บทที่ 27 เว่ยเจียวอิงผู้โหดร้าย
"ขอรับ ข้าน้อยเข้าใจแล้ว ข้าน้อยขอตัว"
หลังจากที่อิ๋งรับคำสั่งจากเว่ยฉางอันแล้ว เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านั้น
พอกล่าวลา เขาก็ไปติดตามเว่ยเจียวอิงทันที แม้ที่จริงแล้วในใจเขาอยากจะบ่นอยู่บ้างก็ตาม
การให้เขาไปติดตามสตรีผู้หนึ่ง มันช่างเป็การใช้คนเก่งทำงานเล็ก แต่ใครจะไปว่าอะไรได้ในเมื่อนางเป็ถึงพระชายา ถึงแม้จะไม่อยากทำ ก็ต้องรับคำสั่ง
เมื่อจัดการเื่หนึ่งเสร็จสิ้น อารมณ์ของเว่ยฉางอันก็ดีขึ้นมาก
พร้อมกับตำรับยาใหม่ นางก็มุ่งหน้าไปยังวังชินอ๋องอีกครั้ง ท่าทางไม่ยี่หระของนางทำเอาซู่ซินถึงกับปวดหัว
"คุณหนูใหญ่ ท่านจะไปวังชินอ๋องอีกหรือเ้าคะ"
แต่เมื่อนางเห็นซู่ซินร้อนใจ นางก็เพียงแค่ยิ้มปลอบโยน แต่ไม่ได้หยุดฝีเท้าของนาง
"ใช่แล้ว รีบไปกันเถอะ นี่ก็จะสายแล้ว เ้าอย่ากังวลเลย ข้าแค่จะทำบางอย่างเสียหน่อย เ้าวางใจเถอะ"
ตอนนี้นางรู้แล้วว่าใครเป็คนทำเื่ดี ๆ เช่นนี้ แน่นอนว่านางต้องให้ความร่วมมือกับน้องรองเสียหน่อย ดูสิว่านางจะทำอะไร
ถ้านางนั่งเฉยอยู่ที่จวน เว่ยเจียวอิงจะแสดงละครต่อไปได้อย่างไร ดังนั้นนางจึงต้องช่วยเหลือสักหน่อย
เว่ยฉางอันคิดไปด้วย และไม่ได้ปิดบังอะไรเลย ออกจากจวนไปอย่างเปิดเผย ราวกับอยากจะตีกลองประกาศว่านางจะไปวังชินอ๋อง
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ดูเป็ธรรมชาติมากขึ้น นางก็ยังคงระมัดระวังตัว แต่ก็ปล่อยให้เว่ยเจียวอิงจับได้
"คุณหนูรอง คุณหนูใหญ่ไปวังชินอ๋องอีกแล้วเ้าค่ะ"
เว่ยเจียวอิงได้ยินรายงานจากสาวใช้ก็หัวเราะออกมาทันที "หึหึ ช่างเป็คนโง่จริง ๆ ใน่เวลาอันตรายเช่นนี้ นางยังไม่หลีกเลี่ยงความน่าสงสัย แถมยังกล้าที่จะไปอีก ช่างโง่เง่าสิ้นดี"
เว่ยเจียวอิงยกมือขึ้นปัดใบชาที่ลอยอยู่ในถ้วยชาเบา ๆ นางหัวเราะจนตัวสั่นเทิ้ม เห็นได้ชัดว่านางดีใจเป็อย่างมากกับการกระทำอันโง่เขลาของเว่ยฉางอัน
สาวใช้ที่รายงานข่าวกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นเว่ยเจียวอิงดูมีความสุขมาก นางอดไม่ได้ที่จะพูดความคิดในใจออกมา
"คุณหนูรอง ท่านคิดว่าคุณหนูใหญ่จะตั้งใจ...อ๊ะ!!"
ทว่าในขณะที่สาวใช้เพิ่งจะเอ่ยปากพูด เดิมทีใบหน้าของเว่ยเจียวอิงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า กลับเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน ถ้วยชาในมือขว้างใส่สาวใช้อย่างแรง
ในทันใดนั้น หน้าผากของสาวใช้เืไหลนองเต็มหน้า!
"เ้าเป็อะไรกัน อย่าบอกนะว่าเ้าฉลาดกว่าข้าผู้เป็เซ่อเฟย ให้ทำอะไรก็ทำไป พูดมากไปไย ถ้ายังพูดอีก ข้าจะตัดลิ้นเ้าทิ้งเสีย!"
สาวใช้คนนั้นไม่คิดเลยว่าคำพูดของนางจะก่อเื่ใหญ่ขนาดนี้
โดยไม่สนใจาแที่หน้าผาก และร่างกายที่ถูกน้ำชาลวก นางรีบคุกเข่าลงขอชีวิตว่า "คุณหนูรองไว้ชีวิตด้วย ข้าไม่กล้าทำอีกแล้ว ไว้ชีวิตด้วยเ้าค่ะ"
"พอแล้ว ไสหัวไป อย่ามาทำให้ที่ของข้าต้องสกปรก คราวหน้าให้ฉลาดกว่านี้หน่อย"
เว่ยเจียวอิงขมวดคิ้วแน่น โบกมืออย่างหงุดหงิดไล่นางไป อารมณ์ดี ๆ ก็ถูกนางทำลายไปหมดแล้ว
เมื่อเห็นว่าคุณหนูรองปล่อยตัวเองไป สาวใช้คนนั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก รีบถอยออกไปทันที
กลัวว่าถ้าเดินช้าไปสักก้าว เว่ยเจียวอิงจะเปลี่ยนใจเอาชีวิตนางไป คุณหนูรองคนนี้ข้างนอกดูเป็คนใจดี เข้าใจผู้อื่น แต่ลับหลังกลับเป็คนที่ทารุณกับสาวใช้ที่สุด
เว่ยฉางอันที่เดินเข้ามาในวังของหรงหลีเซิงอย่างหยิ่งผยองไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นกับเว่ยเจียวอิงเลย
นางเดินเข้าไปในห้องของเขาอย่างคุ้นเคย เห็นหรงหลีเซิงกำลังอ่านหนังสืออย่างเงียบ ๆ ในทันทีที่เข้าไป
"วันนี้หม่อมฉันนำขี้ผึ้งตัวใหม่มาให้ชินอ๋องเพคะ"
เว่ยฉางอันยกขี้ผึ้งที่อยู่ในมือให้เขาดูด้วยความภาคภูมิใจ
"มาทางนี้เถอะเพคะ" นางวางยาในมือลง แล้วเอ่ยเรียกหรงหลีเซิง
หลังจากนั้น ก็เห็นเขาวางหนังสือในมือลง แล้วเข็นรถมาตามที่นางบอก
"ฮ่า ๆ ๆ!"
ใครจะรู้ว่าเว่ยฉางอันจะหัวเราะออกมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้หรงหลีเซิงชะงักมือที่กำลังเข็นรถอยู่ มองนางอย่างงุนงง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังมองคนโง่อยู่
"ไม่มีอะไรหรอกเพคะ หม่อมฉันแค่รู้สึกว่าท่าทางของหม่อมฉันเมื่อครู่เหมือนกำลังเรียกสัตว์ตัวเล็ก ๆ สักตัวน่ะเพคะ"
เว่ยฉางอันอธิบายให้เขาฟังหลังจากหยุดหัวเราะได้สำเร็จ
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของหรงหลีเซิงก็มืดลงในทันที "่นี้ข้าปล่อยให้เ้าหยิ่งผยองเกินไปหรือไม่"
"ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นเพคะ"
เห็นสีหน้าของเขาเคร่งขรึมลง เว่ยฉางอันจึงรีบเก็บรอยยิ้ม โบกมือปฏิเสธ แต่ในดวงตายังคงเต็มไปด้วยความขบขัน
หรงหลีเซิงเห็นนางเป็เช่นนั้น ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แอบมองใบหน้าที่ดูโง่เง่าของนางอย่างลับ ๆ มุมปากก็อดที่จะยกยิ้มไม่ได้ แต่เขาก็ควบคุมตัวเองไว้ได้ดี
"เ้ายังจะรักษาข้าอยู่หรือไม่"
ทันทีที่เอ่ยปาก ก็เป็น้ำเสียงที่เ็าสุดขีด
‘เ้าก้อนน้ำแข็งใหญ่’
เว่ยฉางอันสบถในใจ แต่มือของนางกลับคล่องแคล่วไม่ลดลง
นางเอาขี้ผึ้งที่ทาบนใบหน้าของหรงหลีเซิงเมื่อวานออกก่อน แล้วจึงทาขี้ผึ้งที่ปรุงใหม่ลงไป
ขณะที่นางตั้งใจและง่วนอยู่กับขี้ผึ้งนั้นก็ไม่รู้เลยว่า นางถูกหรงหลีเซิงจ้องมองอยู่ตลอด
เนื่องจากต้องทาขี้ผึ้งบนใบหน้า ดังนั้นหน้ากากของหรงหลีเซิงจึงถูกนางบังคับให้ถอดออก
แต่เดิมเขายังรู้สึกไม่คุ้นชินเล็กน้อย แต่เว่ยฉางอันกลับไม่มีสายตาที่แตกต่างใด ๆ ทำให้ในใจของเขาสบายใจขึ้นไม่น้อย
"พวกองครักษ์ของเ้าเป็อย่างไรบ้าง?"
สายตาของนางเลื่อนขึ้น หรงหลีเซิงจึงหลับตาลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งร่องรอย
ได้ยินคำถามของเขา เว่ยฉางอันพลางทายาให้เขา แล้วพยักหน้าอย่างสบายใจ
ครู่หนึ่ง นางจึงรู้ตัวว่าดวงตาของหรงหลีเซิงปิดอยู่ ดังนั้นจึงมองไม่เห็นที่นางพยักหน้า
"ก็ไม่เลวเพคะ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ค่อนข้างราบรื่น ไม่แปลกใจเลยที่ได้รับการฝึกฝนมาจากชินอ๋อง ความสามารถแตกต่างจริง ๆ"
นางที่ตอบสนองได้ทัน หัวเราะอย่างสนุกสนานและเอ่ยชมเขา
ดวงตาของหรงหลีเซิงค่อย ๆ เปิดออก จ้องตรงไปยังคนที่หัวเราะอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้เชื่อคำพูดของนางจริง ๆ แต่เปลี่ยนเื่พูดว่า "ใบหน้าของข้าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหาย?"
"หม่อมฉันลงมือเอง จะเทียบกับหมอทั่วไปได้อย่างไร ไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะทำให้ใบหน้าของท่านกลับมาสมบูรณ์เช่นเดิม ผิวพรรณยังดีกว่าเดิมเสียอีก"
พอถามถึงเื่นี้ เว่ยฉางอันก็รู้สึกราวกับร่างกายเปล่งประกายระยิบระยับ สำหรับวิชาแพทย์ นางมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ไม่สิ ที่ถูกต้องคือ ควรมั่นใจในอาจารย์ของนาง ท่านอาจารย์อวี้เจี่ยจื่อ
วิชาความรู้ทั้งหมดที่นางมีในวันนี้ ล้วนต้องขอบคุณอาจารย์ของนางเป็อย่างมาก
เว่ยฉางอันย้อนนึกถึงชาติก่อน ดูเหมือนว่านางได้จากอาจารย์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว และรู้สึกคิดถึงท่านอาจารย์เป็อย่างมาก ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านอาจารย์อยู่ที่ใดกันแน่
มิเช่นนั้นนางคงได้ไปพบท่านอาจารย์แล้ว แต่หากนางไปหาท่านอาจารย์อย่างกะทันหันเช่นนี้ ท่านอาจารย์ต้องใแน่ ๆ บางทีท่านอาจารย์อาจจะคิดว่านางเป็คนพูดจาเพ้อเจ้อและไล่นางออกไปก็เป็ได้
แต่ว่า...
เว่ยฉางอันนึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้อีก เมื่อตอนที่นางได้พบกับอาจารย์ ดูเหมือนจะมีภัยพิบัติครั้งใหญ่เกิดขึ้นด้วย...
หรงหลีเซิงมองเว่ยฉางอันที่จู่ ๆ ก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด พลางรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
"เ้าเป็อะไรไป?"