ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 81 นัดพบมู่เฉิงอิน


           “อืมทีแรกข้านึกว่าเหตุการณ์ที่หออู๋หมิงจะทำให้เสียเวลานานเกรงว่าจะรบกวนเวลาของพี่หญิงมู่ ดังนั้นจึงขอให้ท่านกลับไปก่อนหลังจากผ่านไปสักพักค่อยนัดกันอีกครา ทว่าคิดไม่ถึงว่าอีกแค่ครู่เดียวก็จัดการเรื่องวุ่นวายเสร็จเรียบร้อยแล้วในใจจึงรู้สึกเสียดายยิ่ง ทั้งๆ ที่ถูกชะตากับพี่หญิงแต่กลับไม่สามารถนั่งสนทนากับท่านได้ข้าเสียใจยิ่งจนแทบรอไม่ไหวที่จะส่งข้อความไปถึงพี่หญิงเจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนนั่งอยู่ตรงนั้น รูปร่างนางสะโอดสะอง น้ำเสียงที่ไพเราะและอ่อนโยนนั้นทำให้ผู้ที่ได้ฟังรู้สึกสบายใจนัก

            ยิ่งไปกว่านั้น นางคิดอยู่หลายต่อหลายรอบก่อนจะเปิดปากกล่าวอันใดออกมาเพื่อที่จะค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจของมู่เฉิงอินคำพูดของฮวาเหยียนนั้นจึงสุภาพอ่อนหวานเป็นพิเศษ

            เมื่อได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน มู่เฉิงอินก็ยกมือขึ้นปิดปากของนางและหัวเราะออกมาเบาๆคิ้วของนางโก่งโค้งขึ้น

            “น้องหญิง วาจาของเจ้า เหตุใดจู่ๆ ถึงสุภาพเรียบร้อยเช่นนี้เล่าพี่รู้สึกไม่ชินเท่าไหร่นัก”

            ฮวาเหยียน "...! "

            เยี่ยมคำพูดอ่อนหวานที่นางครุ่นคิดมาเป็นเวลานานกลับถูกคำพูดของมู่เฉิงอินทำลายโดยสิ้นเชิง

            “พี่หญิง ท่านมาจากตระกูลบัณฑิตนี่มิใช่เพราะเกรงว่าวาจาของข้าจะหยาบคายเกินไปจนทำให้พี่หญิงต้องขบขันแล้วหรือ? ”

            ฮวาเหยียนลูบจมูกของนาง

            “จะเป็นไปได้อย่างไร? น้องหญิงมีบุคลิกที่ตรงไปตรงมามีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เข้มแข็งและมีไหวพริบ ทำให้ข้านึกชื่นชมยิ่งนัก เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าชอบเจ้ามากเพียงใด”

            มู่เฉิงอินรีบกล่าวขึ้นมา

            แววตาที่จริงใจและชื่นชมนั้นทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าว

            ใต้หล้านี้มีสตรีประเภทหนึ่ง นางเป็นสตรีที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์มีฐานะอ่อนหวานและสง่างาม ดวงตาของนางทั้งจริงใจและอ่อนโยนวาจาของนางทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษแค่เพียงคำไม่กี่คำนี้ก็สามารถนำพาความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนมาผูกไว้ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

            “พี่หญิงมู่ ทั้งงดงาม ทั้งรู้จักกล่าววาจา น้องเองก็ชอบท่านพี่มากเช่นกันเจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนยิ้มจนตาหยี

            เมื่อนางยิ้ม ดวงตาของนางก็โค้งขึ้น มีประกายของความเกียจคร้านเล็กๆ จนทำให้ใบหน้าของมู่เฉิงอินซับสีแดงระเรื่อขึ้นมาทันที

            “หืม ฮ่าๆ ...”

            ตรงกันข้ามกับหลิงหลง สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นนางอดไม่ไหวที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

            “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ท่านกับแม่นางเหยียนมิต้องกล่าวชมกันไปมาแล้วท่านทั้งสองชื่นชอบกันและกัน มีเพียงแค่นู๋ปี้ [1] ที่มิมีผู้ใดชื่นชอบตกลงไหมเจ้าคะ”

            หลิงหลงเปิดปากกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            นี่คือสาวใช้หน้ากลม วาจาของนางช่างสุภาพเรียบร้อยจากคำพูดของนางสามารถมองออกได้ว่าความสัมพันธ์ปกติของนางและมู่เฉิงอินอยู่ในระดับที่ดีเป็นอย่างยิ่งไม่เหมือนกับเจ้านายและคนใช้แต่เหมือนกับพี่สาวและน้องสาวมากกว่า

            สักพักนางกลับเห็นใบหน้าของมู่เฉิงอินจมลงเหมือนจะโมโห "เจ้านี่นะไม่มียิ่งใหญ่หรือเล็กจ้อย ไม่มีกฎเกณฑ์อันใดแค่ปล่อยให้น้องหญิงของข้าหัวเราะมิได้หรือ"

            “ฮิฮิ ข้าน้อยทราบความผิดแล้วเจ้าค่ะ”

            หลิงหลงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “น้องเหยียน เจ้าอย่าโกรธเลย เด็กคนนี้เติบโตกับข้ามาตั้งแต่เล็กนางเป็นเหมือนพี่สาวน้องสาวร่วมอุทรในเวลาปกตินางเป็นคนมีระเบียบวินัยเป็นอย่างยิ่ง แต่เป็นเพราะนางชอบเจ้ามากเกินไปดังนั้นจึงผ่อนคลายและวางใจต่อหน้าเจ้า”

            “มิได้ น้องหลิงหลงมีบุคลิกที่น่าชมชอบยิ่งเจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนตอบรับ

            นางกล่าวจากใจจริง มองดูสาวใช้ผู้นี้ ย่อมทราบว่าเป็นสาวใช้ที่ไว้ใจได้โตมาด้วยกัน รักกันดุจพี่น้องร่วมอุทร

            ไม่เหมือนสองคนนั้นในจวนของนาง ฮวาหงและหลิ่วลวี่... ไม่น่าวางใจเลยสักนิด

            คนผู้หนึ่งช่างพูดช่างเจรจาแต่กลับไม่เข้าสู่ใจความสำคัญอีกผู้หนึ่งเรียบร้อยพูดน้อย เป็นนานก็ยังมิสามารถกล่าวอันใดออกมาได้

            “ขอบพระคุณ แม่นางเหยียน”

            หลิงหลงยิ้มและกล่าวขอบคุณ

            ฮวาเหยียนพยักหน้า

            อีกด้านหนึ่งมู่เฉิงอินมองไปที่ฮวาเหยียนนางดูอึกอักและลังเลที่จะกล่าววาจา ซึ่งภาพนี้สะท้อนอยู่ในดวงตาของฮวาเหยียนนางยกชาขึ้นจิบ "พี่หญิงมู่ ท่านมีอะไรจะถามใช่หรือไม่? "

            “พี่สาวมีเรื่องอยากจะถามจริงๆ แต่เกรงว่าจะทำให้เจ้าขุ่นเคืองข้ากับเจ้าถูกชะตากันตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ตั้งแต่เกิดจนเติบโตมาขนาดนี้ข้ายังมิเคยได้พบผู้ใดที่ทำให้รู้สึกต้องชะตาได้เยี่ยงนี้มาก่อนถึงแม้ว่าจะได้แลกเปลี่ยนของขวัญ แต่ทว่าแม้กระทั่งภูมิหลังของน้องหญิงหรือแม้แต่นามของเจ้า ข้าก็ยังไม่ทราบ..."

            เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เฉิงอิน ฮวาเหยียนก็หยุดชะงักไปชั่วคราว

            ก่อนที่จะออกจากบ้านนางก็ได้พิจารณาเรื่องนี้ไว้แล้วการสวมหมวกงอบดูจะไม่สุภาพและไม่คุ้นเคย ดังนั้นนางจึงสวมผ้าโปร่งคลุมหน้านั่นเป็นเพราะนางไม่แน่ใจว่ามู่เฉิงอินจะเคยพบแม่นางอันเหยียนแห่งตระกูลมู่หรือไม่หากนางเคยพบ นั่นมิใช่เป็นการเผยไต๋ความลับในคราเดียวหรอกหรือ?

            หลังจากที่ฟังคำถามของมู่เฉิงอินแล้ว ฮวาเหยียนจึงเม้มปากก่อนกล่าวว่า“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากบอกพี่หญิง แต่แท้จริงแล้ว... ข้ามีเหตุผลพิเศษบางอย่างแต่ข้ากล้ารับรองว่าครั้งหน้าข้าจะไม่ปิดบังอย่างแน่นอนนัดครั้งต่อไปของพวกเราข้าจะบอกตัวตนของข้าแก่ท่าน ดีหรือไม่เจ้าคะ? ”

            มู่เฉิงอินไม่ได้เป็นคนที่มีลักษณะนิสัยก้าวร้าวที่จะยกตนข่มท่านมาตั้งแต่แรกเมื่อเห็นฮวาเหยียนพูดเช่นนี้ หัวใจของนางก็อ่อนยวบลงในใจคิดว่าน้องเหยียนจะต้องมีบางอย่างที่อยากจะปิดบัง และหากนางถามมากกว่านี้ก็จะเป็นการบีบบังคับ ฝืนใจผู้อื่นมากเกินไป

            ดังนั้นนางจึงพยักหน้าแสร้งว่าไม่พอใจ “เช่นนั้นแล้วนัดครั้งต่อไปคือเมื่อใดหรือ? ”

            “พี่หญิงมู่ ท่านเลือกได้เลยเจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนไม่คิดว่ามู่เฉิงอินจะมีด้านที่น่ารักเช่นนี้ในใจของนางชื่นชอบแม่นางคนนี้มากขึ้นไปอีกสามระดับ

            “เช่นนั้นวันพรุ่งดีหรือไม่? เป็นที่นี่? ”

            ดวงตาของ มู่เฉิงอินเป็นประกายแวววาว ฮวาเหยียนพยักหน้ารับ"ตกลงเจ้าค่ะ"

            “แม่นาง บุคลิกของท่านปลอดโปร่งและสบายๆไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณหนูของข้าจะชื่นชอบท่านมาก แม่นางเหยียน ท่านคงยังไม่ทราบคุณหนูของข้าไม่ได้สบายใจขนาดนี้มานานแล้ว”

            หลิงหลงเห็นว่าฮวาเหยียนนั้นมิได้มีท่าทีวางอำนาจ ดังนั้นนางจึงผ่อนคลายลงยังไม่ต้องพูดถึงว่าความประทับใจของนางที่มีต่อฮวาเหยียนนั้นย่อมดีขึ้นกว่าเดิมภายในใจของนาง ฮวาเหยียนถือเป็นสตรีที่กล้าหาญและน่าชื่นชม

            ไม่เพียงแต่เอาชนะนายน้อยแห่งจวนหย่งซินที่ชื่นชอบการรังแกคุณหนูของนางแต่ยังตอบโต้องค์หญิงที่รังแกคุณหนูของนางอีกด้วยไม่ต้องพูดถึงว่าในหัวของนางมีความสุขเพียงใดแม่นางเหยียนผู้นี้ถือเป็นสตรีคนสำคัญของคุณหนูเชียวนะ

            “ไม่สบายใจ? พี่หญิงมู่เป็นอะไรไปหรือ? เกิดอันใดขึ้น? ”

            ฮวาเหยียนถามเสียงดังออกมา

            นางคิดว่าหลิงหลงเป็นสาวใช้ที่น่ารักจริงๆ และด้วยใบหน้ากลมๆ นั้นช่างดูเหมือนลูกชิ้นความสุขสี่ประการ [2]

            นางกำลังกังวลว่าจะนำพาหัวข้อการสนทนาไปสู่เรื่องของท่านพี่ใหญ่แห่งตระกูลมู่ได้อย่างไรแต่เป็นหลิงหลงที่ให้โอกาสนางเปิดการสนทนา

            "อ่า วันนี้การที่ได้พบน้องหญิงนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่าพูดถึงเรื่องที่ไม่มีความสุขเหล่านั้นเลย"

            มู่เฉิงอินโบกมือ ท่าทางราวกับว่าไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้

            ฮวาเหยียนตกตะลึง จะให้เป็นเยี่ยงนี้ได้อย่างไร?

            อย่างไรก็ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ให้ได้

            “ใช่เรื่ององค์หญิงฉู่รั่วหลานหรือไม่? นางรังแกพี่หญิงหรือ? ”

            ฮวาเหยียนหยิบยกหัวข้อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

            แต่ในความเป็นจริงนางย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่หญิงมู่และฉู่รั่วหลานนั้นเป็นอย่างไร

            “ไอ้หยา ข้าจะพูดอย่างไรดี พูดไปแล้วเรื่องนี้ค่อนข้างยาวนัก”

            มู่เฉิงอินพูดด้วยเสียงเบา

            นั่นทำให้ฮวาเหยียนรู้สึกร้อนรนแล้ว เช่นนั้นพี่หญิงมู่ท่านก็กล่าวให้มากขึ้นสักหน่อยสิ

            “แม่นางหลิงหลง บอกข้าที องค์หญิงฉุ่รังแกพี่หญิงมู่หรือ? ”

            ฮวาเหยียนถามหลิงหลง

            คำถามนี้ถือได้ว่าปลดปล่อยหลิงหลงให้อ้าปาก นางรีบพูดพล่ามขึ้นมาทันที

            “แม่นางเหยียน มิใช่เพราะว่าองค์หญิงฉู่รังแกคุณหนูหรอกหรือตั้งแต่ที่คุณหนูกับบุตรชายคนโตแห่งตระกูลมู่เจรจาเรื่องงานแต่งองค์หญิงฉู่ก็เอาแต่พยายามหาเรื่องจับผิดคุณหนูเรื่องราวไม่น่าฟังเหล่านั้นล้วนเป็นนางที่ป่าวประกาศออกมาจนหมดใส่ร้ายจนคุณหนูของข้าจนนอนไม่หลับ

            โชคดีที่วันนี้ได้พบกับแม่นางเหยียน ไม่เช่นนั้นองค์หญิงฉู่จะต้องทำให้คุณหนูของข้าอับอายขายหน้าอีกแน่ช่างน่ารังเกียจเสียจริง"

            ใบหน้าเล็กๆ ของหลิงหลงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่สงบ

            “หลิงหลง เจ้ากล่าวเกินไปแล้ว พวกเรามิอาจวิจารณ์องค์หญิงในที่สาธารณะได้ข้าบอกกี่ครั้งแล้ว เจ้าต้องใส่ใจต่อคำพูดและการกระทำ”

            มู่เฉิงอินส่งเสียงปรามแผ่วเบา

            “คุณหนู ที่นี่ไม่มีคนนอก มีแต่แม่นางเหยียน”

            หลิงหลงโต้กลับด้วยเสียงต่ำ

            มู่เฉิงอินจ้องไปที่นาง “เจ้านี่นะ ข้าควบคุมเจ้าไม่ได้แล้วไม่ใช่เคยบอกไว้แล้วหรือว่ากำแพงมีหูประตูมีตา? หากมีผู้ใดได้ยินเข้าข้าเกรงว่ามันย่อมเป็นปัญหาแน่”

             เชิงอรรถ

            [1]นู๋ปี้ คำที่นางกำนัลหรือข้ารับใช้ใช้เรียกแทนตัวเอง

            [2] ลูกชิ้นความสุขสี่ประการ 四喜丸子 sìxǐwánzi 四喜 ความสุขสี่ประการ

     

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663