ช่วงบ่ายที่เขาหลังบ้านสกุลตู้ มีเสียงดังโครมๆ ขึ้นอีกครั้งอย่างต่อเนื่องเสียงนี้ดังสนั่นจนถึงยามดึกจนจึงหายไป
เขาหลังที่อยู่ติดกับบ้านสกุลตู้ปกติด้านในนั้นไม่ค่อยมีผู้ใดย่างกรายเข้าไปสักเท่าไรดังนั้นตู้เซ่าฝู่จึงสามารถฝึกวิชาร่างของอสูรยักษ์ปีกทองได้อย่างสบายใจและยิ่งไปกว่านั้นเขาก็มีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคอยอยู่เคียงข้างหากมีคนเข้ามาใกล้ก็จะทราบได้ในทันที
เมื่อตกดึกตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มนั่งขัดสมาธิฝึกด้วยการบำเพ็ญเพียรตั้งจิต
ความมืดมิดปกคลุมทั่วเมืองสือเฉิงณ บริเวณสิ่งปลูกสร้างที่ดูโอ่อ่าแต่นอกเขตจวนของบ้านสกุลตู้ ในเรือนลึกแห่งหนึ่งมีเงาของคนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันอยู่ในห้องหนึ่งในนั้นมีวัยรุ่นชายคนหนึ่งสีหน้าซีดเผือดใบหน้าเลอะเทอะสกปรกมอมแมมเด็กหนุ่มคนนั้นก็คืออั้นหู่ที่เมื่อตอนกลางวันถูกตู้เซ่าฝู่สั่งสอนด้วยกำปั้นไปนั่นเอง
“อั้นหู่ถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีสองกระบวนท่าก็แพ้ราบคาบแล้วซ่อนตัวเงียบมาสิบปีเลยหรือ ดูท่าครั้งนี้จะมีศัตรูร้ายกาจจากบ้านสกุลตู้แล้ว” ชายคนหนึ่งที่หน้าตาท่าทางคล้ายกับอั้นหู่มาก ดูอายุมากกว่าเขาราวๆปีสองปี เขากล่าวกับอั้นหู่ ใบหน้ายิ้มเล็กน้อยในขณะพูด
“พี่ใหญ่ พี่ต้องแก้แค้นให้ข้านะ” อั้นหู่ทำสีหน้าน้อยใจและโกรธเคืองเขาไม่มีทางปล่อยตู้เซ่าฝู่ไปแน่
อั้นหลงมองอั้นหู่กล่าวเบาๆ ว่า “น้องสอง ต่อไปก็อยู่ห่างๆ เยี่ยจื่อจินหน่อย นางไม่เหมาะกับเจ้า”
“พี่ใหญ่ ทำไมพี่พูดเช่นนี้ล่ะ นางไม่เหมาะกับเข้าหรือพี่จะบอกว่านางเหมาะสมกับพี่มากกว่าอย่างนั้นหรือ” อั้นหู่จ้องหน้าอั้นหลงแววตาเริ่มไม่พอใจ
“น้องสอง วันนี้ที่เจ้าบาดเจ็บกลับมาคือข้อพิสูจน์แล้วเยี่ยจื่อจินคนนั้นเจ้าไม่สามารถปราบให้อยู่หมัดได้หรอก”
อั้นหลงสีหน้ายังคงนิ่งสงบไม่เปลี่ยนแปลงมุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย มองไปยังดวงจันทร์ที่ดูเงียบเหงาบนห้วงนภา กล่าวเบาๆ ว่า “สตรีคนนี้ไม่ใช่ย่อยเลยนางกำลังสำรวจอยู่”
“สำรวจเรื่องใดหรือ?” อั้นหู่ถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไร ช่วงนี้เจ้าก็อยู่บ้านพักรักษาตัวไปดีๆ เถิด” อั้นหลงกล่าว
“แล้วเจ้าตู้เซ่าฝู่จะให้เอาอย่างไร หรือว่าจะให้ข้าปล่อยมันไปเสียง่ายๆเลยหรือ แบบนี้จะไม่ดูเหมือนว่าบ้านสกุลอั้นกลัวมันหรืออย่างไร”
อั้นหู่โมโหเขาไม่มีทางปล่อยตู้เซ่าฝู่ไปอย่างง่ายดายได้หรอกเขารุดหน้าเดินเข้าไปด้านหลังของชายวัยกลางคนรูปร่างบึกบึนกำยำคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของอั้นหลงเอ่ยกับชายคนนั้นว่า “ท่านพ่อ ท่านพูดอะไรหน่อยสิหรือว่าท่านจะปล่อยให้ข้าต้องโดนทำร้ายจนบาดเจ็บขนาดนี้ไปเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยหรือ?”
ชายวัยกลางคนนั่งอย่างสง่าและดูผู้ดีเขาคืออั้นชิงซง เจ้าบ้านแห่งบ้านสกุลอั้น เขาเอ่ยว่า “หลงเอ๋อร์เจ้าคิดว่าอย่างไร”
เมื่ออั้นหลงได้ยินก็กล่าวตอบไปว่า “ท่านพ่อ เจ้าตู้เซ่าฝู่เหมือนว่าจะเด็กกว่าน้องสองหลายปีอยู่หากพวกเราไปบ้านสกุลตู้ตรงๆ เกรงว่าจะมีผลเสียต่อชื่อเสียงเกียรติยศของบ้านสกุลอั้นหากเรื่องนี้แพร่ออกไป อาจจะมีคนพูดถึงในทางไม่ดีว่ามีคนของบ้านสกุลอั้นพวกเราต่อสู้แพ้คนของบ้านสกุลตู้แล้วยังไปหาเรื่องเขาอีก”
“ความหมายของเจ้าก็คือปล่อยมันไปหรือ?” สีหน้าของอั้นชิงซงยังคงนิ่งสงบไม่เปลี่ยนแปลง
“ไม่ขอรับ...” อั้นหลงยิ้มกรุ้มกริ่ม กล่าวว่า “พวกเราไปบ้านสกุลตู้ และต้องไปที่บ้านสกุลตู้อย่างเปิดเผยทำอย่างเอิกเกริก พร้อมกับแสดงจุดยืนและท่าทีของฝ่ายเราเพราะมีพวกที่คอยจับจ้องบ้านสกุลอั้นอยู่ยิ่งไปกว่านั้นข้าก็อยากพบเจ้าตู้เซ่าฝู่คนนั้นหน่อย อยากรู้ว่าเด็กหนุ่มที่อดทนเงียบมาเป็นสิบปีได้เขาจะเป็นคนแบบไหนกัน”
“ได้ ไปบ้านสกุลตู้ จัดการอัดเจ้าตู้เซ่าฝู่ให้เละไปเลย” อั้นหู่ยิ้มด้วยสีหน้าสะใจ
“หู่เอ๋อร์ เจ้ากลับไปพักรักษาตัวเถิด ภายในครึ่งปีห้ามก้าวออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว!” อั้นชิงซงมองอั้นหู่พูดสั่งด้วยน้ำเสียงเข้ม
“ขอรับ ท่านพ่อ” อั้นหู่ไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านี้ราวกับว่าเกรงกลัวบิดาของตนมาก เขาจึงต้องทำตามจากนั้นเขาก็เดินกะเผลกพาร่างสะบักสะบอมของตัวเองกลับห้องไป
“เฮ่อ...”
อั้นชิงซงมองตามหลังของอั้นหู่จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า “ไม่ได้เรื่อง ช่างน่าผิดหวังเสียเหลือเกินถูกคนอื่นหลอกใช้ตัวเองยังไม่รู้เรื่องอีก”
อั้นหลงเดินเข้าไปหาอั้นชิงซงยิ้มให้พร้อมกล่าวว่า “ท่านพ่อ น้องสองยังเด็กไม่ค่อยเข้าใจอะไรยิ่งไปกว่านั้นนางหนูเยี่ยจื่อจินก็ไม่ธรรมดาจริงๆน้องสองครั้งนี้ไม่ได้มีความผิดอะไร ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นแม้จะโหดร้ายแต่ก็มีผลดีกับอนาคตของเขานะ”
อั้นชิงซงมองมาที่อั้นหลงกล่าวว่า “หากเจ้าจัดการนางหนูคนนั้นได้เรื่องราวต่อจากนี้ก็คงไม่ยุ่งยากอะไรแล้วล่ะ”
“ข้าจะพยายามขอรับ” อั้นหลงยิ้ม
“มีบางอย่างใกล้เกิดขึ้นแล้ว เมืองสือเฉิง...สงบเย็นมานานเกินไปแล้ว” อั้นชิงซงเอ่ย
“ฝนจากเขาถูกลมซัดผ่านเข้ามาในเมือง ฟ้าใกล้เปลี่ยนสีแล้วบ้านสกุลเยี่ยทนไม่ไหวกันแล้วหรือ” อั้นหลงมองดูดวงจันทร์ข้างนอกพูดพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
เช้าตรู่ของวันต่อมาแสงทองที่ส่องประกายรอบตู้เซ่าฝู่ค่อยๆ ดับจางลง เขาพ่นปราณโสมมออกจากตัวสิ้นสุดการนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร
“วิชาฝึกร่างของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกินวิชาฝึกฌานช่างแข็งแกร่งเป็นที่สุด”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มอย่างพอใจเขารู้สึกได้ถึงพลังปราณที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมในร่างกายและพละกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นหลังจากเก็บของเสร็จแล้วเขาก็มุ่งหน้าออกจากเขาหลังทันที
“คุณชายน้อยเซ่าฝู่ แย่แล้ว คนของบ้านสกุลอั้นขนคนมากันเยอะเลยตอนนี้วุ่นวายไปหมด เจ้าบ้านเรียกให้ท่านไปหาหน่อย”
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่เพิ่งกลับถึงเรือนหลังผู้ดูแลใหญ่คนใหม่ของเรือนหลังก็วิ่งแจ้นเข้ามาหาอย่างฉุกละหุกสีหน้าตื่นเต้นกังวลใจ วิ่งจนเหนื่อยหอบ
“บ้านสกุลอั้น” ตู้เซ่าฝู่ยังคงสีหน้านิ่งท่าทางเย็นยะเยือกบอกว่า “เจ้าไปก่อนเถิด อีกประเดี๋ยวข้าตามไป”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมาคลอเคลียที่ขาของตู้เซ่าฝู่เอาฝ่าเท้าดึงชายเสื้อไว้ มันได้ยินว่ามีคนเหมือนจะมาหาเรื่องเขามันจึงแสดงออกว่ามันเองก็อยากตามตู้เซ่าฝู่ไปด้วย
“เจ้าอย่าไปเลยเดี๋ยวจะวุ่นวายกว่านี้เอา” ตู้เซ่าฝู่บอกกับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน
“โฮกๆ”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนร้องคำรามออกมาเบาๆน้ำเสียงแสดงออกว่ามันกำลังต่อต้านที่ตู้เซ่าฝู่ไม่ยอมรับให้มันไปด้วย
เสียดายที่ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้สนใจอะไรอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเขาหมุนตัวเข้าเรือนไป ไม่ได้ตรงออกไปโถงรับรองฝั่งเรือนหน้าทันที
ตู้เซ่าฝู่อาบน้ำและแต่งตัวหลังจากที่อาบน้ำเสร็จระหว่างที่กำลังเดินทางไปโถงรับรองฝั่งเรือนหน้าก็พบคนของบ้านสกุลอั้น จำนวนคนที่มาไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ละคนท่าทางดูดุดัน พลังแต่ละคนก็ดูไม่ธรรมดาหน้าของพวกเขาแดงก่ำดูโมโหราวกับเพิ่งเกิดการทะเลาะวิวาทกับคนของบ้านสกุลตู้มา
“คารวะท่านลุงใหญ่ ท่านลุงสอง”
ตู้เซ่าฝู่เดินตรงไปทำการโค้งคำนับตู้เจิ้นอู่กับตู้จื้อสยงจากนั้นกวาดสายตาไปมองคนของบ้านสกุลอั้นเขาจ้องมองบุรุษวัยกลางคนที่หุ่นบึกบึนที่นั่งตรงกลางและวัยรุ่นชายที่หุ่นผอมบางใกล้ๆเป็นพิเศษกว่าคนอื่น
“เซ่าฝู่ เจ้านั่งก่อน มีคนบอกว่าเมื่อวานเจ้าทำร้ายอั้นหู่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?” ตู้เจิ้นอู่สั่งให้ตู้เซ่าฝู่นั่งลงและเอ่ยถาม
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าเดินตรงไปนั่งข้างๆ ลุงสองตู้จื้อสยง กล่าวพร้อมกับพยักหน้าว่า “เมื่อวานข้าสั่งสอนความประพฤติให้กับอั้นหู่เขาว่าร้ายข้า ข้าเลยใช้มือสั่งสอนเขา”
“ตู้เจิ้นอู่ เจ้าได้ยินแล้วหรือยัง เจ้าเด็กคนนี้ทำร้ายลูกชายของข้าวันนี้เจ้าต้องจัดการให้ข้า” อั้นชิงซงมองตู้เจิ้นอู่พูดด้วยความโมโห สีหน้าเอาเรื่องและตำหนิอีกฝ่าย
“อั้นชิงซง เจ้าเองก็ได้ยิน ใครบอกให้ลูกชายของเจ้ามาว่าร้ายหลายชายของข้าล่ะถูกอัดสั่งสอนเสียบ้างก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว” ตู้จื้อสยงยืนตัวตรงขึ้นมาในทันใดจ้องไปที่อั้นชิงซง กล่าวว่า “ลูกชายของเจ้าสู้เขาไม่ได้เลยต้องให้ผู้ใหญ่มาออกหน้าแทนบ้านสกุลอั้นนี่ช่างโอ๋เอาใจประคบประหงมลูกเสียเหลือเกินนะ”
“ตู้จื้อสยง เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ผู้เฒ่าของบ้านสกุลอั้นคนหนึ่งมองตู้จื้อสยงด้วยความไม่พอใจพร้อมกับเอ่ยถาม
“ความหมายก็อย่างที่ข้าพูดเลย หากรับไม่ได้อย่างนั้นบ้านสกุลอั้นกับบ้านสกุลตู้ก็เปิดศึกกันไปเลยก็แล้วกัน” ตู้จื้อสยงตบโต๊ะและยืนขึ้น เขารวบรวมพลังปราณขู่อีกฝ่ายท่าทางไม่ได้เกรงใจเลยแม้แต่น้อย หลานชายของตัวเองจะปล่อยให้คนอื่นมารังแกได้อย่างไร
“เปิดศึกก็เปิดศึก บ้านสกุลอั้นของข้าไม่เห็นจะกลัว” ยอดฝีมือฝั่งบ้านสกุลอั้นตะโกนออกมาด้วยความโมโห
“เปิดศึกก็เปิดศึก บังอาจมาข่มเหงกันถึงที่ บ้านสกุลตู้มีเกียรติมีศักดิ์ศรีไม่ใช่ว่าใครจะมารังแกได้!”
ยอดฝีมือฝั่งบ้านสกุลตู้ที่อยู่ในโถงก็ตะโกนกลับไปด้วยความโมโหเช่นกันพวกเขาไม่อ่อนข้อให้กับบ้านสกุลอั้นบ้านสกุลตู้ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มีอิทธิพลชื่อเสียงไปทั่วเมืองสือเฉิงพวกเขาทำได้สำเร็จก็เพราะการร่วมแรงร่วมใจและความสามัคคีของทุกคนในบ้านสกุลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนนอกและศัตรูก็ต่อสู้อย่างหนักแน่นเด็ดเดี่ยวมาตลอด
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ลุงสองที่ตบโต๊ะแล้วยืนขึ้นในใจก็รู้สึกถึงความอบอุ่นจากความห่วงใยของคนในครอบครัวส่วนกลุ่มยอดฝีมือของบ้านสกุลตู้ มีหลายคนที่เมื่อวานเพิ่งจะมาหาเรื่องเขาเองทว่าวันนี้พอมาเจอศัตรูจากด้านนอก ก็ยังร่วมแรงร่วมใจช่วยกันต่อต้านนี่เองก็ทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกประทับใจสุดท้ายเขาก็หันไปมองคนของบ้านสกุลอั้นที่มาหาเรื่องต่อ
อั้นชิงซงจ้องตู้เจิ้นอู่ด้วยความโมโหพลันกล่าวว่า “ตู้เจิ้นอู่ บ้านสกุลตู้ของพวกเจ้าวันนี้ไม่คิดจะจัดการให้ข้าแล้วใช่หรือไม่?”
“จัดการอะไรบ้านสกุลอั้นของเจ้าพากันมาที่บ้านสกุลตู้ด้วยท่าทีไม่เกรงใจกันแบบนี้นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเจ้าไม่ได้เห็นบ้านสกุลตู้อยู่ในสายตาหากบ้านสกุลอั้นของเจ้ามาเพื่อหาข้ออ้างจะเปิดศึกกับพวกข้าบ้านสกุลตู้ของพวกข้าก็จะเล่นด้วย ไม่กลัวหรอก” ตู้เจิ้นอู่ยังคงนั่งอย่างสง่าระหว่างพูดก็สะบัดชายชุด ตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ไม่ยอมอ่อนข้อ
“ดี บ้านสกุลตู้ของพวกเจ้าดีกันซะเหลือเกิน แล้วพวกเราจะได้เห็นดีกัน” อั้นชิงซงตบโต๊ะและก็ลุกขึ้น จากนั้นก็หันไปพูดกับคนอื่นๆของบ้านสกุลอั้นว่า “พวกเราไป!”
“ไม่ส่งนะ” ตู้เจิ้นอู่นั่งติดพนักเก้าอี้ท่าทางไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
“ข้าคือพี่ชายของอั้นหู่ มีนามว่าอั้นหลง เจ้าก็คือตู้เซ่าฝู่?” อั้นหลงลุกขึ้น เดินตรงมาด้านหน้าตู้เซ่าฝู่ พูดเสียงดังกลางห้องโถงสายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่อั้นหลงกับตู้เซ่าฝู่
“ทำไม น้องชายสู้ข้าไม่ได้ ก็เลยเรียกคนทั้งครอบครัวมาสู้กับข้าแทนหรือ?” ตู้เซ่าฝู่ทำหน้าทำตา เลิกคิ้วใส่ขณะมองหน้าอั้นหลง
อั้นหลงเดินเข้ามาใกล้ตู้เซ่าฝู่มากขึ้นยิ้ม พร้อมเอ่ยถามว่า “ได้ยินว่าเจ้าทึ่มมาสิบปี ไม่รู้ว่าคำร่ำลือนี้จะเชื่อได้หรือไม่แพ้ก็คือแพ้ ให้เขาได้รับการสั่งสอนเสียบ้างก็ดี แต่เวลาผ่านมานานก็น่าจะจริงนะเจ้าว่าไหม?” คำพูดนี้ที่จริงเขาต้องการเน้นความหมายว่าตู้เซ่าฝู่เป็นเจ้าทึ่ม
“ถูกต้อง ข่าวโคมลอยมักจบอยู่ที่คนฉลาด”
ตู้เซ่าฝู่ทำสีหน้าเฉยชาใส่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงดุดันก้าวร้าว ทุกคนฟังออก ความหมายของคำพูดตู้เซ่าฝู่ก็คือใครที่เชื่อว่าตนเป็นเจ้าทึ่ม แสดงว่าคนนั้นแหละทึ่มคนฉลาดจะไม่เชื่อข่าวโคมลอยเรื่องนี้
อั้นหลงจ้องตู้เซ่าฝู่สีหน้ากระตุกเล็กน้อย ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ได้ยินว่าเจ้ากับเยี่ยจื่อจินจากบ้านสกุลเยี่ยสนิทกันใช่หรือไม่?”
“ทว่าดูแล้ว อั้นหู่กับคุณหนูเยี่ยน่าจะดีกว่า เจ้าขนาดเป็นพี่ชายแท้ๆของเขาแค่นี้ก็ไม่รู้หรือ?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม
“เฮอะๆ” อั้นหลงหัวเราะ จ้องตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “อีกไม่นานบ้านสกุลใหญ่ที่มีชื่อเสียงด้านกำลังภายในของเมืองสือเฉิงจะจัดงานครั้งใหญ่วัยรุ่นทุกคนในตระกูลเหล่านั้นต่างไปเข้าร่วมหวังว่าเมื่อถึงตอนนั้นจะได้เจอเจ้าที่นั่น”
“ไม่แน่ว่าข้าจะไปหรอกนะ” ตู้เซ่าฝู่กล่าว
“ขอตัว” อั้นหลงยิ้ม จากนั้นหันหน้าเดินจากไปกลุ่มคนของบ้านสกุลอั้นก็รีบเดินตามหลังออกไปพร้อมกับความแค้น
“เจ้าพวกบ้านสกุลอั้น ช่างหน้าไม่อายจริงๆ” บรรดายอดฝีมือของบ้านสกุลตู้ที่อยู่ในห้องโถงพูดเสียดสีทิ้งท้ายตามหลังมองดูคนของบ้านสกุลอั้นเดินจากไป
“เซ่าฝู่ เจ้าตามข้าไปห้องหนังสือหน่อยสักครู่”
ตู้เจิ้นอู่ลุกขึ้นมองตู้เซ่าฝู่แววตาไม่ได้ดูผิดแปลกจากปกติเท่าไร เขาพูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าไปข้างในทันที
“ไปเถิด ไม่ต้องกังวลเรื่องบ้านสกุลอั้นบ้านสกุลตู้ไม่กลัวบ้านสกุลอั้นหรอก”
ตู้จื้อสยงตบบ่าของตู้เซ่าฝู่ยิ้มพร้อมเอ่ยว่า “ได้ยินว่าเจ้าใช้เพียงสองกระบวนท่าก็อัดเจ้าอั้นหู่ที่ฌานอยู่ในขั้นเบิกนภาล้มหมอบไปได้สร้างเกียรติให้แก่บ้านสกุลตู้ของพวกเราจริงๆ ทำได้ดีมาก”
“ท่านลุงสอง ข้าเก่งขนาดนั้นที่ไหนกัน เจ้าบ้าอั้นหู่เขาล้มไปเองแล้วมาโบ้ยให้ข้าหมด”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ยอมรับเมื่อวานเพิ่งบอกกับคนในบ้านสกุลตู้ไปว่าตนสู้ญาติผู้พี่ของตู้เฮ่าที่ฌานอยู่ระดับเลิกนภาไม่ได้ไปเองดังนั้นจะอย่างไรก็ตามเรื่องนี้เขาก็ยอมรับไม่ได้ พูดจบแล้วเขาก็รีบออกไปจากที่นั่นเดินเข้าไปด้านในตามทิศทางที่ลุงใหญ่เข้าไปก่อนหน้านี้