“ไม่เป็ไรหรอกเยี่ยเยี่ย พวกคนใจร้ายพวกนี้ทำอะไรพี่ชายไม่ได้หรอก”
ฟานเทียนลูบหัวเยี่ยเยี่ยทำให้เธอสงบลง ก่อนที่จะปล่อยแขนเสื้อของเขา เธอนั้นไม่รู้ทำไมแต่รู้สึกว่าฟานเทียนนั้นจะต้องสามารถจัดการกับพวกคนใจร้ายที่คิดจะทำร้ายเธอกับแม่ของเธอได้แน่ๆ
ฟานเทียนเดินออกมายังข้างนอกสำนักตงหลิวที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านเก่าๆ เขามองไปที่กลุ่มของชายวัยกลางคน เขาััได้ถึงพลังปราณของพวกเขา พลังปราณของพวกเขานั้นอยู่แค่ในระดับปราณก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น
ปราณก่อกำเนิดขั้นต้นเป็ปราณที่ทุกคนบนโลกนี้มีด้วยกันทั้งนั้นั้แ่เกิดมา ปราณเป็สิ่งที่ทุกสิ่งมีชีวิตมีด้วยกันทั้งหมด
กลุ่มของชายวัยกลางคนมองไปที่ฟานเทียน ทั้งหมดนั้นใเป็อย่างมาก พวกเขาไม่เคยเห็นฟานเทียนแถวนี้มาก่อน นอกจากนี้ฟานเทียนนั้นยังหล่อมากๆ หล่อชนิดที่ว่าทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นแรงเลยทีเดียว
‘ไม่ๆ ฉันไม่ใช่เกย์!’
ชายวัยกลางคนพูดในใจ เขานั้นรีบคิดถึงภาพของหญิงสาวน่าตางดงามในนิตยสารที่เขาแอบเมียของเขาไว้ เขาเมื่อทำใจได้แล้วจึงพูดกับฟานเทียน
“แกเป็ใครไอหนุ่ม ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่ายุ่งเื่นี้”
ชายวัยกลางคนพูดจาเตือนกับฟานเทียน ทำให้ฟานเทียนรู้สึกว่าเขานั้นชั่วร้ายจริงๆหรือเปล่า ปกติตัวร้ายที่เขามักจะเจอป่านนี้ยกกระบี่ขึ้นมาจะฆ่าเขาแล้ว แต่นี่พูดเตือนก่อน ฟานเทียนได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะยิ้มออกมา
“พวกเ้าไม่ควรทำเช่นนี้ พวกเ้าไม่สงสารเด็กน้อยกับแม่ของนางบ้างรึ รู้บ้างรึเปล่าการกระทำของพวกเ้าทำให้แม่ของนางป่วยหนักจนเข้าโรงพยาบาล”
ชายวัยกลางคนรู้สึกใ เขามองไปที่เพื่อนๆของเขา ไม่รู้จะว่ายังไงดี เขาไม่คิดว่าเขานั้นจะทำให้หญิงสาวที่อยู่ที่นี่ป่วยจนเข้าโรงพยาบาล พวกเขาไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงดี พวกเขาแค่ถูกจ้างให้มาขู่เฉยๆ ไม่ได้้าจะทำให้ถึงขั้นเจ็บตัวหรือป่วยอะไรทั้งนั้น
ฟานเทียนได้แต่ถอนหายใจออกมา เขานึกแล้วว่าทำไมเยี่ยเยี่ยกับแม่ของเธอยังไม่ถูกไล่ออกไปจากที่นี่ ชายวัยกลางคนกับกลุ่มของเขา เป็แค่คนธรรมดาไม่ใช่นักเลงหัวไม้อะไรอย่างที่คิด พวกเขาแค่้าหาเงินใช้เท่านั้นเอง
“พวกเ้าช่วยกลับไปได้ไหม ข้า้าจะไปเยี่ยมแม่ของนาง”
ชายวัยกลางคนได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น
“พวกฉันก็อยากให้ไปอยู่หรอกนะ ถ้ายังไงถ้าไปแล้วช่วยอย่ากลับมาได้ไหม ที่นี่มันไม่มีอะไรั้แ่แรกอยู่แล้ว ทำไมถึงยังดื้อดึงที่จะอยู่ต่อ หากพวกฉันครั้งนี้กลับไปแล้วยังไล่พวกเธอออกไปจากที่นี่ไม่ได้ คุณฮานจะต้องจ้างพวกนักเลงจริงๆมาแน่ๆ และฉันก็จะช่วยอะไรพวกเธอไม่ได้อีกแล้ว”
เหล่าชายวัยกลางคนได้แต่ถอนหายใจ
ฟานเทียนคิดอะไรอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้า
“แบบนั้นก็ได้ อย่างที่พวกเ้าว่า ที่นี่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
ฟานเทียนหันไปมองสำนักของเขา มันไม่เหลืออะไรจริงๆ จากวันที่เขาออกมา เขาก็คิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็แบบนี้แน่ๆ แค่มันเหลือซากเอาไว้ก็น่าชื่นชมมากๆแล้ว เพราะแน่นอนไม่ใช่ว่าใครก็จะมีอายุยืนยาวเท่าเขา ยุคสมัยมันเปลี่ยน นี่คือสิ่งที่เขาเรียนรู้มาในเวลาสองพันปีที่เขามีชีวิตอยู่
“ถ้าแบบนั้นพวกฉันก็โล่งอก”
ชายวัยกลางคนมองไปที่เยี่ยเยี่ยที่ตอนนี้แอบออกมาดูว่าฟานเทียนเป็ยังไงบ้าง เธอนั้นกลัวว่าฟานเทียนจะถูกทำร้าย ชายวัยกลางคนนั้นได้แต่ถอนหายใจ เขาไม่อยากทำแบบนี้เพื่อเงินไม่กี่แดง แต่ถ้าเขาไม่ทำพวกนั้นจะต้องส่งคนที่จะทำแบบจริงๆมาแน่ๆ เขาช่วยได้เท่านี้จริงๆ
พวกเขาหลังจากนั้นก็กลับไปยังบ้านของพวกเขาแต่โดยดี พวกเขานั้นเตือนฟานเทียนและเยี่ยเยี่ยไว้ ว่าคราวหน้าคนที่มานั้นจะไม่ใช่พวกเขาที่เป็นักเลงปลอมๆแล้ว แต่จะเป็พวกนักเลงจริงๆ
เยี่ยเยี่ยในตอนนี้มีสีหน้าที่ซีดเป็อย่างมาก เธอนั้นกัดริมฝีปากของตัวเองก่อนที่จะมองไปที่ฟานเทียน
“พี่ชาย เยี่ยเยี่ยขอโทษ”
ฟานเทียนประหลาดใจ ทำไมเยี่ยเยี่ยต้องขอโทษเขาด้วย เยี่ยเยี่ยอธิบายสิ่งที่ฟานเทียนนั้นกำลังสงสัยอยู่
“เยี่ยเยี่ยขอโทษพี่ชาย ที่ก่อปัญหาให้”
ฟานเทียนส่ายหัวก่อนที่จะลูบหัวของเยี่ยเยี่ย
“ปัญหาอะไรกัน พี่ชายไม่เห็นจะรู้เื่ อ่าจริงซิ เยี่ยเยี่ยพี่ชายมีอะไรจะแนะนำกับเยี่ยเยี่ย”
เยี่ยเยี่ยมองไปที่ฟานเทียนที่ตอนนี้ยิ้มให้กับเธอ เขาผิวปาก เยี่ยเยี่ยได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกำลังตรงมาที่เธอ เธอนั้นหันไปหายังที่มาของเสียง ดวงตาของเธอเปิดออกกว้าง ก่อนที่จะหันไปหาฟานเทียน
“พี่ชาย นี่มันเพนกวิ้น!”
ดวงตาของเยี่ยเยี่ยเปิดออกกว้างและเปร่งประกาย เธอไม่เคยเห็นมันตัวเป็ๆมาก่อน เธอเคยเห็นแต่ในรูปภาพเท่านั้น