เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34 แยกย้ายกันลุย!

            พอได้ยินว่าหลันเยว่คิดจะสร้างเสื้อผ้าของตัวเองพวกเด็กหนุ่มทั้งสามก็พร้อมใจกันยกมือปิดปากอุทานเสียงหลงเฉียนหย่งจิ้นถึงกับยื่นหน้าออกนอกหน้าต่างมองซ้ายขวาว่ามีใครได้ยินเรื่องนี้บ้างไหม

            "หลันเยว่นี่มัน...ความคิดของเธอกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้วมั้ง!"

            ในสายตาของพวกหนุ่มๆ การมีร้านเป็นของตัวเองนั่นมันคือการมี ‘ธุรกิจ’ เลยนะ! หลันเยว่อายุแค่สิบขวบแต่กล้าคิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้มันน่าตกใจจนแทบสิ้นสติ หลันหยางรีบคว้าแขนเสื้อน้องสาวอย่างร้อนใจ

            "น้องรักนี่เธอจะเปิดร้านเสื้อผ้าจริงๆ ใช่ไหม? ไม่ใช่แค่คิดสนุกๆแค่แป๊บๆ หรอกนะ?"

            หมี่หลันเยว่กลับสงบนิ่ง ในยุคสมัยนี้แหละคือช่วงเวลาทองของการเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างธุรกิจสักธุรกิจมันง่ายกว่ายุคสมัยต่อๆ ไปเยอะมาก ถ้าพลาดโอกาสนี้ไปคงน่าเสียดายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด หมี่หลันเยว่เสียเวลาไปทั้งชาติชาตินี้เธอตั้งใจจะคว้าทุกโอกาสไว้ให้มั่น

            "ฉันอยากเปิดร้านเสื้อผ้าจริงๆ ค่ะพวกพี่ช่วยฉันหาตึกแถวให้ได้ก่อนได้ไหมคะ? ถ้าได้แล้วค่อยดูว่าจะหาช่างเย็บผ้าฝีมือดีๆ ได้หรือเปล่า เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"

            หมี่หลันเยว่ตอบอย่างหนักแน่นนี่คือความเชื่อมั่นของเธอ คือความกล้าที่จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง

            "ดี! ถ้าเธอไม่ได้คิดแค่ชั่ววูบพี่ชายคนนี้จะช่วยเธอเอง! พรุ่งนี้พี่จะออกไปหาร้านให้เธอเรื่องเดินตามถนนมันไม่เหมาะกับเธอหรอก เธออยู่บ้านเฝ้าร้านไปส่วนเรื่องหาทำเลร้านให้เป็นหน้าที่พวกพี่สามคนเอง"

            เมื่อหลันหยางเห็นถึงความตั้งใจของน้องสาวแล้วเขาก็ตัดสินใจจะช่วยน้องให้ถึงที่สุด

            น้องสาวของเขาตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยทำเรื่องเหลวไหลสักครั้ง ขอแค่เธอตั้งใจจะทำอะไร ก็มักจะทำสำเร็จแถมผลลัพธ์ก็ออกมาดีเสมอ ดังนั้นหลันหยางจึงมั่นใจในตัวน้องสาวอย่างเต็มเปี่ยมอีกอย่างเขาก็เป็นพี่ชาย น้องสาวมีปัญหาไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่แล้ว

            "ขอบคุณพี่มากค่ะเรื่องนี้ฉันต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะงั้นพวกพี่ต้องรีบหน่อยนะคะฉันยังต้องไปหาผ้าเนื้อดีๆ หาคนเก่งๆ อีกตั้งเยอะแยะ มันต้องใช้เวลาทั้งนั้นแล้วฉันก็ไม่มีเวลามากด้วย มีแค่ช่วงปิดเทอมนี้เท่านั้นฉันต้องเปิดร้านให้ได้ก่อนจะขึ้นม.ต้น"

            "พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วฉันถึงจะไปเรียนได้อย่างสบายใจ ไม่อย่างนั้นพอขึ้นม.ต้นแล้วตารางเรียนมันแน่นทั้งวัน ฉันจะเอาเวลาที่ไหนมาจัดการเรื่องพวกนี้ได้อีกล่ะแต่ถ้าเปิดร้านได้แล้ว มันก็ไม่เหมือนกัน เราแค่ต้องหาคนมาทำงานในแต่ละส่วนให้ดีให้เขาทำหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อยที่เหลือก็แค่หลังเลิกเรียนค่อยแวะไปดูสักหน่อยก็พอ"

            ฟังน้องสาวพูดแล้วเหมือนเรื่องง่ายแต่พวกเขาทุกคนรู้ดีว่า การจะทำให้ร้านนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นมันไม่ง่ายอย่างที่คิด

            "หลันเยว่พวกเราสามคนออกไปหาร้านกันเลยดีไหม?"

            เสียเวลาช่วงปิดเทอมไปเกือบสิบกว่าวันแล้วเหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว เวลามันกระชั้นชิดเหลือเกิน หลันหยางเริ่มร้อนใจเขาคว้าตัวเฉียนหย่งจิ้นกับหลินต้าเผิงแล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกำชับหมี่หลันเยว่

            "น้องอยู่บ้านสรุปเรื่องที่ต้องทำออกมาให้หมดนะพอพี่กลับมาแล้วจะช่วยเธอดูอีกที"

            พี่ชายแบบนี้ทำเอาหมี่หลันเยว่ซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่หมี่หลันเยว่กลับรั้งเขาเอาไว้

            "พี่คะอย่าเพิ่งรีบร้อนขนาดนั้นเลยค่ะ ถึงจะรีบยังไงเรื่องทุกอย่างมันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปอยู่ดี เราต้องใจเย็นๆคิดให้รอบคอบก่อนว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี อย่างเรื่องเช่าตึกแถวเนี่ยเราต้องเขียนใบปลิวเล็กๆ ไปแจกตามบ้านในซอยหลินเจิ้ง ให้เขาช่วยสอดส่องดูให้เรา หรือไม่ก็ฝากบอกคนที่เราสนิทกันให้เขาช่วยถามๆ ให้เราหน่อย คนเยอะก็ช่วยกันได้เยอะนี่คะ"

            การแจกใบปลิวเป็นกลเม็ดที่ร้านค้าในยุคหลังๆใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ในยุค 80 ที่เพิ่งเริ่มต้นนอกจากนโยบายของรัฐบาลแล้ว ยังไม่มีใครนำวิธีนี้มาใช้เลยหมี่หลันเยว่จึงอยากลองดูว่ามันจะได้ผลแค่ไหนแถมยังเป็นการดูท่าทีของพี่ชายไปด้วยว่า เขาจะยอมรับได้ไหม

            หลันหยางขมวดคิ้วครุ่นคิด

            "หลันเยว่ พี่ว่าเขียนใบปลิวเล็กๆเนี่ยใช้ได้ผลนะ ให้คนในซอยหลินเจิ้งช่วยเป็นหูเป็นตาให้เราด้วยแต่เรื่องคนที่เราสนิทกัน พี่ว่าไม่ต้องหรอก เธอลองคิดดูสิเรื่องมันยังไม่รู้จะสำเร็จหรือเปล่า ถ้ารู้กันเยอะเกินไปมันก็ไม่ดี"

            สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกไปก็คือมักจะมีญาติและเพื่อนที่ชอบฉวยโอกาสอยู่เสมอ ถ้าร้านยังไม่ทันเปิดก็พากันมาขอโน่นขอนี่กันเสียก่อน คงจะปวดหัวน่าดูเพียงแต่เรื่องพวกนี้ยังไม่เหมาะที่จะบอกน้องสาว น้องยังเด็กเกินไปการให้น้องรู้เรื่องน่ารังเกียจพวกนี้เร็วเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี

            แต่หลันหยางไม่รู้ว่า เรื่องพวกนี้หมี่หลันเยว่เคยเจอมาเยอะเกินพอแล้ว

            "พี่ชายพูดถูกค่ะงั้นพวกเราก็เขียนใบปลิวเล็กๆ กัน แล้วค่อยไปแจกตามบ้านในซอยหลินเจิ้ง น่าจะได้ผลส่วนคนรู้จัก เราก็ปิดไว้ก่อน"

            ที่หมี่หลันเยว่พูดถึง‘คนรู้จัก’ จริงๆแล้วก็คือการหลีกเลี่ยงญาติและเพื่อนฝูงเธอต้องการขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่และเด็กๆ ที่มักจะมาเช่าหนังสือที่ร้านไปอ่านแต่สิ่งที่หลันหยางคิดถึงกลับเป็นญาติๆ และเพื่อนฝูงต้องบอกว่าความคิดของคนทั้งสองคลาดเคลื่อนกัน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจในที่สุด

            "งั้นก็ได้ พวกเราสามคนเขียนใบปลิวน้องคอยเฝ้าร้านนะ"

            การเขียนหนังสือเยอะๆ แบบนี้มันเมื่อยมือมากหลันหยางไม่อยากให้น้องสาวต้องลำบาก

            "ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากค่ะถ้าพวกพี่เขียนจนเมื่อยแล้ว ก็เปลี่ยนฉันทำบ้างนะคะ"

            "ขอฉันพูดอะไรหน่อยได้ไหม?"

            พี่น้องกำลังถกเถียงกันอยู่ จู่ๆหลินต้าเผิงที่เงียบมานานก็เอ่ยปากขึ้น หลันเยว่พยักหน้า

            "ที่บ้านฉันมีบ้านแถวริมถนนอยู่หลังหนึ่งไม่รู้ว่าจะใช้ได้ไหม?"

            คำพูดของหลินต้าเผิงทำให้ทุกคนชะงักหมี่หลันเยว่รีบคว้าแขนเสื้อเขา

            "พี่เผิงเฟย พูดจริงเหรอคะที่บ้านพี่มีตึกแถวด้วยเหรอคะ? อยู่ที่ไหน? พื้นที่เท่าไหร่? ข้างในมีห้องอีกไหมคะ?"

            พอเห็นหลันเยว่ตื่นเต้นขนาดนี้หลินต้าเผิงก็เริ่มไม่แน่ใจ

            "หลันเยว่ อย่าเพิ่งตื่นเต้นสิฟังฉันพูดให้จบก่อน"

            หมี่หลันเยว่ก็รู้ตัวว่าตัวเองแสดงอาการมากเกินไปรีบปล่อยมือ แถมยังช่วยดึงแขนเสื้อให้เขาเข้าที่

            "หลันหยาง หลันเยว่ บ้านหลังนั้นเป็นบ้านที่คุณตาที่ทิ้งไว้ให้แม่ฉัน เพราะบ้านตาของฉันมีลูกคนเดียวคือแม่ฉันแม่บอกว่าบ้านหลังนั้นจะยกให้ฉัน แต่ตอนนี้ฉันยังไม่มีสิทธิใช้มันถ้าจะใช้มันเปิดร้าน อย่างแรกต้องให้แม่อนุญาตเสียก่อน"

            นั่นเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วต่อให้หลินต้าเผิงตัดสินใจเองได้ หมี่หลันเยว่ก็ต้องคุยกับผู้ปกครองของเขาอยู่ดีเพราะมันคือบ้านทั้งหลัง ไม่ใช่ของเล็กๆ น้อยๆ

            "เรื่องนี้ฉันเข้าใจค่ะเดี๋ยวฉันไปคุยกับคุณป้าเองค่ะ"

            หลินต้าเผิงโบกมือ

            "เรื่องนั้นยังไม่ต้องรีบฉันว่าทำเลบ้านหลังนั้นมันก็ดีอยู่นะ แต่ต้องให้พวกเธอไปดูก่อนถึงจะรู้เพราะงั้นอย่าเพิ่งไปคุยกับแม่เลย ฉันจะพาพวกเธอไปดูบ้านก่อนถ้าชอบใจแล้วค่อยไปปรึกษาแม่ฉัน"

            ไม่นึกเลยว่าเด็กคนนี้จะคิดได้รอบคอบขนาดนี้หมี่หลันเยว่พิจารณาเขา หลินต้าเผิงปกติพูดน้อยกว่าเฉียนหย่งจิ้นแต่ไม่นึกว่าในใจจะคิดอะไรเป็นระบบเหมือนกัน

            "ค่ะ พี่เผิงเฟยเอาตามที่พี่ว่าเลยค่ะ พวกเราไปดูบ้านกันก่อน ถ้ามันดีพวกเราก็ไม่ต้องงมหากันให้วุ่นแล้ว"

            "ไปกันเลยไหม? รีบจัดการให้เสร็จไปทีละเรื่องเวลามันเหลือน้อยแล้วนะ"

            ดูเหมือนว่าเฉียนหย่งจิ้นจะร้อนใจกว่าหมี่หลันเยว่อีกหลันหยางก็ใจร้อนไม่แพ้กัน

            "ตกลงงั้นพวกเราไปดูบ้านของเผิงเฟยกันเลย เดี๋ยวฉันไปตามพ่อมาเฝ้าร้านให้ก่อน"

            ไม่นานหมี่จิ้งเฉิงก็ถูกหลันหยางพาตัวมาสี่สหายรีบออกเดินทาง ไม่นานก็มาถึงหน้าบ้านที่หลินต้าเผิงบอก ไม่ใช่แค่ติดถนนแต่ติดถนนใหญ่ด้วย นี่มันทำเลทองชัดๆถ้าหลินต้าเผิงไม่บอกว่าแม่เขาจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้เขาหมี่หลันเยว่คงถามเขาไปแล้วว่าขายบ้านไหม

            "ทำเลดีจริงๆแถมยังอยู่ใกล้บ้านเราอีก มาดูแลก็สะดวก"

            หลันหยางยืนยันทำเลของบ้านหลังนี้ก่อนเป็นอันดับแรกหลินต้าเผิงก็หยิบกุญแจมาเปิดประตู

            "งั้นพวกเราเข้าไปดูกันข้างในดีกว่าข้างในมันจะเหมาะหรือเปล่า?"

            หมี่หลันเยว่รีบชิงเข้าไปในบ้านก่อนใครเพื่อนที่นี่ไม่ได้อยู่ติดเชิงเขา ดังนั้นลานบ้านจึงเรียบเสมอกันพอเข้าประตูรั้วมาก็เป็นลานกว้าง ประตูรั้วอยู่ค่อนไปทางขวาพอเข้าประตูรั้วมาทางด้านขวามือก็จะเป็นพื้นที่ว่างเล็กๆส่วนทางด้านซ้ายมือก็จะเป็นบ้านหลังใหญ่

            พวกเขาทุกคนเข้าไปในบ้านก่อนภายในบ้านโล่งโจ่ง ไม่มีอะไรเลย น่าจะเป็นบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จยังไม่มีเวลามาตกแต่งเพิ่มเติม แต่ทางด้านที่ติดถนนใหญ่มีหน้าต่างอยู่บานหนึ่งหน้าต่างก็ใหญ่พอสมควร แสงแดดส่องเข้ามาทำให้ทั้งห้องสว่างไสว

            นี่มันหน้าร้านที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก แค่ตกแต่งนิดหน่อยก็เปิดร้านได้เลยพอเห็นน้องสาวกะพริบตาปริบๆ มองซ้ายทีขวาที แถมยังพยักหน้าเป็นระยะๆหลันหยางก็รู้ทันทีว่าน้องสาวพอใจกับบ้านหลังนี้มาก

            จริงๆ แล้วเขาก็พอใจมากเช่นกันบ้านหลังนี้กว้างกว่าบ้านของเขา แถมยังติดถนนใหญ่อีกด้วย แค่ร้านในซอยเล็กๆของเขายังเปิดได้ดีขนาดนั้นร้านที่ติดถนนใหญ่แบบนี้จะต้องเจริญรุ่งเรืองกว่าแน่นอน หลันหยางเปิดหน้าต่างแสงแดดสาดส่องลงบนแขนของเขา สบายจริงๆ

            พอออกมาจากห้องนั้นตรงข้ามกับลานบ้านก็เป็นบ้านแถวสองห้องครึ่ง ซ้ายขวาเป็นห้องใหญ่ส่วนตรงกลางเป็นห้องครัว โครงสร้างคล้ายกับบ้านของเขาเพียงแต่พื้นที่กว้างกว่านิดหน่อย แค่ดูจากพื้นที่ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

            แต่สิ่งที่ทำให้หมี่หลันเยว่พอใจมากที่สุดก็คือห้องใหญ่ของพวกเขาไม่มีเตียงนอน เป็นเตียงไม้แบบเก่าแค่เอาเตียงออกไปก็จะเป็นห้องทำงานทั้งห้องแล้ว ไม่ต้องปรับปรุงอะไรอีกแค่ทาสีก็เสร็จแล้ว นี่มันโชคดีเกินไปแล้ว ในยุค 70-80 คนที่ใช้เตียงนอนน้อยมาก นี่ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับหมี่หลันเยว่

            "พี่เผิงเฟยฉันว่าบ้านพี่ดีมากเลยค่ะ ตรงตามที่ฉันต้องการเลย แถมยังดีกว่าที่คิดไว้อีกถ้าไม่รังเกียจ พวกเราไปปรึกษาคุณป้ากันเลยดีไหมคะ?"

            ใจของหมี่หลันเยว่ลอยไปอยู่ที่บ้านของหลินต้าเผิงแล้ว

            "ให้ฉันกลับไปคุยกับแม่ก่อนดีกว่าเดี๋ยวพวกเธอไปกันเยอะๆ แล้วแม่จะตกใจ ปฏิเสธมาคำเดียวก็จบเห่เลยหลันเยว่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะพยายามทำทุกวิถีทางให้แม่ยอมตกลง"

            หลันหยางก็เห็นด้วยกับความคิดของหลินต้าเผิงให้เขาไปคุยกับคนในบ้านก่อน

            "งั้นพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านก่อนพรุ่งนี้พวกพี่ค่อยไปบ้านฉัน พวกเราค่อยมาปรึกษากันใหม่ตอนนี้ฉันจะไปเดินเล่นที่บริษัทการค้า ไปดูว่ามีผ้าอะไรที่ฉันต้องการบ้างจะได้รู้ราคาคร่าวๆ ก่อน แล้วฉันยังต้องไปดูจักรเย็บผ้า เข็ม ด้าย อะไรพวกนั้นด้วยว่าราคาประมาณเท่าไหร่ นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องติดต่อคนงานเรื่องอะไรอีกตั้งเยอะแยะ..."

            หมี่หลันเยว่พบว่ามีเรื่องที่เธอต้องทำเยอะแยะไปหมดเธอแทบจะทำไม่ทันแล้ว

            "น้องลองแบ่งงานดูสิว่ามีอะไรที่พวกพี่ช่วยทำได้บ้าง แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปทำทีละอย่างจะได้ทำงานได้ดีขึ้น แถมยังเร็วขึ้นด้วย"

            "ดี พวกเราแยกย้ายกันลุย!"

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359