ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 151 ดวลสุรา เป็นปัญหาเหลือเกิน

            หลงเทียนโม่มองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างเหลือเชื่อนี่เป็นครั้งที่สองที่เขาเห็นนางอย่างใกล้ชิดครั้งแรกคือตอนที่นางรักษาโรคประหลาดของเขาและช่วยชีวิตเขาไว้

            ความรู้สึกครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิงแม้ว่าเขาจะเพิกเฉยต่อมันครั้งแล้วครั้งเล่าสุดท้ายแล้วก็ยังโกหกตัวเองไม่ได้อยู่ดีว่าเขาชอบสตรีผู้นี้และเขาเองก็รู้ว่าสตรีผู้นี้ต่างจากตวนมู่เหยาตวนมู่เหยาจะช่วยให้เขารักษาตำแหน่งไท่จื่อและบัลลังก์ในอนาคตได้แต่หานอวิ๋นซีสามารถทำให้ชีวิตของเขาไปถึงอีกระดับหนึ่งได้

            อย่างไรก็ตามเขามักจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าชายผู้อยู่เบื้องหลังสตรีผู้นี้สามารถช่วยให้เขาขึ้นครองบัลลังก์ได้แต่ก็สามารถทำลายทุกสิ่งที่เขามีในตอนนี้ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

            เขาไม่สามารถไปยุ่งได้!

            เป็นมดแดงจะไปเขย่าต้นไม้ใหญ่[1]ได้อย่างไรล่ะ? ดวงดาวจะไปแข่งกับพระอาทิตย์ได้อย่างไร?

            เขาทำได้แต่แอบหวังอยู่ในใจบางที ฉินอ๋องอาจไม่ได้สังเกตเห็นความแตกต่างในตัวสตรีผู้นี้บางทีฉินอ๋องผู้โดดเดี่ยวอาจจะมองข้ามสตรีผู้นี้ บางทีในอนาคตเขาอาจจะยังมีความหวัง

            เสียงปรบมือของหลงเทียนโม่ทำให้ทุกคนที่ตกอยู่ในความตกตะลึงรู้สึกตัวขึ้นมาทีละคนและหลายคนก็ปรบมือเช่นกัน

            “ยอดเยี่ยมความตั้งใจสูงส่ง ความใจกว้าง บททวีนี้ต้องกลายเป็นคัมภีร์อย่างแน่นอน!”

            “หวังเฟยซ่อนความสามารถไว้จริงๆฉินอ๋อง...ตาดีเหลือเกิน! ฮ่าฮ่า!”

            “สมกับที่เป็นฉินหวังเฟยมั่นใจ! เลื่อมใสอย่างสุดจิตสุดใจ!"

            “ถ้าไม่มีจิตใจที่แน่วแน่ก็คงไม่สามารถพูดคำแบบนั้นออกมาได้อย่างแน่นอน หวังเฟยเราไม่จำเป็นต้องต่อมันอีกแล้ว!”

            …

            บรรดาผู้ที่รอดูเรื่องตลกของหานอวิ๋นซีในตอนนี้หลายคนต่างชื่นชมหานอวิ๋นซีอย่างเปิดเผย และยอมรับว่าตัวเองไม่ดีเท่านาง

            เมื่อท่านบรรลุความสำเร็จไปถึงระดับหนึ่งแล้วก็จะมีหลายคนอิจฉา แต่เมื่อบรรลุความสำเร็จถึงระดับสูงอย่างแท้จริงคนที่อิจฉาก็จะทำได้เพียงมองมาที่ท่านเท่านั้น

            หานอวิ๋นซีไม่ชอบการขโมยความคิดแต่ถ้าวิธีนี้สามารถปิดปากคนเหล่านี้และปล่อยให้สตรีที่อหังการเหล่านี้รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าเหนือคนยังมีคนเหนือฟ้ายังมีฟ้า[2] แล้วนางก็ยังมีความสุขมากที่ครั้งหนึ่งได้เป็นเหลยเฟิง[3]

            และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่นางจะต้องแก้แค้น

            นางมองไปที่ตวนมู่เหยาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ “องค์หญิงหรงเล่อ ถึงตาเจ้าแล้ว”

            ในเวลานี้ตวนมู่เหยาที่เพิ่งจะรู้สึกตัว หัวใจเต้นก็เต้นระรัวร่างกายสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้

            ถึงเวลาของนางที่จะแสดงแล้ว

            เพียงแต่หากนางทำออกมาไม่ดี ก็จะเป็นการทำให้หานอวิ๋นซีเด่นขึ้นและเป็นการทำให้ตัวเองขายหน้า!

            ยิ่งไปกว่านั้นหานอวิ๋นซีเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ว่ากลัวว่าบทกวีที่ตนเองเขียนนั้นจะดีเกินไปและนางอาจจะอายจนเขียนออกมาไม่ได้อีกเลย

            ตอนนี้ถ้านางทำจริงๆ เมื่อเทียบกันแล้วมันคงไม่ดีเท่าของหานอวิ๋นซีแต่ถ้านางไม่ทำตามที่ตัวเองพูดไป จะไม่ยิ่งทำให้ตัวเองอับอายมากกว่าเดิมหรือไร?

            นางควรทำอย่างไรดี?

            เดิมทีมีจุดประสงค์ต้องการทำให้หานอวิ๋นซีอับอายแต่ตอนนี้นางกลับถูกห้อมล้อมด้วยฝูงชน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเวลาผ่านไปผู้ชมเงียบลงเรื่อยๆ ใบหน้าของตวนมู่เหยาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงนางแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียเหลือเกิน!

            ทุกคนต่างกำลังรอคอยผู้ที่ปรากฏตัวออกมาเมื่อครู่นั้น รวมไปถึงคนที่องค์หญิงฉางผิงเอ่ยชื่อมาต่างรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ตนเองไม่ได้ลงไปเล่นด้วย ไม่อย่างนั้นคนที่อับอายก็คงเป็นตัวเอง!

            หานอวิ๋นซีสตรีผู้นี้น่ากลัวและลึกลับซับซ้อนมากเกินไป ดูเหมือนว่าในภายภาคหน้าจะเป็นการดีกว่าที่จะไม่ขัดแย้งกับนางโดยตรง มิฉะนั้นคงไม่รู้ว่าจะตายอย่างไร!

            ต้องบอกว่าในเวลานี้แม้แต่องค์หญิงฉางผิงก็ดีใจโชคดีที่ตวนมู่เหยาเป็นคนเดิมพันกับหานอวิ๋นซี ถ้าเป็นนางเรื่องที่น่าขันที่สุดวันนี้คงเป็นนาง!

            ความอดทนของหานอวิ๋นซีมีจำกัดนางยิ้มและเตือนอย่างใจดีว่า “องค์หญิงหรงเล่อ ท่านคิดนานเกินไปแล้วเจ้าได้ตีพิมพ์บทกวีมากมายขนาดนั้น ก็แค่บทกวีหย่งเหมยไม่จำเป็นต้องคิดนานขนาดนั้นหรอก?”

            จู่ๆตวนมู่เหยาก็เงยหน้าขึ้นมองนาง เมื่อเห็นดวงตาของนางเป็นประกายก็รู้สึกอยากจะฆ่าสตรีผู้นี้ด้วยดาบสักเล่มเสียเหลือเกิน นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆสองสามครั้ง สุดท้ายก็ยอมแพ้และกัดฟันพูดว่า “หวังเฟยเก่งกาจเหลือเกินข้าคงสู้ไม่ได้!”

            หานอวิ๋นซีเป็นสตรีที่เจ้าคิดเจ้าแค้นนางพูดด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เกรงใจว่า “ไอ้หยา ก่อนหน้านี้ข้าเตือนเจ้าไปแล้วแต่เจ้าก็ยังยืนยันกับข้า ยืนยันที่จะเดิมพัน ตอนนี้เจ้าก็ต้องทำตามข้อตกลงสินะ?”

            ตวนมู่เหยาโกรธมากจนได้กลิ่นเลือดพุ่งขึ้นมาในลำคอพระเจ้ารู้ดีว่านางโกรธเกรี้ยวเพียงใด นางลดเสียงลงและพูดอย่างขมขื่นว่า “แน่นอนข้ายินยอมทำตามข้อตกลง ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปข้าจะไม่มีแต่งบทกวีอีก!”

            หานอวิ๋นพึงซีพอใจอย่างมากเผยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรและสดใส นางหันศีรษะและมองไปที่องค์หญิงฉางผิง “ฉางผิงเราจะสู้อย่างอื่นกันดีหรือไม่? วาดภาพ? เล่นพิณ? หรือหมากรุกดีล่ะ?”

            องค์หญิงฉางผิงจะไปกล้าตอบรับได้อย่างไรล่ะนางรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “เล่นพวกนี้ทุกปีมันน่าเบื่อเกินไป ข้าไม่เอาด้วยหรอก!”

            ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าหานอวิ๋นซีแข็งแกร่งแค่ไหน ใครจะไปกล้าสู้กับนางกัน?

            องค์หญิงฉางผิงรู้สึกเสียใจแทบตาย!

            ถ้านางรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้นางก็คงไม่ต่อบทกวีอะไรนั่น นอกจากจะสู้กับหานอวิ๋นซีไม่ได้กลับกันนางยังเหยียบองค์หญิงหรงเล่อได้อีก ช่างน่าทึ่งเหลือเกิน

            สำหรับบทกวีเมื่อครู่หากมันแพร่กระจายออกไป ต้องเกิดความฮือฮาไปทั่วทั้งเมืองหลวงเทียนหนิงอย่างแน่นอนหานอวิ๋นซีที่เอาชนะองค์หญิงหรงเล่อได้และทำให้องค์หญิงหรงเล่อเลิกเล่นบทกวีไปตลอดชีวิต หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไปคงจะไม่ได้เกิดความฮือฮาแค่ในเมืองหลวงเทียนหนิงแต่คาดว่าคงเกิดความฮือฮาไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่หยุนคง

            ต้องรู้ว่าองค์หญิงหรงเล่อเป็นสตรีที่มีความสามารถผู้เป็นที่รู้จักในหยุนคงการเอาชนะองค์หญิงหรงเล่อเป็นเรื่องยากแม้ว่านางจะไม่ได้มีชื่อเสียงก็ตาม!

            ต้องรู้ว่าเหตุผลที่หรงเล่อมีชื่อเสียงในแผ่นดินใหญ่หยุนคงนั้นนอกเหนือจากพรสวรรค์และความสามารถที่แท้จริงแล้วยังใช้เวลาและเงินจำนวนมากในการสร้างความนิยมแก่สาธารณะและเรียกได้ว่าหานอวิ๋นซีใช้แค่เพียงบทกวีเดียว ก็ได้เปรียบแล้ว!

            หลังจากการปฏิเสธขององค์หญิงฉางผิงก็ไม่มีใครกล้าก่อความวุ่นวายใดๆ อีกต่อไป อาหารว่างรอบใหม่ถูกยกมาทุกคนต่างทานกันอย่างสงบ

            องค์หญิงฉางผิงก้มหน้าลงอย่างขุ่นเคืองและดื่มชาตามลำพังมันเกินกว่าที่คาดคิดไปอย่างมากนางต้องการเวลาสงบสติอารมณ์และมองหานอวิ๋นซีใหม่อีกครั้ง

            และครั้งนี้ตวนมู่เหยาถูกโจมตีจริงๆยิ่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกอับอายมาเท่านั้นไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคนอื่น ทว่าในที่สุดนางก็นั่งต่อไปอีกไม่ไหวและลุกออกจากโต๊ะก่อนเวลา โดยอ้างว่ารู้สึกไม่สบายนางต้องไปแล้ว หลงเทียนโม่ที่รับคำสั่งของฮ่องเต้ จึงทำได้เพียงออกไปกับนางด้วยเท่านั้น

            หานอวิ๋นซีลิ้มรสขนมด้วยความเอร็ดอร่อยในขณะมองตวนมู่เหยาเดินออกไป

            มองไปมองมานางก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงหลงเฟยเยี่ย นางไม่ได้เจอชายผู้นั้นมาหลายวันแล้วอันที่จริงนางคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะมาเป็นเพื่อนวันนี้ ใครจะไปรู้ว่ากลับเป็นหลงเทียนโม่ที่มา

            มีข่าวลือว่ามีผู้สมัครสามคนสำหรับการอภิเษกหลงเฟยเยี่ย หลงเทียนโม่ และมู่ชิงอู่ เมื่อพิจารณาจากท่าทางขององค์หญิงฉางผิงแล้วคงไม่ใช่มู่ชิงอู่ และเหลือตัวเลือกระหว่างหลงเฟยเยี่ยและหลงเทียนโม่เท่านั้น

            สรุปแล้วชายผู้นั้นคิดอะไรอยู่กันนะ?

            พูดเสียดิบดีว่าจะไม่สนใจเรื่องของเขาแต่ในเวลานี้หานอวิ๋นซีกลับมาพัวพันอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

            อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันส่งท้ายปีเก่าตวนมู่เหยาคิดจะเฉลิมฉลองปีใหม่ในเทียนหนิง แล้วนางจะใช้เวลาส่งท้ายปีเก่ากับใคร? แล้วจะไปพักอาศัยที่ไหน?

            ปีหน้าจะมีข่าวอภิเษกหรือไม่?

            เรื่องที่หลงเฟยเยี่ยจะออกเดินทางปีหน้าเป็นจริงหรือ?

            หลังจากนั้นไม่นานสุราดอกเหมยก็ถูกยกเข้ามาองค์หญิงฉางผิงเงยหน้าขึ้นและพบว่ามู่หรงหว่านหรูขยิบตาให้นางตลอดเวลา

            องค์หญิงฉางผิงชำเลืองมองสุราดอกเหมยที่ยกมาแววตาเผยประกายเย็นวาบและเรียกสติกลับมานางพยักหน้าให้มู่หรงหว่านหรูเพื่อแสดงให้นางวางใจได้

            การที่สุราดอกเหมยยกมางานเลี้ยงเหมยฮวาก็ผ่านไปเพียงครึ่งทางแม้ว่าหานอวิ๋นซีจะขโมยความโดดเด่นในครึ่งแรก แต่ก็ยังมีครึ่งหลังอีก

            องค์หญิงฉางผิงเตรียมการมาเพียงพอแล้วครั้งนี้นางจะปล่อยหานอวิ๋นซีไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร?

            เรื่องสนุกอยู่ที่ครึ่งหลังต่างหาก!

            สุราดอกเหมยเป็นเอกลักษณ์ของงานเลี้ยงเหมยฮวาทำจากดอกเหมยและน้ำหิมะของปีที่แล้ว

            แม้ว่าสุรานี้จะมีกลิ่นหอมแต่ก็ทำให้มึนเมาได้ง่ายมาก ปกติแล้วทุกคนมักจะดื่มไปสักพักก็เลิกดื่มแน่นอนว่ามักจะมีคนโลภที่จะดื่ม หากไม่ระวังก็จะเมาและจะถูกส่งไปยังห้องพักที่ห่างไกลพักผ่อนสักคืนแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยกลับคนเดียว

            หลังจากจิบไม่กี่ครั้งองค์หญิงฉางผิงก็กล่าวว่า “ทุกๆ ปีเต็มไปด้วยบทกวีและบทเพลง พิณ หมากรุกการเขียนพู่กัน และวาดภาพ ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน ชื่นชมดอกไม้เองก็มากพอแล้วข้าว่าเรามาทำอะไรใหม่ๆ กันเถอะ! ดีหรือไม่?”

            “องค์หญิงคงมีความคิดดีๆใช่หรือไม่เพคะ?” มู่หรงหว่านหรูที่เงียบมาตลอดในที่สุดก็พูดขึ้น

            สตรีหลายคนที่อยู่ข้างๆนางก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “หากต้องการเล่นอะไรใหม่ๆปีนี้องค์หญิงเองก็เป็นเจ้าภาพ เช่นนั้นองค์หญิงเชิญตัดสินใจได้เลย!”

            “องค์หญิงหากท่านมีความคิดดีๆ โปรดรีบพูดมาเถิด!”

            …

            องค์หญิงฉางผิงหัวเราะเบาๆ“ปีนี้ ท่านแม่ไม่อยู่ เรามาเล่นอะไรที่มันใหญ่สักหน่อย ดีหรือไม่?”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหัวใจของหานอวิ๋นซีก็เต้นไม่เป็นจังหวะ นางตื่นตัวขึ้น แต่เกือบทุกคนที่อยู่ ณที่นี้ต่างดีใจและเห็นพ้องต้องกัน บรรยากาศเป็นไปอย่างกระตือรือร้น

            องค์หญิงฉางผิงยืนขึ้น“มาดวลสุรากันเถอะ! ดวลสุราดอกเหมยกัน!”

            “สิ่งนี้แหละ!มาเล่นอันนี้กันเถอะ!”

            “องค์หญิงช่างเป็นความคิดที่ดีจริงๆ พวกเราสตรีไม่ด้อยไปกว่าบุรุษวันนี้เรามาดวลสุรากันเถอะ!”

            …

            การดวลสุรานั้นสนุกกว่าการสู้ด้วยบทกวีอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีหลายคนในที่นี้นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะปลดปล่อยพันธนาการและแสดงอารมณ์ที่แท้จริงมีองค์หญิงฉางผิงสนับสนุน ก็ไม่มีใครอายที่จะทำเช่นนั้น

            แน่นอนชายหนุ่มหลายคนต่างมองดูและไม่มีความตั้งใจที่จะเข้าร่วม ท้ายที่สุดการดวลสุรากับสตรีค่อนข้างจะเอาเปรียบอีกฝ่ายและการดูสตรีดวลสุรานั้นเป็นความสุขอย่างยิ่งในชีวิต อย่างไรก็ตามคุณชายทั้งสองที่นั่งอยู่กลับมีความกระตือรือร้นที่จะลองพร้อมกับความตื่นเต้นในแววตาที่ยากจะซ่อน

            คุณชายเช่อโบกพัดอันจิ๋วเบาๆยิ้มอย่างมีเสน่ห์ “องค์หญิงฉางผิง ต้องการดวลด้วยวิธีใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            องค์หญิงฉางผิงกำลังรอประโยคนี้อยู่ก็ตอบทันทีว่า “หากเป็นปีก่อนๆ ละก็ พวกท่านที่มาใหม่จะต้องทำการแสดงแต่ข้าคิดว่าปีนี้เรามาดวลสุรากันดีกว่า! กล้าหรือไม่?”

            ผู้มาใหม่หมายถึงผู้ที่เข้าร่วมในงานเลี้ยงเป็นครั้งแรกในปีนี้นั่นคือหานอวิ๋นซี คุณชายจากทางเหนือและคุณชายจากทางใต้ ทั้งหมดสามคน

            ต้องการให้พวกเขาดวลสุรากันอย่างนั้นหรือ?

            หมายความว่าอะไร?

            หานอวิ๋นซีขมวดคิ้วและมองไปที่องค์หญิงฉางผิง“ฉางผิง พูดมาให้ชัดเจน เจ้าให้ข้าไปดวลสุรากับบุรุษ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?”

            องค์หญิงฉางผิงแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของหานอวิ๋นซีและตอบอย่างจริงจังว่า “ผู้มาใหม่ทั้งสามจะต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งผู้ชนะจากนั้นก็เริ่มปกป้องตำแหน่งนี้ หวังเฟยไม่กล้าอย่างนั้นหรือ? หากไม่กล้าก็ไม่เป็นไร ยอมรับความพ่ายแพ้แล้วออกไปเสีย”

            ทันทีที่พูดจบมู่หรงหว่านหรูก็พูดว่า “พี่สะใภ้ ตอนนี้ทุกคนต่างให้ความสนใจอย่างมากท่านอย่าทำให้ผิดหวังนะ!”

            “ใช่แล้วๆหวังเฟย เราคาดหวังกับท่านมากๆ เลยนะ!”

            “หวังเฟยต้องเป็นตัวแทนของสตรีอย่างพวกเราเอาชนะพวกเขาสองคน อย่าได้ขายหน้าเชียว!”

            “หวังเฟยสุราดีๆ แบบนี้หายากนะ อย่าทำให้ผิดหวัง!”

            …

            ทุกคนต่างพยายามเกลี้ยกล่อมหานอวิ๋นซีรู้ว่าตนเองไม่มีทางหนี นางมองไปที่คุณชายทั้งสองด้วยแววตาซับซ้อนปัญหาที่แท้จริงกำลังจะมา

            ความสามารถในการดื่มของนางไม่เลวแต่ก็ไม่ดีมากขนาดนั้น

            นางเคยได้ยินเกี่ยวกับคุณชายทั้งสองคนหนึ่งมีเสน่ห์และเจ้าชู้ อีกคนเป็นนักแสดงร้องรำทำเพลงตลอดทั้งวันทั้งคู่ใช้เวลาทั้งวันในร้านสุรา!

            หากไม่เข้าร่วมไม่เพียงจะทำลายความสนใจของทุกคนเท่านั้น แต่ยังตกเป็นขี้ปากของผู้คนอีกด้วยแต่หากเข้าร่วม ก็เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากจริงๆ!

            [1]มดแดงคิดเขย่าต้นไม้ใหญ่ เป็นสำนวนที่หมายถึง ไม่เจียมตัว ประเมินตนเองสูงเกินไป

            [2]เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า หมายถึงในหมู่ผู้มีความสามารถก็ยังมีผู้เก่งกาจยิ่งกว่า

            [3]เหลยเฟิง(雷锋)คือวีรบุรุษคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808