ตอนที่ห้า หนึ่งล้านล้านหยวน
หนึ่งล้านล้านหยวน ผมแทบจะตกเก้าอี้
เมื่อดูตัวเลขเงินสดโดยคร่าวๆเพราะตอนหลังตาผมเริ่มลาย
เพื่อให้แปลความได้ง่ายเข้าอีลอนมัสก์มีสินทรัพย์ที่ 199.8 พันล้านดอลล่าร์แปลงเป็เงินหยวนประมาณหนึ่งล้านสองแสนเจ็ดหมื่นล้านหยวน
ผมกลายเป็คนที่รวยพอพอกับอีลอนมัสก์และเศษหลักล้านเป็แค่ตัวปัดเศษที่อาจจะผิดพลาดเท่านั้นเอง
นี่คนเขียนเื่มันคำนวณตัวเลขไม่เป็หรือไงฟะหรือมหาเศรษฐีของโลกนี้มันมีเงินเว่อกว่าโลกที่เราจากมา?
แต่มันก็มีบรรยายว่าพวกนี้มันมีรถราคาประมาณสองล้านดอลล่าร์ที่แพงที่สุดจำนวนนับไม่ถ้วนไว้อวดรวยนี่นาตีเป็เงินหยวนก็ประมาณ 12 ล้านหยวนต่อหนึ่งคันหากบอกว่ามีรถอย่างนั้นไว้เป็หลายร้อยคันก็คร่าวๆว่าหมดเงินไปกับรถประมาณพันล้านหยวน
หากเทียบบัญญัติไตรยางศ์เท่ากับว่าหมดไปประมาณหนึ่งพันหยวนจากล้านหยวนที่มีไม่ใช่เื่ที่ต้องกังวลหรือนี่?
ผมต้องนวดขมับตนเองเล็กน้อย
แิของคนยากจนเหมือนกับจะเป็ประโยชน์ต่อคนยากจนแต่ผมนวดขมับสูดหายใจลึกๆ ความคิดแบบคนยากจนของผมไม่เป็ประโยชน์ต่อคนรวย
เพราะอย่างนี้คนรวยและคนจนเลยไม่มีวันเข้าใจกันได้ตลอดชีวิตนั่นเอง
ผมนวดขมับตนเองและคิดว่า
แล้วตกลงคนที่ตัดเส้นทางการเงินจนธุรกิจของตระกูลอ้าวกิจการล้มละลายนี่ต้องเป็คนที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันนะ?
หากธุรกิจคำนวณเป็สัดส่วนแล้วล่ะก็การมีเงินหมุนเวียน รายได้เท่านี้ กิจการต้องใหญ่กว่าจำนวนเงินที่ผมมีประมาณสิบเท่าเป็อย่างต่ำสินะ?
เฮ้อ
ผมถอนหายใจ ไมเกรนจะถามหาผมทันที
ท่าทางคงต้องรีบหาวิชาบ่มเพาะพลังที่ช่วยสงบจิตใจให้มากกว่านี้และเสริมสร้างสมรรถนะร่างกายให้มากกว่านี้แล้ว
ผมเกือบจะสั่งให้อาหู่หาคนที่ใหญ่กว่าผมและอาจจะสามารถตัดเส้นทางการเงินของสกุลอ้าวได้
แต่ผมต้องเพ่งเล็งไปที่สิ่งที่ผมมีและสิ่งที่ผม้าบรรลุอยู่
ผมกวาดตามองเอกสารและกิจการต่างๆที่ผมอยู่อย่างคร่าวๆ
ผมคิดว่าผมยังไม่ไปแตะพวกหุ้นและกิจการพวกนี้เอาไว้ก่อนหากผมขายเอาเงินสด กิจการของประเทศอาจจะล่มสลายเป็โดมิโน่ได้เหมือนกัน
ท่าทางปริญญาทางบริหารธุรกิจของอ้าวป้าหม่าช่วยผมในการตัดสินใจว่า หากผมขายกิจการเพื่อเอาเงินสดมาใช้หรือโยกย้ายเงินไปต่างประเทศธุรกิจจะส่งผลกระทบนั่นเอง
แบบเดียวกับที่ผมนึกย้อนไปถึงเื่”การล้มละลายของโนบิตะ”
ตอนแรกนึกว่าที่มีการกล่าวว่าโนบิตะทำกิจการล้มละลายจนเศรษฐกิจของญี่ปุ่นตกต่ำเป็หลายสิบปี ผ่านไปร้อยลูกหลานก็ยังมีหนี้อยู่จนต้องส่งโดราเอมอนมา
ตอนแรกคิดว่าโนบิตะโง่ทำกิจการเจ๊งแต่คิดอีกที คนที่เจ๊งไปแล้วลากเศรษฐกิจญี่ปุ่นเจ๊งไปด้วยนับสิบปีนี่ผมว่ามันไม่ใช่คนธรรมดาแล้วนะ?
ถ้าหากไม่ใช่ระดับธนาคารใหญ่ก็ต้องระดับโครงข่ายธุรกิจครอบคลุมทุกภาคส่วนหรืออสังหาริมทรัพย์มูลค่านับหมื่นล้านแล้วล่ะ
ร้านขายของชำปากซอยเจ๊งก็เป็เื่น่าเศร้าใจ ห้างสรรพสินค้าเจ๊งแสดงถึงเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ต้องเป็กิจการแบบไหนกันที่ทำเศรษฐกิจญี่ปุ่ตกต่ำเป็สิบปีและเป็หนี้ได้ร้อยปีนี่?
การล่มสลายของตระกูลอ้าวจะส่งผลอย่างนั้นต่อเศรษฐกิจหรือเปล่านะ?