บทที่ 27 ถามบรรพชนตระกูลซู อดีตตระกูลหลินปรากฏ
หลินม่อคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก จึงได้แต่ล้มเลิกความตั้งใจไปก่อน
ฟังก์ชันใหม่หลายอย่างที่ระบบปลดล็อกในครั้งนี้ล้วนมีประโยชน์ยิ่ง เขาพึงพอใจเป็อย่างมาก อีกทั้งตนเองยังได้รับวิชาอาคมมาหนึ่งอย่าง เรียกได้ว่าได้รับผลประโยชน์มหาศาล
ถุงเก็บของที่เคยแห้งเหือดกลับมาเต็มเปี่ยมในชั่วพริบตา
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินม่อจึงยกมือขึ้นกวักเรียกเรียกถุงเก็บของสองใบออกมา ใบหนึ่งมาจากผู้บำเพ็ญสายมารระดับสร้างรากฐานขั้นที่สี่ ส่วนอีกใบมาจากซูฉี่เหวิน!
"ผู้บำเพ็ญพเนจรผู้นี้ช่างยากจนข้นแค้นยิ่งกว่าซูฉี่เซิ่งในตอนนั้นเสียอีก แต่ซูฉี่เหวินผู้นี้..."
หลินม่อหรี่ตาลงเล็กน้อย ส่งััิญญาเข้าไปสำรวจในถุงเก็บของอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
"หินิญญาเกือบพันก้อน โอสถจำนวนหนึ่ง และยังมีอาวุธเวทอีกหลายชิ้น
ช่างเป็เหยื่อที่ร่ำรวยเสียจริง"
เขาถ่ายโอนสิ่งของจากถุงเก็บของทั้งสองใบเข้าสู่ถุงเก็บของของตนจนหมด
หลินม่อจึงถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย
การเข่นฆ่าตลอดทั้งคืน ทำให้เขามีหินิญญาเพิ่มขึ้นมานับพันก้อน รวมถึงโอสถและของเบ็ดเตล็ดอีกจำนวนมาก
ยามนี้เขาสามารถมอบสิ่งดี ๆ ให้ลูกสาวตัวน้อยของเขาได้แล้ว!
"ตอนนี้ลั่วเอ๋อร์อยู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ด โอสถที่เหมาะสมที่สุดในการเพิ่มพูนตบะ ย่อมไม่มีสิ่งใดดีไปกว่าโอสถบำรุงลมปราณ
และแม้ว่าโอสถบำรุงลมปราณจะเป็เพียงโอสถระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีการแบ่งระดับคุณภาพ
หากสามารถหาโอสถระดับหนึ่งขั้นสูงสุดมาได้ ย่อมช่วยได้มหาศาลแน่นอน!"
หลินม่อตัดสินใจเตรียมการว่า พรุ่งนี้จะเข้าไปเดินเล่นในเมืองอีกรอบ เพื่อดูว่ามีวิธีใดที่จะหาโอสถบำรุงลมปราณขั้นสูงสุดมาสักขวดได้หรือไม่
จากนั้นเขาจึงสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วเริ่มรวบรวมสมาธิเพื่อฟื้นฟูตบะและรักษาอาการาเ็
ในขณะเดียวกัน ณ อีกด้านหนึ่ง
ภายในศาลบรรพชนตระกูลซู
ซูฉี่อู่สั่งให้คนในตระกูลถอยออกไปให้หมด
เขานั่งอยู่บนตำแหน่งประธานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาประดุจพยัคฆ์ทอประกายคมกล้า
"เริ่มจากซูฉี่เซิ่งที่หายไป และตอนนี้ก็เป็ซูฉี่เหวิน! ทั้งสองคนนี้... หรือจะเป็ฝีมือของหลินม่ออีก?
แต่หากเป็เขาจริง ๆ นั่นก็หมายความว่า แม้แต่ระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!"
ซูฉี่อู่ยิ่งคิดก็ยิ่งตระหนก เขาอยากจะไปเผชิญหน้ากับหลินม่อเพื่อถามให้รู้ความ แต่ก็กลัวว่าจะเป็จริงตามที่คาดการณ์ แล้วสุดท้ายต้องมีจุดจบเช่นเดียวกับสองคนนั้น
"แต่หากนิ่งเฉยปล่อยไว้เช่นนี้...
ไม่ได้! ต้องไปถามท่านบรรพชน!"
ดูเหมือนเขาจะตัดสินใจได้บางอย่าง
ซูฉี่อู่ลุกขึ้นยืน แล้วมุ่งหน้าไปยังูเาหลังตระกูลซูทันที
ูเาหลังตระกูลซูเป็เขตหวงห้าม นอกจากผู้าุโและผู้นำตระกูลซูแล้ว คนอื่น ๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้
แม้แต่ซูชิงลั่วก็ยังไม่เคยไป!
ซูฉี่อู่เดินทางมุ่งหน้าไปโดยไม่มีผู้ใดขัดขวาง
เขาหยุดฝีเท้าลงที่หน้าปากถ้ำแห่งหนึ่งบนยอดเขา
ประตูถ้ำปิดสนิท
ซูฉี่อู่ยืนลังเลอยู่หน้าประตู สุดท้ายเขาก็กัดฟันะโเสียงดังว่า "หลานซูฉี่อู่ ขอเข้าพบท่านบรรพชนขอรับ!"
เสียงนั้นดังก้องกังวาน ส่งเข้าไปในถ้ำและสะท้อนกลับมาที่หน้าประตู
ครู่ต่อมา
ครืด ครืด!
ประตูหินเปิดออก
ก่อนที่เสียงชราจะดังออกมาจากภายในถ้ำ "เข้ามาเถิด"
"ขอรับ"
ซูฉี่อู่รีบก้มตัวเดินเข้าไปทันที
ตลอดทางที่เดินเข้าไป หัวใจของเขาเต้นรัว รู้สึกประหม่าเล็กน้อย
แม้เขาจะเป็ผู้นำตระกูลซู แต่เมื่อเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ เขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจ เพราะคนที่อยู่ในถ้ำนี้คืออดีตผู้นำตระกูลซู!
บรรพชนคนปัจจุบัน!
ยอดผู้บำเพ็ญที่อายุยืนยาวหลายร้อยปี!
นี่คือบุคคลที่ซูฉี่อู่ยำเกรง ไม่ว่าจะเป็ระดับบำเพ็ญหรือบารมี ล้วนเหนือกว่าตนเองอย่างเทียบไม่ได้!
ตลอดทางที่เดิน เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผากของซูฉี่อู่ เขาไม่กล้าขยับเขยื้อนกายโดยพลการ
จนกระทั่งมาถึงด้านในสุด พบร่างในชุดคลุมสีเขียวนั่งขัดสมาธิอยู่
เขามีรูปร่างผอมบาง ผิวพรรณแห้งเหลือง ดูอ่อนแอราวกับจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ แต่กลิ่นอายพลังทั่วร่างกลับรุนแรงยิ่งนัก
กลิ่นอายเช่นนี้ น่าสะพรึงกลัวกว่าซูฉี่อู่หลายเท่าตัว
"เสี่ยวอู่ เ้ามาหาข้าด้วยเื่อันใด?"
ชายชราชุดเขียวลืมตาขึ้น ใบหน้าของเขาซีดเซียว แต่แววตาในดวงตากลับสว่างไสว
"ท่านบรรพชน หลานมีเื่หนึ่งที่ตัดสินใจไม่ได้ หวังว่าท่านบรรพชนจะช่วยชี้แนะทางออกให้ขอรับ" ซูฉี่อู่ประสานมือคำนับ
"โอ้ ลองว่ามาสิ"
ชายชราพยักหน้าอย่างเฉยเมย ไม่ได้ดูสนใจเป็พิเศษ ราวกับในสายตาของเขา ทุกเื่ล้วนเป็เื่เล็กน้อย
"ขอรับ!" ซูฉี่อู่สูดลมหายใจลึก แล้วค่อย ๆ เอ่ยปาก
"ฉี่เซิ่งและฉี่เหวินตายแล้วขอรับ..."
"อะไรนะ?! ใครเป็คนทำ?"
ทันทีที่ซูฉี่อู่พูดจบ ชายชราชุดเขียวก็เบิกตากว้างทันที
เดิมทีเขาคิดว่าเป็เื่เล็กน้อย ใครจะรู้ว่า ทันทีที่ซูฉี่อู่เอ่ยปาก กลับบอกว่าตระกูลซูสูญเสียผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานถึงสองคน!
"ไม่... ไม่ทราบขอรับ แต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไร! รีบพูดมา!"
"แต่หลานคาดว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับหลินม่อ ลูกเขยของตระกูลซูขอรับ!"
"ลูกเขย? หลินม่อ? คนผู้นี้คือใคร?"
เห็นได้ชัดว่าบรรพชนตระกูลซูเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็ครั้งแรก
เขาขมวดคิ้วมุ่น ส่งััิญญาระดับแกนปลอมกวาดออกไปนอกถ้ำ ้าสำรวจภายในตระกูลซู
แต่ใครจะรู้ว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ ประโยคถัดมาของซูฉี่อู่ก็ทำให้เขาใจนสะดุ้ง
"คนผู้นี้แต่งเข้าตระกูลซูเมื่อหลายปีก่อนขอรับ
ต่อมาตันเถียนได้รับาเ็ ระดับบำเพ็ญลดลงเหลือระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง แต่กลับมีกายากระบี่ปรากฏขึ้น"
"กายากระบี่?! เ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ตาฝาด?!"
น้ำเสียงของบรรพชนตระกูลซูเต็มไปด้วยความไม่เชื่ออย่างรุนแรง
ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่งมีกายากระบี่ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ประหลาดเกินไปแล้ว!
"หลานไม่มีทางดูผิดแน่นอน วันนั้นซูฉี่เหวินก็เห็นเหตุการณ์ด้วยขอรับ"
"โอ้? เ้าบอกว่าเกี่ยวข้องกับคนผู้นี้ และเ้าก็อยู่ในเหตุการณ์ แต่ผลคือซูฉี่เหวินตาย..."
"คือ... คือ... มันเป็เช่นนี้ขอรับ..."
"แปลก แล้วเหตุใดเ้าจึงไม่เป็อะไร?"
"เอ่อ..."
ซูฉี่อู่ชะงักไป ไม่รู้จะตอบอย่างไร
แต่ชั่วพริบตาก็คิดบางอย่างออก
"ซูฉี่เหวินดูจะสนใจในตัวเ้าเด็กนั่นเป็อย่างมากขอรับ และเคยบอกข้าว่าอยากจะลองทดสอบเ้าเด็กนั่นดู"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา บรรพชนตระกูลซูก็เงียบงันทันที
ยามนี้ต่อให้เป็คนโง่ก็เดาออกว่า การตายของซูฉี่เหวินต้องเกี่ยวข้องกับหลินม่อแน่นอน และแทบจะมั่นใจได้เลยว่าเป็ฝีมือของหลินม่อ!
แต่เพราะเหตุนี้ บรรพชนตระกูลซูกลับยิ่งรู้สึกหวั่นเกรง
"ระดับบำเพ็ญกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง แต่มีกายากระบี่...
คนผู้นี้ต้องอำพรางระดับบำเพ็ญแน่นอน แล้วการที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูลซูของข้ามาหลายปีเช่นนี้ ้าสิ่งใดกันแน่?
เดี๋ยวก่อน... เมื่อครู่เ้าบอกว่าเขาแซ่หลิน?" บรรพชนตระกูลซูเงยหน้าขึ้นในทันที
"ถูกต้องขอรับ คนผู้นี้แซ่หลิน เป็ลูกหลานของตระกูลหลินแห่งเมืองชิงอวิ๋นเดิม
บิดาของเขาคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในระดับสร้างรากฐาน ผู้ซึ่งเคยแผ่อำนาจครอบคลุมทั่วทั้งเมืองชิงอวิ๋นในตอนนั้น ซึ่งก็คือผู้นำตระกูลหลินขอรับ!"
"ซี้ด! เขาเป็คนของตระกูลหลิน!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ บรรพชนตระกูลซูก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
ทันใดนั้น ในแววตาก็ฉายแววแห่งความหวาดกลัวออกมา
"มิน่าล่ะ มิน่าล่ะถึงได้หนีมาซ่อนตัวที่ตระกูลซูของข้า
นี่คือการซ่อนตัวในที่แจ้งสินะ?
สำนักชิงอวิ๋นไม่รู้เื่นี้เลยหรืออย่างไร?"
บรรพชนตระกูลซูพึมพำกับตัวเอง
ซูฉี่อู่ได้ยินแล้วก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน
ขณะที่กำลังจะถามอะไรบางอย่าง ภาพเบื้องหน้าก็พร่าเลือน
เขากลับถูกขับออกจากถ้ำไปเสียแล้ว
"ท่านบรรพชน..."
"ฟังให้ดี อย่าได้ไปข้องแวะกับหลินม่อผู้นี้ เ้าเด็กนี่ต้องปกปิดระดับบำเพ็ญเพื่อซ่อนตัวในตระกูลซูของข้าแน่ ๆ
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ก็อย่าได้เข้าไปยุ่ง
จำไว้ ตราบใดที่ไม่ไปยั่วโทสะคนผู้นี้ก่อน อีกฝ่ายย่อมไม่ลงมือโดยไร้เหตุผลแน่นอน"
"ขอรับ ท่านบรรพชน"
ซูฉี่อู่ใจสั่นรุนแรง แต่ไม่กล้าถามถึงสาเหตุ ทำได้เพียงตอบรับอย่างนอบน้อมและรีบจากไป ทิ้งให้บรรพชนตระกูลซูนั่งนิ่งเพียงลำพังในถ้ำ
"เวลาที่เหลือสำหรับข้ามีไม่มากแล้ว ต้องรีบทะลวงเข้าสู่ระดับแกนทองคำให้ได้โดยเร็ว!
มิฉะนั้น โศกนาฏกรรมของตระกูลหลินในตอนนั้น เกรงว่าจะเกิดขึ้นกับตระกูลซูของข้าแทน!"