โจวเหยาเซียนหน้าซีดราวกับไก่ต้ม ปากของมันอ้าค้างด้วยความไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้! เจ้าจะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลาได้อย่างไร!?”
โจวเหยาเซียนถือได้ว่าเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ชั้นในที่อาศัยอยู่ในสำนักจักรพรรดิดารามานานหลายปี มันย่อมแยกแยะออกอย่างง่ายดายเพียงแค่ได้ประมือกัน และมันก็ประเมินจางหลินว่าอีกฝ่ายต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตตื่นรู้ 1 ดาวอย่างแน่นอน
แต่กลับกลายเป็นว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายอยู่เพียงแค่ขอบเขตขัดเกลาเท่านั้น!
นั่นจะไม่ทำให้โจวเหยาเซียนตกตะลึงได้อย่างไร?
จางหลินโบกแขนเสื้อ วงแหวนวิญญาณยุทธ์ก็ค่อยๆจางหายไป “ที่นี้ก็เป็นการยืนยันแล้วว่าการกระทำของเจ้าเข้าข่ายกฎข้อห้ามของสำนัก หากเจ้าไม่รีบจากไปเสียตอนนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”
ดวงตาของโจวเหยาเซียนเย็นชา มันไม่คาดคิดเลยว่าแม้แต่ทาสชั้นต่ำก็ยังกล้าที่ข่มขู่มัน “หึ! สวะอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้!?”
หว่อง!
วงแหวนวิญญาณยุทธ์โคจรรอบร่างของโจวเหยาเซียนอย่างบ้าคลั่ง หอกในมือพลันส่องประกายด้วยสายฟ้าทำลายล้าง “ที่นี่คือสำนักจักรพรรดิดารา! ผู้ที่มีสถานะต่ำกว่าไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น! หากข้าอยากให้เจ้าตาย เจ้าก็ต้องตายที่นี่!”
เสียงตะคอกของมันดังกังวาน ทำให้ศิษย์ชั้นนอกต่างก็มองไปที่จางหลินด้วยความเห็นอกเห็นใจ
อย่างที่โจวเหยาเซียนกล่าว ที่นี่คือสำนักจักรพรรดิดารา คนอ่อนแอไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้!
พรึ่บ!
พรึ่บ!
หนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงมาปรากฏขึ้นต่อหน้าโจวเหยาเซียนด้วยท่าทางที่เป็นปฏิปักษ์ “เฟยหยาง ถอยออกไป ปล่อยที่นี่ให้พวกเราจัดการ”
แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางคลื่นพลังปราณที่กำลังโหมกระหน่ำ แต่การแสดงออกของจางหลินยังคงเรียบเฉย เขาเหลือบตามองไปยังทิศตะวันออกที่ซึ่งเป็นต้นไม้สูงใหญ่ พลางกล่าวขึ้นราวกับกำลังเรียกใครบางคน “มีศิษย์ป้ายทองคำของสำนักกำลังจะเข่นฆ่าผู้ดูแลพิเศษของตระกูลหนี่ที่อ่อนแอกว่าถึงสองขอบเขต หากท่านไม่คิดลงมาช่วยข้า ข้าสามารถรายงานการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของท่านไปยังผู้อาวุโสหลักของสำนักได้”
การตอบสนองของจางหลินทำให้ทุกคนเกิดความสับสนว่าเขากำลังพูดคุยอยู่กับใครกันแน่?
แม้แต่โจวเหยาเซียน หนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงก็มองไปรอบๆ แต่พวกเขากลับไม่พบร่องรอยหรือกลิ่นอายของผู้ใดเลย
โจวเหยาเซียนหันกลับมาและแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน “เจ้าสวะ! คิดจะเล่นเล่ห์ต่อหน้าข้างั้นรึ!?”
มันแน่ใจแล้วว่าโดยรอบไม่มีใครที่สามารถช่วยเหลือจางหลินได้ พริบตานั้นมันเตรียมย่ำเท้าและพุ่งไปข้างหน้าหมายจะแทงเขาด้วยหอกจนตาย!
แต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงหาววอดๆดังขึ้นจากทิศทางของต้นไม้ใหญ่ “เจ้าหนู เจ้ากล้ารบกวนเวลาพักผ่อนของชายชราผู้นี้ ช่างเป็นเด็กที่นิสัยไม่ดีเอาเสียเลย…”
พรึ่บ!
จู่ๆ ก็มีชายชราร่างท้วมจมูกโตและหลังค่อมปรากฏขึ้นกลางอากาศลอยอยู่เหนือร่างของคนทั้งสี่ ร่างนั้นค่อยๆลอยลงมาด้วยมือทั้งสองที่ไพล่หลังอย่างเกียจคร้าน
เมื่อมองเห็นชายชราที่ดูไม่สนโลก สีหน้าของโจวเหยาเซียน หนี่เหิงเหยียนและหนี่ซวงก็เปลี่ยนไป
ด้วยความยำเกรง พวกเขาทั้งสามรีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อมโดยไม่ได้นัดหมาย
“โจวเหยาเซียนคำนับผู้เฒ่าเฉา”
“หนี่เหิงเหยียนคำนับผู้เฒ่าเฉา”
“หนี่ซวงคำนับผู้เฒ่าเฉา”
ไม่ใช่แค่คนทั้งสามเท่านั้น แม้แต่ลูกศิษย์ทั้งหมดที่อยู่รายล้อมต่างก็ประสานมือและโค้งคำนับให้แก่ชายชราอย่างพร้อมเพรียงกัน
ชายชราที่ถูกเรียกว่าผู้เฒ่าเฉาโบกมือเล็กน้อย “ไม่ต้องมากพิธี”
จากนั้นเขามองไปที่จางหลินด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ไอ้เด็กเวรคนนี้เป็นใคร? ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน”
หนี่เหิงเหยียนรีบก้าวเข้ามาและประสานมือตอบกลับ “ผู้เฒ่าเฉา เขาคือผู้ดูแลพิเศษของตระกูลหนี่ นามว่าหยุนเฟยหยาง”
“ผู้ดูแลพิเศษ?” ผู้เฒ่าเฉาดูประหลาดใจเล็กน้อย พลางหันไปหาจางหลิน “เจ้าไม่ใช่ศิษย์ของสำนักหรอกหรือ?”
จางหลินส่ายหน้าเบาๆ “ข้าเป็นผู้ดูแลพิเศษที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลความปลอดภัยของคุณหนูน้อยตระกูลหนี่ ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสำนักจักรพรรดิดารา”
คิ้วของผู้เฒ่าเฉาเลิกขึ้น “เจ้าบอกว่าเจ้าไม่เกี่ยวข้องกับสำนักจักรพรรดิดารา แต่เจ้ากลับยกกฎของสำนักขึ้นมาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์นี้งั้นรึ? ดูเหมือนว่าเจ้าจะศึกษากฎของสำนักมาเป็นอย่างดี”
จางหลินไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า หากแต่ตอบกลับอย่างเรียบง่าย “ความขัดแย้งมีให้เห็นทุกหนแห่ง หากไม่มีความรู้ประดับตัวก็คงยากที่เอาชีวิตรอดจากบางสถานการณ์ได้”
ผู้เฒ่าเฉาเผลอยิ้มออกมา เขาลูบเคราสีขาวพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ไม่เลว ตระกูลหนี่เลือกผู้ดูแลพิเศษได้พิเศษตามชื่อจริงๆ”
คำชมของผู้เฒ่าเฉาทำให้โจวเหยาเซียน หนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนอ้าปากค้างไปตามๆกัน
ผู้เฒ่าเฉาคือผู้อาวุโสชั้นในของสำนัก และนับว่าเป็นชายชราหัวรั้นไม่ต่างจากหยุนเหวิน ทว่าสถานะของเขาพิเศษกว่าหยุนเหวินมาก แม้แต่ผู้อาวุโสชั้นในระดับสูงยังต้องให้ความเคารพแก่เขา
นั่นเป็นเหตุผลที่ลูกศิษย์หลายคนมักจะรู้สึกยำเกรงต่อผู้เฒ่าเฉาและไม่กล้าที่จะมีปากเสียงใดๆต่อหน้าเขา
ยิ่งการได้รับคำชมจากผู้เฒ่าเฉาด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้แล้วใหญ่
ดูเหมือนว่าจางหลินจะทำให้ผู้เฒ่าเฉาประทับใจพอสมควร
โจวเหยาเซียนที่มองจากที่ไกลๆก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้น
[ในเมื่อผู้เฒ่าเฉาอยู่ที่นี่ ข้าคงไม่มีโอกาสกุดหัวไอ้ขยะนั่นอีกต่อไป!]
[ครานี้เจ้าเสี่ยวหยวนหาเห็บใส่หัวให้ข้าแล้ว]
ผู้เฒ่าเฉากางมือป้องปากและหาวเสียงดัง จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังโจวเหยาเซียนราวกับกำลังออกคำสั่ง “โจวเหยาเซียน เนื่องจากเจ้าฝ่าฝืนกฎของสำนัก จงไปที่หอลงทัณฑ์และรับโทษของเจ้า จากนั้นเจ้าก็กลับไปที่เขตของเจ้าได้”
โจวเหยาเซียนไม่มีความกล้าที่จะต่อต้าน มันทำได้เพียงประสานมือและเก็บงำความอัดอั้นไว้ในใจ “ลูกศิษย์เข้าใจ”
มันไม่มีหน้าที่จะยืนอยู่ที่นี่ให้อับอายตนเองอีกต่อไป มันออกคำสั่งให้คนจากตระกูลโจวลากร่างที่หมดสติของโจวหยวนขึ้นรถม้าและกำลังจะจากไป
“รอ…” แต่จู่ๆเสียงของจางหลินก็ดังขึ้น ทำให้โจวเหยาเซียนหันกลับมาด้วยแววตาที่คั่งแค้น
จางหลินมองไปที่โจวเหยาเซียนและย้อนกลับคำพูดของมันเมื่อครู่อย่างใจเย็น “ที่นี่คือสำนักจักรพรรดิดารา ผู้ที่มีสถานะต่ำกว่าไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น...เจ้าเองก็เช่นกัน”
โจวเหยาเซียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็เกือบจะอาเจียนเป็นเลือด แต่มันก็ทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อด้วยเสียงเย็นชา “ไอ้ขยะ! เจ้าแค่รอ! ข้าจะให้เจ้าเผชิญกับความสิ้นหวังที่ยิ่งกว่าความตาย!”
ก่อนที่มันจะขึ้นรถม้าและหายเข้าสู่เส้นทางหลักของสำนักในทันที
แต่คำขู่ของโจวเหยาเซียนกลับไม่ได้ทำให้จางหลินสะทกสะท้าน เขาเพียงแค่ขดริมฝีปากอย่างดูถูก “ความสิ้นหวัง? แค่ขยะคิดจะมอบความสิ้นหวังให้ข้า? เจ้าประเมินตนเองสูงไป…”