เช้าวันหนึ่ง เมื่อวายุไปทำงานแล้ว พระพรายเอาชุดสูทของวายุ ลงมาที่ร้านซักรีด ที่อยู่ชั้นล่างคอนโด
ป้าเ้าของร้าน ชื่อ สมร เห็นพระพรายมาซักสูทเกือบปีแล้ว เห็นพระพรายดูเรียบร้อยน่ารักจึงถามขึ้นมาว่า
“อยู่ที่นี้เหรอจ๊ะ” สมร ป้าเ้าของร้านซักรีด ถามขึ้น เจี๊ยบ หลานสาวของสมรที่อายุไล่เลียกับพระพราย ก็สนใจมายืนฟัง เพราะพระพรายหน้าตาดีมาก
“คะ ครับ” พระพรายยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“มีแฟนหรือยังค่ะ” เจี๊ยบหลานสาวป้าร้านซักรีดถามขึ้นทันที
“ตะ แต่งงานแล้วครับ” พระพรายรีบตอบทันที
“จริงเหรอ เสียดายจัง” เจี๊ยบ หลานสาวป้าร้านซักรีด พึมพำเบาๆ
สมร ได้พูดคุยกับพระพรายก็พอจะรู้แล้วว่าพระพรายเป็เด็กพิเศษ จึงเกิดความสงสัยว่า อายุยังน้อยทำไมถึงแต่งงานแล้ว
“แต่งงานแล้ว นอนเตียงเดียวกับแฟนหรือเปล่า” สมร เห็นว่าพระพรายเหมือนเด็กๆ จึงเกิดความอยากรู้
“มะ ไม่ครับ” พระพรายรีบส่ายหน้า ตอบตามตรง
“นั่นสิ ดูยังไม่ค่อยรู้เื่เหมือนเด็กแบบนี้ พ่อแม่ให้แต่งเหรอ” สมรยังสงสัยถามต่อไปอีก
“คะ ครับ” พระพรายรีบพยักหน้า ตอบตามตรง
“ชอบคนที่แต่งด้วยไหม” สมร ถามขึ้นมาด้วยความสงสาร
“ชะ ชอบครับ” พระพราย พยักหน้าตอบตามความจริงเหมือนเคย เพราะแม่สอนเขาว่าไม่ให้โกหก
เมื่อได้ยินแบบนั้น สมรเห็นความเป็เด็กในตัวพระพราย และความใสซื่อ จึงเกิดความสงสารคิดว่า ถ้าเป็แบบนี้ผู้หญิงอาจจะนอกใจหรือมีชู้ก็ได้ (สมรคิดว่าพระพราย แต่งกับผู้หญิง) “อย่าหาว่าป้าสอนเลยนะ แต่งงานกันแล้ว ต้องนอนเตียงเดียวกันรู้ไหม แฟนจะได้ไม่เบื่อไปมีคนอื่น” สมร สอนด้วยความสงสาร
“คะ ครับ” พระพราย ตั้งใจฟังพยักหน้า
“เคยกอด จูบ กับแฟนหรือยัง” สมรยังสัมภาษณ์ต่อ เพราะไม่คิดว่าพระพรายจะทำอะไรแบบนี้เป็ พระพรายก้มหน้า ส่ายหน้าด้วยความเขิน
เป็อย่างที่สมรคิดไว้ พระพรายคงทำอะไรแบบนี้ยังไม่เป็เพราะเขาเป็เด็กพิเศษเหมือนเด็กๆ
“เป็ผัวเมียกันนะ ห้ามเขิน ห้ามอายนะ ต้องกอด จูบ แฟนตัวเองด้วย เขาจะได้ไม่ไปทำกับคนอื่น” สมรยังแนะนำต่อไป อยากให้พระพรายมีชีวิตแต่งงานเหมือนคนอื่น
พระพรายเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็สนใจตั้งใจฟัง เพราะเขาก็ไม่อยากให้วายุ พาผู้หญิงมานอนค้างที่คอนโด ่นี้พระพรายรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นวายุพาผู้หญิงมาค้างด้วย หนุ่มน้อยหน้าสวยไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ ของตัวเอง
“คะ ครับ” พระพราย พยักหน้ารับทราบ ในใจคิดว่าถ้าเขากอดจูบกับวายุแล้ว วายุจะพาผู้หญิงมาค้างอีกไหนนะ ถ้าไม่พาแล้วก็ดีเลย พระพรายกำลังตัดสินใจอะไรอยู่ในใจ
เมื่อวายุ กลับมาจากทำงานในตอนเย็น พระพรายทำอาหารเย็นกินข้าวเย็น เสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงพระพรายก็เคาะประตูห้องของวายุ
“มีอะไรเหรอ” วายุถามขึ้นมา เพราะพระพรายเข้ามาแล้วก็ยืนก้มหน้านิ่ง สองมือจับกันบิดไปมาอยู่
“คะ คือ” พระพราย ยังก้มหน้าพูดเบาๆ มือยังจับกันไปมาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะพูดดีไหม
“อยากได้อะไร หรือให้พี่ช่วยอะไร บอกมาตามตรงเลย พระพรายเป็เมียพี่แล้วนะ” วายุ ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานมายืนตรงหน้าพระพราย เขาคิดว่าพระพราย้าความช่วยเหลือแต่คงเกรงใจเขา วายุจึงเอ่ยคำว่าเมียขึ้นมา
“กะ กอดได้ไหมครับ” พระพราย ก้มหน้าเขิน รวบรวมความกล้า ในที่สุดก็ตัดสินใจพูดขึ้นมา
“ได้สิ” วายุ รีบสวมกอดพระพรายทันที เขานึกว่าพระพรายคงกำลังเศร้าคิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมา วายุลูบหลังเบาๆ ปลอบใจ
เมื่อถูกวายุสวมกอดแน่น พระพรายก็กอดวายุเช่นกัน หัวใจของหนุ่มน้อยหน้าสวยพระพรายตอนนี้เต้นแรงไม่เป็จังหวะ เขาตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ดีขึ้นไหม” วายุ ถามด้วยความเป็ห่วง ลูบหัวพระพรายเบาๆ
“คะ ครับ” พระพราย ซุกหน้าลงที่ไหล่ของวายุ ส่วนวายุนั้นเอามือลูบหลังปลอบใจ พระพรายเบาๆ
“พระพรายมากอดพี่ได้ตลอดเลยนะ” วายุ ยังปลอบใจต่อ
พระพรายพยักหน้า ปล่อยมือจากวายุ เพราะตอนนี้หัวใจเขาเต้นแรงไม่เป็จังหวะ รู้สึกแปลกๆ จึง้ากลับห้องนอนตัวเอง
“ปะ ไปนอนแล้วครับ” พระพรายก้มหน้าด้วยความเขินรีบเดินออกจากห้องวายุไป เมื่อวายุเห็นว่าพระพรายหน้าแดงเพราะความเขินอายก็อมยิ้ม
เช้าวันต่อมา วายุที่ใส่รองเท้าแล้ว มีพระพรายยืนรอยื่นถุงเข้ากลางวันให้อยู่ที่หน้าประตู วายุจำหน้าแดงๆ ของพระพรายเมื่อคืนได้ จึงได้เอ่ยขึ้นมาว่า
“อยากกอดไหม” วายุ อ้าแขนกว้าง
พระพรายจำที่สมรบอกเขาไว้ได้ว่า ให้กอดจูบแฟน แฟนจะได้ไม่เบื่อเรา
“คะ ครับ” พระพราย เดินเข้าไปหาวายุ แล้วกอดวายุเบาๆ
วายุ กอดพระพรายสักครู่แล้ว ปล่อยมือออก รับข้าวกล่องจากมือของพระพราย ที่ตอนนี้หน้าพระพรายแดงอีกแล้ว ทำให้วายุยิ้มกว้าง
“ไปแล้วนะ” วันนี้เป็วายุที่ยิ้มหวานให้พระพราย เพราะหนุ่มน้อยหน้าสวยมัวแต่ก้มหน้าแดงเขินอยู่
ตอนเย็น วายุเลิกงานรีบกลับบ้าน ตอนทำงานเขานั่งอมยิ้มนึกถึงหน้าแดงๆ เขินอายของพระพรายทั้งวัน
“พี่ซื้อฟองน้ำสำหรับหัดว่ายน้ำกับกางเกงว่ายน้ำมาให้ พี่จะหัดว่ายน้ำให้” วายุ ยกถุงที่ซื้อกลับมาบ้านด้วยโชว์พระพราย
“คะ ครับ” พระพราย ยิ้มบางพยักหน้า
ทั้งสองคนมาที่สระว่ายน้ำของคอนโด
“ถอดเสื้อสิ” วายุ พูดในขณะที่เขากำลังถอดเสื้อผ้าเหลือแค่เพียงกางเกงว่ายน้ำ
“คะ ครับ” พระพราย ถอดเสื้อผ้าเหมือนกัน
วายุ เมื่อเห็นรูปร่างที่ผอมเพรียว ผิวขาวเนียนของพระพรายเขาก็เผลอจ้องมองรูปร่างนั้น
“อะ เออ” พระพราย เห็นวายุจ้องมองเขาไม่พูดอะไรจึงเอ่ยขึ้นมา
“อ้อ นี้ฟองน้ำ เอารัดเอวไว้นะ อันนี้แผ่นโฟมจับไว้เวลาอยู่ในน้ำนะ” วายุ เมื่อตั้งสติได้ ยื่นฟองน้ำรัดเอวให้กับพระพราย
พระพรายลงไปในน้ำพร้อมกับอุปกรณ์ ทำให้เขาเล่นน้ำได้ไม่จม วายุว่ายน้ำออกกำลังกายอยู่สักพัก ก็เข้ามาประชิดตัวพระพราย
“ปล่อยแผ่นนี้สิ หัดว่ายเองดู ไม่จมหรอกมีฟองน้ำพยุงเอวอยู่” วายุ จับแผ่นโฟมโยนไปอีกทาง เมื่อไม่มีแผ่นโฟมให้เกาะ พระพรายรีบกอดคอของวายุทันที
พระพรายกอดคอวายุแน่นเหมือนเด็ก วายุเองก็กอดเอวพระพรายไว้แน่นเช่นกัน เมื่อทั้งสองได้กอดกันแนบชิด ััด้วยร่างเกือบเปลือยของอีกฝ่าย วายุที่คิดไปไกล รู้สึกผิดรีบแกะพระพรายออกจากตัว
“น้ำแค่หัวไหล่ ไม่จมหรอก ลองดูสิ” วายุ ให้กำลังใจ
แต่วายุ สูง 185 ส่วนพระพรายสูง 172 สำหรับพระพราย น้ำลึก 150 ซม. ก็ลึกสำหรับเขาแล้ว
“ลองดู” วายุ ยังเชียร์ต่อเมื่อเห็นพระพรายยังเกาะไหล่ของเขาอยู่
พระพรายลองปล่อยมือ แล้วว่ายเองเพียงครู่ก็ทำท่าจะจม วายุจึงต้องกอดไว้อีกรอบ พระพรายเองก็กอดวายุแน่น เมื่อทั้งคู่กอดกันด้วยร่างเกือบเปลือย พระพรายก็หน้าแดง หูแดง จนวายุสังเกตได้
“พะ พอแล้วครับ ผมอยากกลับแล้ว” พระพรายพูดขึ้นมาเมื่อเห็นวายุ จ้องมองหน้าเขา
“อ้อ ได้ๆ” วายุ เพิ่งรู้ตัวว่าจ้องหน้าแดงๆ ของพระพรายจนทำให้พระพรายเขิน
ก่อนนอนคืนนั้น เป็วายุที่มาเคาะห้องของพระพราย
“อยากกอดไหม” วายุ อ้าแขนกว้าง พระพรายที่กำลังกอดตุ๊กตาหมีของเขาอยู่ ก็เดินไปกอดวายุแน่น เพียงครู่พระพรายก็เงยหน้าขึ้น หน้าของพระพรายแดงก่ำ วายุมองหน้าคนที่อยู่ในอ้อมกอดตอนนี้ มองที่ริมฝีปากสีชมพู
วายุกำลังจะก้มลงจูบพระพราย แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรเกินเลยกับเด็กอย่างพระพราย จึงรีบขอตัวออกจากห้องนอนของพระพรายไป
****ขอบคุณที่แวะมาอ่านเื่นี้จ้า****