คุณนงพะงาเอาแต่นิ่งเงียบเก็บตัวอยู่ในห้องลำพังหลังจากคุณกำธรปิดประตูใส่หน้า โดยไม่ใยดีในความรู้สึกของหล่อนแม่แต้น้อยทั้งที่เคยร่วมทุกข์สุขกันมาตั้งหลายสิบปี
เื่ที่เกิดขึ้นจากความเ้าชู้ซึ่งคุณกำธรไม่อาจเลิกหญิงสูงวัยจึงก้มหน้ายอมรับกับการกระทำนั้นด้วยความขมขื่น
คุณนงพะงาลุกจากขอบเตียงเดินไปค้นบางสิ่งในลิ้นชัก หล่อนหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาแล้วเปิดไปยังหน้าที่มีรูปภาพใบหนึ่งคั่นไว้
มือหล่อนสั่นเทาเมื่อเห็นหน้าคนในรูป เป็ภาพของกลีบเกสรลูกสาวคนเดียวซึ่งนั่งอุ้มเด็กน้อยแรกเกิดวัยหนึ่งเดือน นั่นก็คือกงจักรในภาพสีซีดจาง มีร่องรอยการเผาไหม้อยู่ตามขอบรูป จนภาพแหว่งไปเกือบครึ่ง
แต่นี่ก็เป็เพียงภาพเดียวที่ผู้เป็แม่ยังแอบเก็บเอาไว้นับแต่วันที่ลูกสาวคนเดียวของหล่อนหนีหายไปจากบ้านหลังนี้
คุณนงพะงาเข้าใจความรู้สึกทุกข์ตรมขมไหม้ในหัวอกกลีบเกสร แต่หล่อนก็ไม่เข้มแข็งพอใน่นั้น ที่จะปกป้องลูกสาวซึ่งกำลังบอบช้ำทางใจจากการที่ท้องไม่มีพ่อ!
กลีบเกสรกลายเป็เด็กสาวอายุสิบเก้าที่ริรักจนเกิดเื่ไม่งามขึ้นภายหลังการตั้งครรภ์โดยไม่ปริปากว่าใครคือพ่อของเด็ก สร้างความอับอายให้แก่คุณกำธร
ตลอดเวลาที่กลีบเกสรอุ้มท้องหล่อนต้องอดกลั้นต่อน้ำคำบิดาที่พูดแดกดันอดทนรองรับอารมณ์โมโหที่ถูกพาลด้วยความเสียหน้าของผู้เป็พ่อและที่สำคัญหล่อนต้องอดออมความรัก ถ่ายเทไปยังสายใยตัวน้อยในครรภ์
ผู้หญิงสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งคงบอบช้ำทางความรู้สึกที่เก็บกดมานาน จนกระทั่งถึงวันที่คุณนงพะงาเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่ากลีบเกสรจะยอมทิ้งเืในอก ให้หล่อนเป็ผู้ดูแล
ความห่วงลูกสาวมีเต็มเปี่ยมไม่รู้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร แต่ความห่วงหลานนั้นมีทบเท่าทวีคูณเวลานั้นคุณนงพะงาได้แต่ร่ำไห้ นึกสงสารหลานชายแบเบาะอย่างจับใจที่ต้องมากำพร้าทั้งพ่อและแม่ั้แ่เยาว์
การหนีออกจากบ้านของกลีบเกสรดูเหมือนว่าคุณกำธรจะไม่สะทกสะท้าน พร้อมออกคำสั่งกับหล่อนและคนในบ้านทุกคน
‘ต่อไปนี้ห้ามใครหน้าไหนพูดถึงอีลูกไม่รักดีอีกเป็อันขาดมันจะเป็จะตายยังไง ถือว่ามันเลือกเอง ข้ากับมันถือว่าตัดพ่อตัดลูก’
‘คุณคะ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลย ตอนนี้ลูกอาจจะสับสนไม่ทันไตร่ตรอง...แค่เื่ที่ลูกเราท้องไม่มีคนรับผิดชอบ แค่นี้ก็เสียใจพอแล้วไม่เห็นคุณจะต้องไปซ้ำเติมลูกอีก’
‘เื่ของมัน ถ้าคิดว่าอยู่บ้านนี้แล้วไม่สุขสบาย ก็ให้มันไปหาที่อื่นอยู่’เสียงคุณกำธรเข้มขึ้น พร้อมกับหันหน้าไปสั่ง ‘เดี๋ยวแจ่มไปจัดการเก็บของทุกอย่างที่เป็ของนังเกสรเอาไปเผาทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่รูปถ่ายสักใบเดียว’
‘คุณคะ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลย ยังไงเกสรก็เป็ลูกสาวเรานะคะ’
คุณกำธรกวาดตามองคนในบ้านทั้งหมดพร้อมตวาดออกไป ‘ใครกล้าขัดคำสั่งข้า...ก็ลองดู’
ตกค่ำนั้นคุณกำธรก็เอาแต่นั่งดื่มเหล้าเก็บตัวจากคืนเป็วัน อรุณรุ่งของอีกวันผ่านไปเขาก็ยังขลุกอยู่แต่ในห้อง...คุณนงพะงาไปเรียกผู้เป็สามีก็ะโด่าสวนกลับด้วยถ้อยผรุสวาทแถมยังกำชับถึงเื่การให้เผาสิ่งของเครื่องใช้กลีบเกสรทิ้งให้หมด
คุณนงพะงาได้แต่ยืนมองกองไฟที่สุมอยู่บริเวณสนามหญ้าหลังบ้านมองของใช้ลูกสาวทีละชิ้นมอดไหม้จนเป็จุณ แม้แต่รูปถ่ายสักใบก็คงไม่เหลือถ้าวินาทีนั้น หล่อนไม่ตัดสินใจใช้กิ่งไม้เขี่ยรูปใบหนึ่งที่ปลิวออกมานอกกองไฟแล้วยกขึ้นสะบัดไปมา สูดปากเป่าลมหวังให้ดับ
สภาพรูปใบสุดท้ายจึงเกือบไหม้ไปทั้งหมด...จนกลายเป็ของต้องห้ามที่ตัวหล่อนเก็บซ่อนไว้ในสมุดบันทึกเล่มนี้มานานหลายสิบปีและหยิบมันขึ้นมาดูทุกครั้ง ที่รู้สึกเศร้าใจ ระทมทุกข์
มือข้างหนึ่งลูบภาพไปมาก่อนจะเอาทาบแนบอก แล้วรำพึงในใจเบาๆ...ตอนนี้เกสรไปอยู่ที่ไหนหนอแม่คิดถึงลูกเหลือเกิน
............................................