หลังจากผ่านด่านเพลิงเบญจธาตุที่สำนักเมฆามาแล้วร่างกายของเหยียนซานที่เคยหนักอึ้งก็กลับเบาสบายราวกับขนนกลายอัคคีบนแผ่นหลังยังคงแผ่ไอความร้อนจางๆ ออกมาสลายความหนาวเหน็บรอบกาย
"ข้าต้องรีบกลับไปหาเฒ่ากู่..."เหยียนซานพึมพำ แม้เขาจะยังไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้แต่ความเร็วในการเดินเทียบเท่าพายุย่อม ๆ ทีเดียว เหยียนซานทะยานผ่านป่าหมอกด้วยความเร็วจนเห็นเพียงเส้นแสงสีทองรางๆ
แต่ไม่ทันจะพ้นรุ่งสาง ..บรรยากาศรอบข้างพลันเปลี่ยนไป กลิ่นคาวเืและกลิ่นสาปสางก็โชยมาตามลมหมอกสีขาวเปลี่ยนเป็สีดำทมิฬในพริบตา!
"ฮี่ๆๆ...กลิ่นอายช่างหอมหวานเหลือเกิน" เสียงหัวเราะแหลมเล็กดังมาจากยอดไม้สูง 'อสูรเงาพันตา' สมุนระดับล่างของจอมอสูรที่ลอบสังเกตการณ์มานานปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเหยียนซาน ดวงตานับร้อยบนร่างของมันจับจ้องมาที่กายแก้วของเหยียนซานด้วยความรู้สึกดูิ่
"อสูรชั้นต่ำ!กล้าดีอย่างไรมาขวางทางข้า!" เหยียนซานตวาด แววตาส่องประกายสีทองวูบหนึ่ง
"มาให้ข้าจับกินเสียดีๆเ้ามนุษย์กระจอก หากข้าได้กินหัวใจของเ้า พลังของข้าจะเพิ่มไปอีก10 ปี !" อสูรเงาไม่รอช้า พุ่งตัวลงมาพร้อมกรงเล็บอาบยาพิษที่คมกริบดุจมืดโกน
เคร้ง!!! เสียงโลหะปะทะหินดังสนั่นแทนที่กรงเล็บจะฉีกกระชากเนื้อหนังแต่มันกลับกระเด้งกลับราวกับฟาดใส่กำแพงเหล็กกล้าร่างกายของเหยียนซานไม่ได้มีแม้แต่รอยขีดข่วนแสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากใต้ิัที่ตึงแน่น
"นี่น่ะหรือ... กายาวัชระอัฐศิลา"เหยียนซานมองมือตัวเองด้วยความทึ่งพลังป้องกันของเขามหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการ
"เ้าเป็ใครกันแน่ ทำไมกรงเล็บพิษของข้าทำอะไรเ้าไม่ได้!"อสูรเงาใจนดวงตาทั้งร้อยแทบถลนมันรวบรวมพลังมืดสร้างเป็หอกทมิฬนับสิบพุ่งเข้าใส่จุดตายของเหยียนซานพร้อมกัน
เหยียนซานไม่ได้หลบหลีกเขาอยากทดสอบพลังที่ได้รับมาเขาตั้งสมาธิรวบรวมลมปราณไฟที่เพิ่งหลอมรวมมาไว้ที่หมัดขวาลายอัคคีบนหลังเปล่งแสงแดงฉาน
"เพลิงวัชระพิโรธ!" เหยียนซานเพียงยื่นมือออกไปในอากาศความร้อนจากเพลิงเบญจธาตุะเิออกมาเป็คลื่นกระแทกขนาดใหญ่แผดเผาหอกทมิฬจนกลายเป็เถ้าถ่าน ไฟได้พุ่งตรงเข้าเผาผลาญร่างอสูรเงาจนมันกรีดร้องด้วยความเ็ปร่างที่เคยเป็เงาดำมืดค่อยๆ สลายไปด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์กลายเป็เพียงหมอกควันสีดำ
"อ้าก!!! พลังนี้มัน...พลังของมหาเทพ!" อสูรร้ายส่งเสียงก้องก่อนจะหายไปในความมืด
เหยียนซานยืนหอบหายใจเล็กน้อยกายแก้วของเขาเริ่มคงตัวขึ้น ิัภายนอกกลับมาดูเหมือนมนุษย์ปกติแต่ข้างในนั้นแกร่งยิ่งกว่าเหล็กไหลเขาตระหนักได้ว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของการ 'จุติ'ที่แท้จริง
"ข้ายังควบคุมพลังนี้ได้ไม่ถึงครึ่ง...ต้องรีบไปหาอาจารย์"
ความรู้สึกของเหยียนซานตอนนี้ไม่เหมือนเด็กหนุ่มไร้ความหวังที่ถูกรังแกโดยไม่มีเหตุผล เวลาสิบห้าปีที่เขาทนทุกทรมานมามันได้หล่อหลอมให้ร่างกายและจิตใจเขาแข็งแกร่ง
เขาไม่อยากให้คนที่อ่อนแอถูกทำร้ายเหมือนอย่างเขาก่ายแกร่งไม่ได้มีไว้เพื่อล่าหรือทำร้ายผู้อื่นแต่มีไว้เพื่อปกป้องโลกนี้จากอสูรร้ายนั่นเอง
เหยียนซานทะยานร่างต่อไปมุ่งหน้าสู่หุบเขาไร้ลักษณ์ที่ซึ่งบททดสอบขั้นต่อไปและการเดินทางครั้งใหญ่กำลังรอเขาอยู่!