สี่วันต่อมา ชายหนุ่มโผล่ออกมาจากมิติปริศนา “ในที่สุดข้าก็ทำได้สักที ฮ่าๆ”มันส่งเสียงหัวเราะอย่างอร่อย แต่แล้วมันก็ต้องหยุดหัวเราะโดยปริยายาเมื่อผู้คนมากมายที่กำลังฝึกฝนอยู่ที่ชั้นนี้หันมามองมันทั้งหมดด้วยสายตาที่ดูแคลน เหมือนจะบอกมันว่าไม่สมเป็ปัญญาชนที่ดีกระนั้น
แก้มของหนิงเฟยหลงปรากฏสีแดงไม่เด่นชัดขึ้น มันเกิดความเคอะเขินทำตัวไม่ค่อยถูกปกติแล้วถึงมันจะไม่ใช่คนเรียบร้อยมากแต่ก็ไม่เคยทำตัวเช่นนี้มาก่อนมันรีบเดินลงไปชั้นหนึ่งออกจากหอสมุดทันที
เวลานี้มันได้สำเร็จก้าวย่างชมจันทร์ขั้นแรกแล้วแต่มันไม่รู้เลยว่าวิชานี้มีกี่ขั้นรู้เพียงแต่ว่าในคัมภีร์บันทึกไว้สี่ขั้นแต่ละขั้นไม่ใช่สามัญยากยิ่งกว่าการทะลวงระดับเสียอีกถึงอาจกล่าวได้ว่ายากพอๆกับการทะลวงขอบเขต! มันมีมีความมั่นใจหากว่าเจอผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้พลังขั้นกลาง(4-6)จะสามารถหลบพ้นได้ไม่ยากเย็น แต่หากเจอขั้นปลายคงต้องหืดขึ้นคอเสียหน่อย
หลังจากที่ฝึกฝนร่างลมหวนสำเร็จ ก็รู้สึกว่าจะสามารถต้านรับพลังแก่นแท้พลังขั้นต้นได้อย่างไม่ยากเย็นไม่แน่ว่าหากใช้พลังทั้งหมดอาจสูสีกับแก่นแท้พลังขั้นปลายก็เป็ได้
แต่เดิมตอนที่มันลุถึงขั้นที่ห้าของระดับกำเนิดพลังบวกกับการเข้าถึงเพลิงสีชาดขั้นที่หนึ่งปลายสุดจะช่วยให้มันต่อสู้กับชนชั้นพิภพได้แต่นั่นเป็เื่ผิดถนัดเมื่อมันได้เห็นความแข็งแกร่งของบิดามันจึงคิดได้ว่าเ้ากระทิงโลหิตคงพึ่งเลื่อนขั้นเป็แน่และยังไม่ได้คงสภาพพลังภายในตัวจึงอ่อนแอกว่าบิดาตนมาก
หนิงอันอันเห็นพี่ชายของตนเดินออกมาจากหอสมุดอย่างเหม่อลอยนางเองคิดจะเล่นสนุกจึงวิ่งกระโจนหวังจะะโเกาะหลังพี่ชาย แต่ทว่า...
วืด!
ปัก! “โอ๊ย! ท่านพี่ท่านแกล้งข้าหรือ?!!” หนิงอันอันร้องโวยวาย
หนิงเฟยหลงก็ได้สติขึ้นด้วยเสียงแหลมๆของน้องสาว “ข้า..ขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจ..” มันยื่นมือไปดึงแขนน้องสาวขึ้นมาจากพื้น
ใช่แล้ว! เมื่อสักครู่นี้หนิงอันอันะโจ้ำเบ้าก้นกระแทกพื้นหนิงเฟยหลงเผลอใช้ร่างลมหวนเคลื่อนย้ายหลบนางไป เพราะมันคิดว่าจะถูกโจมตี
“ท่านพี่ ข้าเจ็บไปหมดแล้ว ท่านจะชดใช้ให้ข้าอย่างไร?” หญิงสาวทำท่าทางกล่าวโทษแกล้งร้องเ็ป
“เอาหละ น้องสาวแสนดี เ้าอยากได้สิ่งใดหละ?” ชายหนุ่มหวังจะไถ่โทษ
“เช่นนั้น..ข้าขอไปเข้าร่วมคัดเลือกเข้าสำนักยุทธ์หลวงด้วยเป็อย่างไร?”หญิงสาวส่งสายตาอ้อนวอน พลางสำออย
“ไม่ได้ เ้าไม่ตั้งใจฝึกฝน ตอนนี้ก็อยู่เพียงขั้นห้าจะไปแข่งขันกับผู้อื่นได้อย่างไร”หนิงเฟยหลงบอกปัด
หนิงอันอันได้ฟังดังนั้นก็ไม่พอใจ “ใครว่าข้าอยู่ขั้นห้าเล่า!เมื่อวานก่อนข้าก็เข้าสู่ขั้นที่เจ็ดแล้ว!”
“อะไรนะ!เร็วเพียงนี้!” ชายหนุ่มถึงกับต้องมองน้องสาวของมันใหม่อะไรกันเมื่อตอนที่มันกลับมาจากป่าสมบัติแห่งโชคชะตา ก็ลอบตรวจสอบพบว่าหนิงอันอันเลื่อนจากขั้นสี่สู่ขั้นห้าแล้วแต่นี่ผ่านไปไม่นานนางก็เลื่อนเข้าสู่ขั้นหกแล้ว!ไม่น่าเชื่อจริงๆ
“ก็จริงหนะสิ ทีนี้ข้าไปได้หรือยัง?” หญิงสาวส่งสายตาอ้อนวอนแกมบังคับ
ชายหนุ่มอับจนปัญญาที่จะห้ามปราม “เช่นนั้นก็เตรียมตัวเถอะพรุ่งนี้เริ่มเก็บสัมภาระวันถัดไปข้าจะออกเดินทาง”
หนิงอันอันลุกขึ้นมาะโโลดเต้นด้วยความดีใจ รอยยิ้มประดับบนใบหน้าชื่นบานอย่างลืมตัวชายหนุ่มกระแอ้มครั้งหนึ่ง นางจึงได้สติขึ้นมาแกล้งร้องโอดครวญเช่นเดิม
หนิงเฟยหลงได้แต่สายศีรษะไปมา มันค่อยๆเดินต่อไปเรื่อยเพื่อกลับเรือนใช้เวลที่เหลือพักผ่อนอย่างสบายใจ จนกระทั่งยามเย็นมีบ่าวรับใช้มาแจ้งให้มันไปพบผู้นำตระกูล
..........
เรือนหลักตระกูลหนิง
“เป็อย่างไรบ้าง?” นั่นคือคำทักทายแรกของชายชราทันทีที่เห็นหลานชายเดินเข้ามา
หนิงเฟยหลงประสานมือค้อมตัวลงคารวะปู่ของมันก่อนจะกล่าวตอบ “พอได้ขอรับ”
“พอได้อย่างไร เ้าเลือกวิชาอะไรแสดงให้ข้าดูได้หรือไม่?”หนิงเทียนรู้สึกตื่นเต้น นั่นเพราะหลานชายคนนี้ทำให้มันตื่นตะลึงมาหลายครั้ง
“วิชาก้าวย่างชมจันทร์ขอรับ” กล่าวจบมันก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพียงพริบตาก็เข้าไปอยู่ด้านหลังของหนิงเทียน
“อัศจรรย์ยิ่ง!” หนิงเทียนอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างมันรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนที่ของหลานชาย แต่ไม่คาดว่าจะรวดเร็วเพียงนี้หากไม่จับสังเกตให้ดีก็แทบไม่รู้ว่าหนิงเฟยหลงก้าวเท้าไปที่ใดการก้าวเท้าที่ไม่ธรรมดารวดเร็วราวกับเงาพรายฉะนั้น
เพียงแต่ยังมีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขนั่นคือก้าวให้เบาบางดุจปุยเมฆ ล่องลอยอยู่บนนภา ท่าเท้านี้จึงจะสมบูรณ์
หนิงเทียนอดไม่ได้ที่จะชมเชยหลานชายทั้งที่พึ่งผ่านมาได้สี่วันกลับประสบความสำเร็จเพียงนี้แล้ว ชายชราคิดได้ดังนั้นก็หัวเราะกังวานลั่นห้องหนิงเฟยหลงเห็นปู่ของตนดีใจก็ยิ้มแก้มปริไปด้วย
หลังหัวเราะจนพอหนิงเทียนก็เริ่มเข้าประเด็น “ข้ารู้มาว่าเ้าได้ถูกเชื้อเชิญจากอี้อ๋องให้เข้าร่วมคัดเลือกสำนักยุทธ์หลวงเช่นนั้นเ้าจะไปหรือไม่? เพราะข้าเองก็ต้องส่งตัวแทนไปอยู่ดี”
“ไปขอรับ และจะพาหนิงอันไปด้วย ตอนนี้นางเข้าสู่ขั้นที่หกแล้วคาดว่าระหว่างเดินทางข้าสามารถเพิ่มพูนศักยภาพให้นางได้ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงไปนะขอรับ”หนิงเฟยหลงกล่าวอธิบาย ไม่อยากให้หนิงเทียนเกิดความกังวล
“เอาเถอะๆ ในเมื่อเ้าตัดสินใจแล้วข้าก็จะให้เ้ากับน้องสาวไปแต่คราวนี้ข้าจะเพิ่มองครักษ์ให้อีกยี่สิบคน ปกป้องพวกเ้าระหว่างเดินทางและจะให้หนิงจิน หนิงฟงตามไปสอบคัดเลือกด้วยที่หลังเพราะถ้าให้พวกเ้าไปด้วยกันคงตีกันตายแน่! กลับไปเตรียมตัวได้แล้ว”หนิงเทียนเอ่ยจบก็โบกมือให้หนิงเฟยหลงออกไป