บทที่ 31 ไม่เคยเสียใจ
ในขณะที่เหยียนซีกับพี่เซี่ยกำลังคุยกันอยู่ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินกระแทกเท้าเข้ามาอย่างดุดันพร้อมเสียงที่แหลมปรี๊ดก็ดังก้องไปทั่วทางเดินอย่างโกรธเกรี้ยว
“เหยียนซี นี่เธอตาบอดหรือไง? ฉันส่งข้อความไปทำไมไม่ตอบ? ฉันรอเธอมาสิบนาทีแล้วนะ!”
เหยียนซีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่ทว่าไม่ได้ตอบอะไรอีกฝ่าย เธอทำเพียงเหลือบมองเ้าของเสียงแปร๋น ๆ อย่างเ็า
พี่เซี่ยจึงส่งเสียงไอผ่านลำคอ "เธอคือเฉินอี้เหรอ?"
เฉินอี้คิดว่าอีกฝ่ายรู้ว่าตัวว่าเธอคือสายลับที่ได้รับมอบหมายงานจากไป๋ลั่วฝานเป็การส่วนตัวให้ช่วยสอดส่องและขัดขวางไม่ให้เหยียนซีทำอะไรตามใจตัวเอง ดังนั้นเธอจึงยอมรับความผิดพลาดของเธอทันทีและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "ถ้าเธอขอโทษอย่างจริงใจ ฉันอาจจะให้อภัยเธอก็ได้นะ"
“ฮึ นี่หล่อนเพิ่งเคยเป็ผู้จัดการครั้งแรกหรือไง?” เหยียนซียังคงเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาคู่สวยและคมกริบของเธอ พร้อมเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวและปิดประตูโดยไม่หันกลับมามอง
เธอไม่สนใจเฉินอี้ราวกับอีกฝ่ายเป็เพียงอากาศธาตุ
"เธอ!"
เฉินอี้ไม่คิดว่าเหยียนซีที่ถูกบริษัทปฏิบัติตัวใส่เหมือนเป็พลเมืองชั้นสามจะกล้าสะเออะทำตัวเย่อหยิ่งแบบนี้ เธอจึงผลุนผลันเปิดประตูห้องแต่งตัวตามอีกฝ่าย แล้วโยนแก้วน้ำลงบนโต๊ะแบบที่ไม่มีความเคารพเหยียนซีเลย
เสียงแก้วแตกนั้นรุนแรงมาก! พร้อมกับสายตาที่เหยียนซีจ้องกลับมาที่เธอแบบไม่มีท่าทีเกรงกลัวออกมาให้เห็น ก่อนจะเอ่ยกับเธอด้วยรอยยิ้มหยัน
“ฉันไม่เคยได้ยินเลยว่ามีดาราคนไหนที่้า ‘ความเมตตา’ จากผู้จัดการตัวเอง บริษัท้าปิดกั้นฉันแล้วมันจะทำไม? ฉันไม่สน แล้วเธอล่ะ? เธอคิดว่าหลังจากที่ฉันถูกแบนแล้ว เธอในฐานะที่เป็ผู้จัดการของฉัน บริษัทยังจะจ้างเธอต่อเหรอ? เธอจะเป็คนแรกที่ถูกไล่ออก!"
“เธออย่าพูดเื่ไร้สาระ! ท่านประธานไป๋ไม่ปฏิบัติกับฉันแบบนั้นหรอก”
เฉินอี้ยังคงแก้ตัวแทนไอ้แมงดาไป๋ลั่วฝานด้วยแววตาตื่นตระหนก ภายใต้ท่าทีที่เสแสร้งทำเป็แข็งกร้าว
“โอ้...ทำไมมันจะเป็ไปไม่ได้ล่ะ? ให้ฉันเดานะ เขาอาจจะสัญญากับเธอด้วยรางวัลมากมาย เธอแน่ใจเหรอว่าเธอจะได้อะไรจากเขา? ฉันบอกได้เลยว่าก่อนหน้านั้นเธอคงโดนฉันจัดการไปแล้ว”
ทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของเหยียนซีก็หรี่ลงราวกับมีด พลางเดินเข้าไปใกล้เฉินอี้ด้วยท่าทีที่ดุจดั่งนางพญา
“อย่าหาว่าฉันสอนเลยนะ แต่ในวงการนี้ไม่มีคนที่ใสสะอาดหมดจดหรอก การที่ฉันจะหวนคืนวงการบันเทิงและได้ตำแหน่งนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมอีกครั้ง ฉันจะต้องเหยียบบ่าหลายต่อหลายคนเพื่อปีนขึ้นไปที่ตำแหน่งนั้น หากเธอไม่้าเป็ก้าวต่อไปของฉัน ก็รีบ ๆ ตัดสินใจซะเดี๋ยวนี้ ว่าจะเป็หูตาให้ไป๋ลั่วฝาน หรือจะยอมเป็คนของฉัน...”
ดวงตาของเหยียนซีดูน่ากลัวมาก
เมื่อเห็นดวงตาของเหยียนซี ประกอบกับคำขู่ของเธอ หัวใจของเฉินอี้แทบจะหยุดเต้นด้วยความกลัว
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ถอยหลังไปสองก้าวแล้วพิงกำแพงเอ่ยตอบกลับ "ฉัน...ฉันไม่เข้าใจที่เธอพูด!"
“ไม่เข้าใจเหรอ?! ถ้าอย่างนั้นเธออาจจะเข้าใจหลังจากเห็นนี่!”
พี่เซี่ยเยาะเย้ยและโยนข้อมูลของเฉินอี้ที่ได้มาจากสายสืบของเจียงโม่เฉินเข้าไปในอ้อมแขนของเธอ
เฉินอี้เปิดแฟ้มในมือของเธอด้วยความสงสัย แต่หลังจากที่อ่านไปได้ สองสามหน้า ใบหน้าของเธอก็ถึงกับถอดสีทันที
เธอมองไปที่พี่เซี่ยอย่างไม่เชื่อ!
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง พี่เซี่ยกับยัยเหยียนซีจะรู้เื่หมดทุกอย่าง!
อุบัติเหตุ การซื้อ-ขาย ข้อมูลส่วนตัว... ทุกอย่างมีเครื่องหมายชัดเจนในแฟ้มข้อมูลในมือของเธอ
หากสิ่งเหล่านี้ถูกเปิดเผย เธอก็ไม่มีทางที่จะตั้งหลักในแวดวงการนี้ได้
เมื่อเทียบกับเจียงอวี้เิที่ทำตัวเหมือนเด็กนิสัยเสียและพึ่งพาผู้ชาย วิธีการเล่นงานศัตรูในวงการบันเทิงของเหยียนซีนั้นเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เฉินอี้รีบเปลี่ยนท่าทีการพูดจาและปฏิบัติกับเหยียนซีจากหลังเท้าเป็หน้ามือทันที
“ขอโทษค่ะพี่เซี่ย มันเป็เพราะว่าฉันยังเด็กและโง่เขลา ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่ควรทำ...” เฉินอี้ตบหน้าตัวเองอย่างแรง “ฉันจะไม่พูดจากับเหยียนซีแบบนี้อีก บริษัทส่งฉันมาเป็ผู้จัดการของเธอ ฉันถูกบังคับให้ช่วย ถึงฉันไม่ทำ คนอื่นก็จะทำอยู่ดี และฉันก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของประธานไป๋ได้”
ความสามารถของเฉินอี้ในการพูดคำเหล่านี้ได้พิสูจน์จุดยืนของเธอ
พี่เซี่ยมองเธอด้วยความสงสัย “เข้ามากับฉัน”
เฉินอี้พยักหน้าอีกครั้งและตามพี่เซี่ยเข้าไปในห้องแต่งตัวของเหยียนซี เมื่อเห็นว่าพื้นยังคงสกปรกอยู่ เฉินอี้ก็รีบทำความสะอาด "ฉันขอโทษค่ะ เหยียนซี ฉันสัญญาว่าในอนาคตสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก!"
หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ มันแสดงให้เฉินอี้เห็นแล้วว่าเหยียนซีนั้นโเี้และดุดันขนาดไหน?
ใครบอกกันว่าเธอถูกรังแกได้ง่าย ๆ หลังจากผ่านเื่ทั้งหลายมาล่ะ?
เหยียนซีพิงเก้าอี้แต่งหน้าแล้วพูดว่า “ฉันเก็บเธอเอาไว้ก็ได้ แต่ถ้าเธอคิดจะเล่นตุกติกลับหลังฉัน ผลที่ตามมา...เธอต้องทนเอาเอง ฉันไม่รับประกันชื่อเสียงและอนาคตในวงการบันเทิงของเธอ”
เฉินอี้ก้มศีรษะลงอย่างประหม่า เธอใกับสภาพเหยียนซีในตอนนี้อย่างที่สุด
“เอาสัญญาโฆษณามาให้ฉันดูหน่อย” เหยียนซีเอ่ยขึ้น แม้เสียงของเธอจะดังแต่มันก็สงบอยู่ภายในห้องนี้
“อะไรนะ?” เฉินอี้ตกตะลึง และนึกขึ้นได้ว่าเหยียนซีกำลังพูดถึงโฆษณาชุดชั้นใน
เธอลอบกลืนน้ำลายและหยิบสัญญาออกจากกระเป๋า เธอคิดหาวิธีบังคับเหยียนซีได้แล้วหลายวิธี
ทันทีที่เธอหยิบมันออกมา เหยียนซีก็ลงนามโดยไม่อ่านอะไรเลย
“เธอตกลงที่จะถ่ายโฆษณาชุดชั้นในนี้เหรอ? เธอยังไม่ได้อ่านเนื้อหาเลย...”
เฉินอี้รู้สึกว่าเธอไม่สามารถประมาทเหยียนซีได้ แล้วก็ใมากที่ผู้หญิงโหดตรงหน้านี้จะใจเด็ดใจถึงขนาดที่จะถ่ายโฆษณาหวิวแบบนี้...
ผู้หญิงคนนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!
“ในเมื่อสัญญาถูกจัดเตรียมไว้เป็พิเศษสำหรับฉัน ฉันอ่านหรือไม่อ่านแล้วมันจะแตกต่างกันตรงไหน?”
หญิงสาวเอ่ยตอบเฉินอี้พลางนั่งไขว่ห้าง
ความคิดของเหยียนซีชัดเจนมาก แม้ว่าเธอจะปฏิเสธ แต่ไป๋ลั่วฝานก็ยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อยัดเยียดให้เธอยอมรับงานอยู่ดี จึงเป็การดีกว่าที่จะยอมรับมันอย่างใจเย็นแล้วค่อยหาทางออก...
“เธอแค่ต้องช่วยฉันจัดการกับแผนการเดินทางที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และจดจำทุกอย่างให้ชัดเจน!” เหยียนซีสั่งอย่างใจเย็น “ฉัน้าให้เธอเข้าใจไว้อย่างหนึ่ง ติดตามฉัน หรือเต็มใจที่จะเป็หูตาให้ไป่ลั่วฝานกับนังเจียงอวี้เิ...”
เฉินอี้ตกตะลึง นี่อาจเป็เหตุผลว่าทำไมความนิยมของเจียงอวี้เิถึงไม่ดีเท่าวันนี้
แต่เหยียนซีกลับตรงกันข้าม!
หลังจากคิดทุกอย่างรอบคอบแล้ว เธอตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะทำมันให้ดี!”
เหยียนซีพยักหน้าและยืนขึ้น จากนั้นก็หันกลับมาและเตือนเฉินอี้ "คนรอบข้างควรเรียนรู้ที่จะฉลาดและไม่ทำในสิ่งโง่ ๆ"
พูดอีกอย่างก็คือ เหยียนซีกำลังเตือนเฉินอี้กลาย ๆ ว่า...อย่าสร้างปัญหาให้กับเธอ
และหากกล้าคิดจะเล่นตุกติกแล้วยังคงทำตัวสองหน้าปากสว่างไปบอกความเคลื่อนไหวของเธอให้กับไป๋ลั่วฝานและนังกะหรี่เจียงอวี้เิ อนาคตของเฉินอี้เตรียมตัวดับได้เลย!
ใบหน้าของเฉินอี้ซีดเผือด เธอไม่เคยเห็นคนที่สามารถวางแผนสำหรับกรุยทางตัวเองไปสู่จุดสูงสุดของวงการบันเทิงได้
เธอรู้สึกว่าในอนาคตฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์จะต้องถูกเหยียนซีบดขยี้จนย่อยยับอย่างแน่นอน!
เมื่อเธอและพี่เซี่ยขึ้นรถ เหยียนซีก็แสดงท่าทางเหนื่อยเล็กน้อย
พี่เซี่ยกังวลเกี่ยวกับร่างกายของเธอ “พวก…”
“พี่เซี่ยคะ มันจบแล้ว” เหยียนซีหันข้าง ก้มศีรษะแล้วพูดช้า ๆ พลางซ่อนอารมณ์ที่อยู่ในส่วนลึกของเธอ “ฉันไม่คิดว่าจะมีใครในบริษัทที่ฉันรู้จักและเชื่อใจได้อีกแล้วล่ะ ไม่มีเลย”
“...พวกเขายังคง้าสกัดกั้นฉันไม่ให้กลับเข้าวงการบันเทิงอีกต่อไป”
“คนแบบนั้นควรจะรีบตาย ๆ แล้วลงนรกไปซะ!” พี่เซี่ยสาปแช่งอย่างโกรธจัดพลางปลอบเหยียนซีหลายครั้ง “อย่ากังวลกับเื่พวกนี้เลย ในอนาคตหนทางมันจะกว้างขึ้นอีกมากสำหรับเธอ”
“ฉันยังอยากเป็คนที่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อย่างอิสระ” เหยียนซีหลับตาลง “ส่งฉันกลับทีค่ะ ฉันเหนื่อยแล้ว”
เหยียนซีไม่เคยเสียใจกับเส้นทางที่เธอเลือก เพราะเธอไม่รู้จักใครดีจึงยอมจ่ายเงินมากมายให้กับคนประเภทนี้
วิธีการของไป๋ลั่วฝานไม่ได้จำกัดอยู่แค่นี้ เหยียนซีรู้ดีว่าตราบใดที่เจียงอวี้เิบงการให้เขาทำอะไร เขาก็จะเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อกังขา
บางทีเธอก็ชักอยากรู้นะว่านังเจียงอวี้เิใช้ลีลาแบบไหนกัน ไป๋ลั่วฝานถึงได้เชื่องกับหล่อนราวกับลูกหมาแบบนี้ ประเภทแบบที่สั่งให้ทำอะไรก็ทำน่ะ...แม้กระทั่งการพยายามทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้เธอกลับไปเป็ตัวแม่แห่งวงการอีก
และสิ่งที่เธอต้องทำคือการปิดกั้นหนทางความจรัสแสงของเจียงอวี้เิเป็การแก้แค้นที่คู่ผีเน่ากับโลงผุทำกับเธออย่างสาสม...
---
เมื่อเจียงโม่เฉินกลับมาจากบริษัท เขาก็เห็นเหยียนซีขดตัวอยู่บนโซฟา
ไฟในห้องมืดลง เขาถอดเสื้อคลุมออก และเห็นเหยียนซีก้มศีรษะลงพร้อมกับกอดเขาแน่น
เห็นแบบนี้ชายหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังเสียใจ...
เจียงโม่เฉินนั่งข้างเธอ กางแขนออกและโอบกอดเธอเอาไว้ “คุณสามารถพึ่งพาผมได้ทุกอย่างนะ ผมจะเป็ที่หลบภัยของคุณ แม้ว่าคุณอยากจะร้องไห้...ผมก็จะอยู่กับคุณ”