ในค่ำคืนดึกสงัดณ ป่าทึบที่อยู่ใกล้เมืองเปียงชาง
หว่านชิงตื่นขึ้นมาก็มองเห็นแสงสลัวๆ จากกองไฟที่ก่ออยู่ริมแม่น้ำโดยมีจอมยุทธ์นั่งผิงไฟอยู่และพอสำรวจตัวเองก็พบว่าตนนั้นถูกมัดห้อยลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ด้านล่างนั้นเป็ผืนน้ำ คาดว่าน่าจะเป็แม่น้ำใหญ่
“ตื่นแล้วงั้นหรือ” เทียนสงได้ยินเสียงหว่านชิงขยับตัวทำให้รู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปมองนาง
“ไอ้ชั่ว! เ้าฆ่าท่านน้าทำไมกัน” หว่านชิงะโด่า
“หุบปาก! หากข้าไม่ได้ถาม เ้าห้ามพูด จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก”เทียนสงตะคอก
“จะฆ่าก็ฆ่า ทำไมต้องจับข้ามัดไว้แบบนี้ด้วย รู้มั้ยว่ามันเมื่อย” หว่านชิงบ่น
“ข้ามีเื่จะถามเ้า เ้าแค่ตอบข้ามาเท่านั้น” เทียนสงเข้าเื่
“ข้าไม่บอก” หว่านชิงจะไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆทั้งสิ้น
“ยอมให้ความร่วมมือซะดีๆ ถึงเ้าตายไปแล้ว ข้าก็จะสังหารคนรอบตัวของเ้า”เทียนสงขู่
“มีอะไรก็ว่ามา เ้าห้ามทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีก” แม้หว่านชิงจะไม่รู้ว่าคนร้ายรู้จักคนรอบตัวของนางจริงๆหรือเปล่า แต่นางก็ไม่อยากให้ใครต้องมาตายแบบนี้อีก นางก็เลยยอมตอบคำถามแต่โดยดี
“มีใครรู้เื่จดหมายฉบับนี้อีกบ้าง” เทียนสงควักจดหมายของโจวเว่ยตัวจริงออกมาและโยนเข้ากองไฟ
“มีแค่ท่านน้า ตัวข้าและตัวเ้าไงล่ะ” หว่านชิงยอมพูดความจริง
“แค่นั้นแน่นะ” เทียนสงเค้นถาม
“ข้าไม่โกหกเ้าหรอกน่า” หว่านชิงกล่าว
“ข้าได้ข่าวว่าเ้าเป็อัมพาต เหตุใดเ้าถึงเดินเหินได้เป็ปกติแบบนี้”เทียนสงสงสัย
“ท่านหมอเทวดารักษาข้าหายแล้ว” หว่านชิงจำต้องโกหก
“เห็นโจวเว่ย เอ้ย จือหม่าอี้บอกว่าเ้าคือน้องสาวของนางอย่างนั้นหรือ”เทียนสงคิดว่าทำไมบังเอิญแบบนี้ ที่พี่น้องมีสามีคนเดียวกัน
“ใช่ ข้าคือน้องสาวของนาง ท่านไม่ควรทำร้ายญาติของคนรักท่านนะ” หว่านชิงพยายามพูดจาหว่านล้อม
“แต่คนรักของข้าบอกให้ข้าสังหารเ้าเนี่ยสิและไม่น่าเชื่อเลยนะว่าสองพี่น้องจะมีสามีคนเดียวกัน” เทียนสงทำตามคำขอร้อง
“เป็เื่บังเอิญ ว่าแต่เ้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีสามีแล้วได้อย่างไรกันมันผิดศีลธรรมรู้มั้ย” หว่านชิงกล่าวตรงๆ
“ข้ามาก่อนไอ้พ่อค้าเกลือนั่นเสียอีก” เทียนสงคบหาดูใจกับจือหม่าอี้ก่อนที่นางจะไปแต่งงานเป็ฮูหยินของตระกูลซู
“อะไรนะ!” หว่านชิงใ
“รอนางฮุบทรัพย์สมบัติตระกูลซูได้หมดเมื่อไหร่ พวกข้าค่อยเสพสุขด้วยกัน”เทียนสงและจือหม่าอี้ร่วมมือกันวางแผน
“ท่านไม่ละอายใจบ้างเลยงั้นหรือ” หว่านชิงนึกไม่ถึง
“หุบปากได้แล้ว เ้าเตรียมตัวตายได้แล้ว” เทียนสงคิดว่าหว่านชิงหมดประโยชน์แล้ว
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!” จากนั้นหว่านชิงก็นึกถึงสหายั้แ่วัยเยาว์เขาคือคนที่เคยปลอมตัวเป็ท่านหมอว่านหลงหว่านชิงไม่สามารถเป่านกหวีดที่ห้อยอยู่ที่คอได้เพราะนางถูกมัดอยู่นางก็เลยะโเรียก “ว่านหลง! ว่านหลง!เ้าอยู่แถวนี้หรือเปล่า ช่วยข้าด้วย”
“เรียกหาชู้รักล่ะสิ” เทียนสงคิดว่าหว่านชิงก็เหมือนจือหม่าอี้คือคบซ้อนเหมือนกัน
“ข้าไม่นอกใจเหมือนฮูหยินใหญ่หรอก ว่านหลงเป็สหายของข้า” หว่านชิงไม่อยากให้สหายเสียเกียรติ
“ในป่าลึกแบบนี้ ไม่มีใครมาช่วยเ้าหรอก ทำใจซะเถอะ” เทียนสงชักดาบหมายจะกำจัดน้องสาวของคนรักตามที่คนรักได้ขอร้องไว้
“ข้าขอร้องล่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ” หว่านชิงพยายามอ้อนวอน
“เ้าคือน้องสาวที่ร้ายกาจของคนรักข้า” เทียนสงรับรู้ประวัติของจือหม่าอี้ทั้งหมดแล้วจึงทำให้รู้ว่าสมัยเด็กนั้นหว่านชิงชอบกลั่นแกล้งพี่สาวตัวเองเช่นกัน
“มันเป็อดีตไปแล้ว ตอนนี้ข้าได้กลับเนื้อกลับตัวเป็คนดีแล้วแต่ในทางกลับกันคนรักของเ้าต่างหากที่ทำร้ายข้า นางเป็คนผลักข้าตกหน้าผาเกือบตายนางร้ายกาจยิ่งกว่าข้าเสียอีก” หว่านชิงอยากให้เทียนสงตาสว่าง
“อย่าอยู่เลย” เทียนสงไม่ฟัง
หว่านชิงหลับตาปี๋สักพักก็ได้ยินเสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว นางจึงลืมตาก็พบว่าว่านหลงเป็คนมาช่วยนางจริงๆ
จอมยุทธ์ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือดผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่นานเกือบหนึ่งชั่วยามจนกระทั่งเทียนสงเป็ฝ่ายพลาดท่าโดนฟันที่ไหล่ซ้ายได้รับาเ็สาหัส
“ข้าไม่ยอมแค่นี้หรอก” เทียนสงรีบใช้มือขวาควักมีดสั้นสองเล่มซัดไปที่หว่านชิงที่ถูกจับมัดอยู่
ว่านหลงรีบผลักดาบของตนเพื่อใช้สกัดมีดสั้นในระหว่างนั้นคนร้ายอาศัยโอกาสนี้หลบหนีทันที
ดาบของว่านหลงสามารถสกัดมีดสั้นที่จะวิ่งไปแทงกลางอกของหว่านชิงได้แต่ไม่สามารถสกัดมีดสั้นอีกเล่มได้ทำให้มีดนั้นไปตัดเชือกที่ผูกติดกับกิ่งไม้ขาดสะบั้น หว่านชิงจึงตกน้ำทันที
“ช่วยข้าด้วย ข้าว่ายน้ำไม่เป็” หว่านชิงพยายามผลุบโผล่จากผิวน้ำหลายครั้งและะโขอร้องให้สหายช่วยชีวิต
แต่ทว่าว่านหลงกลับเดินไปหยิบไม้ของคนร้ายที่ไว้สำหรับทำเป็คบเพลิงแล้วใช้ไม้นั้นจุดไฟจากกองไฟ จากนั้นก็เดินไปที่ริมน้ำ
หว่านชิงสำลักน้ำแต่ก็พยายามพูด“แคร็ก! แคร็ก!ทำไมเ้าไม่ะโน้ำมาช่วยข้า เ้าอยากให้ข้าตายหรืออย่างไร”
“หว่านชิง! เ้าตั้งสติดีๆ จงอยู่นิ่งๆ และลุกขึ้นยืนดีๆ” ว่านหลงพูดอย่างใจเย็น
“ข้ากำลังจะจมน้ำ ข้าจะทำได้อย่างไรกัน” หว่านชิงยังคงผลุบๆโผล่ๆ ในน้ำต่อไป
“ข้าไม่ะโลงไปช่วยคนที่รังแกข้าสมัยเด็กหรอกนะ” ว่านหลงยังแค้นไม่หาย
หว่านชิงจึงจำต้องเชื่อฟังสหายั้แ่วัยเยาว์นางยอมลุกขึ้นยืนดีๆ จึงพบว่าน้ำสูงถึงแค่ต้นขาของนางเท่านั้น “เอ่อ นี่มันน้ำตื้นหรือนี่”
“ใช่แล้ว ที่นี่ไม่ใช่แม่น้ำใหญ่ แต่เป็บ่อน้ำผุดเ้าเห็นมั้ยว่าบ่อน้ำนี้ใสพอสมควร” ว่านหลงชี้ให้ดูน้ำในขณะที่มีแสงไฟจากคบเพลิง
“ใช่จริงด้วย แล้วทำไมคนร้ายถึงใจดีกับข้าแบบนี้ล่ะ” หว่านชิงสงสัย
“ข้าว่าเขาไม่รู้มากกว่า เพราะนี่มันตอนกลางคืนหากไม่ใช้คบเพลิงส่องก็คงไม่รู้หรอก” ว่านหลงเดาว่าเทียนสงไม่ใช่คนในพื้นที่เลยไม่รู้ว่าตรงนี้ก็คือบ่อน้ำผุด
“เ้าจะไม่พาข้าขึ้นไปบนฝั่งอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงอยากให้ช่วย
ว่านหลงเดินไปหักไม้ไผ่ขนาดยาวมากแล้วยื่นไปให้หว่านชิงจับ “จับไม้ไผ่นี่แล้วเ้าก็ค่อยๆ เดินขึ้นมาเอง”
“ทำไมเ้าไม่ยอมะโว่ายน้ำแล้วว่ายพาข้าขึ้นไปเหมือนวีรบุรุษที่ต้องช่วยสตรีล่ะ”หว่านชิงบ่น
“ข้ากลัวเปียก เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นี้ ข้าเพิ่งซื้อมาใหม่เชียวนะ”ว่านหลงกลัวเสื้อผ้าเก่าไว
และแล้วหว่านชิงก็เดินขึ้นฝั่งขึ้นมาเองโดยจับไม้ไผ่ไว้ซึ่งไม้นั่นช่วยให้นางเดินทรงตัวดีขึ้น
“ข้าเปียกทั้งตัวเลย” หว่านชิงมองสภาพตัวเองในขณะที่ว่านหลงนั้นหันหลังให้เพื่อให้เกียรตินาง
“ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าผิงไฟหรอก จงไปแอบอยู่หลังพุ่มไม้ก่อนข้าจะรีบไปขอเสื้อผ้าจากชาวบ้านแถวนี้มาให้” ว่านหลงกล่าวโดยไม่หันไปมอง
“ก็ได้” ในใจหว่านชิงคิดว่า “เ้านี่ช่างแค้นฝังหุ่นเสียจริงๆจริงอยู่ที่สมัยเด็กข้าชอบรังแกเ้า จนเ้าตัดสินใจไปฝึกวรยุทธ์แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนนิสัยไปแล้ว ทำไมเ้าถึงไม่เลิกระแวงข้าเสียที”
หว่านชิงเปียกไปทั้งตัวจึงทนหนาวไม่ไหวนางก็เลยเดินออกจากพุ่มไม้ แล้วไปนั่งผิงไฟรอสหาย
ผ่านไปครึ่งชั่วยามว่านหลงก็กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าหญิงชาวบ้านในสภาพเก่าพอสมควร “อ่ะนี้ รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”
“เ้าไปยืมชุดใครมา” หว่านชิงสงสัย
“ว่าที่ฮูหยินของข้าเอง” ว่านหลงกล่าวอย่างภูมิใจ
“อะไรนะ! อย่างเ้ามีคนรักกับเขาด้วยงั้นหรือ” หว่านชิงเผลอพูด
“หว่านชิง! เ้ากำลังหยามข้าอยู่นะ” ว่านหลงเตือนเพราะหว่านชิงกำลังแสดงนิสัยเดิมคือชอบเหยียดหยามผู้อื่น
“ข้าขอโทษ ข้าลืมตัว” หว่านชิงพยายามปรับปรุงตัวอยู่แล้วถามด้วยความตื่นเต้นว่า “นางเป็ใครงั้นหรือ”
“นางคือฝางชุ่ย นางเป็เพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น” ว่านหลงไม่ได้้าผู้หญิงที่เลิศหรูใดๆขอเพียงอยู่ด้วยกันแล้วสบายใจเท่านั้น
หว่านชิงคุยไปเปลี่ยนชุดไปนางมองเห็นสหายหันหน้าไปทางอื่น เลยคิดว่า “เ้าเองก็เป็สุภาพบุรุษเหมือนกันนะ” พอเสร็จก็เดินไปนั่งอยู่ข้างกองไฟ
“ท่านน้าของเ้าเสียชีวิตแล้ว หลังเ้าหน้าที่ชันสูตรเสร็จข้าได้ไปรับศพและจ้างคนดูแลศาลเ้าให้ช่วยจัดงานศพให้” ว่านหลงทราบข่าวโดยบังเอิญ
หว่านชิงมีน้ำตาคลอนางนึกโทษตัวเองที่ไม่น่านำท่านน้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่ของพี่สาวเลย ก็เลยว่า “ข้าผิดเองเพราะข้าขอให้ท่านน้าช่วยสืบเื่ของพี่สาว ท่านน้าก็เลยต้องมารับเคราะห์แบบนี้”
“อย่าโทษตัวเอง มันเป็ความผิดของคนร้าย มันมีจิตใจต่ำทรามมาก ขนาดผู้หญิงรุ่นราวคราวมารดาก็ยังฆ่าไม่เว้นเ้าจงไปร้องเรียนที่ศาลเถิด อีกไม่นานก็คงจับคนร้ายมาลงโทษได้” ว่านหลงคิดว่ายังไงฆาตกรก็ต้องได้รับผลกรรม
“ว่าแต่ เ้าได้ยินเสียงข้าด้วยงั้นหรือ” หว่านชิงสงสัยเพราะตนไม่ได้เป่านกหวีดที่ว่านหลงให้มา
“เป็โชคดีของเ้านะ ที่ข้าอยู่แถวนี้พอดิบพอดี ข้าก็เลยมาช่วยเ้าทันว่าแต่ทำไมคนร้ายถึงต้องสังหารทั้งท่านน้าและเ้าด้วย” ว่านหลงสงสัย
“เพราะพวกข้าล่วงรู้ความลับของฮูหยินใหญ่แล้ว นางไม่ใช่โจวเว่ยตัวจริงแต่นางคือพี่จือหม่าอี้ต่างหาก” หว่านชิงยอมบอก
“เป็ไปได้อย่างไรกัน” ว่านหลงแปลกใจ
“พี่สาวข้าวางแผนสลับตัวกับลูกสาวอดีตผู้ว่าฯแล้วเข้าไปสวมรอยแต่งงานกับท่านซูฟานแทนนาง” หว่านชิงบอกแผนการของพี่สาว
“แต่ถึงกระนั้นนางก็เป็ถึงฮูหยินใหญ่ไปแล้วไม่ใช่หรือ” ว่านหลงคิดว่าคงต้องปล่อยเลยตามเลยเพราะซูฟานและจือหม่าอี้ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันไปแล้ว
“แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ควรไปเตือนท่านซูฟานนะเพราะพี่จือหม่าอี้เป็บุคคลอันตราย” หว่านชิงคิดว่าพี่สาวคงไม่หยุดอยู่แค่นี้เพื่อชีวิตที่รุ่งโรจน์ของนาง นางยอมทำทุกอย่างแม้จะต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์ก็ยอม
“อันตรายยังไง ข้าไปที่นั่นก็เห็นว่าพี่สาวเ้าทำหน้าที่ศรีภรรยาเป็อย่างดี”ว่านหลงพยายามสังเกตแล้วแต่ไม่พบความผิดปกติ
“นางลอบมีความสัมพันธ์กับเทียนสง คนร้ายคนนั้นด้วยนะ” หว่านชิงกล่าว
“พวกเราไม่มีหลักฐาน คำพูดเพียงปากเปล่าใครจะไปเชื่อ” ว่านหลงคิดว่าเื่แบบนี้ต้องจับได้คาหนังคาเขา
“เ้าช่วยไปเตือนเื่สลับตัวก่อนก็ได้อย่างน้อยอาจทำให้ท่านซูฟานระแวงหรือระมัดระวังตัวมากขึ้น” หว่านชิงเป็ห่วงคนในตระกูลซู
“เ้าเป็ห่วงสามีสินะ” ว่านหลงแอบยิ้ม
“เขาไม่ใช่สา…...” หว่านชิงพูดไม่จบเพราะสหายพูดแทรก
“ไม่เอาน่า อย่าอายไปเลย” ว่านหลงแซว
“ขอบคุณล่วงหน้านะ ที่เ้ายอมช่วยข้า” หว่านชิงยอมปิดเื่ที่นางแกล้งแสดงเป็สะใภ้รองนี้ต่อไป
“ข้าไม่เข้าใจตัวเองเลย เพราะเ้าชอบรังแกข้าสมัยเด็ก ข้าก็เลยไปฝึกวรยุทธ์พอได้เป็จอมยุทธ์ แทนที่เ้าจะเกรงกลัวข้า เ้ากับหาเื่ใช้ข้าอยู่เรื่อย”ว่านหลงบ่น
“ไม่เอาน่า! อย่าบ่นเลย เพราะข้ากลับเนื้อกลับตัวเป็คนดีแล้วเ้าถึงยอมช่วยข้าไม่ใช่หรือ” หว่านชิงดีใจที่สหายยอมให้โอกาสผู้สำนึกผิด
“ก็ได้ๆ เ้ารีบไปที่ศาลเ้าในเมืองเปียงชางเถอะศพท่านน้าถูกตั้งอยู่ที่นั่นเพื่อประกอบพิธีศพ” ว่านหลงรีบบอกสถานที่จัดงาน
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” หว่านชิงกล่าวเสียงเศร้า
“จงปลอมตัวด้วย คนร้ายคงไม่ยอมรามือเพียงเท่านี้แน่” ว่านหลงเตือน
“ข้าทราบแล้ว เ้าเองก็ระวังตัวด้วย อย่าไว้ใจใครแม้คนนั้นจะเป็ผู้หญิงก็ตาม” หว่านชิงไม่อยากให้สหายพลาดท่าคนสองหน้า
“ข้าทราบแล้ว เพราะฤทธิ์ของเ้าสมัยเด็ก ทำให้ข้าไม่ไว้ใจผู้หญิงง่ายๆ”ว่านหลงมีประสบการณ์ตรง
“โธ่! ข้าก็แค่ชอบล้อเลียนเ้าที่เ้าอ้วนเตี้ยบ้างก็ปาก้อนหินใส่เ้าเพื่อความสะใจก็เท่านั้นเอง” หว่านชิงยิ้มแหยๆ
“เ้าอย่าลืมสิ ในตอนนั้น ข้ายังอยู่ในวัยแค่หกขวบเองนะข้าในวัยเด็กไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น” ว่านหลงฝังใจ
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอโทษ เ้ารีบไปเถอะ” หว่านชิงอยากให้ซูฟานรับรู้จะได้ระวังตัวก่อนที่จะเกิดภัยร้าย
“สามีเ้าเป็คนฉลาด ยังไงเขาก็ต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วเ้าคงเป็ห่วงสามีมากสินะ” ว่านหลงแอบยิ้มที่หว่านชิงเป็ห่วงสามีแต่ปากแข็ง
“ข้าเป็ห่วงนายหญิงใหญ่ต่างหาก” หว่านชิงรีบแย้ง
“ข้าไปล่ะ” ว่านหลงะโหนีหายไปทันที
หว่านชิงแค้นพี่สาวมากจือหม่าอี้ถึงขั้นไหว้วานให้คนรักมาฆ่าท่านน้าและหมายจะสังหารหว่านชิงเพื่อปิดปากจากที่พี่สาวมีจิตใจอำมหิตเช่นนี้จึงน่าเชื่อว่าพี่สาวต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีวางยาเพื่อสังหารคนในตระกูลซูไม่เพียงเท่านั้นอาจทำมาตุฆาตโดยบงการให้คนอื่นฆ่าท่านแม่ปิดปากแต่อย่างไรก็ตามหว่านชิงจำต้องยอมรับคำตัดสินของศาลเนื่องจากไม่มีหลักฐานประกอบกับนางมารพิษไร้เงาได้สารภาพแล้วว่าเป็ฝีมือของตน
***************************
หลังจากฝังร่างท่านน้าที่เมืองเปียงชางเสร็จเรียบร้อยแล้วหว่านชิงต้องแปลงโฉมตัวเองให้ดูอัปลักษณ์นางทาสีดำให้ดูว่ามีปานดำที่แก้มขวาเพื่ออำพรางตัวจากเทียนสงนางต้องเอาชีวิตให้รอดเพื่อที่สักวันนางจะต้องรวบรวมหลักฐานเอาผิดพี่สาวและพรรคพวกให้จงได้
สามเดือนต่อมาณ โรงทอผ้า ในเมืองกวานเหลียง
หลังเลิกงานหว่านชิงในนามของชงหวิ่นเดินออกมาจากโรงทอผ้าพร้อมกับคนงานคนอื่นๆ
“แม่นาง! เ้าเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้หรือไม่” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งคลี่ม้วนภาพวาดให้ดู
หว่านชิงมองเห็นภาพวาดของตัวเองและคนที่ถือภาพก็คือเทียนสง นางพยายามทำใจดีสู้เสือและไม่กระโตกกระตากใดๆ พอตั้งสติได้ก็รีบทำการส่ายหน้าทันที
เทียนสงเองก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรเขาจึงไปสอบถามหญิงสาวคนอื่นที่ทำงานอยู่ที่โรงทอผ้าเหมือนกัน
“หว่านชิง! หน้าไปโดนอะไรมา ทำไมถึงมีปานดำบนแก้มด้วย” ว่านหลงทักเสียงดัง
หว่านชิงรีบปิดปากสหายและกระซิบว่า“เ้าบ้าหรือเปล่าเรียกชื่อข้าทำไม เ้าเห็นมั้ยว่าเทียนสงกำลังตามหาข้าอยู่น่ะ”
ว่านหลงมองไปก็เห็นเทียนสงมองมาที่เขาเหมือนกัน และเห็นว่าคนร้ายได้ะโว่า “หว่านชิง! เ้าหนีไม่รอดหรอก”
“พาข้าหนีเร็วเข้า เ้าต้องรับผิดชอบที่ทำให้คนร้ายจำข้าได้” หว่านชิงกล่าวอย่างเอาเื่
ว่านหลงจึงใช้ะเิควันและรีบพาตัวหว่านชิงะโหนีหายไปด้วยกัน
***************************
ภายในบ้านร้างแห่งหนึ่ง
“ข้าอุตส่าห์แปลงโฉมตัวเอง ทำให้หนีรอดจากเงื้อมมือคนร้ายได้ตั้งนานเ้าเกือบทำให้ข้าม้วยมรณาวันนี้เสียแล้ว” หว่านชิงบ่น
“ข้าขอโทษ ข้ามองไม่เห็นเทียนสงจริงๆ” ว่านหลงรู้สึกผิด
“ว่าแต่เ้าไปบ้านตระกูลซูมาแล้วหรือยัง” หว่านชิงอยากรู้
“ไปมาแล้ว” ว่านหลงหลบตา
“บอกซูฟานแล้วใช่มั้ย” หว่านชิงรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“เอ่อ คือว่า….