คำประกาศกร้าวของคาอินแขวนค้างอยู่ในอากาศราวกับสายฟ้าฟาด มันไม่ใช่แค่การตอบรับคำขอของเอลาร่า แต่มันคือการประกาศาอย่างเป็ทางการต่ออิซาเบลล่าโดยมีเอลาร่าเป็เดิมพัน
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความตึงเครียดหนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้ เหมือนกับว่าอากาศเองก็กำลังสั่นะเืจากพลังงานที่ปะทุออกมาจากแวมไพร์สองตนที่ทรงพลังที่สุดในคฤหาสน์ใต้ดินแห่งนี้
อิซาเบลล่าหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอเย็นเยียบแต่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด "โอ้...ในที่สุดก็เลิกทำตัวเป็เต่าในกระดองแล้วสินะ คาอิน" เธอยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากไหล่ของเอลาร่า แถมยังจงใจบีบเคล้นเบาๆ ราวกับกำลังเล่นกับของเล่นชิ้นโปรด "แต่ท่านคิดว่าท่านมีสิทธิ์สั่งข้ารึไง? เด็กคนนี้ไม่ได้เป็ 'ของ' ท่านนะ"
ปลายนิ้วของเธอเลื่อนไปตามแนวไหล่ของเอลาร่าอย่างช้าๆ เหมือนกำลังวาดลายเส้นบนผืนผ้าไหมที่ละเอียดอ่อน การัันั้นทำให้เอลาร่าขนลุกเกรียวไปทั้งตัว แต่เธอไม่กล้าขยับตัวหนีเพราะกลัวว่าจะทำให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่านี้
"นางอยู่ในความดูแลของข้า" คาอินสวนกลับทันควัน ดวงตาสีแดงก่ำของเขาลุกวาวราวกับถ่านไฟ เส้นเืที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างชัดเจน "และข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำให้นางต้องไขว้เขว"
เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ตึงแน่น รอยแผลเป็จากการต่อสู้นับไม่ถ้วนเล่าเื่ราวแห่งความรุนแรงที่เขาผ่านมา ในตอนนี้เขาดูเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ
"ไขว้เขว?" อิซาเบลล่ายิ้มเยาะ ดวงตาสีม่วงอมแดงของเธอเป็ประกายด้วยความเพลิดเพลิน "ข้าเรียกมันว่า 'การเปิดโลกทัศน์' ต่างหากล่ะ...ใช่ไหม...เอลาร่า?" เธอจงใจก้มลงกระซิบข้างหูเด็กสาวอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอทำให้เอลาร่าขนลุกเกรียวไปทั้งตัว "เด็กสาวคนนี้มีศักยภาพมากมาย...แต่จะเสียดายมากถ้าได้รับการ 'ฝึกฝน' ที่ผิดทาง"
เอลาร่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ เธอตกอยู่ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากแวมไพร์สองตนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ มือข้างหนึ่งถูกกอบกุมไว้ด้วยฝ่ามือที่เย็นเฉียบแต่แข็งแกร่งของคาอิน ส่วนไหล่อีกข้างก็ถูกััโดยปลายนิ้วที่ร้อนเร่าของอิซาเบลล่า เธอทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงกลาง
หัวใจของเธอเต้นแรงจนเสียงดังก้องอยู่ในหู เหงื่อเย็นเริ่มซึมออกมาตามไรผม เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ระหว่างสองเสือโคร่งที่กำลังจะขย้ำกัน และเธอคือชิ้นเนื้อที่ทั้งสองตัว้าจะแย่งชิง
"พอได้แล้ว!" เอลาร่าตัดสินใจเปล่งเสียงออกมาในที่สุด แม้จะสั่นเครือแต่ก็ดังพอที่จะทำให้ทั้งสองคนชะงัก "ได้โปรด...อย่าทะเลาะกันเลยค่ะ"
เธอค่อยๆ ดึงมือออกจากมือของคาอิน การเคลื่อนไหวนั้นต้องใช้ความพยายามมากเพราะมือของเขาแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็ยอมปล่อยให้เธอดึงออกมาได้ในที่สุด จากนั้นเธอก็ขยับตัวออกมาจากการเกาะกุมของอิซาเบลล่าอย่างนุ่มนวล พยายามไม่ให้ดูเหมือนกำลังปฏิเสธอย่างรุนแรง
"หนู...หนูดีใจที่ท่านลุงจะยอมสอนหนู และหนูก็ขอบคุณคุณอิซาเบลล่าที่เป็ห่วง...แต่หนูไม่อยากเป็สาเหตุให้พวกท่านต้องมาผิดใจกัน" เธอพูดด้วยเสียงที่พยายามจะมั่นคง แต่ยังคงสั่นเครือเล็กน้อย
เธอมองสลับไปมาระหว่างคาอินและอิซาเบลล่า ดวงตาสีฟ้าใสของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความหวัง "หนูรู้ว่าพวกท่านมีอดีตร่วมกัน...และหนูไม่อยากให้หนูเป็สาเหตุให้ความสัมพันธ์ที่ดีต้องเสียหาย"
อิซาเบลล่ามองท่าทีที่จริงจังนั้นแล้วก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่แสดงให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่เป็เอกลักษณ์ของแวมไพร์ "น่ารักจริงๆ...ลูกแกะที่พยายามจะห้ามหมาป่าไม่ให้กัดกัน" เธอยอมถอยออกมาแต่โดยดี แต่ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องมองเอลาร่าอย่างไม่วางตา "ก็ได้ๆ...ข้าจะรอดูอยู่ห่างๆ อย่าง 'ห่วงๆ' ก็แล้วกัน ว่า 'คุณครู' คนใหม่จะสอนอะไรเ้าได้บ้าง"
เธอเดินไปนั่งบนโซฟาตัวหนึ่งที่อยู่ริมห้อง วางขาข้างหนึ่งทับอีกข้างหนึ่งอย่างสง่างาม มือข้างหนึ่งค้ำคาง ท่าทางเหมือนกำลังเตรียมตัวชมการแสดงที่น่าสนใจ "อย่าสนใจข้าเลย...ทำเหมือนข้าไม่อยู่ก็ได้"
คาอินมองเอลาร่าด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความโกรธยังคงลุกโชนอยู่ในดวงตาสีแดงก่ำ แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่อ่อนโยนกว่าแวบผ่านไปเมื่อเขามองเห็นใบหน้าที่เป็ห่วงของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นั้น ทำให้เขาดูเหมือนเทพากรีกโบราณที่เพิ่งผ่านสมรภูมิมาหมาดๆ
"บทเรียนแรกจะเริ่มเดี๋ยวนี้" เขากล่าวเสียงเรียบ แต่มีพลังแฝงอยู่ข้างใน "ตามข้ามา"
เขาเดินนำออกจากห้องนอนไปยังห้องโถงที่กว้างขวางที่สุดของคฤหาสน์ใต้ดิน เอลาร่ารีบเดินตามไปอย่างว่าง่าย รองเท้าเล็กๆ ของเธอเคาะพื้นหินอ่อนเป็จังหวะ ทิ้งให้อิซาเบลล่ายืนยิ้มอยู่ข้างหลังพร้อมกับแก้วไวน์ในมือ
ห้องโถงที่พวกเขามาถึงนั้นกว้างใหญ่อลังการ เพดานสูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟคริสตัลขนาดใหญ่ที่ส่องแสงอุ่นๆ ลงมา ผนังทั้งสี่ด้านตกแต่งด้วยภาพวาดโบราณที่บอกเล่าเื่ราวของแวมไพร์ในยุคต่างๆ พื้นปูด้วยหินอ่อนสีดำเงางามที่สะท้อนแสงไฟได้อย่างสวยงาม
เมื่อมาถึงกลางห้องโถง คาอินก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีแดงก่ำของเขาจ้องมองเธออย่างเข้มข้น เหมือนกำลังประเมินและวิเคราะห์ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ
"บทเรียนแรก...คือการควบคุม" เขากล่าว เสียงทุ้มต่ำและมีพลังราวกับจะสะกดจิตเธอ "พลังของเ้ามันป่าเถื่อนและไร้การควบคุม มันตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน สิ่งที่เ้าต้องทำคือการเรียนรู้ที่จะ 'เรียก' มันออกมา และ 'เก็บ' มันกลับเข้าไปได้ตามใจสั่ง"
เขาเดินเวียนรอบตัวเธออย่างช้าๆ เหมือนนักล่าที่กำลังศึกษาเหยื่อ "พลังที่ไหลเวียนในร่างของเ้านั้นมาจากสองแหล่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เืเอลฟ์จากมารดาของเ้าให้พลังแห่งแสงและการรักษา ส่วนเืแวมไพร์จากบิดาของเ้าให้พลังแห่งเงาและการทำลาย"
เอลาร่าฟังอย่างตั้งใจ แม้ว่าการที่เขาเดินเวียนรอบตัวเธอจะทำให้เธอรู้สึกประหม่า "แล้ว...หนูต้องทำยังไงคะ"
"หลับตา" เขาออกคำสั่งด้วยเสียงที่ไม่ยอมให้โต้แย้ง
เอลาร่าทำตามอย่างว่าง่าย เปลือกตาปิดลง ทำให้โลกรอบตัวเธอมืดสนิท เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของคาอินที่ยังคงเดินเวียนรอบตัวเธออยู่ เสียงนั้นก้องไปมาในห้องโถงขนาดใหญ่
"ตั้งสมาธิ...รับรู้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเ้า...เหมือนกระแสเื...เหมือนลมหายใจ" เสียงของเขาทุ้มต่ำและมีพลังราวกับจะสะกดจิตเธอ "อย่าพยายามมองหา...ให้รู้สึกถึงมัน...ปล่อยให้ความรู้สึกนำทาง"
เอลาร่าพยายามทำตาม เธอเพ่งสมาธิเข้าไปในร่างกายของตัวเอง ในตอนแรกเธอไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า เสียงเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังก้องอยู่ในหู และเสียงลมหายใจที่เข้าออกเป็จังหวะ
นาทีผ่านไป...สองนาที...สามนาที...
แล้วเธอก็เริ่มรู้สึกถึง "บางสิ่ง" ที่แตกต่างกันสองอย่าง มันเหมือนกับกระแสน้ำสองสายที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอ กระแสหนึ่งเป็ความรู้สึกเย็นเยียบที่ไหลเวียนอย่างเชื่องช้าเหมือนสายน้ำลึก มันหนักหน่วงและเต็มไปด้วยพลังที่น่าเกรงขาม ส่วนอีกกระแสหนึ่งเป็ความรู้สึกอบอุ่นที่ส่องสว่างเป็ประกายเหมือนดวงดาว มันเบาโปร่งและเต็มไปด้วยความหวังและความสงบ
"รู้สึกถึงมันแล้วค่ะ..." เธอกระซิบ
"ดี..." เสียงของคาอินดังขึ้นจากด้านหลังเธอ ใกล้มากจนเธอรู้สึกถึงลมหายใจเย็นๆ ของเขาที่ต้นคอ "ตอนนี้...ลองบังคับให้พลังแห่งแสงของเอลฟ์...ไหลมารวมกันที่ฝ่ามือขวาของเ้า"
เอลาร่าพยายามอีกครั้ง เธอจินตนาการถึงกระแสอบอุ่นนั้นที่ค่อยๆ ไหลมารวมกัน เหมือนกับลำธารเล็กๆ หลายสายที่มากันเป็แม่น้ำ มันยากกว่าที่คิด พลังนั้นดื้อรั้นและไม่ยอมทำตามง่ายๆ แต่เธอไม่ยอมแพ้ เธอจินตนาการถึงลำแสงสีเงินที่ค่อยๆ ไหลมารวมกันที่มือ...
ความเข้มข้นของการเพ่งสมาธิทำให้เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามหน้าผาก เธอรู้สึกเหมือนกำลังพยายามจับเมฆให้อยู่ในมือ พลังนั้นลื่นไหลและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
แต่แล้ว...
พรึ่บ!
แสงสีเงินสว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือของเธอจริงๆ! มันเป็แสงที่นวลตาและอบอุ่น ส่องสว่างไปทั่วห้องโถงด้วยแสงที่อ่อนโยนเหมือนแสงจันทร์ เอลาร่าลืมตาขึ้นมามองผลงานของตัวเองด้วยความตื่นเต้น ลูกบอลแสงขนาดเล็กลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเธอ หมุนเวียนอย่างช้าๆ และเปล่งแสงระยิบระยับ
"ทำได้แล้ว! ท่านลุง! หนูทำได้แล้ว!" เธอร้องออกมาด้วยความดีใจ ดวงตาเป็ประกายราวกับดาวดวงเล็กๆ
จากโซฟาด้านข้าง อิซาเบลล่าปรบมือเบาๆ "ไม่เลวเลย...สำหรับครั้งแรก" เธอกล่าวด้วยเสียงที่ฟังดูประทับใจจริงๆ
"อย่าเพิ่งดีใจไป" คาอินพูดเสียงเรียบ แต่มีรอยยิ้มเล็กๆ แวบผ่านไปที่มุมปาก "นั่นเป็แค่ส่วนที่ง่ายที่สุด...เพราะมันคือพลังที่เ้าคุ้นเคยมาั้แ่เกิด พลังแห่งแสงนั้นเป็มิตรกับเ้า มัน้าที่จะถูกใช้เพื่อการรักษาและการปกป้อง"
เขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองลูกบอลแสงในมือเธอ "ทีนี้...ลองทำแบบเดียวกันกับพลังของแวมไพร์ที่มือซ้าย"
เพียงแค่ได้ยินคำพูดนั้น ลูกบอลแสงในมือขวาของเอลาร่าก็สั่นไหวและหรี่แสงลง เหมือนกับว่ามันรู้สึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
เอลาร่าพยักหน้ารับและหลับตาลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป เมื่อเธอพยายามเข้าถึงกระแสเย็นเยียบนั้น มันรู้สึกเหมือนกำลังเอื้อมมือลงไปในน้ำแข็ง พลังแห่งเงานั้นเ็า, หนักอึ้ง, และน่ากลัวกว่ามาก มันไม่ได้แค่ดื้อรั้น แต่มันต่อต้านเธออย่างรุนแรงราวกับไม่ยอมรับว่าเธอเป็นายของมัน
เธอรู้สึกเหมือนกำลังพยายามจับงูเห่าด้วยมือเปล่า ทุกครั้งที่เธอพยายามจะควบคุมมัน มันก็พลิกตัวกัดกลับมา ความเย็นเฉียบแทงเข้ามาในกระดูกของเธอ ทำให้เธอสั่นเทา
"มัน...มันไม่ยอมทำตามค่ะ" เธอพูดอย่างยากลำบาก เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามไรผม แม้ว่าร่างกายจะรู้สึกเย็นเฉียบก็ตาม
"บังคับมัน!" เสียงของคาอินเข้มขึ้น มีพลังบีบบังคับที่ทำให้อากาศในห้องหนาแน่นขึ้น "เ้าคือผู้มัน! ไม่ใช่มันเ้า! สั่งให้มันทำตาม!"
เอลาร่ากัดฟันแน่น เธอพยายามใช้จิตสั่งการอย่างสุดความสามารถ รวบรวมความมุ่งมั่นทั้งหมดที่มีเพื่อบีบบังคับให้พลังนั้นยอมทำตาม แต่ยิ่งพยายามบังคับ...มันก็ยิ่งต่อต้าน...จนกระทั่ง...
"อ๊ะ!"
เธอรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอก พลังนั้นไหลย้อนกลับและกระแทกเข้ากับร่างของเธออย่างรุนแรงจนเธอเซถอยหลังไปสองสามก้าว ลูกบอลแสงในมือขวาดับวูบไปทันที เธอหอบหายใจหนักและรู้สึกเหมือนเพิ่งถูกม้าเตะเข้าที่อก
"ข้าบอกแล้วว่ามันไม่ง่าย" คาอินกล่าว เสียงของเขาไม่มีความเห็นใจแต่อย่างใด "พลังของแวมไพร์มันหยั่งรากลึกอยู่กับสัญชาตญาณดิบ...ความปรารถนา...ความโกรธ...และความหิวกระหาย มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถบังคับได้ด้วยเหตุผลหรือความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียว"
เขาเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนเธอได้กลิ่นกายบุรุษจางๆ ที่ผสมกับกลิ่นเืและโลหะ "เ้าต้องปลดปล่อยด้านมืดของตัวเองออกมา...ถึงจะควบคุมมันได้"
"ด้านมืด...?" เอลาร่าถามด้วยเสียงสั่น
"ใช่" เขาเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงหนึ่งคืบ ความสูงของเขาทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา "ทุกคนมีด้านมืดในตัว เอลาร่า แม้แต่เ้าก็เช่นกัน มันคือความปรารถนาที่เ้าไม่กล้ายอมรับ...ความโกรธที่เ้าเก็บกด...ความ้าที่เ้าปฏิเสธ"
ระยะห่างที่ใกล้กันจนได้กลิ่นกายบุรุษจางๆ และไอเย็นจากตัวเขาทำให้หัวใจของเอลาร่าเต้นระรัว เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกสะกดจิต ดวงตาสีแดงก่ำของเขาเหมือนกำลังมองทะลุเข้าไปในจิติญญาของเธอ
"บอกข้ามาสิ เอลาร่า...ตอนนี้เ้ารู้สึกอะไร...โกรธที่ทำไม่สำเร็จรึเปล่า? หรือปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น?" เสียงของเขาทุ้มต่ำและเซ็กซี่ "หรือว่า...เ้ากำลังรู้สึกถึงสิ่งอื่น...สิ่งที่เ้าไม่กล้าพูดออกมา?"
"หนู...หนูไม่รู้..." เอลาร่าตอบด้วยเสียงแ่เบา
"โกหก" เขากระซิบเสียงพร่า ดวงตาสีแดงก่ำของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ข้ารู้สึกได้ถึงหัวใจของเ้าที่กำลังเต้นรัว...ข้าได้กลิ่นเืที่กำลังสูบฉีดไปทั่วร่างของเ้า...มันหอมหวาน...และเต็มไปด้วยความปรารถนา"
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น...แตะที่ข้างแก้มของเธออย่างแ่เบา ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบทำให้เธอสั่นเทา "เ้าปรารถนาพลัง...ปรารถนาที่จะแข็งแกร่ง...ปรารถนาที่จะไม่ต้องกลัวใครอีกต่อไป...ใช่ไหม?"
มือของเขาเลื่อนลงมาตามแนวคอของเธอ การัันั้นทำให้เธอขนลุกเกรียวไปทั้งตัว "แต่มากกว่านั้น...เ้าปรารถนาที่จะถูก...ถูกปกป้อง...ถูกดูแล...โดยคนที่แข็งแกร่งกว่าเ้า"
"ปลดปล่อยมันออกมาสิ...เอลาร่า...แสดงให้ข้าเห็น...ว่าเ้า้ามันมากแค่ไหน"
ััของเขาเหมือนกับเปลวไฟที่จุดชนวนดินปืนในร่างของเธอ ความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง มันคือความ้าที่ดิบเถื่อน...ความปรารถนาที่จะถูก...ความอยากที่จะยอมจำนน...
"ข้า..." เธออ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะะเิ
และในจังหวะนั้นเอง...เงาดำก็วูบไหวขึ้นที่ฝ่ามือซ้ายของเธอ มันก่อตัวขึ้นเป็กลุ่มควันสีดำสนิทที่หมุนวนอย่างน่ากลัว แตกต่างจากแสงสีเงินที่อ่อนโยนโดยสิ้นเชิง เงาดำนี้เต็มไปด้วยพลังที่น่าเกรงขามและอันตราย
"เห็นไหม...เ้าทำได้" คาอินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม "นี่แหละคือบทเรียนแรก...การยอมรับในความปรารถนาของตัวเอง การหยุดปฏิเสธสิ่งที่เ้า้าจริงๆ"
เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้...ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจเย็นๆ ของเขาโชยมาถูกใบหน้าเธอ "และตอนนี้...ก็ถึงเวลาของ 'บทเรียนพิเศษ' แล้ว"
ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว เขาก็ประทับริมฝีปากเย็นเฉียบของเขาลงบนริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนครั้งก่อน แต่เป็จูบที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยการทวงสิทธิ์ความเป็เ้าของ เขาสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของเธออย่างจาบจ้วง ไล่ต้อนและพันเกี่ยลิ้นเล็กๆ ของเธออย่างดุดันและหิวกระหาย
เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความใ แต่ร่างกายของเธอกลับทรยศ มันอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของเขาทันที พลังแห่งแสงและเงาที่เธอพยายามควบคุมไว้สลายไปในพริบตา สมองของเธอขาวโพลนไปหมด รับรู้ได้เพียงรสชาติของไวน์จางๆ และรสเืที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขาเท่านั้น
มือใหญ่ของเขาโอบรอบเอวเล็กๆ ของเธอ ดึงเธอเข้ามาแนบชิดกับร่างกายของเขา เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อใต้ิั ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาแม้ว่าเขาจะเป็แวมไพร์ก็ตาม
"อืมมม...ดูเหมือนการสอนจะไปได้สวยกว่าที่คิดนะ"
เสียงของอิซาเบลล่าที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกัน คาอินหันไปมองด้วยสายตาที่ลุกเป็ไฟ ส่วนเอลาร่าได้แต่ยืนหอบหายใจหน้าแดงก่ำ มือทั้งสองข้างสั่นเทา
อิซาเบลล่าเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ ในมือของเธอไม่มีแก้วไวน์อีกต่อไปแล้ว แต่กลับมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน "ข้าว่า...บทเรียนมันดูจะ 'หนัก' เกินไปสำหรับผู้เริ่มต้นนะ" เธอกล่าวพลางเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เอลาร่า "บางที...อาจจะต้องเริ่มจากอะไรที่ 'เบา' กว่านี้ก่อน"
เธอมองเอลาร่าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา "เด็กสาวน้อยๆ คนนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการเรียนรู้แบบ...เข้มข้น...ของคาอิน"
พูดจบ เธอก็หันไปหาเอลาร่า ยกมือขึ้นเชยคางของเด็กสาวให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ "จริงไหม...ที่รัก?"
ก่อนที่เอลาร่าจะได้ตอบอะไร อิซาเบลล่าก็โน้มใบหน้าลงไป...และประทับริมฝีปากของเธอลงบนริมฝีปากของเอลาร่าเช่นกัน!
มันเป็จูบที่แตกต่างจากของคาอินโดยสิ้นเชิง หากจูบของคาอินเป็เหมือนพายุที่ถาโถมเข้ามา จูบของอิซาเบลล่าก็เป็เหมือนคลื่นที่ค่อยๆ ซัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มันนุ่มนวล...อ่อนหวาน...และช่ำชองอย่างเหลือเชื่อ ลิ้นของเธอไม่ได้รุกล้ำเข้ามาอย่างดุดัน แต่กลับค่อยๆ ละเลียดชิมริมฝีปากของเอลาร่าอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังลิ้มรสผลไม้ที่หายากที่สุดในโลก
มือของอิซาเบลล่าเลื่อนขึ้นไปจับใบหน้าของเอลาร่าอย่างอ่อนโยน นิ้วโป้งลูบไล้ข้างแก้มที่อ่อนนุ่ม มันเป็ััที่ทำให้มึนเมาและเคลิบเคลิ้มจนแทบจะลืมหายใจ
คาอินยืนมองภาพนั้นนิ่งงัน กำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน ความโกรธและความหึงหวงที่ไม่เคยรู้สึกมานานหลายศตวรรษปะทุขึ้นมาในใจราวกับูเาไฟะเิ เขารู้สึกเหมือนมีใครมาแย่งของเล่นที่เขาเพิ่งจะได้มา
เอลาร่ากำลังสับสนอย่างถึงขีดสุด เธอถูกจู่โจมโดยััที่ร้อนแรงและแตกต่างกันสุดขั้วจากแวมไพร์สองตนในเวลาไล่เลี่ยกัน ร่างกายของเธอกำลังตอบสนองต่อััของผู้หญิงด้วยกันอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่างจนเธอเผลอครางออกมาเบาๆ
เสียงครางนั้นคือฟางเส้นสุดท้าย...
คาอินก้าวเข้ามา...กระชากร่างของเอลาร่าออกจากอิซาเบลล่าและรวบเข้ามาไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างแรง
"นางเป็ของข้า!" เขาคำรามลั่น เสียงก้องไปทั่วห้องโถงจนฝุ่นผงจากเพดานโปรยปรายลงมา
"งั้นก็พิสูจน์สิ" อิซาเบลล่ายิ้มเยาะอย่างท้าทาย ดวงตาสีม่วงอมแดงเป็ประกายด้วยความเพลิดเพลิน "แต่จำไว้ว่า...เด็กคนนี้มีสิทธิ์เลือกด้วยนะ"
เธอเดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง ไม่สนใจสายตาฆ่าของคาอิน "เอลาร่า...ที่รัก...เ้า้าอะไร? การเรียนรู้ที่รุนแรงและเ็ปจากคาอิน...หรือการเรียนรู้ที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความสุขจากข้า?"
เอลาร่ามองสลับไปมาระหว่างสองคน หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะะเิ เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ที่ทางแยก และการตัดสินใจในวันนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล
"หนู...หนู..." เธอพูดไม่ออก
า...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ...และสมรภูมิรบในครั้งนี้...ก็คือร่างกายและหัวใจของเอลาร่าเอง