆกับมือที่เปลี่ยนจากจับไหล่โจมเพื่อยึดตัวขึ้น เมื่อนั่งได้ที่แล้วเอมก็เปลี่ยนจากมือที่เกาะไหล่เป็สอดเข้าด้านหลัง
สองมือที่ประสานกันแน่นบนหน้าท้องของโจม ทำให้ทุกส่วนสัดของเอมต้องเบียดชิดกับแผ่นหลังจนโจมรับรู้ัันั้นได้แม้นจะมีเสื้อผ้ากางกั้นอีกชั้นหนึ่งก็ตาม ด้วยขนาดของโครงร่างโจมที่บึกบึนและหนาไปด้วยมัดกล้าม ทำให้สองมือน้อยๆของเอมกว่าจะสอดรัดกันได้ เอมจึงต้องเบียดชิดกับร่างของโจม ความหยุ่นเหนียวและนุ่มนิ่มที่โจมััได้…
สำหรับโจมที่ใช้สมาธิและทุกส่วนของร่างกายในการควบคุมรถมอเตอร์ไซด์คันนี้ในระดับความเร็วเช่นนี้จึงไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากนัก เพราะสมาธิมุ่งเน้นอย่างอื่นมากกว่า…
แต่กับเอมแล้วนอกจากความรู้สึกที่ต้องเพิ่มแรงกอดรัดเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจแล้ว ยังรู้สึกได้ถึงแหล่งพักพิงที่แข็งแกร่ง ที่เธอมั่นใจ แม้จะเป็การรู้จักกันเพียงไม่นาน แต่ความรู้สึกบอกกับเธอเสมือนหนึ่งเขาเป็ผู้ชายคนเดียวที่เธอจะพึ่งพิงได้
กว่าสามชั่วโมงในการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซด์คันนี้ ที่โจมขับตามพิกัดจีพีเอส ตลอดระยะเวลาเดินทางพวกเขาหยุดพักระหว่างทางเพียงครั้งเดียว แล้วเร่งทำเวลาเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็วด้วยความรู้สึกถึงอันตรายที่เพิ่งพบมาและอาจจะเกิดขึ้นได้อีกครั้ง
สำหรับตัวของเอมแม้นจะเหนื่อยอ่อนกับการเดินทางมาราธอนอย่างนี้ แต่ส่วนลึกในใจกลับไม่อยากให้ถึงจุดหมายเร็วไปนัก เธอไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกอุ่นใจเท่าครั้งนี้เลยในชีวิตที่ผ่านมา ในใจตอนนี้จึงไม่อยากนึกคิด กลัดกลุ้ม ทุกข์ใจใดๆทั้งสิ้น อยากหยุดเวลาไว้เพียงนี้ ทั้งไม่อยากลืมตาขึ้นมาพบกับความจริงที่โหดร้ายอะไรอีก
แต่ในความเป็จริง…เอมก็รู้อยู่แก่ใจว่าเธอหลีกหนีความจริงไม่พ้น ที่ทำได้เพียงนี้ก็เหมือนแสวงหาแหล่งพักพิงที่อุ่นใจได้แล้วจึงอยากซึมซับให้นานแสนนาน…
…สำหรับโจมเองรับรู้ถึงเรือนร่างที่เบียดรัดด้านหลังด้วยความเห็นใจ ความสั่นสะท้านในบางครั้งของร่างที่แนบชิดกัน ทำให้โจมเข้าใจว่าหญิงสาวตื่นใและกลัวกับการตามล่าล้างของกลุ่มคนเลว ยิ่งทำให้สงสารและอยากจะปกป้องไม่ว่าภัยร้ายจะเข้ามาในรูปแบบร้ายแรงแค่ไหน…
จุดหมายปลายทางตามพิกัดของจีพีเอส เป็บ้านสองชั้นริมน้ำที่เงียบสงัด…
จากถนนปากทางใหญ่แล้วลัดเลาะเข้าทางน้อยที่โรยด้วยหินลูกรังระยะหนึ่ง แล้วขาดหายไปกลายเป็ทางเดินแคบเล็ก ที่เมื่อประครองรถไปอีกชั่วอึดใจ ทางที่เห็นก็ขาดหายไปในขณะที่จีพีเอสยังคงชี้เส้นทางลดเลี้ยวไปข้างหน้าต่อเนื่อง
โจมไม่ลังเลใจ แต่ลดความเร็วของรถและประครองให้มันนำพาไปด้วยความระวังกับกิ่งไม้ข้างทางมากขึ้น
เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมลุงวันจึงจัดรถสองล้อเคลื่อนที่เร็วอย่างนี้ให้เขา
แทบทุกอย่าง…ลุงวันเตรียมการไว้ล่วงหน้าทันทีที่เอมติดต่อไป แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความเป็มืออาชีพของลุงวัน ทั้งบอกกับโจมได้อย่างหนึ่งว่าเื่ร้ายๆของเอมคงไม่ได้เป็เื่ธรรมดาเสียแล้ว
ลุงวันไม่ธรรมดา………ทรชนเ่าั้ยิ่งไม่ธรรมดา นี่มันเป็เื่ร้ายอะไรกันแน่??
แต่…เขาไม่นึกหนักใจกลับยิ่งเพิ่มความสงสารเอมมากขึ้น
ความโชคร้ายทำไมจึงเล่นตลกกับสาวน้อยอ่อนแอคนนี้อย่างไม่รู้จบสิ้น และไม่รู้ว่ามันจะจบสิ้นตรงไหน เมื่อไหร่?
โจมมองกระจกมองหลังกับเส้นทางที่ผ่าน เขาไม่เห็นทางสัญจรอะไรอีกเลยที่เห็นชัด
ทางเข้าก็เห็นเป็กิ่งไม้ ต้นไม้แม้จะเป็กิ่งก้านเล็กๆ ถ้าไม่มีจีพีเอสเขาก็ไม่รู้ทางเข้า ทางไปอยู่ตรงไหน
และเมื่อผ่านไป…ทางที่รถขับผ่านก็กลับคืนสภาพเดิมทำให้ยากจะจดจำทางได้ …หากต้องหาทางกลับออกมา
โจมหยุดเป็่ๆ เขาสังเกตุและทำสัญลักษณ์บางอย่างก่อนผ่านไปในแต่ละ่ ชีวิตที่ผ่านมาด้วยลำแข้งตัวคนเดียวของเขาได้บอกให้รู้ว่าคนที่เขาจะไว้ใจได้ดีที่สุด คือตัวเขาเองกับทุกความระมัดระวังตัวที่ต้องทำ…เท่านั้น
เมื่อถึงจุดหมาย โจมป่ายสแตนด์ลงและขยับตัวบอกเอมที่ยังตื่นตากับเซฟเฮ้าส์รีสอร์ตสวยงามแห่งนี้ ให้ลงจากรถ
โจมเดินสำรวจรอบบริเวณบ้านที่เป็ใต้ถุนสูง …และไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดข้างบ้านขึ้นชั้นบน ที่ทำด้านข้างเป็เรือนชานริมน้ำ
โจมไล่สายตาดูสายน้ำที่เชี่ยวกรากด้านข้างบ้านและนำความชุ่มฉ่ำเย็นสบายมาปะทะหน้า ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปสำรวจห้องด้านใน…และเช่นเคย เขาไม่พบใครนอกจากห้องนอนที่เปิดหน้าต่างออกไปแล้วมองเห็นวิวทิวทัศน์ของสายน้ำและทิวเขาได้
เขายังไม่วางใจให้สนิทนัก ขณะที่เอมก้าวขึ้นชั้นบนตามมายังคงยืนที่ริมระเบียงเหม่อมองสายน้ำด้วยความเลื่อนลอย…
โจมลงมาชั้นล่างที่แบ่งส่วนหนึ่งทำเป็ห้องครัวและเก็บของ เขาพบเครื่องปั่นไฟยี่ห้อดีพร้อมถังน้ำมันที่มีปริมาณอยู่ได้เป็เดือน เขาสำรวจการเชื่อมต่อเครื่องปั่นไฟกับสวิตช์ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน และตู้เย็นในครัว
เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยก็นึกชมลุงวันในใจ ไม่นับบ้านที่เรียกว่าเซฟเฮ้าส์จริงๆนี้มีบรรยากาศและความปลอดภัยสูง
แม้นแต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เสบียงที่มากพอตามชั้นวางของในห้องเก็บของ ทุกอย่างละเอียดรอบคอบและเตรียมพร้อมครบถ้วนทุกกระบวนความจริงๆ
โจมเดินสำรวจรอบบ้านอีกครั้งก่อนที่จะหยิบมีดในครัวออกไปตัดกิ่งไผ่ข้างบ้านออกมาทำอะไรบางอย่าง
เขาง่วนอยู่กับการเหลาไม้ ตัด มัด ผูก ขุด วาง ตอกตึงรอบบริเวณบ้านในจุดที่ล่อแหลม กว่าสิบจุด โดยใช้เวลานานพอควร
เมื่อนึกได้ว่ามีผู้โดยสารที่มากับตัวเองอยู่หนึ่งคน……จึงรีบวางมือกับจุดสุดท้ายแล้วก้าวขึ้นชั้นสอง
จึงมองเห็นสาวน้อยของเขาเอนกายนอนหลับลงบนระเบียงริมน้ำไปแล้ว สายลมเย็นฉ่ำจากสายน้ำพัดพาปอยผมของเอมที่หลับใหลอย่างหมดเรี่ยวแรงกับการเดินทางไกล
เสียงเดินขึ้นบันไดของโจมไม่ได้ทำให้เอมรู้สึกตัวแต่อย่างใดทำให้โจมอดค่อนแขะไม่ได้ว่า …ช่างเป็สาวน้อยไม่ระแวงภัยเสียเลย เมื่อไล่สายตาตามท่านอนของเอมก็อดชมในใจไม่ได้ว่า เอมมีรูปร่างที่สมส่วนเต็มวัยสาว แม้เสื้อผ้าที่ใส่วันนี้เป็กางเกงและเชิร์ตชุดดำสำหรับไปงานศพของพ่อเอม และไม่ได้โป๊เปลือยวาบหวิวอะไร แต่กับท่านอนที่หลับใหลไม่ได้สติกลับชวนให้ดู ชวนให้มองไม่รู้เบื่อ…
โจมละสายตาจากภาพสาวน้อยแล้วลงไปชั้นล่างด้วยการย่องเท้าให้เบาสุดเพื่อไม่กวนกับการนอนของเอม
เมื่อเอมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พระอาทิตย์ก็กำลังลับทิวเขาไปแล้ว อากาศก็เริ่มเย็นขึ้น
เอมได้กลิ่นอาหารโชยมากับลมเย็น เมื่อลุกขึ้นจากระเบียงริมน้ำก็เห็นผ้าห่มผืนบางที่คลุมร่างตัวเอง
เอมอดยิ้มไม่ได้กับบทบาทพระเอกของโจมในการใส่ใจเธออย่างกับเ้าหญิงตัวน้อย…
พร้อมกับกลิ่นอาหารที่เรียกเสียงร้องจากท้องของตัวเอง เธอจึงรีบรุดลงไปชั้นล่างทันที และทันเห็นโจมที่เตรียมสำรับอาหารเสร็จแล้ว โจมยิ้มรับที่เอมเข้ามาช่วยยกสำรับขึ้นไปชั้นสอง และใช้พื้นที่ริมชานบ้านตรงนั้นเป็โต๊ะอาหารสำหรับมื้อแรกหลังการหลบหนีการไล่ล่าของเหล่าร้าย
เอมนั่งมองอาหารง่ายๆที่โจมเป็คนจัดการทั้งหมดข้างหน้าด้วยความชื่นชม แม้จะประกอบขึ้นมาจากอาหารสำเร็จรูปแต่โจมฉลาดที่ใช้ผักสด พริกสดข้างบ้านผสมผเสเพิ่มเข้ามา ทำให้น่าดู น่ากินเข้าไปอีก
ทั้งสองคนจัดการกับอาหารข้างหน้าโดยไม่พะวงภาพสวยใดๆ
ชั่วพริบตาจาน ชามข้างหน้าก็ว่างเปล่า ขวดเบียร์เปล่ากว่าครึ่งโหลกองระเกะระกะด้านข้าง จากที่โจมเตรียมมาดื่มเพียงคนเดียว ขวดเดียว ผลที่สุดกลับถูกเอมแย่งดื่มไปมากกว่าโจมเสียอีก
โจมมองดูเอมที่เมามายไม่ได้สติข้างหน้าแล้ว เห็นใจในชะตากรรมของเอมทั้งที่เสียใจกับการถูกฆาตกรรมของพ่อ และไม่ทันไรก็ยังถูกตามฆ่าอีกอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็อย่างไร หนทางที่ต้องเดินหน้าข้างหน้าจะทำอย่างไร…
จากที่เอมพร่ำรำพันระหว่างแย่งน้ำสีอำพันกับโจมไปดื่ม…เอมไม่มีญาติพี่น้องที่ไว้ใจได้เลยที่เหลือพอให้ไปพึ่งพาอาศัยได้ จะอาศัยบ่าวชราอย่างลุงวันกับงานตามล่าหาความจริงหรือ!
…เพียงแค่จะป้องกันชีวิตตัวเองให้รอด…ก็ยังไม่ง่ายเลย
เอมจึงเมาได้เร็วกว่าที่คิด ลำพังที่ไม่ค่อยดื่มอยู่แล้ว และยังเติมน้ำเปลี่ยนชีวิตไปใน่ภาวะจิตใจที่ตกต่ำ ยิ่งทำให้เอมฟุบไปในชั่วเวลาไม่นานนัก
โจมเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยมาพยุงร่างเอมเข้าไปในห้องนอน
เมื่อวางเอมนอนราบกับเตียงแล้ว อดถอนใจมองเอมด้วยความสงสารไม่ได้ ก่อนจะพาร่างตัวเองไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดที่เทียบเคียงได้ว่าเอมจะใส่ได้ก่อนจะผลัดเปลี่ยนชุดให้เอมโดยไม่คิดจะทำอะไรให้เอมต้องตื่น
ในยามนี้…ปล่อยให้เอมได้พักใจให้มากสุด ยอมให้ตัวสกปรกสักคืนคงไม่เป็ไร ดีกว่าทำให้เอมต้องตื่นขึ้นมากับความปวดร้าว……
การพัก…ที่ดีที่สุดสำหรับเอมตอนนี้ น่าจะเป็การหลับให้ยาวนานที่สุด
หวังไว้ว่าเมื่อเธอตื่นขึ้นมาอาจจะสลัดอะไรทิ้งไปได้บ้างแล้วตื่นขึ้นมาพร้อมจะเดินหน้าสู้กับทุกสิ่งได้ต่อไป
โจมคลี่ผ้าห่มคลุมตัวเอมอย่างแ่เบา แม้ลมเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาจะเย็นสบายแต่กับอากาศในป่าริมน้ำจะเย็นะเืขึ้นเรื่อยๆ
คนเมืองอย่างเอมอาจปรับตัวไม่ได้ง่าย โจมกวาดตาดูภายในห้องอีกรอบก่อนจะพาตัวเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวบ้าง
เขาใช้เวลาทำความสะอาดร่างกายตัวเอง ัักับรอยแผลที่โรมรันพันตูั้แ่ช่วยเอมที่ชายทะเล แล้วใช้เวลาระหว่างสายน้ำที่เย็นฉ่ำราดรดตัวเขา ทบทวนกับหลายวันที่ผ่านมาและกำหนดอะไรในใจกับวันข้างหน้าที่จะต้องเดินต่อไป
นับต่อจากนี้…เขาไม่สามารถทิ้งเอมให้เผชิญกับทุกภัยที่รู้ว่าอันตรายมากโดยลำพัง
เขาต้องคิดและทำอะไรมากกว่าการใช้ชีวิตตัวคนเดียว ที่อิสระจะทำอะไรก็ได้…
แต่ไม่หนักใจและไม่หวั่นกลัวกับเหล่าร้ายหรืออิทธิพลนานาว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน โจมเผยอยกริมฝีปากเปิดรอยยิ้มที่เย็นะเื…เหอะๆลองดูกันสักตั้งว่าพวกเอ็งจะทำอะไรอีก ไม่ว่าเอ็งจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม ตาต่อตา ฟันต่อฟันเป็อย่างไร ก็จะได้รู้กัน…
แม้ว่าเพิ่งจะรู้จักกันเพียงแค่การเข้ามาช่วยชีวิตเอมจากเหตุร้ายจนติดพันยาวถึงเวลานี้ เขาก็ไม่นึกเสียใจและอยากสลัดทิ้งเื่ที่ไม่ใช่เื่ของตัวเองอย่างนี้ออกไป
ก็เพราะชีวิตที่ผ่านมาของเขาต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเองมาตลอด ทำไมจะไม่รู้ละว่ายามที่คนจนตรอกสิ้นไร้หนทาง ไม่มีใครอุปถัมภ์ค้ำชู จะมีชีวิตอยู่รอดด้วยความยากลำบากสักแค่ไหน
ดังนั้นในใจของเขาจึงตั้งมั่นมาตลอดว่า ไม่ว่าเขาจะมีพลังจะช่วยใคร ช่วยอะไรได้สักแค่ไหนก็ตาม
หากเห็นเหตุร้ายต่อหน้าก็จะไม่รีรอกระโจนเข้าไป และทุ่มสุดกำลังในเื่นั้นๆ
อย่าว่าแต่เื่ของสาวน้อยคนสวยที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตามันป่าเถื่อนโหดร้าย จนไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้
ทั้งยังถูกตามล่าเอาเื่ถึงชีวิตที่วัดอีก…
ไม่จำเป็ต้องรู้จักผูกพันกันมาก่อน แล้วจึงจะมีใจอยากช่วย
ทำไมไม่ช่วยด้วยใจ แล้วสร้างความรู้สึกดีๆจนรู้สึกผูกพันกันทีหลังไปเองละ…
นิยามความเป็ตัวตนของเขาจึงอาจผิดตรรกะสาระพัดของใครๆ ที่เขาไม่นึกใส่ใจเอามาคิด
หากสิ่งที่ทำมันดีแล้ว สบายใจแล้ว ต่อให้ยากลำบากและต้องเสี่ยงชีวิตก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร!!!
สำหรับเอม…ทางเดินของเธอจะเป็อย่างไร ชีวิตต่อจากนี้ของเอมจะเป็เช่นไร
ยิ่งไม่อาจรู้ได้……
และเพราะมันเดาไม่ออกว่าจะเป็อย่างไรต่อ เขาจึงไม่อาจทิ้งลงกลางคันแบบนี้ได้!!