นิโคลัสตาถลน ไคน์อ้าปากหวอ
ณ ขณะนี้ ฝูง Darkness Daughter Fairy จำนวน 11-12 ตนกำลังบินฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศไม่สูงมากนัก พวกเธอเหมือนกับเด็กตัวน้อยๆ อายุไม่เกินสิบสองขวบ
จุดเด่นหลักคือแก้ผ้าล่อนจ้อนท้าแดดท้าฝน ส่วนละอองระยิบระยิบจากปีกบางคู่งามมีผลทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดอาการหลงใหลคล้อยตามถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งพอ เหยื่ออาจถูกสะกดจิตให้มัวเมาได้ง่าย ๆ
ไคน์เผยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ชูคทาเวทขึ้นเหนือศีรษะลูกแก้วคริสตัลส่องแสงสีขาวขมุกขมัว ขับไล่ไอดำมืดมนที่มองแทบไม่เห็น ด้วยดีบัฟพิลึกกึกกือของตนเองจึงสามารถเพิกเฉยผลพวงด้านลบจากละอองเ่าั้ได้แบบไม่ยากเย็น
นิโคลัสสภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เืกำเดาเริ่มไหลแต่ไม่มีเวลาเอากระดาษขึ้นมาอุดจมูกเขากวัดแกว่งดาบคู่ใจไปมา
ดาบหน้าตาโง่ ๆ เล่มนี้ไม่ใช่ดาบธรรมดา เป็อาวุธที่ถูกตีขึ้นด้วยพลังเสี้ยวหนึ่งของเทพธิดาที่เคยหลงเหลือแก่ลูกหลานเอาไว้เป็ของแสลงต่อพลังด้านมืดและสิ่งอัปมงคล
ต้นกล้าวัยเยาว์ที่ถูกเลือกทุกคนเมื่อผ่านการฝึกฝนจนช่ำชองจะได้รับอาวุธสืบทอดต่อจากต้นกล้ารุ่นก่อนนิโคลัสก็เช่นเดียวกัน นอกเสียจากเขาจะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต ดาบเล่มนี้จึงจะถูกสมาพันธ์ริบกลับคืนไป
“ไม่เคยได้ยินว่าแฟรี่เดินทางได้ไกลขนาดนี้”
“ไม่ใช่บินมา แต่น่าจะเป็พวกหลุดรอดออกมาจากช่องโหว่ทางผนึกธรรมชาติมากกว่า”
จอมเวทย์หนุ่มเชื่อเช่นนั้นไกลจากหมู่บ้านโฮปฮิลด์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่าห้าร้อยกิโลเมตรบริเวณนั้นถูกระบุว่ามีป่าแห่งเวทมนตร์แห่งที่สามซ่อนตัวอยู่บุคคลที่ค้นพบคนแรกเป็ขุนนางเฒ่ายศเอิร์ล
ป่าพิศวงผืนใหม่นี้ยังไม่เคยมีใครแก้ปริศนาได้ไม่เคยมีผู้ใดเดินผ่านเข้าไปถึงใจกลางได้หากมองจากบนท้องฟ้าจะแลเห็นเพียงบริเวณพื้นที่เขียวชอุ่มแบบป่าทั่วไป หากหลงเข้าไปมันก็เสมือนเขาวงกตดี ๆ นี่เอง หากโชคดีก็จะหลุดออกมาได้ แต่ก็กินเวลาหลายวันหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน
หลังจากตรวจสอบรอบนอก เบื้องบนได้สรุปออกมาว่าด้านในอาจเต็มไปด้วยพลังงานมานาที่ปนเปื้อนประปรายคาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณสองร้อยปี การกีดกั้นของโลกจะเสื่อมสภาพลง ดินแดนแห่งนี้จะค่อยๆ ปรากฏสู่สายตา เหมือนกับป่าเวทมนตร์แห่งอื่น ๆ
เล่าลือกันว่าป่าเวทมนตร์คือดินแดนลับแลเกิดขึ้นมาพร้อมกับการกำเนิดของดวงดาว เป็ดินแดนลับที่เดินทางเข้าออกได้ยากจำเป็ต้องมีขั้นตอนยุ่งยากเพื่อทะลุผ่านเข้าไป
ในดินแดนมนุษย์เคยมีอยู่ทั้งหมดด้วยกันสองแห่ง หนึ่งในนั้นคือป่าเวทมนตร์ซึ่งเป็ที่รู้จักกว้างขวางและมีชื่อเสียงมากที่สุดคือดินแดนบ้านเกิดของพวกเอลฟ์ป่าใจกลางอาณาเขตมีต้นไม้โลกแผ่กิ่งก้านสาขาแทบบดบังท้องฟ้าแถบนั้น
ปัจจุบัน ดินแดนของเอลฟ์ได้เปิดเผยสู่โลกภายนอก เป็อีกหนึ่งขุมอำนาจเก่าแก่ที่ดูแคลนไม่ได้ป่าเวทมนตร์ของเผ่าหูแหลมกลายเป็สถานที่ท่องเที่ยวชื่นชมแหล่งธรรมชาติแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย
ต้นไม้โลกเมื่อวันวาน บัดนี้เปลี่ยนเป็จุดแลนมาร์คที่สำคัญแต่ละปีสามารถดูดดึงนักท่องเที่ยวต่างเผ่าได้จำนวนมาก ผลผลิตที่มีชื่อเสียงเห็นจะเป็ใบชาและเหล้าผลไม้นานาชนิด
ข่าวล่าสุดในหน้าหนังสือพิมพ์เวทมนตร์บอกว่าพวกเอลฟ์เพิ่งขุดเจอตาบ่อน้ำพุร้อนพวกเขาคิดจะทำออนเซ็นขึ้นมา น่าจะกลายเป็แหล่งทำเงินมหาศาลในอนาคต
ย้อนกลับมาที่สถานการณ์อันน่าสิ่วน่าขวาน ไคน์เคยอ่านข้อมูลของมอนสเตอร์ชนิดนี้มานานแล้ว
ใน่ที่อาณาจักรพยายามฝืนส่งพลทหารหนึ่งร้อยนายเข้าไปสำรวจป่าเวทแห่งที่สามพวกเขาเจอกับอันตรายนานัปการ รุดหน้าไม่กี่สิบโลเมตรก็ต้องถอยกลับออกมา
สุดท้าย ที่หนีรอดออกมาได้เหลือเพียงแค่สิบสามคนในสภาพล่อแล่จากคำให้การแบบละเอียด สิ่งมีชีวิตที่ฆ่าพวกพลทหารตายเป็เบือคือแฟรี่ตัวน้อยเหล่านี้นั่นเอง
“พี่ชาย มามะ อิอิ มาเล่นกัน!”
“หนวกหู! จะสู้ก็เข้ามาสิวะ!”
นิโคลัสยกมืออุดรูจมูก
“นิ่งไว้ก่อนนิค! พวกเราจะปลอดภัยชั่วคราวพวกเธอไม่มีทางโจมตีเราตอนนี้ แต่นายต้องตั้งสติเอาไว้ อย่าต้องสติแตกจนหลุมพรางพวกเธอ”
สิ่งมีชีวิตจากป่าเวทมนตร์แถมยังพอมีสติปัญญาย่อมรับมือยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าต้านรับไม่ได้
แฟรี่หายากซึ่งเปรียบกับภัยพิบัติย่อม ๆ ชนิดนี้ ตัวอ่อนแอสุดมีกำลังรบขั้นต่ำโดยเฉลี่ยเท่ากับนิวออร์คระดับนายทหาร5-6 ตัว นักรบเข้าถึงตัวยาก สิ่งที่ต้องระวังคือดีบัฟโจมตีด้านจิตใจสำหรับพวกเขาสองคน การกำจัดพวกเธอทั้งหมดโดยเร็วเป็เื่ที่เหนื่อยเกินไป
นิโคลัสที่กำลังกวัดแกว่งดาบอย่างระแวดระวังถึงกลับหยุดชะงักมีสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ รายละเอียดเกี่ยวกับมอนสเตอร์ประเภทหายากจึงมีไม่มาก
จอมเวทย์หนุ่มแอบส่งสัญญาณให้เพื่อนก้าวถอยหลังทีละช้า ๆ ส่วนตนเองก็เริ่มอธิบายต่อไป
“ดาร์กเนส ดอเทอร์ แฟรี่ มอนสเตอร์พิเศษระดับ C ธาตุความมืดถนัดการล่อลวงด้วยน้ำเสียงหวานไร้เดียงสา สะกดสายตาเหยื่อด้วยร่างเปลือย ผงละอองที่ปลดปล่อยออกมามีผลทำให้เคลิบเคลิ้มการกลั้นหายใจไม่ได้ช่วยอะไร”
คนทั้งคู่ย่องถอยห่างจากจุดเดิมไปแล้วกว่าห้าสิบเมตร
“แฟรี่ประเภทนี้มีความคล่องตัว เล็บแหลมคม ยืดได้ไกลเกือบสองเมตร พับเก็บได้เหมือนสัตว์ตระกูลแมวซ่อนเขี้ยวเล็ก ๆ ไว้ใต้กราม มีพิษกัดกร่อน แถมต้านทานเวทมนตร์ธาตุดินน้ำลมไฟได้ในระดับหนึ่ง”
“เป็ไม้เบื่อไม้เมากับนักเวทแบบนายสินะ เข้าใจแล้ว แล้วที่ว่าจะปลอดภัยชั่วคราวล่ะ?”
“ก็เพราะการโจมตีเหยื่อของพวกเธอแบ่งออกเป็สองขั้นตอน มอนสเตอร์ชนิดนี้จะมีความขี้เล่นในการล่าพวกเธอจะใช้เวลา่แรกล่อลวงเหยื่อให้หลงเสน่ห์โดยผ่านทักษะพิเศษต่าง ๆจากนั้นค่อยจับเหยื่อกินอย่างช้า ๆ”
ในขณะที่อธิบายอยู่ ฝูงแฟรี่ล่อนจ้อนก็พลันเคลื่อนไหว ทั้งหมดบินโฉบลงมาประชิดวนเวียนแล้วคลอเคลียอยู่รอบตัวเด็กหนุ่มทั้งสองทันที แต่ทางฝั่งผู้กล้าหนุ่มกลับมีจำนวนมากกว่าเล็กน้อย
“นิ่ง ๆ ไว้ ไม่ต้องทำอะไร เดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ ก็พอ อย่าวอกแวกฉันมีแผน”
“ทำไมทางนายถึงโดนรุมน้อยกว่าฉัน?”
“ฮ่าฮ่า นายควรภาคภูมิใจนะนิค แฟรี่สายพันธุ์นี้ชื่นชอบคนหน้าตาดีไง”
“เชี่ย! ฉันเกลียดความอยุติธรรม!”
นิโคลัสสบถ ทว่าเขายังคงทำตามคำแนะนำของเพื่อน เชื่อว่าต้องมีเหตุผลรับรองงั้นถอยได้ก็ถอย เป้าหมายคราวนี้คือพวกโจรต่างหาก พวกเขาถอยร่น โดยมองข้ามการถูกรุมตอมโดยแมลงวันตัวใหญ่
ถึงตอนนี้ การเล้าโลมแบบถึงเนื้อถึงตัว ด้วยร่างกายเด็กน้อยของดาร์กเนสแฟรี่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น
เรือนร่างปราศจากเครื่องนุ่งห่มของพวกเธอเอาแต่ถูไถ เสียดสีไปตามบริเวณศีรษะลำคอและใบหน้าของเด็กหนุ่มสองคน ปากก็ร้องครางแข่งขันกัน ดูแล้วลามกสุด ๆ
สำหรับจอมเวทย์หนุ่มนั้นอาจไม่เท่าไหร่ ดีบัฟเฮงซวยทำให้่ล่างตุงโด่งแต่ร่างกายปลอดโปร่งเบาสบายไม่ต่างจากการสูดดมกางเกงในของคาร่า
ทว่า นิโคลัสช่างลำบากกว่าหลายเท่า ดวงตาของเขาแดงก่ำลมหายใจหนักหน่วง อดกลั้นอย่างเต็มที่ กลัวตบะแตกจนกลายเป็ตราบาป เืกำเดาไหลเอื่อยออกจมูกตลอดเวลาถ้าหากเป็เช่นนี้ต่อไป อาจตายอนาถเพราะเสียเืมาก
เวลาเกือบห้านาทีราวกับห้าชั่วโมง ใบหน้ากับลำคอของคนทั้งคู่เริ่มปรากฏร่องรอยแผลตื้นๆ จากการขีดข่วน
เด็กหนุ่มทั้งสองต่างพากันถูกแฟรี่โลลิช่วยกันทรมานร่างกายและทดสอบจิตใจด้วยร่างกายโป๊เปลือยขนาดจิ๋วหน้าอกของพวกเธอนั้นช่างอบอุ่น นุ่มนิ่มไม่แพ้ไซซ์ปกติ แต่จุกสีชมพูกลับกลายเป็ฝันร้ายมันแข็งเหมือนหิน
ดาร์กเนสแฟรี่เริ่มไม่พอใจ พวกเธอเริ่มกระสับกระส่าย บ่นอุบอิบกันทวีความดุร้ายทีละน้อย อีกไม่นานน่าจะข้ามจากขั้นตอนแรกแล้วไปขั้นที่สองการใช้ความรุนแรงเข้าสยบโดยตรง
ในวินาทีนั้นเอง โอกาสก็มาถึง ไคน์สะบัดคทาเวท ใช้เวทมนตร์คอมโบออกไปพร้อมกันสามเวท
“Backmasking!”
“PortTime Forward!”
“ChainBreak Area!”
ทันใดนั้น ดาร์กเนสแฟรี่ทุกตนก็ถูกครอบคลุมด้วยวงเวทหกแฉก จากนั้นหายวับไปจากตรงนี้ถูกส่งกลับไปยังระยะทางสองร้อยเมตรแรก จุดเดิมก่อนที่พวกเขาจะถอยร่นมา มิหนำซ้ำโซ่ประหลาดทะลวงออกมาจากความว่างเปล่า ตรึงเป้าหมายเอาไว้กลางอากาศชั่วคราว
“เจ๋งเป้ง!”
“ยืนเซ่อทำไม! รีบเผ่นสิเฟ้ย!”
ไคน์วิ่งไปยังทิศทางด้านหนึ่ง นิโคลัสวิ่งตามหลังไปไม่ห่างพวกเขางัดเอาทักษะเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ของใครของมันออกมา แค่แปบเดียวก็ทิ้งห่างออกไปเป็สามถึงสี่ร้อยเมตร
ด้านหลังเกิดเสียงคำรามแหลมกรีดหูด้วยความเกรี้ยวกราดแตกต่างจากเสียงหวานปานน้ำผึ้งเมื่อสักครู่
นิโคลัสเกิดความสงสัยว่าทำไมพวกเขาไม่ลองสู้ดูสักตั้ง
“ไคน์ เหตุผลที่นายไม่ยอมสู้คืออะไร?”
“เหอะ ฉันปฏิเสธทำลายสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ฉันใจอ่อนทำไม่ลงน่ะ”
นิโคลัสใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ล้วงเอากระดาษขึ้นมาเช็ดเืกำเดาในจมูก
“ไม่มีทางที่นายจะคิดตื้น ๆ เพียงแค่นี้หรอก ใช่ไหม ไคน์”
“เฮ้ ฉันพูดจริงนะ แต่นายรู้ไหมว่าโชคดีมาก นั่นคือภูมิศาสตร์ที่นี่ช่างยอดนักพวกเธอทุกตัวจะไม่สามารถบินข้ามฝั่งไปถึงหมู่บ้านของเราได้”
จอมเวทย์หนุ่มเฉไฉแล้วอธิบายถึงประสบการณ์ของนักผจญภัยมากฝีมือยุคก่อนที่บันทึกอยู่ในหนังสือออกมา
ตามตำนานกล่าวขานว่า ผืนทะเลและแม่น้ำทุกสายเกิดจากหยาดน้ำตาแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของเทพธิดามีพลังบางอย่างซึ่งมองไม่เห็นในการปราบปรามสิ่งมีชีวิตที่แปดเปื้อนมลทินบางประเภท
ไม่ว่าจริงหรือไม่ แต่จากปากคำของพลทหารสิบสามคนที่รอดตายมาได้หงุดหงิดต่างบอกเป็เสียงเดียวกัน
‘ดาร์กเนส ดอเทอร์ แฟรี่’ ไม่สามารถบินข้ามแม่น้ำไปได้พวกเธอราวกับถูกขวางกั้นด้วยกำแพงโปร่งใสสูงชันที่ไม่มีที่สิ้นสุด
แผ่นดินบริเวณนี้แบ่งออกเป็สองฟากฝั่ง ถูกแม่น้ำคดเคี่ยวสายหนึ่งพาดขวางเป็ทางยาวรวมเป็ระยะทางกว่าพันกิโลเมตร เปรียบดั่งปราการป้องกันทางธรรมชาติชั้นดี
นี่เปรียบเสมือนเทือกเขากีดขวางสิ่งอัปมงคล
นิโคลัสฟังแล้วก็เริ่มโล่งใจ แต่เสียงฝ่าอากาศไล่ตามหลังเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกกดดันอีกครั้ง ต้องหันหลังไปดูเป็พัก ๆ
“พวกเรากำลังจะมุ่งหน้าไปที่ไหน”
"ไปรวมกลุ่มกับคนทางโบสถ์ เบื้องต้นมีนักบวชช่วยสนับสนุน พวกเขาทั้งหมดเคยได้รับพรศักดิ์สิทธิ์จากพิธีศีลจุ่มโดยทั่วไปมีความสามารถต่อต้านสิ่งอัปมงคลเล็กน้อยได้ไม่ยาก เราจะใช้พวกเขาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ”
ในขณะเคลื่อนที่ ไคน์ใช้อีเกิลอาย กลุ่มแม่ชีหุ่นสะบึมอยู่ด้านหน้าไม่ไกลแล้วอีกไม่กี่นาทีก็จะตามทัน น่าจะไปถึงแบบหวุดหวิด
“อ่อ นิค ฉันลืมเล่าต่อ นายอยากรู้ไหมว่าพลทหารนับร้อยเ่าั้ล้มตายยังไง”
“ใช่ ฉันอยากรู้”