บทที่ 23 เธอบ้าไปแล้วเหรอ?
เยี่ยชิงหวนสติหลุดลอยไปหมดแล้ว เสื้อผ้ายับเยิน ผมยุ่งเหยิง หอบหายใจถี่ เธอยื่นมือออกมาอย่างใจจดใจจ่อ...
เส้าอวิ่นเฉินนอนอยู่บนพื้น ขยับตัวไม่ได้ ดวงตาที่ปกติเรียบนิ่งเต็มไปด้วยเส้นเืฝอย เสียงแหบแห้ง ‘นี่มันบ้าบอคอแตกมากเกินไป บ้าบอคอแตกมากเกินไปจริง ๆ’
เส้าอวิ่นเฉินพยายามต่อต้าน แต่พอล้มลงไปแขนขาก็ชาไปหมด ตอนนี้ใช้แรงอะไรไม่ได้เลย ความใทั้งชีวิตมารวมกันอยู่ตรงนี้หมดแล้ว
‘ผู้หญิงคนนี้ เธอบ้าไปแล้วจริงๆ เหรอ?’
เขาค่อย ๆ ละทิ้งการต่อต้าน นอนหอบหายใจอยู่บนพื้นโดยไม่ขยับเขยื้อน
เยี่ยชิงหวนถูกฤทธิ์ยากระตุ้นจนตาแทบจะเต็มไปด้วยเส้นเื ตรงหน้ามืดมัวไปหมด ต้องคลำหาด้วยััอย่างมั่วซั่ว แต่จู่ ๆ เส้าอวิ่นเฉิน ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เธอจึงชะงักไปครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว จึงเห็นสีหน้าหม่นหมองและอับอายของเส้าอวิ่นเฉินอย่างชัดเจน
สายตาเ็าของเขาทำให้เธอสะดุ้งโหยง เหมือนได้สติกลับคืนมา
ในขณะเดียวกัน เธอก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้ จึงคลายมือออกอย่างเก้อเขิน
“เื่นี้คุณ… ทำไม่ได้ใช่ไหม!”
ในความทรงจำของเยี่ยชิงหวน หลังแต่งงาน เส้าอวิ่นเฉินไม่เคยแตะต้องเธอเลย ในชาติก่อน ร่างกายนี้ใช้ทุกวิธีเพื่อเอาใจเขา แต่เขาไม่เคยมองเธอเลยสักนิด
จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าเส้าอวิ่นเฉินคงไร้ความสามารถทางเพศอย่างสิ้นเชิงแล้ว
‘ฉันกำลังทำให้เขาอับอายหน้าแตกอยู่นี่เอง!’
เธอกระแอมอย่างเก้อเขิน “ขะ… ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะถามแบบนั้น”
พูดจบ โดยไม่รอให้เส้าอวิ่นเฉินตั้งสติ เธอก็ยันเตียงลุกขึ้น ไม่กล้ามองสีหน้าของเส้าอวิ่นเฉินอีก เดินโซซัดโซเซไปขังตัวเองในห้องน้ำ
เสียงถอนหายใจอย่างทุกข์ทรมานในห้องน้ำทำให้เส้าอวิ่นเฉินแค่นหัวเราะ
ไม่นานนัก เสียงน้ำไหลก็ดังมาจากห้องน้ำ
เส้าอวิ่นเฉินนอนอยู่บนพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน เขาใช้แรงที่เหลืออยู่ดึงผ้าปูที่นอนลงมาคลุมตัวเอง
เยี่ยชิงหวนอยู่ในห้องน้ำนานถึงครึ่งชั่วโมงจึงเดินออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ชุดราตรีที่ขาดวิ่นถูกถอดออกไปแล้ว เธอสวมเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมแทน
เมื่อเห็นเส้าอวิ่นเฉินยังนอนอยู่บนพื้น เธอก็รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาทันที
“ขะ...ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันโดน...”
เส้าอวิ่นเฉินขมวดคิ้ว กัดฟันพูด
“แทนที่จะขอโทษ ฉันว่าตอนนี้เธอควรจะพยุงฉันขึ้นไปมากกว่า”
เยี่ยชิงหวนได้สติ รีบเข้าไปพยุงเขาขึ้นมาอย่างร้อนรน แต่เมื่อจะดึงผ้าปูที่นอนใต้ตัวเขา เขากลับจับมือเธอไว้ “อย่าแตะ”
เยี่ยชิงหวนชะงักไป เมื่อเห็นเขาระแวดระวังตัว เธอก็โกรธจัด ปล่อยมือพูดว่า
“เมื่อกี้ฉันโดนยาไปถึงได้... คุณคิดว่าฉันเป็คนหื่นกามหรือไง! อีกอย่าง ถึงฉันอยากจะทำจริง ๆ แล้วคุณจะไหวหรือไง?”
เมื่อเห็นเธอยังพูดจาเชิดหน้าใส่ เส้าอวิ่นเฉินก็โมโหจนพูดไม่ออก
ราตรีมาเยือน
หลังกลับมาจากงานแต่งงานของตระกูลลู่ ทุกคนในตระกูลเส้าต่างมีท่าทีเป็มิตรกับเยี่ยชิงหวน โดยเฉพาะคุณปู่ ระหว่างมื้อเย็นท่านชมเชยเยี่ยชิงหวนเป็พิเศษ ั้แ่เื่ภาพวาด จนถึงเื่อื้อฉาวหลังงานแต่ง
“ต้นไม้ใหญ่ย่อมโดนลม หากอยากยืนหยัดมั่นคง ต้องระวังตัวอยู่เสมอ อย่าให้ใครจับจุดอ่อนได้”
คุณปู่สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนบ่ายที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าของท่านดูเคร่งขรึมมาก
“แม้ว่าปู่จะเห็นเจิ้งหลิงเติบโตมาั้แ่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้น เขาก็มีความคิดของตัวเอง พวกเธอทุกคนต้องระวังให้ดี ท้ายที่สุดแล้ว คนนอกกับตระกูลเส้าไม่ได้มีใจเป็อันเดียวกัน ให้เหตุการณ์วันนี้เป็บทเรียน ชิงหวนจัดการได้ดีมาก”
“คนซื่อตรงย่อมไม่กลัวเงาตัวเอง ฉันก็แค่ตอบสนองตามปกติเท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก” เยี่ยชิงหวน แสดงท่าทีถ่อมตัวมาก แล้วยังมองไปที่ เส้าอวิ่นเฉิน อีกด้วย
“ระวังให้มากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะพูดอะไรก็อย่าให้ใครมาตำหนิอวิ่นเฉิน และตระกูลเส้าพวกเราได้?”
พอได้ยินแบบนั้น เส้าอวี่ซินก็กลอกตาขาวทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ต่อหน้าคุณปู่ เขาก็ไม่กล้าพูดอะไร
หลี่เหมยลี่พยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่ โชคดีที่เธอมีสติ ไม่อย่างนั้นวันนี้หน้าของครอบครัวเราคงเสียไปเยอะแน่ ๆ ภรรยาของเจิ้งหลิงยังผลักความผิดให้เพื่อนเ้าสาวอีก นึกว่าคนอื่นตาบอดกันหมด ฉันเห็นว่าเธอไม่ได้ทำให้เื่บานปลายเพื่อรักษาหน้าของท่าน ฉันจะไปคุยกับพ่อของอวิ่นเฉินให้ห่าง ๆ ตระกูลลู่ในเื่ธุรกิจหน่อย”
พอพูดถึงลูกชาย คุณปู่ก็มีแววไม่พอใจผ่านใบหน้าไปชั่วขณะ ท่านส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ
“การค้าขายเป็เื่ของคนเ้าเล่ห์ เขาจะทำธุรกิจกับใครแล้วถูกใครหลอกในอนาคต นั่นก็เป็ทางที่เขาเลือกเอง ไม่จำเป็ต้องเตือนเขาหรอก”
บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปในทันใด
เมื่อนึกถึงความทรงจำในชาติก่อน เยี่ยชิงหวนวิเคราะห์สถานการณ์ของตระกูลเส้าอย่างลับ ๆ
บรรพบุรุษของตระกูลเส้าสามรุ่นเป็ขุนนางทั้งหมด แปดถึงเก้าส่วนเป็ชนชั้นสูงของสังคม แต่พอมาถึงรุ่นพ่อของเส้าอวิ่นเฉินซึ่งเป็ลูกชายคนเดียว กลับดื้อดึง ตั้งใจจะทำการค้า เพื่อเื่นี้เกือบจะตัดขาดจากคุณปู่เส้า จนกระทั่งต่อมา เส้าอวิ่นเฉินเข้ากรม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถึงได้ผ่อนคลายลง
ตอนนี้ธุรกิจของคุณพ่อเส้าไปได้สวยมาก คุณปู่เส้าปากก็บ่นไม่พอใจ แต่ลับหลังกลับช่วยเหลือไม่น้อย เยี่ยชิงหวนคิดคำนวณว่า หากอยากจะทำลายลู่เจิ้งหลิงอย่างแท้จริงเพื่อแย่งชิงกู้กรุ๊ปกลับคืนมา ก็ต้องเข้าไปมีที่ทางในบริษัทของคุณพ่อเส้าให้ได้
แต่การจะทำให้คุณปู่รังเกียจและให้พ่อสามีไว้ใจได้กลับเป็ปัญหายาก
หลังมื้ออาหาร เยี่ยชิงหวนหลบหนีทุกคนไปเดินเล่นในสวน ที่จริงแล้วเธออยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียวเพื่อวางแผนสักหน่อย
เพิ่งนั่งลงในศาลาได้ไม่นาน เงาดำก็ปกคลุมหลังเท้าของเธอ เธอเงยหน้าขึ้น หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที
“พี่สะใภ้อารมณ์ดีจังนะ มานั่งชมจันทร์คนเดียวอยู่ที่นี่”
เธอกำลังจะลุกขึ้น แต่เส้าอี้เจิ่นกดเธอลงไปที่เก้าอี้
ใบหน้าของเยี่ยชิงหวนเปลี่ยนสีไป ตรงหน้าเธอคือชายหนุ่มที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเส้าอวิ่นเฉินประมาณสามส่วน แต่กลับเป็สองสไตล์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เส้าอี้เจิ่นมองเธออย่างเหยียดหยาม “พี่สะใภ้เตะผมตอนบ่ายนี้ ตอนนี้หลังผมยังปวดอยู่เลย แต่ผมก็ยังคิดถึงพี่สะใภ้ รอพี่สะใภ้อยู่ในห้องทั้งบ่าย จนตอนนี้ยังไม่ได้กินข้าวเลย พี่สะใภ้กลับมาอย่างสบายใจ ทำไมล่ะ? พี่ชายผมเก่งกว่าผมในเื่นี้เหรอ? ช่วยพี่สะใภ้แก้ปัญหาแล้วเหรอ?”
เยี่ยชิงหวนมองมือของเส้าอี้เจิ่นที่วางอยู่บนไหล่ของเธอ เธอไม่ได้ปัดออก เพียงแต่สายตาเ็าลง
“เส้าอี้เจิ่น ข้างนอกมีผู้หญิงเยอะแยะ ทำไมนายถึงเอาแต่ตามติดฉันไม่เลิกล่ะ?”
“ก็เพราะชอบเธอไงล่ะ พี่สะใภ้อย่าลืมสิ ตอนแรกที่คบกับคุณคือผม คนที่พาคุณเข้าประตูบ้านก็คือผม ตอนนั้นสายตาที่คุณมองผม เหมือนน้ำที่อ่อนโยน ชอบมากเลย”
ตอนแต่งงานปีนั้น แม่เลี้ยงของเยี่ยชิงหวนไม่รู้ว่าไปตกลงอะไรกับตระกูลเส้า ใช้ เส้าอี้เจิ่นเป็เหยื่อล่อ หลอกให้เยี่ยชิงหวนคนโง่คิดว่าตัวเองแต่งงานกับคนปกติ
“ตอนนั้นก็คือตอนนั้น ตอนนี้ก็คือตอนนี้” เยี่ยชิงหวนพูดอย่างใจเย็น ไม่เร่งรีบ
“ตอนนั้นฉันถูกหลอกให้หลงเชื่อ แต่นายรู้ั้แ่ต้นจนจบว่าฉันเป็พี่สะใภ้ของนาย สิ่งที่ฉันสงสัยก็คือ นาย้าตัวฉันจริง ๆ หรือว่าที่จริงแล้วนายแค่้าภรรยาของพี่ชายตัวเองกันแน่”
ประโยคเดียว เปิดเผยความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างพวกเขา
สีหน้าเย่อหยิ่งของเส้าอี้เจิ่นแตกร้าวลงเล็กน้อย สายตาที่มองไปยังเยี่ยชิงหวนหนักแน่นขึ้นหลายส่วน