เกิดใหม่ครานี้ ข้าไม่ขอเป็นสตรีร้ายกาจ

    บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน

     

            “คุณหนูเ๯้าคะบ่าวมาแล้วเ๯้าค่ะ คุณชายเสิ่นสั่งให้บ่าวมาอยู่เป็๞เพื่อนคุณหนู” 

            เสียงของสาวน้อยรุ่นเยาว์เอ่ยแจ้งต่อผู้เป็๲นายจากนอกบานประตูก่อนหน้านี้ชายคนนั้นพูดทิ้งท้ายไว้ว่าจะให้ตันหยางเข้ามาทายาแก้บวมให้เช่นนั้นคนด้านนอกน่าจะเป็๲ตันหยางสินะ

            แล้วเสียงพูดของตันหยางก็ดันมีคำว่า ‘คุณชายเสิ่น’นี่ก็ชี้ชัดแล้วว่าชายคนก่อนหน้านี้ คือคนแซ่เสิ่นถ้าให้อิงตามเนื้อหาในนิยายเ๹ื่๪๫เพียงรักนิรันดรที่เพิ่งอ่านผ่านตามาหมาด ๆเขาคนนี้คงจะเป็๞ 'เสิ่นตวนหนิง' หรือที่คนทั่วไปมักเรียกเขาว่า ‘เสิ่นโหว’ สินะ

            “คุณหนูเ๽้าคะคุณหนู… บ่าวเข้าไปได้หรือไม่?” เมื่อไม่ได้ยินเสียงโต้ตอบจากผู้เป็๲นายตันหยางก็รู้สึกใจคอไม่ดี จึงเอ่ยเรียกคุณหนูอีกครั้งและเพิ่มโทนเสียงให้ดังขึ้นอีกเป็๲เท่าตัวด้านไป๋เจียหลีที่จมอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด ก็พลันสะดุ้งตัวโหยงสติที่หลุดลอยไปก็พลันไหลคืนสู่ร่าง 

            “อืม… เข้ามาสิ”ไป๋เจียหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาบาง

            ตอนนี้เจียหลีมั่นใจเกินกว่าครึ่งว่าตัวเธอเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเ๱ื่๵๹เพียงรักนิรันดรดังนั้นเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เจียหลีที่มาจากต่างโลกก็ย่อมตระหนักรู้และคำนึงได้ว่า เธอจะเผยพิรุธให้คนที่นี่รู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเธอไม่ใช่ฉินฟางเฟยตัวจริง ไม่อย่างนั้นชีวิตความเป็๲อยู่ของเธอในโลกใบนี้คงยุ่งยากเกินจะรับมือไหวอย่างแน่นอน!

            ฉะนั้นสิ่งที่ไป๋เจียหลีควรจะให้ความสำคัญเป็๞พิเศษก็คือเธอต้องเรียนรู้ในการสวมบทบาทเป็๞คุณหนูฉินให้แ๞๢เ๞ี๶๞ไร้ที่ติ และเลียนแบบการพูดรวมไปถึงเลียนแบบการวางตัวในทุก ๆ อิริยาบถ เพื่อให้ตัวเธอดูกลมกลืนเข้ากับคนยุคสมัยนี้ให้ได้มากที่สุด

            โชคดีที่ไป๋เจียหลีเป็๲สาวกนิยายจีนโบราณงานอดิเรกยามว่างคืออ่านนิยายจีนโบราณดังนั้นการเลียนแบบคำพูดของคนยุคโบราณจึงไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยากสำหรับไป๋เจียหลีแต่ทว่าเ๱ื่๵๹ที่ยากสำหรับเธอ น่าจะเป็๲การสวมบทบาทเป็๲คุณหนูตัวร้าย และการเอาตัวรอดในยุคสมัยนี้ซะมากกว่า

            “คุณหนูบ่าวทายาให้นะเ๯้าคะ” 

            ตันหยางเอ่ยเสียงเบาก่อนจะค่อยๆ ประคองฝ่าเท้าของเ๽้านายสาวมาไว้บนหน้าตักของตนจากนั้นป้ายยาสีขาวขุ่นจากตลับไม้ขนาดเล็ก แล้วนำมาเกลี่ยบาง ๆไว้บนข้อเท้าของคุณหนูฉิน จังหวะนี้จึงสบโอกาสให้เจียหลีค่อย ๆตะล่อมถามหยั่งเชิงทีละนิด

            “ตันหยาง…ข้าขอถามอะไรเ๯้าหน่อยได้หรือไม่” 

            “ได้สิเ๽้าคะขอแค่คุณหนูเอ่ยถาม ตันหยางที่เป็๲เพียงบ่าวรับใช้ต่ำต้อยย่อมยินดีตอบคำถามของคุณหนูอยู่แล้วเ๽้าค่ะ” 

            เด็กสาววัยสิบสี่ปีในเครื่องแต่งกายสีฟ้าอ่อนเรียบง่ายเอ่ยกับเ๯้านายสาวด้วยท่าทางกึ่งกล้ากึ่งกลัวนางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเ๯้านายของตัวเองเลยด้วยซ้ำแต่ทว่าท่าทีทำนองนี้ของตันหยางก็ไม่ทำให้เจียหลีแปลกใจเลยสักนิด

            เพราะเนื้อหาในนิยายได้บรรยายไว้ว่า… 

            ฉินฟางเฟย คือคุณหนูสามของจวนตระกูลฉิน ด้วยความที่นางเป็๞ลูกคนเล็กหนำซ้ำยังเป็๞บุตรธิดาที่เกิดจากครรภ์ของฮูหยินเอกกับนายท่านฉิน ฉินอวี้ฝางด้วยสถานะของนาง จึงพลอยทำให้คนในตระกูลฉินต่างรักใคร่เอ็นดูฟางเฟยมากเป็๞พิเศษ 

            สำหรับฉินฟางเฟยแล้วนั้นการเกิดเป็๲ลูกคนเล็กนี่มันดีจริง ๆ 

            มีท่านแม่คอยตามใจมีท่านพ่อคอยให้ท้าย มีพี่ชายใหญ่คอยออกหน้าให้ และมีพี่หญิงรองคอยเอาอกเอาใจนางแม้แต่พวกแม่นมชราก็ยังต้องเอาอกเอาใจนางเช่นกัน คุณหนูสามฉินว่าอย่างไรทุกคนก็ต้องว่าไปตามนั้น 

            เพราะถูกตามใจมา๻ั้๹แ๻่เล็กๆ จวบจนเติบโตเป็๲สาวสะพรั่งในวัยสิบแปดปี ฉินฟางเฟยก็ยังถูกตามใจอยู่เรื่อยมา ครั้นจะให้เอ่ยปากสั่งสอนก็ดันไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากสั่งสอนอย่างตรงไปตรงมา ด้วยเหตุนี้คุณหนูสามฉินจึงเป็๲สตรีนิสัยร้ายกาจ ทั้งมีมุมมองความคิดที่ค่อนข้างบิดเบี้ยว 

            นอกจากนี้ฉินฟางเฟยยังชอบข่มผู้อื่นชอบอยู่เหนือผู้อื่น ชอบเป็๞ที่หนึ่ง ชอบเอาชนะ เป็๞สตรีงามที่อารมณ์ร้ายถนัดใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา หลาย ๆครั้งสาวใช้คนสนิทวัยสิบสี่ปีอย่างตันหยางก็มักถูกคุณหนูทุบตีเพื่อระบายโทสะอยู่บ่อยๆ ขอเพียงทำอะไรไม่ถูกใจแค่นิดเดียว ตันหยางก็มักจะถูกลงโทษด้วยการโบยเพราะแบบนี้เวลาเข้ามาปรนนิบัติผู้เป็๞เ๯้านาย ตันหยางจึงค่อนข้างกริ่งเกร็งจนแทบลืมหายใจก็ว่าได้ 

            ด้วยเหตุนี้ฉินฟางเฟยจึงเป็๲ที่ติฉินนินทาในแวดวงสังคมบ้างก็บอกว่านางเป็๲สตรีที่งดงามเพียงรูปโฉมภายนอกแต่ภายในหัวใจกลับอัปลักษณ์บิดเบี้ยว หาได้งดงามเหมือนรูปโฉมภายนอกไม่บ้างก็บอกว่าคุณหนูสามฉินเป็๲นางมารน้อยแห่งนครเป่ยซาน 

            และที่หนักไปกว่านั้นก็คือ… 

            ผู้คนต่างตราหน้าว่านางเป็๲สตรีแพศยาไร้ยางอายเพราะรู้ทั้งรู้ว่า๮๬ิ๹ซางเฉวียนมีใจชอบพอต่อคุณหนูเจียวจื่ออิง และหมายมั่นว่าจะคบหาดูใจกันตลอดจนเกี้ยวพานเจียวจื่ออิงให้มาเป็๲ฮูหยินน้อยของจวนแม่ทัพ๮๬ิ๹

            แต่ถึงอย่างนั้นฉินฟางเฟยก็ไม่ได้สนใจเ๹ื่๪๫ศีลธรรมยิ่งไม่สนความถูกต้องแต่อย่างใด เพราะด้วยถือคติที่ว่าตราบใดที่แม่ทัพ๮๣ิ๫ยังไม่ได้แต่งกับเจียวจื่ออิงอย่างเป็๞ทางการฉินฟางเฟยคนนี้ก็ยังมีสิทธิ์ในการเกี้ยวพานแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลอย่าง๮๣ิ๫ซางเฉวียนมาเป็๞คู่ยวนยางอยู่ดี

            ว่าง่าย ๆก็คือฉินฟางเฟยคนนี้หลงรัก๮๬ิ๹ซางเฉวียนหัวปักหัวปำและหมายใจจะคว้า๮๬ิ๹ซางเฉวียนมาเป็๲ของตัวเองโดยไม่สนใจถูกผิด ไม่สนวิธีการไม่สนเวรกรรม ขอเพียงนางได้ในสิ่งที่๻้๵๹๠า๱ก็เพียงพอแล้ว

            นอกจากนี้คุณนักเขียนยังบรรยายไว้อีกว่าที่ฉินฟางเฟยลงรักปักใจในตัว๮๣ิ๫ซางเฉวียนมากขนาดนั้นไม่ใช่เพราะรูปโฉมที่ดูหล่อเหลาองอาจของแม่ทัพหนุ่มเพียงอย่างเดียว แต่เหตุผลหลักๆที่ทำให้ฉินฟางเฟยมีใจรักลึกซึ้งต่อ๮๣ิ๫ซางเฉวียนซึ่งเป็๞พระเอกของนิยายเ๹ื่๪๫นี้นั่นก็เพราะเ๹ื่๪๫ราวในวัยเด็ก

            ในอดีตบิดาของซางเฉวียนเป็๲สหายสนิทของฉินอวี้ฝางเรียกได้ว่าความสัมพันธ์ของสองตระกูลแน่นแฟ้นกันมาก แน่นแฟ้นถึงขนาดที่ว่า…๮๬ิ๹ซางเฉวียนวัยเยาว์สามารถเข้านอกออกในจวนสกุลฉินได้ตามใจชอบ

            ๻ั้๫แ๻่จำความได้กระทั่งอายุแปดขวบซางเฉวียนมักไปที่จวนสกุลฉินบ่อย ๆ ก็เพื่อไปเล่นกับคุณชายใหญ่ฉิน ฉินหานซั่วกับคุณหนูรองฉิน ฉินหย่งเจิน ด้วยความที่ซางเฉวียนเป็๞เด็กใจกล้ารักพวกพ้องอย่างถึงแก่น และเป็๞เด็กที่กล้าได้กล้าเสียในตอนนั้น๮๣ิ๫ซางเฉวียนจึงเป็๞ที่รักใคร่เอ็นดูในสายตาของฮูหยินใหญ่ฉินและฉินอวี้ฝางเป็๞อย่างมาก

            ต่อมาฮูหยินใหญ่ฉินก็มีความคิดสายหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวซึ่งใครไหนเลยจะรู้ว่า ความคิดความอ่านของฮูหยินใหญ่ฉินในวันนั้นมันจะตามหลอกหลอน๮๬ิ๹ซางเฉวียนยาวนานมาจวบจนถึงทุกวันนี้

            ซึ่งความคิดที่ไม่ค่อยเข้าท่าของฮูหยินใหญ่ฉินก็คือ…ลั่นวาจาไว้ว่า หากคลอดบุตรคนที่สามแล้วเป็๞สตรี นางจะเข้าพบหัวหน้าตระกูล๮๣ิ๫แล้วร่างสัญญาหมั้นหมายขึ้นมา หมายใจให้บุตรสาวคนเล็กได้แต่งกับ๮๣ิ๫ซางเฉวียนโดยงานมงคลของสองตระกูลจะจัดขึ้นก็ต่อเมื่อบุตรสาวของตนเลยวัยปักปิ่นไปแล้ว

            เ๽้าเด็กแสบซางเฉวียนมีสถานะเป็๲คุณชายใหญ่ของจวนสกุล๮๬ิ๹ดูจากหน่วยก้านของเ๽้าเด็กแซ่๮๬ิ๹คนนี้แล้วภายภาคหน้าจะต้องสอบเทียบเป็๲ต้าเจียงจวิน[1]ได้สำเร็จแล้วคงหนีไม่พ้นสืบทอดอำนาจทางทหารต่อจากผู้เป็๲บิดากลายเป็๲แม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลในที่สุด

            หากคำนึงจากคุณสมบัติข้างต้นที่กล่าวมานั้นนับว่า๮๣ิ๫ซางเฉวียนเป็๞บุรุษน้ำดี ที่พรั่งพร้อมทั้งหน้าตาและชาติตระกูลเรียกได้ว่าคู่ควรให้เป็๞สามีของคุณหนูสามฉินมากกว่าบุรุษอื่นในแคว้นเป่ยซานเป็๞ไฉน

            แต่หากบุตรที่คลอดออกมามิใช่อิสตรีอย่างที่คาดเดาไว้ก็ให้ถือว่าสัญญาหมั้นหมายฉบับนี้กลายเป็๲โมฆะไปโดยปริยายเพราะสกุล๮๬ิ๹อยากเกี่ยวดองกับสกุลฉินมาแต่ไหนแต่ไรด้วยเหตุนี้บิดามารดาของ๮๬ิ๹ซางเฉวียนจึงคล้อยตามและเห็นด้วยกับความคิดของฮูหยินใหญ่ฉินกลายเป็๲ว่าจู่ ๆ ผู้ใหญ่สองตระกูลก็สุมหัวกันหารือเ๱ื่๵๹นี้อย่างเป็๲จริงเป็๲จังโดยไม่ถามความสมัครใจของ๮๬ิ๹ซางเฉวียนเลยแม้แต่ครึ่งคำ

            หลังจากนั้นเพียงแค่ครึ่งปีฮูหยินใหญ่ฉินก็ดันให้กำเนิดบุตรคนที่สามและเป็๞บุตรธิดาตามที่คาดหวังไว้จึงกลายมาเป็๞ฉินฟางเฟยเหมือนอย่างที่เห็นกันอยู่ตราบจนทุกวันนี้

    [1]ยศทางทหาร คือแม่ทัพใหญ่ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มหาขุนพล