สิ่งที่เขาเห็นเมื่อครู่มันขัดแย้งกับทุกสิ่งที่เขาเคยร่ำเรียนและฝึกฝนมาทั้งชีวิตยันต์เก้ายอดที่ถูกมองว่าเป็เพียงยันต์พื้นฐานสำหรับสิริมงคลและความคงกระพันเล็กๆน้อยๆ บัดนี้ได้สำแดงเดชในรูปแบบของการโจมตีที่รุนแรงและแม่นยำ เพียงเพราะการ"ปรับปรุง"โครงสร้างลายเส้นที่ดูเรียบง่ายแต่กลับส่งผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์
"หลักการ...หลักการของมันคืออะไรกันแน่ คุณภพ" อาจารย์เข้มเอ่ยถามในที่สุดน้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเ็ากลายเป็ความกระหายใคร่รู้เหมือนนักเรียนที่พบเจอตำราเล่มใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ภพเห็นประกายไฟในแววตาของครูฝึกแล้วก็ยิ้มออกมานี่คือสิ่งที่เขา้า... พันธมิตรที่มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ดั้งเดิมเพื่อที่เขาจะได้นำความรู้ทางวิศวกรรมมาต่อยอดได้อย่างถูกทิศทาง
"มันคือหลักการของการ 'รวมศูนย์' และ 'เพิ่มความหนาแน่น' ของพลังงานขอรับอาจารย์"ภพเริ่มอธิบายช้าๆ ชัดๆ โดยใช้คำอุปมาที่คนยุคนี้พอจะเข้าใจได้"เหมือนกับแว่นขยายที่รวมแสงอาทิตย์ให้เป็จุดเดียวจนสามารถจุดไฟได้พลังอาคมก็เช่นกัน หากเราปล่อยให้มันกระจายตัว พลังของมันก็อ่อน แต่ถ้าเราสร้าง 'ทางเดิน' หรือ 'ท่อส่ง' ที่เหมาะสมบีบอัดมันให้มารวมกันที่จุดเดียว อำนาจทำลายล้างของมันจะเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ"
เขาชี้ไปที่ลายยันต์ต้นฉบับ"ลายเส้นที่ข้าเพิ่มเข้าไป ก็คือ 'ท่อส่ง' ที่ว่านั่นเอง"
อาจารย์เข้มพยักหน้าช้าๆสมองของเขากำลังดูดซับแิใหม่นี้เข้าไป "น่าทึ่ง...ช่างน่าทึ่งเหลือเกิน..."เขามองหน้าภพด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความนับถืออย่างแท้จริง"ความคิดเช่นนี้...ต่อให้เป็ปรมาจารย์ด้านอาคมในราชสำนักก็ไม่เคยมีใครคิดได้"
"ข้ายังมีแิอื่นอีกมากขอรับ"ภพกล่าวต่อ จุดไฟให้ลุกโชนยิ่งขึ้น "หากเราเปลี่ยนรูปทรงของ 'ท่อส่ง' ล่ะ? ถ้าเราทำให้มันเป็เกลียวสว่านล่ะ? พลังที่ปล่อยออกไปอาจจะหมุนควงทำให้ทะลุทะลวงได้ดียิ่งขึ้น หรือถ้าเราสร้าง 'วาล์ว' เพื่อกักเก็บพลังงานไว้ก่อนแล้วค่อยปลดปล่อยออกมาในคราวเดียวล่ะขอรับ? แรงปะทะของมันจะรุนแรงขนาดไหน?"
ทุกประโยคที่ภพพูดออกมาเหมือนเป็การเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้อาจารย์เข้มดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จินตนาการตามภาพที่ภพวาดขึ้น"กะ...เก็บพลังไว้แล้วปล่อยทีเดียวรึ...เหมือนการง้างคันธนูจนสุดแล้วค่อยปล่อยสาย... พลังที่ได้คงจะมหาศาล!"
"ถูกต้องขอรับ" ภพยิ้มกว้าง"และทั้งหมดนี้... เราสามารถออกแบบมันได้บนกระดาษก่อนแล้วค่อยนำไปทดลอง"
อาจารย์เข้มหัวเราะออกมาเป็ครั้งแรกเสียงหัวเราะของเขาดังกังวาน ไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยแต่เป็เสียงหัวเราะของคนที่ได้พบเจอสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิต"ฮ่าๆๆๆ! ที่ท่านเ้าคุณบอกว่าท่านเอาแต่อ่านตำรากับวาดภาพไร้สาระ...ดูท่าข้าคงต้องไปบอกท่านเ้าคุณใหม่แล้วว่า ตำราที่ท่านอ่านและภาพที่ท่านวาด...มันอาจจะล้ำค่ายิ่งกว่าคลังสรรพาวุธของกรุงรัตนบุรินทร์เสียอีก!"
สายสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ได้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและแน่นแฟ้นในบัดดลการฝึกสอนในวันนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปโดยสิ้นเชิงแทนที่จะเป็การฝึกร่างกายและพื้นฐานการต่อสู้มันกลับกลายเป็การระดมสมองครั้งยิ่งใหญ่
ภพในฐานะ"วิศวกรผู้ออกแบบ" ได้วาดภาพลายยันต์ในรูปแบบต่างๆที่เขาคิดค้นขึ้นบนกระดาษข่อยโดยอาศัยหลักการทางฟิสิกส์และกลศาสตร์ที่อยู่ในหัวของเขา ทั้งหลักการของแรงบิด , การสะท้อน , การหักเหและการสร้างคลื่นกระแทก โดยแปลงแิเหล่านี้ให้กลายเป็ลายเส้นที่ซับซ้อน
ส่วนอาจารย์เข้ม ในฐานะ"ผู้เชี่ยวชาญภาคปฏิบัติ" ก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ "ภาษา"ของอาคมโบราณ บอกว่าสัญลักษณ์แบบไหนให้ผลด้านใดตามความเชื่อดั้งเดิมซึ่งเป็ข้อมูลที่ล้ำค่าสำหรับภพในการนำมาปรับใช้ และที่สำคัญที่สุดอาจารย์เข้มได้ใช้พลังอาคมจากยันต์เกราะเพชรของตนเองในการทดลองลายยันต์ใหม่ๆที่ภพวาดขึ้นบนกระดานชนวนทำให้พวกเขาสามารถเห็นผลลัพธ์และปรับแก้ข้อบกพร่องได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสี่ยงสักลงบนิัจริงๆ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเช้าจรดเที่ยง จากเที่ยงจรดบ่าย ลานฝึกที่เคยมีแต่เสียงดาบกระทบกันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงถกเถียงอย่างออกรส และเสียงะเิเล็กๆหรือแสงสว่างวาบจากการทดลองยันต์ครั้งแล้วครั้งเล่า
จนกระทั่งตะวันคล้อยต่ำลง...
"ข้าว่า... เราได้มันแล้ว"ภพพูดขึ้น ขณะมอง "แบบแปลน" สุดท้ายที่พวกเขาช่วยกันร่างขึ้นมามันคือลายยันต์เก้ายอดฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการปรับแก้มานับสิบครั้ง
มันไม่ใช่แค่การเพิ่มเส้นสายเพื่อรวมพลังอีกต่อไปแต่มีการเพิ่ม "อักขระ" เล็กๆ ที่อาจารย์เข้มแนะนำตามจุดเชื่อมต่อต่างๆเพื่อทำหน้าที่เหมือน "ตัวเก็บประจุ" และ "ตัวต้านทาน"ในวงจรไฟฟ้า และยังมีการดัดแปลงรูปทรงของยอดแหลมให้โค้งมนในบางจุดเพื่อควบคุมการไหลของพลังงานให้ราบรื่นยิ่งขึ้น
"ยันต์นี้..."อาจารย์เข้มมองมันด้วยแววตาเป็ประกาย "มันไม่ใช่ยันต์เก้ายอดอีกต่อไปแล้ว...มันคือสิ่งใหม่โดยสิ้นเชิงข้าไม่เคยเห็นลายยันต์ใดที่ซับซ้อนและงดงามด้วยหลักการเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต"
"และนี่จะเป็ยันต์แรกของข้า...ที่จะสักลงบนร่างกายจริงๆ" ภพประกาศความตั้งใจของเขา
อาจารย์เข้มมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที"คุณภพ ท่านแน่ใจแล้วรึ? การสักยันต์ใหม่ที่ไม่เคยมีใครใช้มาก่อนมีความเสี่ยงสูงหากการไหลเวียนของพลังผิดพลาด มันอาจทำลายเส้นพลังในร่างกายของท่านจนพิการหรืออาจจะ...ถึงแก่ชีวิตได้"
"ข้ามั่นใจขอรับ"ภพตอบอย่างหนักแน่น "เราทดลองบนกระดานชนวนมาทั้งวันแล้วผลของมันคงที่และเป็ไปตามที่เราคำนวณไว้ทุกครั้ง และที่สำคัญ...ด้วยพลังอาคมพื้นฐานอันน้อยนิดของข้า ต่อให้มันผิดพลาดขึ้นมาจริงๆความเสียหายก็คงไม่รุนแรงเท่ากับที่อาจารย์ทดลอง"
เขาพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว...เหตุผลที่แท้จริงคือเขามีเวลาแค่สามเดือนการจะฝึกฝนตามแบบแผนปกติไม่มีทางไล่ตามพวกยอดฝีมืออย่าง 'อัคคี' ได้ทันแน่นอน เขาต้องเดิมพัน...และนี่คือการเดิมพันที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีที่สุดแล้ว
อาจารย์เข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภพเมื่อเห็นความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอน เขาก็พยักหน้าอย่างยอมรับ "ก็ได้...ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว ข้าจะลงมือสักให้ท่านด้วยตัวเอง คืนนี้...เตรียมตัวให้พร้อม"
ค่ำคืนนั้น ณ เรือนพักเล็กๆของอาจารย์เข้ม บรรยากาศเต็มไปด้วยความขรึมขลังและศักดิ์สิทธิ์แสงเทียนสาดส่องให้เห็นร่างของภพที่นอนคว่ำอยู่บนเสื่อเผยให้เห็นแผ่นหลังที่เนียนเกลี้ยงมีเพียงยันต์เก้ายอดของเดิมขนาดเล็กอยู่บริเวณต้นคอ
อาจารย์เข้มกำลังทำพิธีไหว้ครูอัญเชิญบรมครูตามความเชื่อของเขาจากนั้นจึงหยิบเข็มสักที่ทำจากเหล็กกล้าปลายแหลมคมขึ้นมาเขาใช้เวลาครู่หนึ่งในการร่างแบบแปลนใหม่ทับลงไปบนแผ่นหลังของภพด้วยหมึกพิเศษ
"จะเริ่มแล้วนะขอรับ"อาจารย์เข้มกล่าวเตือนเป็ครั้งสุดท้าย
"เริ่มได้เลยขอรับอาจารย์" ภพตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
จึ่ก!
ความเจ็บแปลบแล่นปราดขึ้นมาทันทีที่ปลายเข็มจิ้มลงบนิัมันคือความเ็ปที่แท้จริง แต่ภพกัดฟันแน่นเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การสักลายสวยงาม แต่มันคือการ "จารึกวงจร"ลงบนร่างกายของเขา คือการติดตั้ง "ฮาร์ดแวร์" ชิ้นใหม่ที่จะพลิกชีวิตของเขาในโลกใบนี้ไปตลอดกาล
เสียงเข็มกระทบิัดังเป็จังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบของรัตติกาล...แผ่นหลังของภพค่อยๆ ปรากฏลายยันต์ที่ซับซ้อนและทรงพลังขึ้นทีละน้อย...
มันคือรอยสักแห่งการปฏิวัติ...และมันกำลังจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนบุรินทร์...