" นังแพศยา + เสียงร้องะโอยู่ด้านนอก " ใคร " นนท์เอ่ย จากนั้นทั้งคู่จึงรีบใส่ชุดแล้วออกมา
" มู่หยงเจียง " ฟางจื่อซินอุทาน
" เป็พวกเ้าที่สังหารคนของข้า " มู่หยงเจียงเอ่ย
" ถ้าใช่แล้วเ้าจะทำไม " นนท์ตอบโต้
" หึ นั่นเท่ากับพวกเ้าได้ตายไปแล้ว ไปจับนังแพศยานั่นมา ส่วนผู้ชายสังหารให้สิ้น " มู่หยงเจียงสั่งการลูกสมุน " ขอรับนายน้อย "
" สหายเ้าฆ่าคนของเราหนี้เืย่อมชำระด้วยเื ตายซะเถอะ " พูดจบจึงพุ่งทะยานร่างเข้าหานนท์
นนท์ปล่อยหมัดแปดอัสนีผสานกฏเกณฑ์แห่งเต๋า " เปรี้ยง ๆ ๆ " เปลวอัสนีพวยพุ่งออกเป็สาย เผาไหม้ลูกสมุนของมู่หยงเจียงจนสิ้น
" เ้ากล้าฆ่าคนของสำนักดาบโลหิตงั้นรึ ดี ข้าจะฆ่าล้างสำนักของเ้า " มู่หยงเจียงโกรธจนตัวสั่น
" หึ สำนักของเ้าฆ่าผู้อี่นได้ แต่ผู้อื่นกลับฆ่าสำนักเ้าไม่ได้ " นนท์แขวะ
" ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้จะเป็วันตายของเ้า " มู่หยงเจียงร้องคำราม
" พูดมากเสียเวลา " นนท์ตรวจขั้นฝึกตนของมู่หยงเจียง หลอมรวมิญญาขั้นที่แปด นนท์ใช้ออกด้วยฝ่ามือสยบมารผสานกฏเกณฑ์แห่งเต๋า " ครืน "
ฝ่ามือสีทองขนาดเล็กพุ่งตรงไปยังมู่หยงเจียง มู่หยงเจียงฟาดฟันดาบโลหิตหวังทำลายฝ่ามือเล็ก " ฟึ๊บ " เสียงปรานดาบโลหิตแหวกอากาศ " ทึ้ม " เสียงปรานดาบโลหิตปะทะฝ่ามือเล็ก ปรานดาบโลหิตแตกกระจาย
มู่หยงเจียงตื่นตระหนก เงื้อดาบหมายจะส่งปรานดาบโลหิตอีกรอบ " ตูม " เสียงดังสนั่น ละอองเืคละคลุ้งทั่วบริเวณ มู่หยงเจียงตายในฝ่ามือเดียวไม่เหลือแม้แต่ซาก " นายน้อย " เสียงร้องะโของลูกสมุน
" พรึ่บ " กระบี่อาญา์ปรากฏในมือของนนท์ นนท์ใช้ออกด้วยเพลงกระบี่ปราบมารผสานกฏเกณฑ์แห่งเต๋า " ฟึ๊บ " กระบี่เดียวสังหารสิ้น
" หากผสานกฏเกณฑ์แห่งเต๋าสามารถสู้ข้ามขั้นได้หนึ่งขั้นใหญ่ เหตุใดเงาร่างถึงบอกว่าผู้ที่อยู่ขั้นิญญานรันดร์ขั้นต้นถึงจะฝึกได้ ข้าอยู่แค่ขั้นหลอมรวมพลังเหตุใดจึงฝึกได้" นนท์ครุ่นคิดในใจ
" พี่นนท์ ท่านช่างเก่งกาจนัก " จื่อซินกล่าวชม " ไม่อย่างนั้นข้าจะเป็สามีของเ้าได้รึ จัดการรูดทรัพย์และทำลายหลักฐานดีกว่า " ทั้งสองจึงเร่งมือ
เมื่อจัดการทุกอย่างแล้วเสร็จ นนท์กระตุ้นการทำงานของแผ่นหยกสื่อสาร " พี่เหอ " นนท์ทัก " น้องนนท์ เ้าสบายดีรึไม่ " หวังเหอกล่าวตอบ
" พี่เหอ ข้าอยากให้ท่านหาที่เงียบๆ ข้ามีความลับจะบอกท่าน " หวังเหอสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร จึงเดินเข้าไปที่ห้องตน
" พี่เหอ ข้าสังหารมู่หยงเจียงแล้ว " " อะไรนะ " หวังเหออุทานด้วยความใ นนท์จึงเล่ารายละเอียดให้ฟัง
" ว่าจะดีใจก็ดีใจอยู่หรอก " หวังเหอกลัดกลุ้ม " พี่เหอ ข้าทำข้ารับ ท่านไม่ต้องกังวลข้าจะจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเอง หากพี่เหอเกรงจะเป็อันตราย ท่านหลบออกจากเมืองดีรึไม่ " นนท์กล่าว
"น้องนนท์ ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวข้าจะเข้าไปอยู่ที่ตระกูลเป็การชั่วคราว " หวังเหอตอบกลับ
" ดี ข้าจะได้หมดห่วง ข้าต้องไปแล้ว พี่เหอดูแลตัวเองด้วย " นนท์กล่าวลา
สำนักดาบโลหิต ห้องเก็บตะเกียงิญญา " แย่แล้ว คราวนี้แย่แน่ๆ " ผู้ดูแลตะเกียงิญญาวิ่งหน้าตั้ง " หลบไป อย่าขวางข้า " " ท่านเ้าสำนัก ๆ เกิดเื่ใหญ่แล้ว " ทั้งวิ่งทั้งะโราวกับคนบ้า
ห้องประชุม ผู้ดูแลตะเกียงพังประตูเข้ามา " ท่านเ้าสำนัก เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ "
" เ้ามีเื่ใหญ่อันใด หากแม้นไม่สำคัญระวังหัวเ้าจะหลุดจากบ่า " มู่หยงฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ
" นายน้อย นายน้อยขอรับ " ผู้ดูแลตะเกียงิญญากล่าวเสียงสั่น " นายน้อยตายแล้วขอรับ ตะเกียงิญญาของนายน้อยดับลงเมื่อสักครู่นี้ขอรับ " เสียงอันสั่นเทาของผู้ดูแลตะเกียง กล่าวกับเ้าสำนัก
" เ้าว่าอะไรนะ " มู่หยงฟางถามด้วยความใ พลางหยัดกายลุกขึ้น " นายน้อยตายแล้วขอรับ " " เจียงเอ๋อร์ ตาย " มู่หยงฟางพลันแข็งค้าง
ก่อนจะตั้งสติได้ " ใคร ใครเป็คนทำ ส่งคนออกไปสืบมา และประกาศรางวัลสำหรับผู้ที่รู้เบาะแส " มู่หยงฟางสั่งการทันที
" หากเป็สำนักฆ่าล้างสำนัก หากเป็ตระกูลฆ่าล้างตระกูล " มู่หยงฟางประกาศกร้าว
ข่าวการตายของมู่หลงเจียงสั่นสะท้านทั้งเมือง ผู้คนได้ยินหลายคนพลางสมน้ำหน้า หลายคนพลางสงสารคนที่สังหาร ผู้คนมากมายมีแต่บอกว่าควรจะตายไปตั้งนานแล้ว เพราะวีรกรรมของมู่หยงเจียงนั้นส่วนใหญ่จะเป็ทางเลว จึงเป็เหตุให้คนมากมายสมน้ำหน้า
ต้องบอกว่ามู่หยงเจียงนั้นเป็อัจฉริยะหนึ่งพันปีมีคน เพราะอายุยี่สิบสามปีอยู่ในขั้นหลอมรวมิญญา มู่หยงฟางทุ่มเททรัพยากรไห้อย่างมากมาย หากนำทรัพยากรฝึกฝนของมู่หยงเจียงมาให้กับศิษย์ดีเด่น จะสามารถสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งที่อยู่ในขั้นหลอมรวมิญญาได้ถึงสิบคน
สำนักหุบเขาเหมันต์ ตำหนักเ้าสำนัก " เย่เอ๋อร์ เ้าได้คุยกับสามีรึไม่ " เย่เอ๋อร์ส่ายหน้า " พี่หญิงข้าทักไปแล้วท่านพี่ไม่ตอบกลับมาเลย " เสียงสนทนาของสองภรรยาของนนท์
ศิษย์สายในผู้หนึ่งวิ่งมาที่ตำหนักเ้าสำนัก " คารวะเ้าสำนัก ศิษย์พี่หญิง เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ " นางบอก
" เกิดเื่อันใด " หลางจี้เสวี่ยสงสัย
" มู่หยงเจียงตายแล้วเ้าค่ะ " " อะไรนะ " จี้เสวี่ยอุทาน ศิษย์สายในนางนั้นจึงเล่าเื่ราวที่ได้ยินมา
" แต่ก็ดีเหมือนกันเ้าค่ะที่ศิษย์พี่หญิงจะได้ไม่ต้องออกเรือนกับคนชั่วคนนั้น " นางแสดงความรู้สึกสะใจ
" อืม ขอบคุณเ้ามาก นี่รางวัลของเ้า ข้าเรียกว่า น้ำนมิญญา มันจะบำรุงกายจิตหรือพลังิญญาได้ " อิงเย่ยื่นขวดหยกใส่น้ำวิสุทธิ์ของนนท์ให้กับนาง " ขอบคุณศิษย์พี่หญิง " นางกล่าว
" หากไม่มีอะไรแล้ว ศิษย์ขอตัว " จี้เสวี่ยพยักหน้า " เย่เอ๋อร์เ้าไปเอาน้ำนมิญญามาจากที่ใด " จี้เสวี่ยถามด้วยความสงสัย
" คิก ๆ " อิงเย่หัวเราะชอบใจ " เอาที่สามีเ้าค่ะ " อิงเย่ตอบ " ข้าตั้งชื่อให้เพราะว่าหากบอกว่าเป็น้ำวิสุทธิ์ ข้าเกรงว่าจะมิมีผู้ใดดื่มมัน " จี้เสวี่ยพยักหน้า
" เย่เอ๋อร์น้ำวิสุทธิ์ในกายของข้าใกล้จะหมดแล้ว สงสัยคงต้องได้เวลาเติมแล้ว เ้าออกไปหาสามีหากเป็ไปได้พาสามีมาที่นี่ แล้วอย่าเพลินกับสามีนานล่ะ ข้าไม่อยากรอนาน " จี้เสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
" เ้าค่ะพี่หญิง ข้าจะรีบกลับ " ว่าแล้วนางเร่งออกจากสำนัก ระหว่างทางนางครุ่นคิดเื่ของมู่หยงเจียง นึกถึงเื่ราววันนั้นที่โรงเตี้ยม " มีชายอีกหนึ่งอยู่กับท่านพี่ " นางพึมพำ " ไปที่ถ้ำดีกว่า "