ทั่วทั้งลานทดสอบเงียบกริบตะลึงนิ่งค้างเมื่อผู้าุโทดสอบได้เอ่ยผลลัพธ์ทดสอบของนายน้อยมีคาเอลจบแม้กระทั่งเดเนียลเองที่พอจะคาดเดาผลลัพธ์นี้ของบุตรชายตนแล้วแต่เมื่อได้ฟังเช่นนั้นมันกลับเหนือการคาดหมายอย่างยิ่ง... ‘มีคาเอลนี่เ้าพัฒนาไปถึงขั้นนั้นเลยอย่างนั้นรึ’ (เดเนียล)
อันว่าการได้พบรุ่นเยาว์ที่มีจิติญญานั้นก็ถือว่าดีมากแล้วแต่ยังได้พบอีกว่ามีการเลื่อนระดับจิติญญาเกิดขึ้นถึงระดับก่อกำเนิดจิติญญาขั้นแรกของคุณชายนายน้อยคุณหนูทั้งห้าของภายในตระกูลหลักก็สร้างความตื่นตะลึงมากแก่โดยทั่ว แต่นี่นายน้อยมีคาเอลกลับยิ่งสร้างความตื่นตะลึงยิ่งให้ทุกคนอีกเมื่อระดับก่อกำเนิดจิติญญาขั้น... สูง ซึ่งมากกว่าแต่เดิมถึงสามขั้นแล้ว นี่เพียงแค่รุ่นเยาว์ในวัย 7 ขวบเศษเองนะ มันเป็ไปได้อย่างไร!
มิเคยมีปรากฏเลยหรือนี่คืออัจฉริยะแห่งยุคได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้ว...
“ปะเป็ไปได้อย่างไรกัน...” เดนีลเอ่ยออกมาอย่างยากเมื่อได้ฟังผลลัพธ์นั้น เขาไม่อยากจะเชื่อเลย... และคาดว่าใครหลายๆ ในที่นี้ก็ยังมิอาจเชื่อเพราะว่ามันมิเคยเกิดขึ้นเลย!
เมื่อได้ทำการทดสอบจบแล้วและระหว่างที่ทุกคนเองก็ยังค้างสติตกตะลึงกันอยู่กับผลลัพธ์นั้นของเขา มีคาเอลเองก็หาได้สนใจไม่ พร้อมเดินกลับมายังที่ของเขาอย่างนิ่งสงบและสง่างามเช่นเดิม ดวงตาคมสีรัตติกาลทอประกายแสงเมื่อสายลมโชยที่พัดผ่านเข้ามาอ่อนๆ ให้รู้สึกชื่นอารมณ์ขึ้นบ้างคลายความน่ารำคาญใจต่างๆ พลางคิดถึงบรรยากาศทิวทัศน์ทีู่เาแอลฟ์ที่เขาชอบ
‘มนุษย์นี่ก็ช่างตื่นตูมเสียจริงเพียงแค่นี้ก็ตะลึงค้างไปเสียแล้ว หากรู้ว่าแท้จริงแล้วเ้า....’ (แอลฟ์) ได้มองผ่านดวงตาพันธะสัญญาแล้วัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาก็เอ่ยออกมาแต่ยังมิทันได้เอ่ยจบประโยคมีคาเอลก็แทรกเอ่ยต่ออย่างตัดบทไม่อยากฟังความยาวจากสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของตน
‘อะไรที่เ้าควรเงียบได้ก็เงียบไปบ้างเสียแอลฟ์’ (มีคาเอล) การแสดงตนครั้งแรกของเขาได้จบลงแล้ว แต่เื่ราวต่างๆ มันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก...
ในเมื่อมันมิเคยเกิดขึ้นเลยแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว... มันก็กลายเป็ทั้งเื่น่ายินดีและเื่น่าอันตรายไปพร้อมๆ กันตระกูลแม็กซีวีลอนคงจะต้องตระเตรียมอะไรหลายๆ อย่าง การทดสอบในวันนี้จบลงแล้ว
และทุกอย่างก็เป็ไปโดยอย่างรวดเร็วเมื่อผลทดสอบที่น่าตื่นตะลึงนี้ของตระกูลแม็กซีวีลอนนั้นกลายเป็ข่าวสารที่แพร่หลายออกไปอย่างกับไฟลามทุ่มอีกครั้งถึงรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถั้แ่วัยเพียงน้อยและใจความข่าวสำคัญคงจะไม่พ้นเื่ราวของนายน้อยผู้แทบจะไร้ตัวตนกับการปรากฏตัวแสดงตนเป็ครั้งแรกนายน้อยมีคาเอล สเวน แม็กซีวีลอน แน่นอนว่าหลังจากนี้การรักษาความปลอดภัยต่างๆ จึงได้เสริมทัพเข้าอย่างเคร่งครัดเพื่อดูแลอารักขาและป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นต่ออนาคตของพวกเขาด้วยเช่นกัน
“เชิญทางนี้ขอรับนายน้อยมีคาเอล” มีคาเอลมิได้กล่าวอะไรตอบมากเพียงแต่เดินตามคนสนิทของท่านประมุขแห่งตระกูลไปอย่างเงียบๆ
หลังจากจบพิธีการทดสอบลงเหล่าผู้ทดสอบก็เข้าสู่การเรียนรู้ของตระกูลต่อไป แยกเป็กลุ่มรุ่นเยาว์ชั้นผู้ฝึกตนธรรมดากับรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถโดดเด่นกลุ่มรุ่นเยาว์โดดเด่นและในรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถโดดเด่นนั้นก็จะมีรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถโดดเด่นที่มากกว่าขึ้นมาอีกหนึ่งคือกลุ่มรุ่นเยาว์ชั้นอัจฉริยะ พวกเขาจะได้รับการสอนสั่งจากผู้าุโมีความสามารถอย่างถูกต้องและเหมาะสม (คล้ายมีสถานศึกษาบัณฑิตในตระกูล) เมื่ออายุ 12-13 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปก็จะเริ่มศึกษาในสถานศึกษาบัณฑิตสำนักหรือวิหารต่างๆ ตามกำหนดและเมื่อสำเร็จการศึกษาก็จะกลับตระกูลมาเพื่อเป็กำลังพัฒนาตระกูลต่อไป
“โอ้ว มีคาเอลเ้ามาแล้วรึ” นาธานเนียลยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นร่างสมวัยกำลังเจริญเติบโตของมีคาเอลเ้าหลานรักก้าวเขามาภายในห้องโถงกลางในส่วนห้องทำงานของตน ใบหน้าที่นิ่งสงบราบเรียบเช่นเดิมและั์ดวงตาสีรัตติกาลที่แสดงออกถึงความรำคาญใจต่อสิ่งภายนอกโดยเฉพาะต่อเขาผู้เป็ปู่อย่างเปิดเผยมันทำให้เขาช่างถูกใจหลานคนนี้ยิ่งนัก เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านปู่ของเ้าที่เป็ประมุขแห่งตระกูลเชียวนะที่จะสามารถให้ทุกอย่างหรืออะไรก็ได้ที่เ้า้า แต่ที่เ้าทำเพียงปรายสายตามองอย่างรำคาญใจเช่นนี้มันชักอยากให้กลั่นแกล้งเ้าเสียเหลือเกินจริงจ้าวหลานรัก
ในสายตาของนาธานเนียล มีคาเอลมีความพิเศษและแตกต่างจากผู้อื่น...
“.....”
“มาๆ เ้ามานั่งก่อนสิมีคาเอล เอ๋ เ้าจะนั่งตรงนั้นรึ แต่ตอนเด็กตัวน้อยๆ เ้าก็มักจะวิ่งมานั่งบนตักของปู่เสมอๆ มิใช่หรือ” นายท่านรองเดเนียล นายท่านสามเดมิเนียล นายท่านสี่โดมีเนียล บุตรชายทั้งสามเมื่อได้ฟังคำกล่าวนั้นได้เห็นดวงตาความสนุกเย้าของท่านพ่อของตนที่มีต่อมีคาเอลก็ดูช่างน่ารำคาญใจอย่างที่มีคาเอลนั้นคิดจริงๆ นั่นแล แต่การกระทำของมีคาเอลนั้นหาใช่ว่าจะถูกใจแก่ทุกคน เมื่อมีหลายคนเช่นกันที่มองว่ามันช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลยกับการกระทำเช่นนี้ต่อผู้เป็ปู่และยังเป็ถึงท่านประมุขของตระกูล
‘อุ๊ป ฮ่าๆ อุ๊ป นี่เ้าก็มีอารมณ์อ่อนไหวแบบเด็กๆ กับเขาเหมือนกันรึมีคาเอล ข้าเพิ่งรู้นะเนี่ย’ (แอลฟ์) มีคาเอลเพียงหลับตาสงบนิ่งใจไม่ให้เอ่ยคำว่าน่ารำคาญออกไป แต่ละคนรอบๆ ตัวเขานี่มัน... เฮ้อ น่ารำคาญใจจริงๆ เื่วัยเด็กตัวน้อยนั้นก็ส่วนวัยเด็กตัวน้อยสิมาเอ่ยอะไรอีกตอนโตกันเล่า ตอนนั่นมัน... เพราะว่าเขายังเด็กมากต่างหากเล่าหากไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่กระทำเช่นนั้นแน่
“มันน่าน้อยใจนักที่เ้าทำเมินเฉยต่อปู่เช่นนี้หรือเพราะว่าพอเ้าโตขึ้นก็เลยเขินอายไม่มานั่งตักของปู่เช่นแต่ก่อนแล้วรึ” นาธานเนียลรู้ดีว่าจ้าวหลานรักคงจะกำลังขบเคี้ยวอยู่ในใจเป็แน่ที่จะไม่เอ่ยคำว่าน่ารำคาญใจใส่เขาออกมา นั่นก็ยิ่งสนุกนักเชียว เพราะน้อยครั้งนักที่จะได้มีโอกาสได้พูดคุยหรือพบเจอกับหลานคนนี้เพราะเ้าตัวค่อนข้างที่จะเก็บตัวเงียบและหมกตัวอยู่แต่ที่หอหนังสือตระกูลเท่านั้น จะรู้ความเป็ไปบ้างก็จากเดเนียลหรือไม่ก็บาสเตียน หรือไม่มากๆ เลยก็จากรายงานมาเท่านั้นแลว่าหลานรักนั้นกระทำผิดกฎของตระกูลหลายต่อหลายครั้งแต่ก็หาได้รับโทษไม่… ก็อย่างจ้าวหลานรักนี่จะลงโทษก็หวั่นไหวใจกลัวหลานเจ็บเช่นนี้จะให้ข้าลงโทษได้อย่างไรกัน
“อะฮึ่มๆ เข้าเื่เลยล่ะกันนะ” เดเนียลเมื่อเห็นว่าควรค่าแก่การได้เวลาแล้วเพราะทุกคนก็เข้ามากันจนครบแล้วจึงเอ่ยขึ้นและนาธานเนียลก็กลับมานิ่งครึมอีกครั้งในโหมดของท่านประมุขผู้น่าเกรงขามซึ่งแตกต่างจากการสนทนาหยอกเย้าจ้าวหลานมีคาเอลเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
ภายในห้องโถงกลางในส่วนห้องทำงานของท่านประมุขกว้างใหญ่อันการตกแต่งและประดับประดาวิจิตรละเอียดสวยงามช่างสมเกียรติ ซึ่งตอนนี้ประกอบไปด้วยเหล่าบุคคลหลายบุคคลทั้งสองฝั่งซ้ายขวานั่งตามลำดับพร้อมแก่การเอ่ยการสำคัญ เก้าอี้บัลลังก์ตรงกลางเป็ของท่านประมุขลดหลั่นลงมาแนวตรงก็เป็เก้าอี้ของบุตรชายทั้งสามตามมาไปด้วยผู้าุโระเบียบของตระกูล และท้ายที่สุดถัดมาอีกก็เป็กลุ่มรุ่นเยาว์ชั้นอัจฉริยะ 11 คน จากตระกูลหลัก 6 คน จากตระกูลรอง 3 คน และตระกูลสาขา 2 คน ตรงข้ามนั้นก็ยังมีผู้าุโและบุคคลผู้มาใหม่แผ่รัศมีความน่าเกรงขามอยู่อีกซึ่งเขาคิดว่าน่าจะมาเพื่อเป็อาจารย์ส่วนตัวของเหล่ารุ่นเยาว์ชั้นอัจฉริยะนี้
“ประการแรกคือพวกเ้าทุกคนจะได้รับการดูแลคุ้มกั้นที่แ่าขึ้นโดยผู้ป้องกันขั้นหนึ่งเหล่านี้” สำหรับรุ่นเยาว์ชั้นอัจฉริยะนี้ก็ถือว่าเป็การควรค่าแก่การปกป้องล่ะนะ ผู้ป้องกันขั้นหนึ่ง... เป็กลุ่มป้องกันของตระกูลแม็กซีวีลอนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักเพื่อทำหน้าที่ป้องกันคุ้มครองซึ่งมีหลายระดับและหลายกลุ่มนักในตระกูลแม็กซีวีลอนนี้มิใช่ว่าจะปรากฏได้ง่ายหรือเห็นได้ทั่วไป ส่วนใหญ่ก็ว่าจะไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของตระกูลอย่างลับๆ โดยมิมีผู้ใดรู้หรือก็อาจจะรู้ก็มีทั้งเปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้
“ประการที่สองที่สำคัญพวกเ้าทุกคนจะมีอาจารย์ประจำตัวเพื่อการแนะนำและขัดเกลาอย่างถูกต้องเหมาะสมมาดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด” ผู้าุโที่จะมาเป็อาจารย์ประจำตัวของเหล่ารุ่นเยาว์ชั้นอัจฉริยะของตระกูลแม็กซีวีลอนก็ใช่ว่าจะเป็ใครก็ได้ ต้องเป็ผู้ที่ถูกคัดเลือกและมีความสามารถเป็อย่างมากเช่นกัน อย่างน้อยแล้วระดับก็ต้องอยู่ในระดับจอมเวทขึ้นไปเท่านั้นซึ่งก็หาใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ อาจารย์ที่เก่งกาจถึงขนาดนี้ซึ่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับสถานศึกษาบัณฑิตสำนักหรือวิหารเลื่องชื่อต่างๆ เลย
“จงปฏิบัติตนให้ถูกต้องและเชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์พวกเ้าซะ”
“ขอรับ/เ้าค่ะ” สิ้นเสียงของนายท่านรองเดเนียลเหล่ารุ่นเยาว์ชั้นอัจฉริยะต่างก้มค้อมหัวให้ผู้จะมาเป็อาจารย์ของตนอย่างเคารพและยกยิ้มกว้างอย่างปลื้มปิติใจยิ่งนักที่จะได้มีอาจารย์ส่วนตัวเป็ถึงระดับจอมเวททีเดียว เพียงแต่ว่ามีเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงมีปฏิกิริยานิ่งเฉยอยู่เช่นนั้น
“ข้าขอปฏิเสธ...” มีคาเอลค้อมหัวพร้อมกับเอ่ยกล่าวต่อ สร้างความใเป็อย่างมากให้แก่ทุกคนกับคำกล่าวปฏิเสธนี้ การที่จะได้ผู้ป้องกันขั้นหนึ่งจากกลุ่มผู้ป้องกันของตระกูลและการจะได้มีอาจารย์ประจำตัวถึงระดับจอมเวทไม่ใช่เื่ง่ายเลย แล้วเหตุใดกันที่นายน้อยมีคาเอลถึงได้เอ่ยปฏิเสธมาอย่างง่ายๆ เช่นนี้... นี่คือความคิดของทุกคนภายในห้องและต่างรอฟังความอยู่รวมถึงนาธานเนียลผู้เป็ปู่ท่านประมุขของตระกูลที่แทบจะยกมือขึ้นมากุมขมับของตนเพราะคำกล่าวปฏิเสธของจ้าวหลาน ‘ข้ารู้ว่าเ้าอาจจะเบื่อและรำคาญใจเพียงแต่นี่กว่าข้าจะหาอาจารย์ที่เหมาะสมมาให้เ้าได้น่ะมันไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะแต่เ้ากลับเอ่ยปฏิเสธออกมาเพียงเสี้ยวลมหายใจเช่นนี้ได้อย่างไรกันจ้าวหลาน!’ (นาธานเนียล)
“เพราะเหตุใด” ท่ามกลางสถานการณ์ที่เงียบสงัดเป็เดเนียลที่เป็ผู้เอ่ยถามความจากบุตรชายของตน จริงๆ แล้วด้วยเหตุการณ์เช่นนี้นั้นยังมิเคยเกิดขึ้นเลยต่างหากที่มีรุ่นเยาว์ชั้นอัจฉริยะผู้ใดจะปฏิเสธการมีผู้ป้องกันหรืออาจารย์ประจำตัว นี่เป็ครั้งแรก...
“ข้าไม่คิดว่าจะมีผู้ใดปกป้องข้าได้ดีเท่ากับบาสเตียนและไคลี่ย์แล้ว และเมื่อมีบาสเตียนและไคลี่ย์ข้าก็ไม่คิดว่าจะผู้ใดกล้าลงมือทำร้ายข้า” คำกล่าวนั่นไร้ข้อกังขาเพราะการดูแลปรนนิบัติต่างๆ ของทั้งคู่นั้นไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง และหากให้เอ่ยฝีมือของบาสเตียนแล้วนั้นก็จัดว่าอยู่ในอันดับต้นๆ เลยและยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องส่วนไคลี่ย์คงไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว.... ใครจะกล้า
ส่วนข้ารับใช้ดูแลทั้งสองที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของนายตนก็แทบจะยกยิ้มเกินงามนี่เป็ครั้งแรกกระมังที่นายน้อยมีคาเอลเอ่ยออกมาเช่นนี้
“อีกอย่างคือ....”
“ข้ามีอาจารย์ของข้าแล้ว”
“หา มันจะ...” เป็ไปได้อย่างไร... บาสเตียนและไคลี่ย์ที่กำลังจะเอ่ยออกมาให้จบประโยคนั้นก็คล้ายต้องกลืนคำกล่าวเ่าั้กลับไปคืนเมื่อได้สบเข้าสายตาคมกริบสีทมิฬของนายน้อยตนเป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่ามองนายน้อยของตนแล้วรู้สึกเสียวสันหลังวาบก่อนที่ทั้งคู่จะเอ่ยตอบรับอย่างเงียบเจียม
“อ่าเอ่อ ขอรับ/เ้าค่ะ”
“อาจารย์ของเ้าเป็ใครอย่างงั้นรึมีคาเอล”
เดเนียลจึงอดที่จะเอ่ยถามบุตรชายของตนไม่ได้ ‘อาจารย์อย่างนั้นรึ...’ (เดเนียล) ั้แ่เมื่อไหร่กันเหตุใดเขามิเคยรู้เลยว่าบุตรชายผู้นี้ของเขานั้นมีอาจารย์คอยสอนสั่งหากแต่ว่าดูความสามารถและการเลื่อนระดับปัจจุบันนี้ของมีคาเอลแล้วในวัยเพียง 7 ขวบเศษก็คงจะต้องเชื่อเป็อย่างนั้น ยิ่งกับเขาที่ได้ล่วงรู้ถึงความสามารถของบุตรชายตนั้แ่อายุ 5 ขวบเศษแล้วแน่นอนว่าเขาเชื่ออย่างสนิทใจเลยล่ะว่ามีคาเอลนั้นคืออัจฉริยะ... อัจฉริยะที่ทำลายขีดจำกัดของทุกอย่าง และเพราะเป็เช่นนั้นจึงจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องมีอาจารย์ที่เก่งกาจมีความสามารถคอยสอนสั่งในสักวัน.... แต่ว่าเมื่อถึงวันนี้แล้วอาจารย์ผู้นั้นคือใครกัน!
“มีคาเอล... แล้วอาจารย์ผู้นั้นเหมาะสมที่จะเป็อาจารย์ของเ้าจริงๆ หรือไม่”
นาธานเนียลเอ่ยถามต่อ แน่นอนว่าอาจารย์ที่จะมาสอนสั่งก็ต้องมีความเก่งกาจสามารถมีความเหมาะสมด้วยเช่นกัน เพราะตามเนื้อความมีคาเอลถือเป็ความรุ่งเรืองของตระกูลเป็รุ่นเยาว์ผู้อัจฉริยะที่เพิ่งจะเคยปรากฏขึ้นในยุคเลย ไม่ว่าจะเป็สติปัญญาความรู้ความสามรถ ไวพริบต่างๆ เป็ต้นนั่นแล
สำหรับนาธานเนียลเขามองมีคาเอลแตกต่างจากเด็กทั่วไปมานานแล้วจึงได้มีความชอบคอพอใจในส่วนนี้มาก ฉะนั้นอาจารย์ผู้นั้นหากว่าไม่เหมาะสมเท่ากับอาจารย์ที่เขาหามาให้ถึงระดับจอมเวทแท้จริงแล้วล่ะก็คงจะต้องคุยเื่นี้กันใหม่แน่นอน
และคำถามของท่านประมุขนาธานเนียลและนายท่านรองเดเนียลก็คล้ายจะไปตรงใจกับทุกคนภายในห้องอย่างยิ่ง การปรากฏรุ่นเยาว์วัยเพียง 7 ขวบเศษในระดับก่อกำเนิดจิติญญาขั้นสูงอย่างไรเสียก็เป็ไปได้ยากเหลือเกินและแทบจะไม่มีทางเป็ไปได้แท้ๆ แต่นี่คือความจริง... ทุกคนต่างคิดว่ามีคาเอลคงจะต้องมีอาจารย์ที่เก่งกาจสามารถมากแน่ๆ และคงจะเก่งกาจมากกว่าผู้าุโอาจารย์ที่ท่านปู่และท่านพ่อหามาให้แน่ถึงทำให้เขาเลือกที่จะปฏิเสธเช่นนี้ จึงอยากที่จะทำความรู้จักมักคุ้นแม้แค่นามก็ยังดี อย่างน้อยระดับก็คงจะสูงกว่าจอมเวทเป็แน่
สำหรับคำถามนี้เป็การดีมากโดยเฉพาะกับบาสเตียนและไคลี่ย์ที่ทั้งคู่แทบจะตามประกบดูแลมีคาเอลเกือบตลอดเวลาแล้วนายน้อยของตนนั้นจะไปมีอาจารย์อะไรนั่นตอนไหนกัน
“อาจารย์ของข้า...” นี่ก็เป็คำถามที่มีคาเอลไม่ได้เตรียมคำตอบมา ยิ่งเห็นสายตาที่คาดหวังคำตอบของทุกคนแล้วมันก็ยิ่งที่จะ... ให้เอ่ยอย่างไรเล่า
สำหรับมีคาเอลแล้วการเอ่ยอะไรออกไปแน่นอนว่าเขาเลือกให้มัน... เคลือบแคลงดีกว่าชัดเจน
“เกรงว่าข้าจะบอกความแก่ท่านปู่และท่านพ่อมากมิได้เพราะอาจารย์ของข้านั้นไม่้าที่จะเปิดเผยตน แต่ว่า...”
“อาจารย์ของข้า... ระดับสูงกว่าท่านปู่ ขอรับ”