ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    ฟื้นฟูชีพจรโลก

    เพียงไม่นานข่าวที่ตระกูลหนานกระจายออกไปก็ทำให้ทั่วทั้งโลกสั่นสะเทือน

    แม้กระทั้งเผ่าปีศาจและเผ่าสัตว์อสูรก็ไม่มีข้อยกเว้น

    ถึงอย่างไรไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ปีศาจหรือสัตว์อสูร พวกมันย่อมต้องแสวงหาเส้นทางไปยังขอบเขตเซียน การที่ตระกูลหนานสามารถเปิดเส้นทางเซียนได้ทำให้ตระกูลหนานมีบุญคุณกับทุกๆเผ่าพันธ์ในโลกอย่างมาก

    แม้ว่าการที่หุบเขาสังหารเซียนจะกลายเป็นที่ตั้งตระกูลหนานก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไร เพราะพวกเขาถือว่ามันเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่ง

    ที่สำคัญคือตระกูลหนานจะสร้างเมืองขนาดใหญ่ติดกับหุบเขาเทียนจวิน ซึ่งทำให้กองกำลังและตระกูลจำนวนมากต่างก็รีบติดต่อตระกูลหนานเพื่อที่ว่าพวกเขาจะมีส่วนในการสร้างเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

    หนานหมิงได้ติดต่อไปหาสุ่ยต้านและบอกให้เขานำเผ่าพฤกษามาที่หุบเขาเทียนจวินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะยิ่งเผ่าปีศาจพฤกษามาเร็วเท่าไหร่ ต้นไม้โลกก็จะเติบโตได้เร็วขึ้นเท่านั้น

    นอกจากนี้หนานหมิงก็ได้ติดต่อไปหาหนานเฟยหยุนเพื่อบอกให้ตระกูลหนานส่งกำลังคนมาที่หุบเขาเพื่อที่จะก่อสร้างตระกูลหนานขึ้นที่นี้ และบอกให้ทุกๆคนเตรียมตัวย้ายที่อยู่ครั้งสุดท้ายมายังตระกูลหนานแห่งนี้

    ภายในหมู่บ้านหลัวเทียน

    ผู้อาวุโสของนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่มีความแข็งแกร่งระดับกึ่งเซียนได้เดินทางมาขอพบกับหนานหมิง เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างเมืองขึ้นที่หุบเขาเทียนจวิน โดยนิกายศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนต้องการที่ดินดีๆสักผืนในการสร้างสาขาของนิกายศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนขึ้น

    แน่นอนว่าหนานหมิงไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงอย่างไรตัวเขาและนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็นับว่าสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือน

    ในช่วงหนึ่งเดือนมานี้ หนานหมิงได้มอบหน้าที่พูดคุยกับกองกำลังต่างๆให้กับผู้อาวุโสใหญ่ ถึงอย่างไรเขาก็นับว่่าเป็นผู้ใหญ่ตระกูล 

    ในช่วงหนึ่งเดือนมานี้พลังวิญญาณรอบๆหุบเขาเทียนจวินเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมนับสิบเท่า ซึ่งตอนนี้พลังวิญญาณรอบๆนั้นเทียบได้กับพลังวิญญาณที่นิกายศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนครอบครองอยู่

    แน่นอนว่านี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเพราะพลังวิญญาณนี้อีกไม่นานก็คงจะมากกว่านี้หลายร้อยเท่า 

    สำหรับนิกายศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนพวกเขาก็ส่งคนมาที่ตระกูลหนานเกี่ยวกับการสร้างสาขาที่เมืองที่ตระกูลหนานจะสร้างขึ้น นอกจากนี้ผู้นำกลุ่มของพวกเขาก็ได้มอบสมบัติเป็นการพบหน้าให้อีกด้วย แถมยังบอกกับผู้อาวุโสใหญ่ว่าถ้าหากลงมือสร้างเมื่อไหร่ นิกายศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนจะสนับสนุนเต็มที่ 

    นอกจากนี้ในช่วงหนึ่งเดือนมานี้ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในหุบเขาเทียนจวินถูกตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่ามีทั้งปีศาจและสัตว์อสูรที่คลุ้มคลั่งเป็นจำนวนมาก ทำให้พวกมันถูกสังหารทิ้งอย่างไร้ปราณี ส่วนพวกที่ไม่ได้เป็นอะไรก็ปล่อยไว้แบบนั้น

    ซึ่งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในหุบเขาเทียนจวินก็อยู่ในระดับกึ่งเซียน ซึ่งมันคืออสรพิษหยกคราม ซึ่งเป็นสัตว์อสูรที่มีเชื้อสายของมังกรอยู่ เพราะที่หัวของมันมีเขาขนาดใหญ่และที่กลางลำตัวของมันก็มีปีกขนาดเล็ก 

    หนานหมิงได้จับให้มันกลายมาเป็นสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ตระกูลหนาน แน่นอนว่าอสรพิษหยกครามต้องยอมตกลงแต่โดยดี 

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกสามเดือน

    เวลานี้สุ่ยต้านได้พาเผ่าปีศาจพฤกษามาที่หุบเขาเทียนจวินแล้ว

    ในตอนแรกที่เผ่าปีศาจพฤกษาเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ของพวกมันก็สร้างความตกใจให้กับเผ่าปีศาจที่อยู่รอบๆอย่างมาก เพราะจำนวนของปีศาจพฤกษานั้นมีไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านตัว เรียกได้ว่าพวกมันมีจำนวนมหาศาลมาก 

    การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เผ่าปีศาจทั้งหลายตกใจและสงสัย แม้กระทั้งนิกายศักดิ์สิทธิ์เองก็ได้รับข่าวด้วยเหมือนกัน เพราะเส้นทางที่พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปก็คือหุบเขาเทียนจวิน

    ไม่นานนักตระกูลหนานก็ได้ประกาศว่าตอนนี้เผ่าปีศาจพฤกษาได้กลายเป็นกองกำลังภายใต้ตระกูลหนานแล้วและพวกเขาจะได้รับหน้าที่ในการดูแลต้นไม้โลก 

    ต้นไม้โลก?!

    เพียงแค่คำนี้ก็ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์เข้าใจได้ทันที

    เพราะต้นไม้โลกนับว่าเป็นหนึ่งในสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของโลก และมันจะช่วยทำให้พลังวิญญาณทั่วโลกบริสุทธิ์ขึ้นและต้นไม้โลกนี้ก็ได้หายไปตั้งแต่หลายล้านปีก่อนแล้ว หรือพูดให้ถูกก็คือต้นไม้โลกได้หายไปก่อนที่เส้นทางเซียนจะถูกทำลายเสียอีก

    สำหรับเผ่าปีศาจพฤกษา หลังจากที่พวกมันรู้ว่าจะได้รับหน้าที่ในการดูแลต้นไม้โลก พวกมันก็แทบจะยกพลมาที่หุบเขาเทียนจวินในเดี๋ยวนั้นเลย เพราะพวกมันมีความเชื่อมโยงกับต้นไม้โลกเป็นพิเศษ

    ในตอนที่หนานหมิงปลูกเมล็ดต้นไม้โลก เผ่าปีศาจพฤกษาทั้งหมดก็รับรู้ได้ทันที พลังในร่างกายของพวกมันราวกับถูกปลุก ทำให้ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มขึ้นมาอย่างกระทันหัน 

    ทันทีที่ข่าวเรื่องที่หนึ่งในสามเผ่าพันธ์ปีศาจได้่ตกลงเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ข่าวนี้สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมากสำหรับเผ่าปีศาจ เพราะการที่เผ่าปีศาจระดับนี้ได้เข้าร่วมกับตระกูลหนานถือว่าเป็นสิ่งที่พวกมันไม่คาดคิดเลยด้วยซ้ำ 

    แต่เมื่อเผ่าปีศาจคิดดูๆก็พบว่าตระกูลหนานในตอนนี้ก็นับว่าเป็นกองกำลังที่มีอิทธิพลอย่างมาก แถมพวกเขาก็เพิ่งจะเปิดเส้นทางเซียนขึ้นมาอีกด้วย ทำให้ได้รับการยกย่องอย่างสูงสุด การได้เข้าร่วมกับกองกำลังเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี และอีกอย่างต้องไม่ลืมว่าตระกูลหนานแข็งแกร่งขนาดไหน อย่างน้อยๆเกาะต้นไม้ใหญ่นี้ไว้ในอนาคตก็นับว่าสบายหายห่วงแล้ว

    ไม่นานนักเผ่าปีศาจบางส่วนก็เริ่มที่จะส่งคนของมันไปหาตระกูลหนานเพื่อที่จะยอมเข้าร่วมกับตระกูลหนาน

    เรื่องที่เผ่าปีศาจส่งคนมายังทวีปมนุษย์และต้องการที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานทำให้กองกำลังทั้งหมดประหลาดใจอย่างมาก

    แต่ไม่นานเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งก็กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

    เรื่องเล่าเรื่องนั้นเล่าว่า ในอดีตโลกทั้งใบอยู่กันอย่างสงบสุข สามเผ่าพันธ์เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน จนกระทั้งเซียนจากโลกอื่นบุกโจมตีโลกของพวกเราเพื่อที่จะยึดครองเส้นชีพจรโลก และจะทำให้โลกกลายเป็นโลกที่ไร้พลังวิญญาณ

    เผ่าพันธ์ทั้งสามที่นำโดยมนุษย์ที่มีนามว่า เนี่ยหงอี ผู้นำภาคีเซียนเทียนจวินปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหล่าเซียนจำนวนมาากจากทั้งสามเผ่าพันธ์ได้ต่อสู้กับเซียนจากภายนอก

    ด้วยความที่เซียนจากภายนอกแข็งแกร่งกว่ามาก ผู้นำเนี่ยหงอีได้หยิบยืมพลังจากชีพจรโลกเพื่อใช้ต่อกรกับเหล่าเซียนจากต่างโลก

    ท้ายที่สุดแล้วแม้ว่าผู้นำเนี่ยหงอีจะสามารถขับไล่เซียนจากภายนอกออกไปได้แล้ว แต่ชีพจรโลกก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้พลังวิญญาณภายในโลกลดลงอย่างมาก เส้นทางเซียนเองก็ค่อยๆถูกปิดไปด้วยเช่นกัน

    หลังจากนั้นสามเผ่าพันธ์ก็เริ่มที่จะแบ่งแยกพื้นที่และยึดครองทรัพยากรเป็นของตัวเอง ทำให้สงครามระหว่างสามเผ่าพันธ์จึงเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น

    แม้ว่าเรื่องเล่านี้จะเป็นเรื่องเล่า แต่ทุกๆคนก็ทราบดีว่าเรื่องเล่านี้เป็นเรื่องจริงเพราะมันเคยมีบันทึกของเนี่ยหงอีและภาคีเซียนเทียนจวินอยู่ 

    หรือก็คือต้นเหตุของการที่ทำให้เส้นทางเซียนถูกปิดก็คือการที่ทุกเผ่าพันธ์ในโลกร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูภายนอกนั่นเอง

    หลังจากที่ได้ฟังเรื่องเล่านี้ ทุกๆคนก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมจู่ๆเส้นทางเซียนจึงได้หายไปอย่างกระทันหัน แถมพวกเขาก็ยิ่งภูมิใจในตัวตนของบรรพบุรุษของพวกเขาเป็นอย่างมาก 

    อย่างน้อยๆบรรพบุรุษของพวกเขาก็ไม่ได้ละทิ้งสหาย พวกเขาช่วยเหลือและต่อต้านศัตรูจากโลกภายนอกจนสิ้นลมหายใจสุดท้าย 

    เผ่าปีศาจสามเนตรและเผ่าปีศาจกลืนนภา พวกมันได้ประชุมกันอย่างจริงจังก่อนที่จะตกลงเข้าร่วมกับตระกูลหนานเช่นกัน ในอดีตเผ่าปีศาจและมนุษย์ก็ยังเป็นสหายกันได้ ตอนนี้พวกมันก็รู้สึกหวาดกลัวตระกูลหนานอยู่ด้วย ในเมื่อเป็นแบบนี้ไม่สู้เข้าร่วมกับตระกูลหนานไปเลยล่ะ? อย่างน้อยๆตระกูลหนานก็ไม่คิดที่จะหักหลังสหายอยู่แล้ว

    เพียงไม่นานนักข่าวที่เผ่าปีศาจใหญ่ทั้งสามเผ่าพันธ์ได้เข้าร่วมกับตระกูลหนานทำให้กองกำลังทั้งหมดคิดว่าตัวเองหูฝาดไปแล้ว

    แต่เมื่อข่าวนั้นเป็นความจริงก็ทำให้เผ่าปีศาจกลายเป็นกองกำลังภายใต้การปกครองของตระกูลหนานในทันที

    ในเมื่อเผ่าปีศาจยังสามารถกลายเป็นกองกำลังภายใต้ตระกูลหนานได้เลย แล้วมนุษย์อย่างพวกเขาทำไมจะทำไม่ได้

    กองกำลังจำนวนมากจึงได้ติดต่อขอเข้าร่วมกับตระกูลหนาน

    แน่นอนว่ากองกำลังของตระกูลหนานใช่ว่าใครๆจะสามารถเข้าร่วมได้ พวกเขาจะต้องผ่านการทดสอบหลายๆอย่างเช่นเรื่องจิตใจและศีลธรรมเป็นหลัก

    เพียงไม่นานกองกำลังที่เคยทำชั่วจู่ๆก็กลับใจเป็นคนดีเสียอย่างนั้น เรื่องนี้สร้างความมึนงงให้กับทุกๆคนเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเพียงพริบตาเดียวกองกำลังที่เคยทำชั่วกลับกลายเป็นกองกำลังที่ยิ้มแย้ม คอยช่วยเหลือผู้คน แม้กระทั้งคุณยายที่กำลังขายขนมอยู่ข้างถนน ผู้ฝึกยุทธ์จากกองกำลังเหล่านั้นก็เข้าไปช่วยเหลือ

    ส่วนใครที่มีความผิดร้ายแรงก็ขอมาที่ตระกูลหนานเพื่อให้ตระกูลหนานลงโทษ

    ซึ่งหนานหมิงเองก็ประหลาดใจกับเรื่องนี้มาก แต่เขาก็บอกให้ตระกูลหนานลงโทษตามความผิดและต้องลงโทษอย่างยุติธรรมอีกด้วย

    เพียงไม่นานที่หน้าตระกูลหนานรวมไปถึงสาขาของตระกูลหนานทั้งหลายก็มีผู้ฝึกยุทธ์ที่ชั่วช้าต่อแถวเพื่อให้ตระกูลหนานลงโทษ

    แน่นอนว่าการที่กองกำลังเหล่านั้นทำตัวเป็นคนดีก็เพราะ พวกเขาเคยได้ยินมาว่าตระกูลหนานขึ้นชื่อเรื่องความยุติธรรมและเกลียดการรังแกผู้อื่นเป็นอย่างมาก 

    อย่างเช่นในอดีตวิหารหมื่นโลกาที่เคยทำเรื่องชั่วช้ามาอย่างยาวนาน พวกเขาก็ถูกตระกูลหนานข่มขู่จนต้องปิดปรตูวิหารและผู้นำวิหารไท่หงฝู่ถึงกับเรียกศิษย์และผู้อาวุโสทุกคนกลับมาที่วิหารและปรับทัศนคติในการเป็นคนดี รวมไปถึงการที่ให้ศิษย์ทั้งหลายนั่งสมาธิและฟังบทสวดเพื่อชำระจิตใจที่ชั่วร้ายทิ้งไป

    และตอนนี้แม้ว่าประตูวิหารจะยังถูกปิดอยู่แต่พวกเขาก็ยังได้รับข่าวสารจากโลกภายนอกอยู่ดี พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะส่งผู้อาวุโสไปที่ตระกูลหนานเพื่อขอติดตามพวกเขาไปด้วย

    ทางตระกูลหนานเองก็ตรวจสอบวิหารหมื่นโลกาอย่างละเอียดและพบว่าในช่วงหลายปีมานี้ วิหารหมื่นโลกาทำตัวดีขึ้นและไม่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน แถมบางครั้งก็ยังช่วยเหลือชาวบ้านอีกด้วย ทำให้ตระกูลหนานตกลงที่จะให้วิหารหมื่นโลกาเข้าร่วมกับพวกเขา

    นอกจากนี้ยังประกาศอีกว่าถ้าหากกองกำลังไหนที่ชั่วร้ายแต่กลับตัวกลับใจเป็นคนดีอย่างวิหารหมื่นโลกา ตระกูลหนานเองก็ต้อนรับเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าทำตัวดีแค่สองสามวันแล้วจะเข้าร่วมได้ พวกเขาจะต้องทำตัวดีเป็นระยะเวลาหลายปีก่อนที่จะผ่านการทดสอบ 

    ส่วนที่ว่าทำไมกองกำลังต่างๆถึงต้องการที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนาน

    เนื่องจากตระกูลหนานแข็งแกร่งและทรงพลังที่สุด นอกจากนี้พวกเขายังกลายเป็นผู้นำของโลกในยุคนี้ อย่างน้อยๆการที่พวกเขาเข้าร่วมกับตระกูลหนาน แม้ว่าจะไม่ได้กินเนื้อแต่ก็ยังพอได้กินน้ำซุปบ้าง อย่างเช่นเมืองที่ตระกูลหนานจะสร้างซึ่งติดอยู่กับหุบเขาเทียนจวิน ก็มีพลังวิญญาณหนาแน่นอย่างมาก และไม่ใช่ว่าใครก็ตามที่จะเข้าไปอยู่อาศัยในนั้นได้ เพราะกองกำลังทั่งโลกก็จับจ้องพ่ื้นที่ตรงนั้น 

    เพราะฉะนั้นแล้วหนทางที่ดีที่สุดในการได้ที่ดินผืนเล็กๆในเมืองแห่งนี้ก็คือการเป็นกองกำลังภายใต้ตระกูลหนาน 

    นอกจากนี้การได้ใช้ชื่อกองกำลังภายใต้ตระกูลหนานก็ทำให้พวกเขาเหมือนกับมียันต์ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าหากใครจะลงมือกับพวกเขาก็ต้องคิดดีๆก่อน อย่างสำนวนที่ว่าจะตีสุนัขก็ต้องดูเจ้านายของมันด้วย

    สำหรับเรื่องราวเหล่านี้ หนานหมิงปิดตาข้างหนึ่ง เพราะถ้าหากไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่งพวกมันทำตัวชั่วช้าอีกครั้ง หนานหมิงก็ไม่รังเกียจที่จะลบพวกมันให้หายไปจากโลกใบนี้

    เวลานี้เผ่าปีศาจพฤกษาส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในหุบเขาเทียนจวิน ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็สร้างที่พักอยู่ห่างจากหุบเขาเซียนจวินไปประมาณสองร้อยลี้ 

    สำหรับเผ่าปีศาจที่เข้าร่วมกับตระกูลหนาน พวกมันเองก็ย้ายมาใกล้กับหุบเขาเทียนจวินเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เข้าใกล้มากนัก เพียงแค่ห่างจากหุบเขาเทียนจวินไปสามถึงสี่แสนลี้เท่า อีกอย่างพื้นที่ที่พวกมันกำลังสร้างที่พักอยู่นั้นก็เป็นพื้นที่แห้งแร้งและไม่มีใครอาศัยอยู่แล้ว 

    สำหรับเมืองที่จะสร้างขึ้นติดกับหุบเขาเทียนจวินหนานหมิงก็ได้คิดชื่อเอาไว้แล้ว ชื่อของมันก็คือ ‘ เมืองรุ่งอรุณ ’ 

    เมืองรุ่งอรุณ เมืองที่จะนำสิ่งดีๆและอนาคตที่สดใสมายังโลกใบนี้นั่นเอง

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน