"พวกเ้ามีพลังิญญาแก่นแท้ขั้นกลางเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เหลือก็ขั้นต่ำ ฉะนั้นอย่างเข้าไปลึกกว่านี้จะดีกว่าหากพวกเ้าฝึกฝนอยู่แถวๆนี้เพื่อรอเวลา ข้าเชื่อว่าแผ่นป้ายพวกนี้ก็น่าจะเพียงพอให้ทุกคนในกลุ่มของพวกเ้าผ่านการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามได้"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวเตือน
"แม่นาง แผ่นป้ายพวกนี้ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเ้าเอาไปเถิดแม่นางจะได้ผ่านการคัดเลือก"สือซานและคนอื่นๆรู้สึกไม่สบายใจที่จะรับแผ่นป้ายพวกนี้เอาไว้
"อะไรเล่า นี่พวกเ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะสอบไม่ผ่านอย่างนั้นหรือ ดูนี่ซะนี่คือแผ่นป้ายที่ข้ามีไม่แน่ว่าอาจจะมีมากกว่าพวกเ้าเสียอีก เอาไว้หากพวกเ้าเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามได้ก็เลี้ยงข้าวข้าสักมื้อก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินวาจาเช่นนั้นของอวิ๋นเฟยเฟิ่งทั้งนางยังโชว์แผ่นป้ายที่มีในให้ดูพวกเขาถึงกับพูดไม่ออกอีกครั้ง ถึงแม้จะรู้ดีว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจงใจพูดให้พวกเขาสบายใจดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจรับแผ่นป้ายเอาไว้ ยิ่งกว่านั้นพวกเขาจะหาทางตอบแทนแม่นางพรุ่งนี้ให้ได้อย่างแน่นอน
สองวันผ่านไปอวิ๋นเฟยเฟิ่งเก็บแผ่นป้ายตามรายทางที่มุ่งหน้าไป คนบางกลุ่มเมื่อเห็นอวิ๋นเฟยเฟิ่งอยู่ตัวคนเดียวก็ไม่ได้รีบพุ่งเข้ามาชิงแผ่นป้ายของนาง พวกเขาทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้นางแล้วจากไปแทน อวิ๋นเฟยเฟิ่งเองก็ยิ้มตอบกลับและไม่คิดจะแย่งชิงแผ่นป้ายของคนเ่าั้
แต่มีบางกลุ่มที่เห็นหญิงสาวอยู่เพียงลำพังก็้าจะมาแย่งชิงแผ่นป้าย ซึ่งก็แน่นอนว่าคนเ่าั้ได้รับบทเรียนอันแสนสาหัสเป็การตอบแทน ยิ่งอวิ๋นเฟยเฟิ่งเข้าใกล้พื้นที่ใจกลางป่าลึกลับแห่งนี้มากขึ้น จำนวนผู้เข้าสอบก็มีมากขึ้นเป็เงาตามตัว ใน่สองวันที่ผ่านมานางเก็บแผ่นป้ายได้หลายสิบแผ่นแล้ว
เป็เวลากว่าสิบวันมาแล้ว ทว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ยังไม่พบเจอสหายของตนเลยสักคน โจวจื่อซิน อู๋เหล่ย หรือแม้แต่คนคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างหลิงซวง ฟางเจี้ยนิ ไม่ทราบว่าอยู่หนแห่งใดกันบ้างและนึกเป็ห่วงพวกเขาอยู่บ้าง เวลาในการทดสอบคัดเลือกศิษย์ของสำนักยุทธ์ฟ้าครามคือหนึ่งเดือน
แท้จริงแล้วอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่จำเป็ต้องเป็กังวลเลยเพราะโจวจื่อซินที่จับคู่มากับหลิงซวงและอู๋เหล่ยต่างก็โชคดีกันมากรวมทั้งฟางเจี้ยนิ ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์พวกเขาทั้งหมดก็ได้รวมตัวกันแล้วเหลือเพียงแค่อวิ๋นเฟยเฟิ่งคนเดียวเท่านั้นพวกเขาต่างรออวิ๋นเฟยเฟิ่งอยู่ใจกลางป่าลึกลับเป็ที่เรียบร้อย
น่าแปลกใจที่ตลอดทางมานี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่พบเจอสัตว์ิญญา หรือสัตว์เทพเลยสักตัวอาจจะเป็ไปได้ว่าทางสำนักยุทธ์ฟ้าครามได้กันเหล่าสัตว์ิญญาออกไปจากพื้นที่ของสนามสอบก็เป็ได้
ในระหว่างที่วันนี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งเดินทางไปยังใจกลางป่าลึกลับเป็ปกติ ทันใดนั้นเองก็มีตาเฒ่าเคราขาวปรากฏตัวมือไพล่หลังอยู่ตรงหน้านางภายในไม่กี่ก้าว อวิ๋นเฟยเฟิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะจ้องมองชายผู้นั้น นางมั่นใจมากว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ย่างก้าวของชายเฒ่าเปี่ยมไปด้วยกำลังวังชาประหนึ่งว่าขี่เมฆาเหยียบหมอกมาจากนั้นก็พูดขึ้นว่า
"เด็กน้อยเอ๋ยเ้าก่อเื่ใหญ่เสียแล้ว"เอ่ยด้วยท่าทางน้ำเสียงเบื่อหน่าย ทว่าดวงตาชราคู่นั้นก็เย่อหยิ่งถือดี ดูท่าว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่อยู่ในสายตา แน่นอนว่าด้วยใบหน้าที่มีรอยแผลเป็เช่นนี้ลักษณ์ตรงตามที่เขารู้มา ดังนั้นจึงไม่ผิดตัวแน่
"เื่ใหญ่? หึ! ข้าเพียงแต่ปกป้องตัวเองเท่านั้น"ถ้านางเดาไม่ผิดคงเป็คนที่องค์หญิงลั่วลั่วส่งมาจัดการนาง ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเข้ามาแทรกแซงการสอบได้เพราะเป็คนของราชสำนักนั้นเอง
"ตาเฒ่าผู้นี้ไม่ได้สนใจ ก็เพียงแค่ทำตามคำสั่ง เ้าต้องเข้าใจประเด็นหนึ่งอย่างถ่องแท้ก่อนว่า หากราชวงศ์ประสงค์จะเอาชีวิตผู้ใด คนผู้นั้นต้องตาย!"
สายตาเ็าของชายชรามองไปยังอวิ๋นเฟยเฟิ่ง มือทั้งสองไพล่หลัง อาภรณ์ขาวโบกสะบัดอยู่ในสายลมท่าทีไม่ธรรมดา แลดูเป็ผู้ทะเยอทะยาน
"เหอะ! ก็ต้องดูว่าเ้ามีความสามารถนั้นไหม"มุมปากสวยอวิ๋นเฟยเฟิ่งโค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อยเผยแววเย้ยหยัน
"โอหังเกินไปมิใช่เื่ดี! ตาเฒ่าผู้นี้จะสั่งสอนเด็กสาวผู้ไม่ประสีประสาให้เอง!"
ย่าห์!
ตาเฒ่าปล่อยพลังธาตุลมออกมาแปรงเป็พายุหมุนโดยพลัน แล้วซัดใส่อวิ๋นเฟยเฟิ่งโดยพลัน สองมือนั้นโค้งขึ้นประหนึ่งกรงเล็บอินทรีทั้งดุดันทั้งแหลมคม สายตาก็โหดร้ายป่าเถื่อนยิ่งนัก
เขาเป็จอมยุทธ์ระดับจอมทัพขั้นสูงเขาได้รับเกียรติให้เป็ถึงราชครูในวังหลวงทุกคนล้วนเคารพนับถือ
พลังิญญาระดับจอมทัพขั้นสูงในดินแดนมนุษย์นั้นนับว่าเป็ผู้แกร่งอย่างมากแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังต้องยำแกร่ง และด้วยเพียงแค่จัดการกับเด็กสาวที่มีพลังิญญาแค่แก่นแท้ขั้นกลางนับว่าเป็อะไรได้
"พลังธาตุลมซะด้วย"อวิ๋นเฟยเฟิ่งยิ้มพูดแค่นั้นก็ไม่กล่าวอะไรต่อ พลางมองไปยังร่างชายชราที่ที่กำลังโจนทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว แต่ในสายตาของอวิ๋นเฟยเฟิ่งมันกลับดูเชื่องช้ามาก
เมื่อมือของตาเฒ่าอยู่ห่างหน้าอวิ๋นเฟยเฟิ่งไปไม่เท่าไหร่ดังนั้น นางก็ได้หายตัวไปจากตรงนั้นเป็การหลบและกลับมาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าชายชราอีกครั้งจนชายชรามองตามไม่ทันและไม่ทันตั้งตัวนางเงื่อนกำปั้นพุ่งหมัดต่อเข้าซัดใบหน้าของอีกฝ่ายทันที ตาเฒ่ายังไม่ทันได้ตั้งตัวหมัดที่แฝงพลังิญญาของอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็พุ่งเข้ากระแทกเบาตาของเขาแล้ว จนตาของเขาเขียวซ้ำในชั่วพริบตา
"นังเด็กสมควรตาย!"ชายชราถึงกับต้องใเป็อย่างมาก คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะสามารถหลบการโจมตีเขาได้และยังเข้าถึงตัวเขาได้โดยที่เขาไม่สามารถมองตามทัน ซึ่งในดินแดนมนุษย์เขามั่นใจว่าไม่มีใครต่อกรกับเขาได้หรือถ้ามีก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้ จะเป็ไปได้อย่างไรที่นางเป็แค่จอมยุทธ์ระดับแก่นแท้จะหลบการโจมตีจากเขาได้! แต่ถึงจะใก็มีความโกรธมากกว่า
การที่ชายเฒ่าอย่างเขามาอยู่ดินแดนมนุษย์ทั้งๆที่เขาสามารถอยู่ดินแดนผู้บำเพ็ญตนได้นั้น เหตุผลคือเขาอายุมากแล้วจนป่านนี้ยังค้างอยู่ระดับจอมทัพหลายปีมาแล้วที่พลังิญญายุทธ์เขาไม่ก้าวหน้า ดังนั้นจึงตัดสินใจมายังดินแดนมนุษย์ที่ซึ่งมีจอมยุทธ์มากสุดก็แค่นักรบ และได้รับการยกย่องจากฮ่องเต้ เพราะเขารู้ตัวเองว่าต่อให้อยู่ดินแดนผู้บำเพ็ญตนต่อพลังิญญาของเขาก็ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้อีกแล้ว
ด้วยความเดือดดาล เขาเรียกลิงเผือกสัตว์ิญญาอายุหกสิบปีออกมาซึ่งนี่คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเขาในดินแดนมนุษย์ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์ิญญาได้เพราะต้องให้พวกมันยินยอมพร้อมใจเอง หรือต้องล่ามันมาแล้วให้ผู้ฝึกสัตว์สยบมันให้เสียก่อน และในดินแดนมนุษย์ผู้ฝึกสัตว์นับว่าหยิ่งผยองถือตนเป็อย่างมาก ไม่ง่ายเลยที่พวกเขาจะยอมสยบสัตว์ิญญาให้อีกเหตุผลคือมันสิ้นเปลืองพลังิญญาเป็อย่างมาก
"ไม่ธรรมดาจริงๆไม่คิดว่าเ้าจะมีสัตว์ิญญาอายุหกสิบปีไว้"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวออกไปอย่างน่าทึ่งแต่นางไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ลิงเผือกตัวนั้นก็แค่สัตว์ิญญาอายุหกสิบปี นางสามารถจัดการมันได้อย่างสบายๆ
"คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วเด็กน้อย"ชายชราเอ่ยอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อได้ฟังวาจาของอวิ๋นเฟยเฟิ่ง
"ใครมันกล้ามาสร้างความรำคาญใจให้กับนายหญิงของข้า"อยู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นระหว่างที่ชายชรากำลังเอ่ย
"ฮึ่ม หงหงพลังิญญาถึงระดับเทวะแล้วหรือ?"ที่แท้ก็เป็หงหงที่บรรลุระดับพลังิญญาตามที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งกำหนดเอาไว้
"เ้าค่ะนายหญิง ขั้นกลางแล้วด้วย"หงหงตอบเมื่อยืนอยู่ข้างอวิ๋นเฟยเฟิ่งแน่ละหากฝึกฝนในมิติจิตของนายหญิงย่อมมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
"ยินดีกับเ้าด้วยหงหง"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองหงหงอย่างดีใจกับเ้านกหงส์เพลิงตัวน้อย ทั้งสองพูดคุยกันโดยลืมไปว่ายังมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย
"ฮ่าๆๆ เหลวไหลทั้งเพอย่างเ้าน่ะหรือจะมีพลังิญญาระดับเทวะขั้นกลางเด็กน้อย"ชายชราหัวเราะเยาะอย่างไม่เชื่อถือ เพราะถ้าหากพวกนางมีพลังิญญาสูงส่งเพียงนั้นจะมาอยู่ในดินแดนมนุษย์ทำไม
"หงหงแสดงให้ข้าดูหน่อยสิว่าเ้าฝีมือพัฒนาไปถึงไหนแล้ว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองไปตาเฒ่าเคราขาวอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาจะไม่เชื่อก็ไม่แปลกอะไรถ้าเป็นางเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน
"เ้าค่ะ"หงหงไม่ได้เปลี่ยนร่างแต่ยังคงอยู่ในร่างมนุษย์ แค่จัดการสัตว์ิญญาตัวนี้ไม่จำเป็ต้องคืนร่างเดิมก่อนที่นางจะปล่อยสภาวะพลังิญญายุทธ์ระดับเทวะขั้นกลางออกมากดทับเ้าลิงเผือกตัวนั้น
"นี่มัน สัตว์เทพ!"ชายชราถึงกับเข่าอ่อนต่อให้เขาโง่งมเพียงใดแต่ด้วยระดับพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่านางมีระดับพลังิญญายุทธ์ระดับเทวะ หัวใจของเขาสั่นรัวอย่างหวาดหวั่นจะเป็ไปได้อย่างไรที่สตรีอัปลักษณ์คนนี้จะมีสัตว์เทพเป็คู่พันธสัญญาทั้งยังมีพลังสูงส่ง
เ้าลิงเผือกถอยหนีไปเมื่อเห็นว่าหงหงปรากฏตัวขึ้น หงหงพุ่งเข้าใส่ลิงเผือกดุร้ายตัวนั้นด้วยความที่ดุร้ายมากยิ่งกว่า หงหงแผ่แรงกดดันอันหนักหน่วงออกมาทำให้เ้าลิงเผือกขยับไม่ได้และยืนเป็เป้านิ่งให้หงหงจัดการ
"เหอะ! มีสัตว์เทพแล้วอย่างไร เ้าก็มีระดับพลังิญญายุทธ์แค่แก่นแท้ เ้าสู้ข้าไม่ได้อยู่ดี"ชายชรารีบฉวยโอกาสตอนที่สัตว์เทพของอวิ๋นเฟยเฟิ่งจัดการกับสัตว์ิญญาของตน เขาชักดาบออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหานาง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองอย่างสงบนิ่ง นางไม่ได้เรียกอาวุธจิติญญาของตัวเองออกมาและยังปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้าใส่นางโดยไม่คิดจะหลบหลีก อวิ๋นเฟยเฟิ่งยืนมองอีกฝ่ายที่เป็ผู้ฝึกตนระดับจอมทัพขั้นสูงอย่างเฉยเมย เขายังห่างชั้นจากนางมากนักเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเบี่ยงตัวหลบดาบที่พุ่งตรงเข้ามาอย่างง่ายดาย ก่อนที่หมัดของนางจะพุ่งสวนเข้าใส่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง
ปัง!
ชายชราถูกแรงกระแทกจากหมัดของอวิ๋นเฟยเฟิ่งส่งให้กระเด็นออกไปปะทะกับต้นไม้ในป่าจนล้มระเนระนาดไปหลายต้นฝุ่นตลบอบอวลก่อนจะกลิ้งอย่างหมดท่าไปบนพื้น เมื่อเห็นแสงจางๆที่ห่อหุ้มกำปั้นของศัตรูชายชราก็รู้ทันทีว่านางน่าจะมีระดับพลังิญญายุทธ์สูงกว่าเขาหลายขั้นนักซึ่งเขาดูไม่ออก ด้วยความเร็วในการในการเคลื่อนไหวของอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็เหนือกว่าเขาหลายเท่า เขาไม่มีเวลาหรือโอกาสจะหลบเลี่ยงได้เลย
โฮกกกก!
มีเสียงร้องที่เ็ปทรมานดังขึ้น ลิงเผือกคู่ใจของชายชราถูกหงหงเล่นงานจนแขนของมันหักงอผิดรูปและมีาแตามตัวจนเืไหลนองออกมาเป็จำนวนมากซึ่งดูน่ากลัวเป็อย่างมาก
"คิดว่าระดับพลังิญญายุทธ์แค่จอมทัพขั้นสูงก็จะสามารถฆ่าใครก็ได้อย่างนั้นหรือ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางสาดสายตามองอีกฝ่ายอย่างดูแคลน
"เด็กน้อยข้าเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ข้าสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเื่นี้อีก"ชายเฒ่าเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่ใช่ไก่กาที่เขาจะจัดการได้ เดิมเขาก็ไม่ได้สนใจเื่ขององค์หญิงลั่วลั่วอยู่แล้วหากเขาไม่ทำแล้วใครจะกล้าว่าอะไรเขาได้ตอนนี้เอาชีวิตรอดไว้ก่อนดีกว่า
"เข้าใจง่ายๆก็ดี ผู้น้อยเองก็ไม่อยากทำร้ายใครการแข่งขันย่อมมีปะทะกันบ้างซึ่งเป็กฎง่ายๆตายตัวในยุทธภพหวังว่าผู้เฒ่าจะเข้าใจ ท่านกลับไปเถิด"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเข้าใจดีว่าที่ตาเฒ่าผู้นี้ลงมือเพราะได้รับเกียรติมากมายจากราชวงศ์จึงออกหน้าตามคำขอร้อง
"ขอบใจเ้ามากที่ไม่ถือสาเอาความกับตาแก่เลอะเลือนอย่างข้า แต่อย่างไรข้าก็ขอเตือนเ้าสักคำจงระวังขุมกำลังที่อยู่เื้ัราชวงศ์เอาไว้ให้ดี"ชายชรากล่าวเตือน
"ขอบคุณที่เตือน วางใจเถอะผู้น้อยคงไม่อยู่ดินแดนมนุษย์นานนักหรอกหรือถ้าขุมกำลังที่ว่าจะมาจริงๆ ข้าคงมีแต่เพียงรับมือเท่านั้น"หากว่านางตอนนี้ตัวคนเดียวย่อมต้องกังวลใจและหวาดกลัวอยู่บ้างแต่พอนึกถึงเซียวโม่ฉือที่ตอนนี้เป็สามีของนางแล้วความกลัวที่ควรจะมีก็หายไป นางเชื่อว่าเมื่อมีเขาอยู่นางจะไม่ได้รับอันตรายใดๆ
ชายชราลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะมองอวิ๋นเฟยเฟิ่งด้วยสายขอบคุณที่ละเว้น เขานำแผ่นป้ายผู้เข้าสอบของตัวเองออกมาและทำลายมันทิ้งโดยไม่ลังเลแสงจางๆปรากฏขึ้นรอบตัวชายผู้นั้นก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไป
"ขุมกำลังเบื่อหลังงั้นหรือ"แต่คำพูดของชายชราก็สะกิดใจนางอยู่ไม่น้อยกับคำว่าขุมกำลังที่อยู่เื้ัราชวงศ์ แต่ต่อให้มีขุมกำลังอะไรก็แล้วแต่หากจะทำร้ายนางเกรงว่านางเองก็ไม่สามารถปล่อยไปได้เช่นกัน
"นายหญิงจะทำอย่างไรต่อเ้าคะ"หงหงที่กำลังสนุกกับการเล่นกับเ้าลิงเผือกจู่ๆมันก็หนีหายไป
"ก็ต้องเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามรอเวลา ส่วนเื่อื่นก็รอดูกันต่อไปในเมื่อพวกเขาอยากลองดีก็ให้เรียงหน้ากันเข้ามา"ไม่ใช่ว่านางประมาทหรือเก่งแต่เพราะไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ดังนั้นก็มีแต่ต้องสู้เท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอด
อีกด้านใจกลางป่าลึกลับโจวจื่อซินและคนอื่นๆกำลังนั่งรออวิ๋นเฟยเฟิ่งอย่างเบื่อหน่าย ตอนที่โจวจื่อซินและหลิงซวงมาถึงพวกนางก็พบกับอู๋เหล่ยที่มาถึงก่อนใครและสามวันต่อมาก็มีฟางเจี้ยนิเข้ามาสมทบ ระหว่างทางแม้จะพบเจอสายตาอิจฉาริษยาแต่พวกนางก็เดินทางมาถึงจุดนัดพบได้อย่างปลอดภัยพร้อมด้วยแผ่นป้ายในมืออีกนับสิบ
"อู๋เหล่ย ข้าเป็ห่วงอวิ๋นเฟยเฟิ่งนักนี่ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววของนางเลย"โจวจื่อซินเอ่ยอย่างไม่สบายใจ หรือว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะมีปัญหาอะไร
"ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ใจเย็นก่อนเถิดข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเฟยเฟิ่งจะต้องมาแน่"อู๋เหล่ยได้แต่ส่ายศีรษะอย่างหมดปัญญาและกล่าวปลอบใจโจวจื่อซินรวมถึงตัวเขาเองด้วย เขาเองก็มีความกังวลเกี่ยวกับอวิ๋นเฟยเฟิ่งเช่นกัน
"อย่ากังวลไปเลยข้าเชื่อว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งจะต้องมาถึงอีกไม่ช้าแน่ เพราะนางเป็คนนัดพวกเราเองยังไงก็ต้องมาแน่"หลิงซวงคุณหนูใหญ่แห่งสมาคมฝึกสัตว์เอ่ย
"ข้าเองก็มั่นใจว่าสหายอวิ๋นจะต้องมา"ฟางเจี้ยนิก็ให้กำลังใจโจวจื่อซินถึงนานๆครั้งเขาจะพูดคุยกับพวกเขาแต่ก็ถือว่าสนิทกันกว่าใครที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นับว่าพวกเขาคือสหายกลุ่มแรกที่เขายอมรับและยอมนับเขาเป็สหาย เขารับรู้ได้ว่าพวกเขามีแต่ความจริงใจ