ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาเข้างานของโรงงานแล้วคนงานกับเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต่างรีบมาทำงานกัน จึงเป็นช่วงที่คนเยอะพอดีเมื่อหน้าประตูมีเรื่องน่าสนใจ ผู้คนเลยหยุดฝีเท้าแล้วด้อมๆ มองๆ กัน
คำพูดของหลินเสี่ยวหยางมีเหตุมีผล ผู้หญิงที่มองอยู่ข้างๆตลอดเวลาคนหนึ่งจึงออกหน้าพูดบ้าง “เสี่ยวหยางพูดมีเหตุผล สหายหญิงท่านนี้เกรงว่าคุณจะเข้าใจผิดแล้วละ”
สตรีอีกคนพูดขึ้นต่อ “พวกเรารู้เรื่องของสหายเสี่ยวหยางกันดีไม่เคยได้ยินว่าเขามีคนรักเลยนะ? สหาย คุณแน่ใจหรือว่าคนรักที่หลานสาวคุณมาหาคือคนในโรงงานเครื่องจักรของเรา?”
ระหว่างทางมาป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งคิดความเป็นไปได้มากมายหลายทางใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าควรพูดอย่างไรบ้าง จนคิดว่าหลังจากหาคนคนนั้นพบจะบอกเขาเรื่องการหมั้นหมายของเจิ้งหยวน หากเขายังอยากอยู่ร่วมกับเจิ้งหยวนคงไปเอะอะที่บ้านเจิ้ง และอาจสู่ขอเจิ้งหยวนกลับไปได้ ฟังจากลูกชายเธอเล่าเหมือนเขาจะชอบเจิ้งหยวนมากทีเดียว ไฉนเธอหาเจออย่างราบรื่นหลินเสี่ยวหยางกลับไม่ยอมรับว่าเจิ้งหยวนคือคนรักของเขาเล่า!
“ไม่จริงหากนายไม่ใช่คนรักของเธอ เธอจะมาหานายทำไม?” ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งพูด “หลานสาวฉันเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง จะมาหาผู้ชายอย่างนายที่นี่เพื่ออะไร?”
“สหายเจิ้งหยวนเอาตั๋วหนังมาให้ผมก่อนหน้านี้เธอซื้อตั๋วไว้ แต่ไปดูไม่ได้เพราะติดธุระ เลยฝากผมยกเลิกตั๋วน่ะ”หลินเสี่ยวหยางพูดเหตุผลที่เจิ้งหยวนกุขึ้นมา ก่อนหยุดไปพักหนึ่งแล้วเน้นย้ำอีกที“แม้ผมรู้จักกับสหายเจิ้งหยวน แต่พวกเราบริสุทธิ์ใจกัน เพราะมีงานอดิเรกกับความชอบเหมือนกันเลยกลายเป็นสหายคุณป้า คุณอย่าเข้าใจผมผิดแบบนี้”
“ไม่ใช่ทำไมนายยังไม่ยอมรับเล่า!” ยามนี้ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งโมโหแทบบ้าแล้ว ซ้ำร้ายคนรอบๆ ยังชี้นิ้วนินทาเธอ บอกว่าคนคุณสมบัติครบถ้วนอย่างหลินเสี่ยวหยางหาคนรักแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น ไม่มีทางเอาคนจากชนบทหรอก แถมบอกอีกด้วยว่าเธอแต่งตัวดูยากจน ทั้งยังสกปรกเลอะเทอะ ต้องเป็นคนบ้านนอกคอกนาแน่นอน แล้วจะให้เธอแก้ตัวอย่างไรได้ บอกว่านังเด็กออเซาะผู้ชายอย่างเจิ้งหยวนไม่เหมือนเธอ เป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยท่าทางสะอาดสะอ้าน ผู้ชายชอบพอกันทั้งนั้นหรือ? ถุย! เหมือนเอาหน้าตัวเองมาเหยียบแล้วยกยอปอปั้นนังเด็กเวรนั่นชัดๆ !
หลินเสี่ยวหยางหลุบสายตามองนาฬิกาข้อมือและบอก “คุณป้าผมต้องเข้างานแล้ว คุณรีบกลับไปเสียเถอะ”
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งรีบคว้าเสื้อของหลินเสี่ยวหยางไม่ให้เขาไปหากเขาไปแล้วเธอจะโวยวายอะไรได้อีก! ขณะที่ร้อนรนเธอก็นึกถึงท่าทีเด็ดเดี่ยวทำตามข้อตกลงเรื่องการแต่งงานของสกุลเฝิง สมองพลันแล่นวาบ “นายคงไม่ได้นัดแนะกับเจิ้งหยวนล่วงหน้าแล้วหรอกนะ? นายรู้เรื่องที่เธอหมั้นหมายใช่ไหม ถึงปฏิเสธความสัมพันธ์ของพวกเธอสองคน จงใจช่วยเธอปิดบังเรื่องอื้อฉาวไว้?”
คราวนี้เธอทายถูกแล้ว!
หลินเสี่ยวหยางหางตากระตุก ใจเต้นตุ๊มๆ ต้อมๆเขาตกใจอยู่บ้างที่โดนคนเปิดโปงโต้งๆ โชคดีที่ยังมีสติรู้ว่าป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งกำลังเดาสุ่ม จึงสงบจิตใจอารมณ์ ยกยิ้มมุมปากจางๆ พลางบอก“คุณพูดอะไรน่ะ? เจิ้งหยวนหมั้นหมายแล้วนะ? คุณยังมาตามหาผมอีกทำไม เธอหมั้นแล้ว ผมไม่มีทางเป็นคนรักของเธอได้หรอก!” เขาหุบยิ้มก่อนเอ่ยต่อ “คุณเอาแต่พูดว่าผมเป็นคนรักของเธออยู่ได้ นี่คงไม่ใช่ว่าคุณพยายามจงใจทำลายชื่อเสียงของผมกับสหายเจิ้งหยวนเหรอ? คุณป้าเจิ้ง… คุณเป็นญาติของสหายเจิ้งหยวนจริงหรือเปล่า?”
คนรอบข้างได้ยินล้วนคิดเห็นตรงกัน นั่นน่ะสิ! รู้ทั้งรู้ว่าแม่หนูเขามีคนรักแล้ว ยังมาเอะอะที่โรงงานเครื่องจักรของพวกเขา แถมพูดจาใส่ร้ายชื่อเสียงหลินเสี่ยวหยางกับสหายหญิงคนนั้นอีก! คนผู้นี้ช่างเลวร้ายเสียจริง เห็นคนของโรงงานเครื่องจักรพวกเขารังแกง่ายนักหรือไง? สายตาที่ผู้คนรอบข้างมองป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งพลันเปลี่ยนไปเป็นต่อต้านและหวาดระแวงทันที
ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งหมดหนทางแก้ตัวเธอไม่คิดว่าหลินเสี่ยวหยางจะเล่นงานเธอกลับ! คราวนี้ต่อให้ชายหนุ่มไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับเจิ้งหยวน เธอก็ไม่ยอมเชื่อแล้ว ทั้งคู่นิสัยแย่พอกันเลย จะไม่เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร!
เห็นดังนั้น หลินเสี่ยวหยางจึงเอ่ยต่อ “คุณป้า ผมต้องไปทำงานจริงๆแล้ว รั้งรออีกคงเข้าสาย” หลินเสี่ยวหยางรีบเบี่ยงตัวหลบเธออ้อมไปด้านข้างแล้วเดินจากไป
ป้าสะใภ้ใหญ่อยากดึงเขามาเอ็ดต่อ ก็โดนคนที่มุงดูขัดขวางหลายคนแข่งกันพูดจนฟังไม่ได้ศัพท์ว่า
“ฉันว่านะคุณป้าคุณอย่ามาโวยวายที่นี่เสียจะดีกว่าสหายหลินเสี่ยวหยางของพวกเรากับสหายที่ชื่อเจิ้งหยวนคนนั้นไม่ได้มีอะไรกันจริงๆหากมีพวกเราจะไม่รู้เหรอ!”
“ใช่แล้วๆนี่มันหาเรื่องกันไม่ใช่หรือไง!”
“คุณรีบไปเสียเถอะเดี๋ยว รปภ. จะมาแล้ว พอส่งคุณเข้าสถานีตำรวจ คุณอยากหนีก็หนีไม่รอดแล้ว”