บทที่ 30 สองพ่อลูก
“ย่าห์!!”
คนเป็นบิดาปลุกพลังของตนเองด้วยการตะโกนเสียงดัง ซูหยวนและเขาวางแผนจัดการเจ้าโคเขาแหลมกลายพันธุ์นี้ด้วยการให้คนเป็นบิดาคอยหลอกล่อและโจมตีพวกมัน ในขณะที่ซูหยวนจะอยู่ด้านหลังแล้วใช้พลั่วในมือของตนเองหาช่องโจมตี แน่นอนว่าที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้บิดาได้ฝึกฝนเหมือนกับต่อสู้จริง
ตราบเท่าที่เขาสามารถหลอกล่อโคเขาแหลมกลายพันธุ์และคอยสร้างบาดแผลได้ เท่ากับว่าเขาสามารถต่อสู้ได้จริงแล้ว แน่นอนว่าเธอบอกกับบิดาไม่ได้ว่าการจัดการโคเขาแหลมกลายพันธุ์พวกนี้สำหรับเธอไม่นับเป็นอะไรเลย มันจะดีกว่าถ้าเขาพยายามอย่างเต็มที่ และคอยปกป้องลูกของเขาไประหว่างการต่อสู้ด้วย
สิ่งนี้จะทำให้เขารักชีวิตของตนเอง และระมัดระวังในการต่อสู้ เธออยากให้เขาแบกรับความกดดันนี้เอาไว้จนกว่าจะเคยชิน เพื่อที่ว่าในอนาคตจะไม่หันหลังวิ่งโดยที่ไม่ได้สนใจว่ามีโอกาสรอดอยู่จริงหรือไม่....
ตึง ตึง ตึง!!
โคเขาแหลมกลายพันธุ์ยังมีนิสัยดุร้ายเหมือนกับที่คุ้นเคย มันกระทืบเท้าของตนเองและเตรียมตัวที่จะพุ่งทะยานมาโจมตีคนทั้งสอง ซูหยวนเบี่ยงกายหลบเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อยู่ในเป้าสายตาของมัน มองดูบิดาที่พยายามจะรับมือเฉกเช่นที่วางแผนเอาไว้
เคร้ง!!
ดาบแรกปะทะกับร่างของเจ้าโคเขาแหลมกลายพันธุ์จนสะบัดหลุดไปจากมือของชายวัยกลางคนทันที เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดเลยว่าแรงปะทะนี้จะมากกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก
“หนีไปซูหยวน!!” เมื่อเห็นว่าตนเองไร้อาวุธแล้ว เขาก็รีบร้องเตือนให้ลูกสาวหนีเอาตัวรอดทันที ไม่สนใจว่าตนเองอาจจะตกตายอยู่ที่นี่หรือไม่ ขอเพียงลูกสาววิ่งหนีออกไปได้ก็พอแล้ว
ฉึก!
อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เขาไม่คาดคิด อาวุธรูปทรงประหลาดที่ลูกสาวถือมาตลอดทางก็พุ่งออกไปข้างหน้า แทงเข้าที่ข้างลำคอของเจ้าโคเขาแหลมจนมันส่งเสียงกรีดร้องออกมา
“พ่อคะ รีบเก็บอาวุธเร็วเข้า หนูจะคอยหาโอกาสโจมตีนะคะ พ่อช่วยดึงสายตาของมันต่อไปทีค่ะ” ซูหยวนเอ่ยเตือน ทำให้คนเป็นบิดาได้สติกลับมา เขาแทบจะล้มลุกคลุกคลานเพื่อไปเอาดาบมาถือไว้ อย่างไรก็ตาม...เจ้าโคเขาแหลมที่ได้รับบาดเจ็บจากซูหยวนมากกว่าย่อมต้องมองหาซูหยวน
เด็กสาวยืนอยู่ท่ามกลางสายตาจับจ้องของเจ้าโคเขาแหลม เมื่อคนเป็นพ่อเห็นเช่นนั้น หัวใจของเขาก็ร่วงลงไปที่ตาตุ่ม
“อย่าทำร้ายลูกสาวของฉัน!!” ชายวัยกลางคนกู่ร้องก่อนจะกระโดดเข้ามา ซูหยวนมองดูท่าทางเงอะๆงะๆของอีกฝ่ายแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
กับบิดาที่เป็นเช่นนี้ คงจะต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อให้เขาฝึกฝนตนเอง หรือบางที...สามเดือนนี้ก็อาจจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เธอคาดหวังก็ได้
ถ้าเขาเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอ เธอก็จะบอกกับหัวหน้าว่างานนี้ขอทำคนเดียวดีกว่า เพราะถ้ามีตัวถ่วงเพิ่มเข้ามาในทีม งานที่คนจะเสร็จสบายๆก็จะกลายเป็นมีปัญหาที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นตลอดทาง ซูหยวนไม่ชอบที่จะต้องคอยมาแก้ปัญหาให้ ทว่า...ตอนนี้คนตรงหน้าก็คือ “พ่อ” ของเธอ ไม่สามารถโยนเขาทิ้งไปแล้วบอกว่าอย่ามาเป็นตัวถ่วงได้
เคร้ง!!
เพราะฟันไม่ดูจังหวะ ทั้งๆที่ซูหยวนก็เคยบอกไปแล้วว่าจุดอ่อนของพวกมันอยู่ที่ไหนบ้าง บิดาของเธอเหมือนกับพวกสติแตกที่สนใจแค่จะเอาตัวเองเข้าแลกเท่านั้น ถ้าเธอปล่อยให้เขามาล่าคนเดียวในวันแรก เชื่อได้เลยว่าจุดจบของเขาก็จะเป็นวันนี้นี่แหละ
“พ่อคอยรักษาตำแหน่งและมองดูการเคลื่อนไหวของมันให้ดีนะคะ ดาบที่เอาไปต่อสู้โดยตรงนั้นมีแต่จะทำให้พ่อเจ็บแขนเท่านั้น” ซูหยวนเอ่ยบอกหลังจากที่ดาบกระเด็นจากมือของบิดาไปอีกครั้งแล้ว
เด็กสาวยังคงใช้พลั่วในมือเพื่อดึงความสนใจของเจ้าโคเขาแหลมมาที่ตนเอง บิดาของเธอเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่รอให้ลูกสาวเรียกให้ลุกขึ้นมาสู้ เขารีบไปเก็บดาบที่กระเด็นออกไป เดิมทีตั้งใจจะกระโจนเข้ามาอีกครั้ง แต่ได้ยินเสียงของซูหยวนพูดขึ้นมาก่อน เขารู้สึกอับอายอยู่บ้าง อาวุธราคาแพงอยู่ในมือแท้ๆ ตัวเองกลับทำหลุดไปไม่รู้ต่อกี่ครั้ง เป็นเรื่องที่น่าอายจริงๆ!!
“ดาบที่สู้โดยตรงไม่ได้งั้นหรอ” เขาพึมพำก่อนจะมองดาบที่คมกริบในมือของตนเอง การปะทะกันกับแรงของเจ้าโคเขาแหลมทำให้ดาบมีรอยบิ่นเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นแล้ว
“ถึงมันจะคม แต่ก็ไม่ได้มีเอาไว้ทุบสินะ”
เหมือนว่าชายวัยกลางคนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ แรกเริ่มเป็นเพราะเขาตื่นเต้นและประหม่า ความตกใจและความกลัวทำให้เขาไม่สามารถคิดอะไรได้เลย แม้แต่ตอนที่เลือกอาวุธก็ยังไม่รู้ว่าตนเองชอบการต่อสู้แบบไหนด้วยซ้ำ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะชอบการปะทะมากกว่าการหลบเลี่ยง ทว่า...อาวุธนี้ก็ราคาแพงแล้ว จนกว่าจะเก็บเงินได้มากพอสำหรับซื้ออาวุธใหม่ เขาจะต้องเรียนรู้การใช้ดาบเอาตัวรอดให้ได้ก่อน
ชายวัยกลางคนพยายามอย่างมากที่จะเรียกความสนใจของเจ้าโคเขาแหลมกลับมา ครานี้ดีขึ้นแล้ว เพราะเขาไม่ปล่อยให้ดาบกระเด็นออกจากมือ ทั้งยังไม่ได้รับการโจมตีเต็มแรง ถึงอย่างนั้น....เมื่อเขาพยายามเบี่ยงวิถี ขาของเขากลับพันกันจนทำให้ตนเองล้มอยู่ข้างๆเจ้าโคเขาแหลมนั้น หากไม่ใช่เพราะซูหยวนเข้ามาโจมตีในจังหวะที่ถูกต้อง เชื่อได้เลยว่าเขาคงจะถูกมันเหยียบเข้าแล้ว
ในที่สุด หลังจากที่สองพ่อลูกรุมโจมตีเจ้าโคเขาแหลมตัวเดียวอยู่นานสองนาน ร่างใหญ่ของมันก็ล้มลงไป ลำตัวมีบาดแผลมากมาย แต่ไม่มีบาดแผลที่เกิดจากดาบสร้างอันตรายอะไรเลย มีเพียงรอยแผลจากคอของมันที่ซูหยวนใช้พลั่วแทงเข้าไปก็เท่านั้น
“พักกินข้าวก่อนเถอะค่ะ วันนี้พวกเราก็ได้รับแกนพลังงานแล้ว น่าจะขายได้สัก 900 หรือไม่ก็ 1,000 เครดิต” ซูหยวนส่งน้ำดื่มให้กับบิดา เขาเปิดช่องที่ปากเล็กน้อยเพื่อดูดน้ำเข้าไป แม้ว่าจะเป็นผู้ใช้พลังงาน แต่ร่างกายที่บอบบางของเขาก็ไม่เหมือนพวกนักล่าระดับสูงที่มีพลังงานมากมายจนกำจัดพิษได้
ดังนั้นตอนนี้จึงต้องระมัดระวังตนเองให้ดี ชุดป้องกันระดับต่ำยังเต็มไปด้วยเลือดสีเขียว ต่างจากลูกสาวที่ไม่มีรอยเปรอะเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดเจนเลยว่าความต่างของฝีมือมีมากขนาดไหน
“ตอนนี้พ่อเข้าใจแล้วว่าทำไมคนตระกูลจางจึงเห็นว่าลูกมีพรสวรรค์” เขาพูดออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ พร้อมกันกับความภาคภูมิใจเล็กๆในฐานะบิดาด้วย
“เป็นเพราะหนูเห็นการต่อสู้มามากแล้วค่ะ พ่อเองก็จะทำได้เหมือนกัน วันนี้พ่อประหม่าเกินไปหน่อยก็เท่านั้น” ซูหยวนแนะนำ
“ฮ่าๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำแนะนำจากลูกแบบนี้” ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ฉลาดเท่าซูหยวน แต่เมื่อได้นั่งอยู่กับตนเอง เขาก็ยังทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้
ปรากฏว่าเขานี่แหละที่ทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้น ทั้งๆที่อ่านข้อมูลกับลูกสาวมาแล้ว เจ้าโคเขาแหลมกลายพันธุ์มีจุดอ่อนตรงไหน จุดแข็งตรงไหนบ้าง แต่เมื่อต่อสู้จริง เขากลับลืมพวกมันไปเสียทั้งหมด แทนที่จะโจมตีจุดอ่อน กลับโจมตีไปที่จุดแข็งของมันจนมันเกือบจะทำลายดาบของเขาได้เสียอย่างนั้น
“หนูคิดว่าพ่อน่าจะถือโล่กับค้อนเป็นอาวุธดีกว่านะคะ” หลังจากที่เด็กสาวเงียบไปนาน สุดท้ายเธอก็พูดขึ้น
“โล่กับค้อน?”
“ใช่ค่ะ พ่อมีวิธีการโจมตีที่เป็นแบบของตัวเอง ขาของพ่อไม่เร็ว ไม่ค่อยคล่องแคล่วนัก ดังนั้นเวลาใช้ดาบก็เลยเป็นปัญหาค่ะ ดังนั้นถ้าพ่อใช้โล่เพื่อลดแรงกระแทกจากการโจมตี หลังจากนั้นก็ใช้ค้อนเพื่อทุบศัตรู สิ่งนี้น่าจะทำให้พ่อได้เปรียบมากขึ้นค่ะ”
“อ่า พ่อก็รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองเคลื่อนไหวได้ไม่ดี”
“ถ้าอย่างนั้น หลังจากออกไปก็เปลี่ยนอาวุธกันเถอะค่ะ”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไง ดาบนี้ก็ราคาแพงนะ รอจนกว่าพวกเราจะสามารถทำเงินได้มากก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนอาวุธก็ได้”
“ไม่ล่ะค่ะ ดาบนี้ยังเอาไปขายมือสองได้ราคา ถ้าพ่อยังใช้มันต่อ...มีแต่จะทำให้ดาบบิ่นหรือหักมากกว่าเดิม ตอนที่มันยังไม่พังก็ควรจะขายเอาเงินมาก่อนนะคะ หลังจากนั้นก็ลงทุนอาวุธดีๆเพื่อฝึกฝนตั้งแต่แรกดีกว่าค่ะ การเปลี่ยนรูปแบบไปมาจะทำให้ร่างกายสับสนได้นะคะ”
ซูหยวนโบกมือ สำหรับเธอตอนนี้ไม่ได้สำคัญที่เครดิต ขอเพียงพ่อของเธอสามารถเอาตัวรอดได้ สังหารเจ้าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียวได้ นั่นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของเธอแล้ว
ช่วงบ่ายของวัน ทั้งสองคนยังคงล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ตัวที่สองด้วยกัน ชายวัยกลางคนยังทำเหมือนเดิม แม้ว่าเขาจะเข้าใจว่าตนเองพลาดที่ตรงไหน แต่อาวุธในมือและวิธีการต่อสู้ไม่เข้ากันเสียเลย ดังนั้นจึงกลายเป็นปัญหาในการล่ามากกว่า ดีที่ซูหยวนคอยเข้ามาปิดจุดอ่อนนั้น ไม่อย่างนั้นคนเป็นบิดาน่าจะเจ็บตัวไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว
พอพวกเขาต้องกลับบ้าน ซูหยวนจึงพาพ่อของเธอไปที่ร้านขายอาวุธก่อนเป็นอันดับแรก วันนี้พวกเขาสองคนทำเงินได้ 2,000 เครดิตกับอีก 600 เครดิตจากซากขยะ ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มากมายในสายตาของชายวัยกลางคน เขาแทบจะบอกลูกสาวว่าไม่ต้องไปเรียนที่สถาบัน แต่ใช้ชีวิตเป็นนักล่าอยู่กับเขาที่นี่ให้ปลอดภัยอยู่แล้ว ดีที่ยังยั้งปากของตนเองเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะกลายเป็น “ตัวถ่วง” ของลูกจริงๆ
ซูหยวนใช้เงินอีก 30,500 เครดิตเพื่อซื้อโล่ลดแรงกระแทก และซื้อค้อนที่ใช้ในการต่อสู้ให้กับบิดา ของทั้งสองนี้ไม่ได้ใช้แกนพลังงานแต่อย่างใด ทว่ามันก็มีความแข็งแรงทนทานมากแล้วถ้าต้องการใช้กับการล่าสัตว์กลายพันธุ์ในเขต A
ดาบยาวนั้นขายกลับไปได้ด้วยราคาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เจ้าของร้านจำได้ว่าพวกเขาเพิ่งมาซื้อไปเมื่อเช้า ถึงจะมีรอยบิ่นแต่ก็ยังตีกลับคืนมาได้ แม้ว่าพ่ออันจะเสียดายเงินที่หายไปครึ่งหนึ่ง แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้
วันรุ่งขึ้น สองพ่อลูกก็มาที่พื้นที่ล่าเขต A อีกครั้ง ครานี้อาวุธใหม่ของชายวัยกลางคนทำให้เขาสามารถต่อสู้ได้ดีขึ้นจริงๆ ซูหยวนยังคงให้พ่อของเธออยู่แนวหน้า ฝึกซ้อมให้เขาสามารถล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียวได้ ชายอายุมากใช้การโจมตีด้วยการตั้งรับแบบที่เขาชอบ หากแต่สามารถปัดมันด้วยโล่เพื่อให้เปลี่ยนวิถีการวิ่งได้ด้วย
นับว่าพรสวรรค์ของเขาไม่ได้แย่เลยจริงๆ ทว่า....ก่อนที่จะได้ฟาดค้อนลงไป เจ้าโคเขาแหลมก็พุ่งไปไกลแล้ว ดังนั้นการที่จะสร้างบาดแผลให้เจ้าโคเขาแหลมยังเป็นส่วนที่ต้องพัฒนา
ซูหยวนถือว่าวันที่สองนี้ คนเป็นบิดาทำหน้าที่ของเขาในฐานะตัวชนได้ดีแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์เพียงพอในสายตาของเธอ
ความคิดเช่นนี้ ถ้านักล่ามือเก่าได้ยินเข้า พวกเขาคงจะกระอักเลือดแน่!
ใครเขาจะคิดได้แบบซูหยวนกัน คนหนึ่งคนจำเป็นต้องต้านได้ สู้ได้ แล้วก็ปิดฉากได้หรือ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ พวกเขาก็มีระดับเดียวกับพวกนักล่าระดับสูงที่มีการศึกษาแล้ว
ที่ผ่านมา นักล่าอย่างพวกเขาก็รวมตัวกันเพื่อที่จะทำให้ปิดจุดอ่อนจุดด้อยกันแบบนี้ไม่ใช่หรือ? คนหนึ่งหลอกล่อได้ ปัดป้องได้ นี่ก็นับว่าเป็นความสามารถที่ทีมต้องการแล้ว ส่วนคนที่อ่อนแอและไม่สามารถรับแรงกระแทกได้มากพอ ขอเพียงโจมตีได้ สร้างบาดแผลได้ก็จบแล้ว
ใครกันที่จะต้องการพัฒนาพ่อของตัวเองให้ฆ่าโคเขาแหลมได้ด้วยตัวคนเดียวน่ะ! คนที่คิดเช่นนี้ได้ก็มีแค่ซูหยวนเท่านั้น
สองพ่อลูกไม่ได้รู้ว่ามาตรฐานที่ตั้งเอาไว้สูงเกินความจำเป็น ดังนั้นพวกเขาจึงใช้เวลาตลอดทั้งเดือนเพื่อทำให้ชายวัยกลางคนโจมตีโคเขาแหลมกลายพันธุ์ได้สักครั้ง โชคดีจริงๆที่ระดับของชายวัยกลางคนพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำดื่มจากฟาร์มของซูหยวนหรือไม่ แต่พลังของชายวัยกลางคนก็เพิ่มมากขึ้นจนทำให้เขาต้านแรงชนของโคเขาแหลมได้ดีขึ้นแล้ว
ปัง!!
ในที่สุด ค้อนขนาดใหญ่ก็ทุบลงบนหัวของเจ้าโคเขาแหลมแทนที่จะเป็นดินตรงหน้าเสียที! คนเป็นบิดาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ หลายวันมานี้เขาสนุกกับการต่อสู้ขึ้นมาก นี่อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้เหลือแค่ความสิ้นหวังเหมือนตอนแรกๆแล้ว ทว่า...เมื่อเจ้าโคเขาแหลมกำลังสับสน บวกกับชายวัยกลางคนที่กำลังดีใจ เขากลับไม่รีบโจมตีมันเพื่อจบการต่อสู้ การแสดงออกเช่นนี้ทำให้ซูหยวนเอ่ยปากตำหนิขึ้นมาอีกครั้ง
“ถ้าพ่อไม่ใช้โอกาสที่มีเพื่อจัดการ เท่ากับว่าที่พวกเราทำมาตั้งแต่ต้นสูญเปล่าค่ะ”
เธอเอ่ยเตือน พร้อมกับเจ้าโคเขาแหลมที่ติดสถานะสับสนได้หายมึนงงแล้ว มันจ้องมายังร่างของชายวัยกลางคนพร้อมกับพลังที่เต็มเปี่ยมมากกว่าเดิม เท้ายังคงกระทืบไปที่พื้นและเตรียมที่จะพุ่งเข้ามาทำร้ายคนแล้ว
ปัง!!
“อั่ก!!” เพราะไม่ทันได้ตั้งตัว เขาจึงมีระยะห่างกับเจ้าโคเขาแหลมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แรงปะทะนี้ทำให้พ่ออันกระเด็นออกไป โล่ในมือหลุดไปอีกครั้ง ราวกับต้องการย้อนความทรงจำในวันแรกของเขา
ชายวัยกลางคนรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ลูกสาวจะรับช่วงต่อหรือ? ทำไมหลังจากที่เขาโจมตีได้ เธอกลับยืนอยู่ไกลๆแล้วไม่เข้ามาจัดการต่อล่ะ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้รู้เลย...หลังจากนี้อีก 2 เดือน ลูกสาวที่เขารักจะเป็นเพียง “ผู้ชม” ที่ดีก็เท่านั้น เขาจะไม่เห็นการขยับพลั่วที่แม่นยำของลูกสาวอีกต่อไป.....
……………………………………..