[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 124 ผู้คุมเกม

    ไป๋ลู่อิดออดอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ร่างบางเดินลากขาเข้าไปหาช้าๆ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ อยู่ข้างรถเข็น พลางเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมองอย่างเอาใจ 

    "ท่านประธานฮั่วคะ?"

    พอเห็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งยกมือขึ้น ไป๋ลู่ก็ตกใจกลัวจนหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกทันที

    ทว่าฝ่ามือหนาของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งกลับทำเพียงแค่วางแหมะลงบนกลุ่มผมของเธอเบาๆ เท่านั้น

    เอ๊ะ?

    อ่อนโยนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!

    มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเอ่ยปากขึ้น 

    "เห็นปากก็ร้องปาวๆ ว่าจะฆ่าจะแกง ฉันก็นึกว่าเธออยากจะเอาชีวิตเสี่ยวลิ่วมันจริงๆ ซะอีก ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะใจอ่อน อุตส่าห์หาทางปกป้องแขนขาทั้งสองข้างของมันเอาไว้จนได้"

    ไป๋ลู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจรวบรวมความกล้าแล้วถามออกไปว่า 

    "ท่านประธานฮั่วคะ ท่าน... ท่านตั้งใจจะให้ผู้ช่วยถัง... เอ่อ ตีแขนตีขาหลานชายแท้ๆ ของท่านให้หักจริงๆ เหรอคะ"

    มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งพยักหน้าหน้าตาเฉย 

    "ทำผิดแล้วยังกล้าทำผิดซ้ำอีก อย่างน้อยๆ ก็ต้องฟาดให้แขนขาพิการถึงจะถูก"

    ไป๋ลู่ "..."

    ถึงแม้ในใจลึกๆ ของเธอจะยังอยากกระชากคอเสื้อของคุณชายหกมาตบซ้ายตบขวา แล้วกระทืบซ้ำอีกสักทีให้หายแค้นก็เถอะ...

    แต่ว่าคุณชายหกเนี่ย...

    กว่าจะรักษาแขนขาทั้งสองข้างเอาไว้ได้ ก็หืดขึ้นคอไม่เบาเลยแฮะ

    เฮ้อ อยู่ใกล้กษัตริย์ก็เหมือนอยู่ใกล้เสือสินะ

    การต้องมาใช้ชีวิตอยู่ข้างกายมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเนี่ย ทุกคนต่างก็แขวนหัวไว้บนเส้นด้าย ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากจริงๆ

    มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเรียกชื่อเธอ 

    "ไป๋ลู่ เธอต้องรู้นะว่าเสี่ยวลิ่วมันไม่ซาบซึ้งในบุญคุณของเธอหรอก"

    ไป๋ลู่ยกมือขึ้นมากำหมัดแน่นอย่างมาดมั่น 

    "ทำดีไม่หวังผล ปิดทองหลังพระ! หนูคือเหลยเฟิงยุคปัจจุบันค่ะ!"

    ทว่าเมื่อมองทะลุผ่านหน้ากากสีเงินเข้าไป เธอกลับเห็นสายตาคมกริบของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งที่ส่งสัญญาณเตือนมาอย่างชัดเจนว่า 'ถ้ายังกล้าเล่นตลกอีกล่ะก็ ฉันจะเชือดเธอทิ้งซะ!'

    ไป๋ลู่รีบกลับลำ เปลี่ยนมาพูดความจริงเสียงอ่อยทันที 

    "หนูก็ไม่ได้หวังให้คุณชายหกมาซาบซึ้งในน้ำใจของหนูหรอกค่ะ ขอแค่เขาเข้าใจว่าหนูมีท่านประธานฮั่วคอยหนุนหลังอยู่ หนูไม่ใช่หมูตู้ที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ และวันหลังก็อย่ามาแหยมกับหนูอีก... แค่นี้หนูก็ขอบคุณเขาไปยันโคตรเหง้าแล้วค่ะ"

    "วันหลังถ้าเสี่ยวลิ่วมันมารังแกเธออีก เธอก็สั่งให้ถังสิงไปตีแขนขามันให้หักเลยก็แล้วกัน" มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งโบกมือไล่ 

    "เอาล่ะ ไปกินข้าวได้แล้ว"

    ไป๋ลู่ฉีกยิ้มแฉ่ง เอามือทั้งสองข้างประสานไว้ที่เอวด้านข้าง ก่อนจะย่อเข่าเอียงคอทำท่าจริตจะก้านสุดๆ แล้วดัดเสียงเล็กเสียงน้อยพูดว่า "น้อมส่งเสด็จเพคะ!"

    พูดจบ หญิงสาวก็รีบเผ่นแน่บหนีไปทันที

    มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งหลุดหัวเราะขำกับท่าทางเปิ่นๆ ของเธอเข้าอย่างจัง 

    "ยัยเด็กนี่เป็นนางกำนัลประสาอะไร ท่าทางแบบนั้นมันขันทีชัดๆ อุตส่าห์เล่นซีรีส์ย้อนยุคมาตั้งเยอะ เสียของเปล่าๆ"

    เอ๊ะ?

    มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเคยดูซีรีส์ของเธอด้วยเหรอเนี่ย!

    ที่แท้ก็เป็นแฟนคลับของเธอนี่เอง!

    ไป๋ลู่อดไม่ได้ที่จะหันขวับกลับไปแอบมอง ใบหน้าหล่อเหลาของพ่อเทพบุตรประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างจนใจ เขาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยกับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งว่า "เธอตั้งใจทำให้พี่อารมณ์ดีน่ะครับ"

    "นายก็รีบๆ เอา..."

    ทว่าเสียงตะโกนเรียกของป้าหลี่กลับดังแทรกขึ้นมากลบเสียงของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเสียจนมิด "รีบมากินข้าวเร็วเข้าลูก มีแต่ของชอบของหนูทั้งนั้นเลยนะจ๊ะ!"

    มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งพูดต่อจนจบประโยค 

    "...ฉันถึงจะอารมณ์ดีที่สุด เอาล่ะ เข็นฉันกลับไปที่ห้องนอนที ฉันรู้สึกเหนื่อยหน่อยๆ แล้วล่ะ"

    ป้าหลี่ขัดจังหวะน่าตีชะมัดเลย!

    ทำเอาเธอไม่ได้ยินเนื้อหาท่อนที่สำคัญที่สุดไปซะได้

    สรุปแล้วต้องทำยังไงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งถึงจะอารมณ์ดีที่สุดกันล่ะเนี่ย?

    ถ้าเธอรู้เคล็ดลับล่ะก็ เธอก็จะหาทางประจบสอพลอเลียแข้งเลียขามหาเศรษฐีอันดับหนึ่งได้แล้วน่ะสิ!

    เผื่อวันไหนอาซุยทำงานพลาดขึ้นมาจนทำให้มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งไม่พอใจ เธอก็จะได้คอยช่วยประจบเอาใจมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งให้ ทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าสามารถช่วยชีวิตพ่อเทพบุตรอาซุยเอาไว้ได้ตั้งหนึ่งชีวิตเลยนะ!

    ฉันโกรธป้าหลี่แล้ว วันหลังจะไม่กินข้าวฝีมือป้าหลี่อีกแล้ว!

    เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตะเกียบ ป้าหลี่ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง "ไม่ถูกปากเหรอจ๊ะ ถ้างั้นหนูอยากกินอะไรล่ะ เดี๋ยวป้าหลี่ทำให้ใหม่นะ"

    ไป๋ลู่หยิบช้อนขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน ก่อนจะตักข้าวผัดคำโตยัดเข้าปากเพื่อระบายอารมณ์...

    "อ้า หอมจังเลย!"

    ป้าหลี่มองดูท่าทางเอร็ดอร่อยของเธอแล้วเผยรอยยิ้มเอ็นดูเหมือนคุณแม่มองดูลูกสาว "อย่ากินแต่ข้าวสิจ๊ะ กินกับข้าว กินเนื้อ แล้วก็ซดน้ำแกงด้วยนะ"

    ไป๋ลู่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความฟิน สวาปามข้าวเข้าไปรวดเดียวสามชามเต็มๆ!

    การงดกินข้าวฝีมือป้าหลี่ วันนี้ไม่นับ... เอาไว้เริ่มพรุ่งนี้ก็แล้วกัน!

    ป้าหลี่เอ่ยถาม "พรุ่งนี้ป้าทำบะหมี่จ๋าเจี้ยงเมี่ยนให้กิน ดีไหมจ๊ะ"

    "ดีๆๆ ค่ะ! ใส่ซอสหมูสับเยอะๆ เลยนะคะ!"

    เฮ้อ ธาตุแท้ของคนเรา ก็คือการพ่ายแพ้ต่อของอร่อยยังไงล่ะ!

    รอจนกระทั่งไป๋ลู่กินผลไม้ล้างปากหลังอาหารเสร็จ ฮั่วเหยียนฟางถึงได้เดินเข้ามา พอเห็นร่างสูงปุ๊บ เธอก็เลิกสนใจผลไม้ในจานแล้วกระโดดดึ๋งเข้าไปหาเขาทันที 

    "อาซุยๆ หนูขอถามอะไรหน่อยสิ เมื่อกี้ท่านประธานฮั่วบอกว่าให้นายรีบๆ ทำอะไรเหรอ เขาถึงจะอารมณ์ดีที่สุดน่ะ"

    ก็บอกว่าให้ผมรีบๆ จีบเธอให้ติด แล้วพาเธอกลับบ้านไปเป็นน้องสะใภ้ให้เขา... เขาถึงจะอารมณ์ดีที่สุดน่ะสิ

    ฮั่วเหยียนฟางเม้มริมฝีปากที่ได้รูปสวย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาจ้องมองเธอเขม็ง

    กระต่ายน้อยถามแบบนี้ หรือว่าเธอจะได้ยินสิ่งที่พี่รองพูดงั้นเหรอ?

    "หนูไม่ได้อยากจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องของท่านประธานฮั่วหรอกนะคะ! หนูแค่... แค่อยากจะหาทางประจบเลียแข้งเลียขาท่านประธานฮั่วดูบ้างน่ะค่ะ" พอถูกเขาจ้องตาเขม็งแบบนั้น ไป๋ลู่ก็รู้สึกร้อนตัวขึ้นมานิดๆ จึงรีบหลบสายตาทันที

    แต่เหตุผลหลักๆ ก็คือการสบตากับพ่อเทพบุตรตรงๆ แบบนี้... มันน่าเขินเกินไปต่างหากล่ะ!

    ขนาดในดวงตาคู่สวยของเขา ฉันยังสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองได้ชัดเจนเลยนะ

    อ๊าก! พ่อเทพบุตรจะจ้องเขม็งแบบนี้ไปถึงไหนเนี่ย ดาเมจรุนแรงขนาดนี้..จะต้านทานไม่ไหวอยู่แล้วนะ แง!

    ไป๋ลู่พึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ก็แค่อยากจะขอป้ายอาญาสิทธิ์ละเว้นโทษตายจากมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งตุนไว้บ้าง..."

    ฮั่วเหยียนฟาง "..."

    หญิงสาวแอบเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แล้วใช้ดวงตากลมโตที่เปียกรื้นช้อนสายตาแอบมองเขาอย่างออดอ้อน

    สีหน้าเล็กๆ นั้นช่างหลากหลายและมีชีวิตชีวาสุดๆ

    ฮั่วเหยียนฟางพยายามกลั้นรอยยิ้มที่มุมปากเอาไว้ 

    "กลัวว่าผมจะโดนตีแขนขาให้หักด้วยงั้นเหรอ"

    ไป๋ลู่พยักหน้าเล็กๆ ของเธอหงึกหงัก

    การแค่โดนตีแขนขาให้หักยังถือว่ามหาเศรษฐีอันดับหนึ่งปรานีแล้วนะ ที่เธอกลัวก็คือกลัวว่าเขาจะถูกทำให้หายตัวไปอย่างเงียบเชียบ แล้วตายจากไปเลยต่างหากล่ะ!

    เหตุผลที่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งสามารถกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือ 'ฮั่วกรุ๊ป' ซึ่งเป็นเครื่องจักรผลิตเงินขนาดมหึมาเอาไว้ได้ ก็เป็นเพราะเขาได้ลงมือเชือดคนตระกูลฮั่วทิ้งไปจนหมด และรวบรวมอำนาจที่เคยกระจัดกระจายกลับคืนมาอยู่ในกำมือทีละคนๆ

    สิ่งเดียวที่อาซุยสามารถพึ่งพาได้ ก็มีแค่ฐานะการเป็นน้องชายนอกสมรสของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเท่านั้น

    "ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก ผมไม่เหมือนกัน" ฮั่วเหยียนฟางเอ่ย

    ไป๋ลู่เบิกตากลมโตมองเขาอย่างครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย

    ไม่เหมือนกันตรงไหน?

    คนตระกูลฮั่วที่ตายไปแล้วพวกนั้น ก็ล้วนแต่เป็นสายเลือดเดียวกันกับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ

    ฮั่วเหยียนฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

    "เขาเคยช่วยชีวิตผมไว้ แล้วผมก็เคยช่วยชีวิตเขาไว้เหมือนกัน ตอนนี้เราสองคน... ถือว่าฝากชีวิตไว้ด้วยกันแล้ว"

    แม้ชายหนุ่มจะพูดออกมาอย่างเรียบง่ายราวกับไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร แต่ไป๋ลู่ที่ได้ฟังกลับรู้สึกจุกแน่นอยู่ในอก

    เมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์มหาศาล ความผูกพันทางสายเลือดก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรให้พูดถึงอีกเลย

    ญาติพี่น้องร่วมสายเลือด แต่ละคนต่างก็ทำตัวราวกับหมาป่าหิวโซที่เอาแต่จ้องมองคุณด้วยดวงตาวาววับ พอสบโอกาสตอนที่คุณเผลอ พวกมันก็จะกรูกันพุ่งเข้ามาขย้ำ ไม่เพียงแค่จะฉีกทึ้งร่างของคุณให้แหลกเป็นชิ้นๆ แต่พวกมันยังจะสูบเลือดกินเนื้อของคุณอย่างตะกละตะกลาม

    ขนาดกระดูกก็ยังอยากจะสูบไขกระดูกออกมาให้เกลี้ยง!

    ขนาดคุณพ่อของเธอที่หนีมาอยู่ในวงการบันเทิง แสดงจุดยืนชัดเจนขนาดนี้แล้วว่าจะไม่ขอเข้าไปแย่งชิงอะไรกับคนตระกูลลู่ แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมวางใจ และจ้องแต่จะตัดรากถอนโคนให้สิ้นซาก

    ตระกูลลู่ที่เทียบไม่ได้เลยแม้แต่ขี้เล็บของฮั่วกรุ๊ป ยังโหดร้ายกันถึงขนาดนี้... ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า อาซุยกับท่านประธานฮั่ว พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเรื่องนรกแตกอะไรมาบ้าง

    ตอนที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดขึ้น ดูเหมือนว่าท่านประธานฮั่วเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะเองนี่นา

    ท่านประธานฮั่วกับอาซุยที่อุตส่าห์รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด กลับต้องมาเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าที่จ้องจะตะครุบเหยื่ออยู่ตลอดเวลา

    บรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านและเสี่ยงตายแบบนั้น แค่คิดเธอก็รู้สึกหนาวสั่นเย็นยะเยือกไปทั้งตัวแล้ว

    แต่อาซุยกับท่านประธานฮั่ว ไม่เพียงแต่จะรอดชีวิตมาได้ แต่ยังพลิกนรกกลับมาเป็นผู้คุมเกมได้อีกด้วย...

    โคตรจะสุดยอดไปเลย!

    มิน่าล่ะ ท่านประธานฮั่วถึงได้เลือกอาซุยเป็นผู้สืบทอด คนที่พวกเขาสามารถไว้ใจและใช้เป็นที่พึ่งพิงได้ ก็มีแค่กันและกันเท่านั้นนี่นา

    ฮือๆๆ อาซุยกับท่านประธานฮั่วใช้ชีวิตกันมาอย่างยากลำบากเกินไปแล้ว

    พ่อเทพบุตรของเธอควรจะได้รับการทะนุถนอมและปกป้องอย่างดีสิ! ทำไมถึงต้องปล่อยให้คนดีๆ แบบนี้มาเจอเรื่องบัดซบพรรค์นี้ด้วย!

    นี่มันเทพบุตรลงมาจุติเพื่อเผชิญวิบากกรรมบนโลกมนุษย์ของแท้เลยใช่ไหมเนี่ย

    ปวดใจจนเธอแทบจะตายอยู่แล้ว!

    ฮั่วเหยียนฟางเหลือบมองแค่แวบเดียวก็ดูออกทะลุปรุโปร่งแล้วว่าในใจของเธอกำลังคิดอะไรอยู่

    สีหน้าของยัยตัวเล็กน่ะ ปิดบังความในใจเอาไว้ไม่ได้เลยสักนิด

    จากนั้น เธอก็คว้ามือใหญ่ของฮั่วเหยียนฟางไปกุมเอาไว้แน่น

    หญิงสาวยังแอบมองเขาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานที่แฝงความเด๋อด๋านิดๆ ไปให้ชายหนุ่ม

    "ถึงแม้คนที่คอยให้คุณดูแลมาตลอดอย่างหนู จะไม่ค่อยมีสิทธิ์พูดคำนี้สักเท่าไหร่... แต่อาซุยคะ วันหลังหนูจะทำดีกับคุณให้มากขึ้นเป็นสองเท่าเลยน้า!"

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน