ตอนที่ 26 หวังว่าเสด็จพ่อจะส่งเสริม!
คำว่า ‘พ่ะย่ะค่ะ’ ของอ้านจิ่วก็เหมือนได้มอบลูกกลอนสงบใจเม็ดหนึ่งให้จิ้งเยี่ย เป็คำรับรองอันดีที่สุด เขาจึงไร้กังวลอีกต่อไป ต่อให้อ้านจิ่วจะไม่ใช่คนโดดเด่นที่สุดในองครักษ์ลับ ก็นับว่าเป็อันดับต้นๆ
เป็ไปตามคาด ในหลายห้องที่ทหารองครักษ์เฝ้าอยู่ล้วนมีเสียงต่อสู้ไม่มากก็น้อย มีเพียงห้อง ‘นางกำนัลผู้เป็เ้านาย’ ของอ้านจิ่วที่ไร้เสียงใดๆ ไม่นานทหารองครักษ์สองนายที่อยู่หน้าประตูก็ล้มลง เนื่องจากรู้ว่าเป็การประลอง ดังนั้นพวกองครักษ์ลับไม่มีทางทำร้ายคนจริงๆ ทุกคนพอเห็นทหารองครักษ์ล้มลงก็ไม่ได้เคร่งเครียดแม้แต่น้อย
จนกระทั่งตอนที่อ้านจิ่วพานางกำนัลกลับมา ถึงมีคนไปตรวจสอบอาการของทหารองครักษ์สองนายที่หน้าประตูห้อง พวกเขาบอกแค่ว่ามีอาการเวียนศีรษะเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมถึงล้มลงไปได้ ตอนนี้ถูกประคองขึ้นมาดูเหมือนจะหายดีแล้ว หาได้รู้สึกไม่สบายแต่อย่างใด
จิ้งเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย มองมืออ้านจิ่วที่โอบบนเอวนางกำนัลผู้นั้นขณะอุ้มอีกฝ่ายเหาะลงมาจากกลางอากาศ แววตาซู่ชิงอ๋องเริ่มจะเคร่งขรึมอยู่บ้าง
รัชทายาทหย่งหยวนจ้องอ้านจิ่วเขม็ง เ้านี่ออกไปช่วยคนช้าขนาดนี้ยังสามารถพานางกำนัลกลับมาเป็คนแรก ทหารองครักษ์พกดาบชั้นหนึ่งในวังหลวงยังถูกเ้าตัวปราบได้ง่ายดายขนาดนั้น ถึงขั้นไม่จำเป็ต้องให้เขาลงมือ เ้านี่ที่แท้ใช่คนหรือไม่
ความจริงอ้านจิ่วไม่ได้เก่งขนาดที่หย่งหยวนคิด เขาแค่ใช้อาวุธลับโจมตีทหารองครักษ์เ่าั้ โดยทำให้เวียนศีรษะชั่วครู่ ความรู้สึกนี้ไม่นานก็หายไป ชายหนุ่มเพียงอาศัยจังหวะเวลา และใช้ประโยชน์จากความแข็งแรงปราดเปรียวช่วยคนออกมาก็เท่านั้น
จิ้งเยี่ยกลับไม่ได้มองวรยุทธ์ของอ้านจิ่ว คิดแต่เพียงว่าช่วยคนต้องโอบเอวนางกำนัลผู้นั้นด้วยหรือ
แต่หากไม่ให้อ้านจิ่วโอบเอว แล้วจะให้หิ้ว หาม หรือแบกนางกันล่ะ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็สตรีคนหนึ่ง ทำเช่นนั้นดูจะไม่เหมาะนักกระมัง
ซู่ชิงอ๋องขมวดคิ้วเล็กน้อย มองเห็นใบหน้านางกำนัลยังคงแดงเรื่อหลังถูกอ้านจิ่ววางตัวลง สตรีผู้นี้จำเป็ต้องหน้าแดงถึงขั้นนั้นเชียวหรือ นางกำนัลคนอื่นๆ ก็ถูกองครักษ์ลับช่วยออกมาเช่นกัน เหตุใดไม่มีใครหน้าแดงเหมือนอีกฝ่ายเลยสักคน ทำราวกับอ้านจิ่วจะทำอะไรตนเสียแบบนั้น
‘ส่วนทำอะไรน่ะหรือ มันจะทำอะไรได้เล่า’ จิ้งเยี่ยพบว่าความคิดของเขามีแนวโน้มบางอย่างที่รับไม่ได้
ดีที่ฮองเฮาประกาศผลการประลองอย่างรวดเร็ว ผู้่ชิงที่หนึ่งมาได้ย่อมเป็อ้านจิ่ว เพียงแต่วันนี้เนื่องจากรีบร้อน จึงจัดได้แค่การประลองเล็กๆ ทุกคนรู้สึกว่ายังไม่ถึงใจ ถึงอย่างไรการประลองแบบนี้ของฮองเฮาก็ละมุนละม่อมเกินไป เหล่าบุรุษยังคงชอบดูการแลกเปลี่ยนวรยุทธ์
ฮ่องเต้เข้าใจความคิดของทุกคนจึงเริ่มวางแผนในใจ ครั้งต่อไปเขาจะจัดแข่งขันบนเวที เพื่อให้ทุกคนได้สนุกสนาน
ครั้นมองออกว่าเสด็จพ่อเบิกบานพระทัยและชื่นชมอ้านจิ่ว หย่งหยวนพลันรู้สึกว่านี่เป็โอกาสที่ดี หลังมองจิ้งเยี่ยด้วยสายตายั่วยุก็ลุกขึ้นยืน พลางประสานมือไปทางอวี่เสียงแล้วเอ่ย “เสด็จพ่อ ลูกมีเื่จะขอร้อง หวังว่าท่านจะส่งเสริม!”
ในใจจิ้งเยี่ยแอบร้องว่าแย่แล้ว ทว่าเื่นี้ก็อยู่ในความคาดเดา รัชทายาทผู้นี้จะต้องพูดเื่อ้านจิ่วแน่นอน จึงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เพียงนิ่งฟังโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน