“เฮ้...คุณรู้ไหมว่าอะไรนั่น” อีริคร้องขึ้นข้างๆ เขากำลังจับตาอยู่ที่ชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้ามาทางประตูหน้า “นั่น นิค รอสเสทตินี่”
เอ๊กน๊อกในแก้วที่แฮตตี้ถือไว้แทบจะหล่นกระจายลงสู่พื้นห้อง
“คุณรู้ไหม นี่ละเขาเป็นดาราฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่มาก เวลานี้มาทำวิจารณ์อยู่ในโทรทัศน์แล้ว”
“ฉันรู้” แฮตตี้แทบจะพูดอะไรไม่ออกเอาจริงๆ เนดเป็นคนบอกเองว่าเขารู้จักนิคอย่างผิวเผินเต็มที แต่ขณะนี้นอกจากนิคแล้ว เขาก็ยังควงเอาฮันนี่ อเวรี่ แม่สาวผมบลอนด์ซึ่งดูเหมือนจะอ่านใจแฮตตี้ได้ทะลุปรุโปร่งมาด้วย “อีริค ฉันคิดว่าเราควรจะกลับกันได้แล้วนะ ไปเดี๋ยวนี้เลยก็แล้วกัน”
“เอ๊ะ...เราจะกลับตอนนี้ยังไม่ได้หรอก ก็เพิ่งมาถึงแท้ๆ แล้วผมเองก็อยากจะทัก นิคอยู่ด้วย ผมชอบเขาเหลือหลายละ”
“ฉันไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลย”
แต่เนดกำลังเดินนำนิคกับฮันนี่ตรงเข้ามาหาแล้ว ฮันนี่กำลังมองมาทางเธอ สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนนางแมวร่ายขนบลอนด์ และคล้ายกับจะรู้อยู่ว่าถึงอย่างไร แฮตตี้ก็จะต้องอยู่ที่นี่
“ฉันไม่ได้อยากจะพูดกับเขาหรอก เคยรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือแล้ว” แฮตตี้พูดกับอีริค
แต่สายเกินไปเสียแล้ว เพราะเนดกำลังเอ่ยขึ้นว่า
“คุณคงรู้จักแฮตตี้แล้วนะครับ...และนี่คุณอีริค เพย์ตัน นิค รอสเสทติกับคุณฮันนี่ อเวรี่ครับ”
“สบายดีหรือคะ?” น้ำเสียงของฮันนี่บอกความรู้เท่าทันอยู่ แฮตตี้อยากจะฆ่าผู้หญิงคนนี้ให้ตายเสียในบัดดล...นิคจะต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฮันนี่รู้อย่างแน่นอน...ส่วน นิคนั้นมีท่าทีคล้ายจงแสดงให้เธอรู้ว่า เขาจะไม่พูดให้เนดฟังถึงเรื่องที่แฮตตี้ได้เล่าให้เขารับรู้เรื่องชิพแน่ แต่ความตั้งใจของฮันนี่นั้นก็คล้ายจะบอกเธอว่า...แกอาจจะหลอกผู้ชายพวกนี้ได้ แต่ไม่ใช่ฉันหรอก...
อีริคแทบจะสำลักด้วยความยินดีที่ได้รู้จักนิค เป็นการส่วนตัวในครั้งนี้ อึกๆ อักๆ แสดงถึงความรู้สึกของตนที่มีต่อนิคอย่างมากมาย ฮันนี่มองเนดด้วยสายตาของผู้หญิงที่มองดูผู้ชายหล่อๆ คนหนึ่งเท่านั้น แต่แฮตตี้ก็หึงส์ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
แฮตตี้ค่อยๆ ถอยห่างจากคนกลุ่มนั้น และหันไปเจอเอาแพทเข้า
“จะเอาอะไรหรือคะ คุณเบลล์” แพทถาม แต่สายตาของเธอจับอยู่ที่สามีกับฮันนี่
“เปล่า...เปล่าหรอกค่ะ คุณนายเทาเออส...เอ้อ...แพท...ฉันเพียงอยากรู้จักคุณให้ดีขึ้นเท่านั้น”
“หรือคะ?” แต่สายตาของแพทกำลังจับอยู่ที่ฮันนี่ซึ่งกำลังหัวเราะชอบใจ เมื่อเนดพูดอะไรบางอย่างออกมา
“แพทคะ ฉันเคารพนับถือในตัวเนดมาก แล้วก็...” ดูเหมือนประโยคนั้นจะติดอยู่แค่ลำคอ และเธอพยายามจะพูดออกมาให้ตลอด “เขารักคุณมากนะคะ แล้วก็ภาคภูมิใจในตัวชิพมาก ฉันไม่อยากให้มีอะไรมาขัดความสุขในครอบครัวของคุณเลย”
แพทหันขวับ อย่างจะมองให้ลึกซึ้งว่านั่นคือคำพูดที่ออกจากปากแฮตตี้ เบลล์จริงๆ จากผู้หญิงซึ่งเธอทั้งริษยา หึงหวงและหวั่นใจมาตลอด
“แพทคะ” แฮตตี้พูดเสียงเบา “ฉันไม่รู้ว่าที่นี่มันเป็นสถานที่ที่ฉันควรจะพูดอะไรออกมาหรือเปล่า แต่ฉันรู้จักนิค รอสเสทติ แล้วก็เพื่อนๆ หรือคนที่เขารู้จักด้วย...อย่างผู้หญิงคนนั้น...คนหนึ่งละ...เธอ...เอ้อ...ไม่ใคร่จะดีนัก”
“ฉันไม่เข้าใจว่า คุณกำลังพยายามจะบอกอะไรฉันนะคะ คุณเบลล์”
“เรียกแฮตตี้เถอะค่ะ” เธอวางมือลงบนต้นแขนแพท “ฉันเพียงแต่จะเตือนคุณเรื่อง...” และโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรต่อไปอีก แฮตตี้รู้สึกปราโมทย์นักที่เห็นแววแห่งความวิตกจุดประกายขึ้นในดวงตาของแพท “ผู้ชายนี่แปลก จริงไหมคะแพท? ...รู้จักคนเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น เห็นอย่างไรก็เชื่ออย่างนั้น ผู้หญิงอย่างคุณอย่างฉันน่ะสู้ผู้หญิงพวกนี้ไม่ไหวหรอกค่ะ เปรียบกันไม่ได้เลย ก็ดูอีริคสิคะหน้าตาเขาก็ดีท่าทางก็สนใจแต่นิคเท่านั้น แต่พนันกันได้เลยเขาจะต้องพยายามหาทางพูดจากับฮันนี่ อเวรี่ให้ได้ แล้วเขาก็บอกฉันว่าที่เขาสนใจ ชอบผู้หญิงสวยๆ ก็เพราะมันเป็นงานอย่างหนึ่งของเขา เพราะเขาเป็นช่างภาพนั่นเอง” แฮตตี้แต่งยิ้มอย่างระอาใจ “แต่ฉันรู้ และคิดว่าคุณก็คงรู้อยู่เหมือนกันว่าเนดพบกับนิคแล้วก็ผู้หญิงคนนั้นอยู่เป็นประจำ...โดยเฉพาะเธอนั่นแหละค่ะ”
“เอ้อ...”
“แต่เนดเป็นคนที่มีสตินะคะ นิสัยใจคอเป็นคนดีคนหนึ่งทีเดียว ฉันคิดว่าก็คงเป็นแต่ฉากผ่านเท่านั้น แล้วฉันเองก็ไม่สนใจเรื่องที่ใครๆ เขาซุบซิบนินทากันด้วย”
“โอ...นั่นสิคะ ฉันก็คิดว่าคุณไม่ใช่คนอย่างนั้นแน่ะ” แพทยังคงจับตามองเนดกับอเวรี่อยู่มองหาจุดว่าสามีของเธอจะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นหรือไม่...ใจหนึ่งก็เชื่อว่าเป็นไปได้ หรือไม่ก็เคยทำมาแล้ว
“อีกไม่นาน เมื่อถึงฤดูร้อนฉันก็คงต้องได้พบคุณเสมอๆ” แฮตตี้ว่า “ฉันจะต้องมาที่นี่เพื่อช่วยตระเตรียมเรื่องการแสดงถ้าสามารถพูดจาให้อีริคเขายอมปล่อยฉันให้ห่างสายตาได้บ้างนะคะ ดูเหมือนจะมีโรงแรมอยู่ตรงทางแยกนั่น...”
“แฮตตี้คะ” แพทพูดขึ้นทันที “ฤดูร้อนนี่...คือเรื่องละครนั่นค่ะ มันมีความหมายสำหรับเนดมาก ฉันรู้ว่าตัวเองควรจะกระตือรือร้นให้มากกว่านี้ แต่ฉันไม่ชอบละครเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อย่างที่เขาจะจัดขึ้นเลย...แต่ว่า...เรามีบ้านรับรองแขกอยู่หลังหนึ่งใกล้ทะเลสาบ มันอาจจะไม่โอ่โถงนัก แต่บางทีคุณอาจจะย้ายมาอยู่ก่อนหน้าที่จะเปิดการแสดงขึ้นก็ได้แล้วก็จะพาอีริคมาอยู่ด้วยก็ได้ตามใจคุณ”
“โอ...วิเศษจริงนะ” มันดีกว่าที่แฮตตี้หวังไว้อย่างมากมาย ผู้หญิงคนนี้ซื่อจนเซ่อจริงๆ” อีริคคงดีใจมาก” ถึงตอนนั้นอีริคคงจากไปนานแล้ว จะเหลือแต่เพียงแฮตตี้ เนด และชิพเท่านั้นจริงๆ ขณะนี้ฮันนี่และนิคกำลังผละออกจากอีริคและเนด ถึงเวลาที่จะกลับได้แล้ว โดยเฉพาะเมื่อแฮตตี้ได้สิ่งที่เธอหวังจะได้แล้วเช่นนี้ เหลืออยู่ก็แต่เพียงรอเวลาสักระยะหนึ่งกว่าที่เธอจะจัดการทุกอย่างตามแผนที่วางไว้
“เราเห็นจะต้องกลับกันเสียทีแล้วละค่ะ” แฮตตี้บอกแพท “กรุณาอย่าพูดกับเนดเรื่อง...”
“ฉันไม่พูดหรอก” แพทตอบอย่างเคร่งขรึม “ฉันดีใจนะคะ ในที่สุดฉันก็ได้พบคุณ รู้ไหมคะว่าครั้งหนึ่งฉันเคยหึงส์คุณด้วยซ้ำ”
แฮตตี้เปล่งเสียงหัวเราะออกมาทันที
“ฉันน่ะหรือคะ...ตายจริง...อย่าคิดอะไรโง่ๆ อย่างนั้นสิคะ”
“ฉันรู้สึกเสียดายนะคะ ที่คุณไม่ได้พบกับคนที่เขาสนับสนุนเนดทางการเงินอยู่เบื้องหลังสามีภรรยา เลนนาร์ดไงคะ เขาเพิ่งกลับไปก่อนหน้าคุณจะมาถึงครู่เดียวเท่านั้น”
“เลนนาร์ด?”
ทำไมเธอจึงโง่นักจนนึกไม่ถึงว่า แฮรี่ เลนนาร์ด จะต้องเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของสามีภรรยาเทาเออส
“เขาเป็นคนดีมาก คุณหมอเลนนาร์ดคนนี้...เป็นคนที่ทำให้ชิพเป็นความจริงขึ้นมาได้จริงๆ เขาสนใจในงานละครมากนะ”
แฮตตี้รู้แล้วว่าทำไมรถลิมูซีนคันนั้น จึงทำให้เธอหวาดหวั่นขึ้นมา บุคคลในรถคู่นั้นจะต้องเป็นแฮรี่กับเอลซ่า เลนนาร์ดแน่ๆ เพียงแต่ว่าเขาจำเธอไม่ได้เท่านั้น แฮตตี้บอกตัวเองว่า นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะต้องระวังตัวให้มากขึ้นเสียแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น ฉันคงจะได้พบเขาตอนที่เราเริ่มจัดการแสดงขึ้นนะคะ” แฮตตี้พูดทั้งๆ ที่ใจประหวั่นกับคำตอบที่จะได้รับ
แพทส่ายศีรษะทันที
“ยังสงสัยอยู่นะคะ ฉันว่าน่าจะต้องเป็นวันที่เปิดแสดงโน่นแน่ะ แฮรี่เขาทำงานมากเกินไป มากเสียกว่าที่เอาเงินมาทุ่มในโรงละครเสียอีก
“น่าเห็นใจนะคะ แล้วฉันก็คงยังไม่ได้พบเขาอยู่ดี” แฮตตี้พูดเป็นคำสุดท้ายก่อนที่จะอำลาจากกัน
“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณรู้จักรอสเสทติด้วย” อีริคพูดขึ้นตอนที่ขับรถกลับ “แล้วก็คนสวยที่เขาควงมาด้วยฮันนี่นั้นน่ะ”
“ฉันรู้จักเขาค่ะ เขาคุยอะไรบ้างล่ะ ฉันเองน่ะคุยไม่ถึง 5 คำ”
“ก็ไม่ได้พูดอะไรมากหรอก แต่รู้สึกว่าเขาสนใจกับลูกของเทาเออสมาก ดูท่าทางเขาแปลกใจจริงๆ ว่าเหมือนเทาเออสเหลือเกิน แม้แต่ฮันนี่ยังพูดเลย”
อีริควางมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัย เอื้อมไปรั้งร่างแฮตตี้เข้ามาใกล้
“อย่ายุ่งกับฉันนะ” น้ำเสียงที่บอกถึงความรำคาญผสมกับความไม่พอใจทำให้ อีริคต้องปล่อยมือลงทันที เขาไม่อาจจะหยั่งใจแฮตตี้จนรู้ได้เลยว่า ขณะนี้ลึกลงไปในใจแฮตตี้กำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ว่าฮันนี่จะต้องตั้งข้อสงสัยในเรื่องที่เธอเล่าให้นิคฟังอย่างแน่นอน ดูท่าทางผู้หญิงคนนี้ออกจะรู้อะไรมากเกินไปเสียแล้ว...และเมื่อคิดไปถึงเนด...มันช่างเป็นความปรารถนาที่แรงกล้าอะไรเช่นนั้น ที่จะได้เนดเข้ามาครอบครองไว้ในชีวิต ไม่มีทั้งภรรยาหรือขวากหนามอื่นๆ มากางกั้นอยู่บนถนนในชีวิตแห่งความฝันของเธอ
และชิพ...ลูกน้อย...ยอดรัก...เธอจะไม่มีวันทำลายแกลงเหมือนที่ได้เคยทำกับทอมมี่มาแล้วอย่างแน่นอน
แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ตาม แฮรี่ เลนนาร์ด คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งทอมมี่ และเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจแฮตตี้ อย่างยิ่ง
แต่เมื่อเวลานั้นมาถึง เธอก็ได้แต่หวังว่า มันอาจจะสายเกินกว่าที่เขาจะหยุดยั้งเธอไว้แล้ว และเขาจะต้องเข้าใจว่ามันเป็นความถูกต้องอย่างที่สุดที่แฮตตี้ เนด และลูกจะได้อยู่กัน
ฮันนี่ อเวรี่ แฮตตี้อดที่จะคิดย้อนไปถึงผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ แววตาของฮันนี่บอกถึงความหยามหยันกลายๆ แววตาที่เปล่งความรู้เท่าทัน นิคอาจจะไม่พูดอะไรกับเนดหรือใครคนอื่นอีกเลยก็ตามที แต่ฮันนี่ไม่ใช่เช่นนั้นแน่... และเป็นอันตรายมาก ทำไมเนดจะต้องเชื้อเชิญคนคู่นี้มาด้วยนะ? อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเรื่องเล่าของแฮตตี้เกิดมีการเผลอพลั้งพูดขึ้นมา?
แฮตตี้สั่นศีรษะแรงๆ เหมือนจะขับไล่ความคิดทั้งหมดให้ออกไปจากใจ
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” อีริคถามอย่างเอาใจ
“อะไรนะ อ๋อ...เปล่า...ฉันสบายดี กำลังคิดเรื่องเครื่องแต่งตัวของตัวละครน่ะ แล้วก็คิดถึงคาเมลอท ที่เนื้อเรื่องมันแสดงถึงความรักที่ซื่อสัตย์ แต่ต้องมาถูกหักหลังลง”
“เฮ้...นั่นมันฟังเครียดเกินไปนะสำหรับเราที่เพิ่งไปปาร์ตี้ดีๆ มาอย่างนี้ ไม่มีใครเขาหักหลังเราหรอกน่า”
แฮตตี้หลับตาลง เพื่อจะมิได้ต้องมองเห็นอีริคอีกต่อไปปิดกั้นความคิดลง เพื่อจะไม่ต้องได้ยินได้ฟังอะไรที่มันโง่เง่าขนาดนั้น ถ้าจะพูดไปแล้ว เนดสูงส่งกว่าผู้ชายคนที่อยู่ใกล้ตัวเธอพยายามนี้มากนัก...ขอบคุณพระเจ้าที่เขาเป็นคนใจอ่อนพอที่จะยอมให้ตัวเองมาหลงรักเธอได้ สักวันใดวันหนึ่งในอีกไม่นานนี้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แฮตตี้ก็รู้สึกจิตใจแช่มชื่นขึ้น เธอจะไม่มีวันยอมให้อุปสรรคใดๆ มาขัดขวางความรักที่มีต่อเนดได้ จะต้องไม่ใช่ทั้งอีริค และนางผู้หญิงโสเภณีที่ชื่อฮันนี่ อเวรี่นั่น...
เหนือขึ้นไปบนแผ่นฟ้า คือตึกระฟ้าที่ดารดาษอยู่ทั่วมหานครนิวยอร์ค มองเห็นแสงไฟที่ส่องลอดออกมาทางกระจกหน้าต่าง ตึกเอมไพร์สเตท วับวาวอยู่ในแสงไฟสีเขียวสีแดงสะพานควีนสโบโร่ บริดจ์ ทอดตัวยาวเหยียดอยู่เบื้องหน้า
ค่ำคืนวันนี้ และในนครนิวยอร์คแห่งนี้ดูมิได้ห่างไกลไปจากบ้านสีขาวซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายที่สองฟาก ฝั่งร่มครึ้มด้วยเงาของแมกไม้เลย ความฝันและความจริงใกล้จะบรรจบพบกันและดำเนินไปบนเส้นทางเดียวกันแล้ว