ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52 ผู้หญิงชุดสีเขียว มู่เฉิงอิน

            หออู๋หมิงตั้งอยู่บนถนนที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในต้าโจว พื้นที่นั้นกว้างขวางยิ่งนัก มีความสูงที่เทียบเท่ากับตึกสามชั้น บนแผ่นป้ายสีดำมีตัวอักษรสีทองขนาดใหญ่สามตัวเขียนว่าหออู๋หมิงดูใหญ่โตมโหฬาร

            ฮวาเหยียนยืนอยู่ที่ประตูและเงยหน้ามองอยู่ครู่หนึ่ง เพียงแค่ดูการตกแต่งของหออู๋หมิงก็สามารถคาดเดาได้ทันทีว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังหออู๋หมิงนี้มีอำนาจมากเพียงใด

            ฮวาเหยียนอุ้มเสี่ยวไป๋ในอ้อมแขนและเฝ้ามองดูอยู่ครู่หนึ่ง มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าออกหออู๋หมิงแห่งนี้ ทั้งขุนนาง สามัญชน คนชราและคนหนุ่มสาว สถานที่แห่งนี้เป็นอย่างที่ท่านพ่อพูดเอาไว้จริงๆ ไม่ว่าจะรวยหรือจน ไม่ว่าจะมียศถาบรรดาศักดิ์ใดก็สามารถเข้าไปยังสถานที่แห่งนี้ได้ทั้งหมด

            คนมีเงินก็เข้าไปซื้อ ส่วนคนที่ขาดเงินก็เข้าไปขาย

            และนางก็เป็นคนหนึ่งที่ขาดเงิน

            ดวงตาของฮวาเหยียนเศร้าหมอง เพียงแค่คิดว่าสมบัติในอ้อมแขนของนางกำลังจะถูกนำไปขาย ใจของนางก็เริ่มเจ็บปวดอีกครั้ง แต่เมื่อคิดถึงท่านพ่อและพี่ใหญ่ที่เที่ยวหาเงินให้นางไปทั่ว นางก็กัดฟันและค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปในหออู๋หมิง

            ฮวาเหยียนรู้ว่าตอนนี้นางกำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน ดังนั้นนางจึงเตรียมการล่วงหน้าโดยการหยิบหมวกออกมาจากช่องว่างวิเศษในไข่มุกทองมังกรคะนองน้ำแล้วสวมมัน มีผ้าโปร่งสีขาวบางกั้นเพื่อปกปิดใบหน้าของฮวาเหยียน ทำให้ร่างทั้งร่างของนางดูลึกลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายของนางเซียนอยู่

            "บรู๊ว บรู๊ว...! "

            เสี่ยวไป๋ที่อยู่ภายในอ้อมแขนของฮวาเหยียนส่งเสียงร้องออกมาสองสามครั้ง

            "เด็กดีหลังจากที่พี่เหยียนคนสวยคนนี้จำนำสมบัติล้ำค่าเสร็จแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะให้เจ้ากินซาลาเปาเนื้อหรือซาลาเปาเปล่า..." มือข้างหนึ่งของฮวาเหยียนลูบขนของเสี่ยวไป๋ เสี่ยวไป๋หอนครั้งหนึ่งแล้วมองฮวาเหยียนอย่างรันทดใจ

            ทว่าบรรยากาศรอบตัวฮวาเหยียนในยามนี้กลับยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม

            นางค่อยๆ ก้าวทีละก้าวเข้าสู่หออู๋หมิง ลมหายใจของนางช่างดูห่อเหี่ยวและหมดอาลัยตายอยากยิ่งนัก

            การแย่งเงินของนางไป เท่ากับการแย่งเอาชีวิตของนางไปได้เลยทีเดียว

            ...

            ฮวาเหยียนกอดเสี่ยวไป๋และก้าวเข้าสู่หออู๋หมิง หนึ่งวินาทีก่อนยังเต็มไปด้วยความรู้สึกโศกเศร้า แต่ในวินาทีต่อมานางพลันเก็บลมหายใจที่โศกเศร้าของตนเองกลับมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร่างที่เต็มไปด้วยพลังงานและความกระตือรือร้น

            ฮวาเหยียนหรี่ตารีบมองสำรวจโดยรอบอย่างรวดเร็ว นางมองจนรู้และเข้าใจโครงสร้างทั้งหมดของพื้นที่สมกับเป็นหออู๋หมิงในตำนานที่เขาเล่าลือกัน มีแผ่นทองคำและสมบัติมากมายละลานตานับไม่ถ้วน

            หออู๋หมิงมีพื้นที่ขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นหลายส่วน แต่ละส่วนขายสินค้าต่างประเภทกัน ชั้นวางที่ทำจากไม้แท้ บนชั้นวางมีตะแกรงหลายช่องและแต่ละช่องก็เต็มไปด้วยสิ่งของ

            หน้าชั้นวางเป็นโต๊ะคิดเงิน ทุกโต๊ะคิดเงินจะมีพนักงานอยู่สองคน หากลูกค้าอยากได้ของชิ้นไหน พนักงานก็จะหยิบจากชั้นมาวางไว้ให้ดูให้ชมใกล้ๆ

            ฮวาเหยียนถอนหายใจ หออู๋หมิงร่ำรวยเหลือเกิน นางเพียงแค่เหลือบตามองก็รู้ว่าของบนชั้นทั้งหมดล้วนเป็นของชั้นเยี่ยม...

            หากสิ่งของในหออู๋หมิงนี้ถูกขโมยจนเกลี้ยง...

            ถุ้ยๆๆ กำลังคิดอะไรอยู่ ยามนี้นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ อย่าติดนิสัยเดิมที่เที่ยวขโมยของไปทั่วมาสิ

            นอกจากนี้นางยังค้นพบว่าในหออู๋หมิงแห่งนี้ทั้งชั้นมีพลังลมปราณหลงเหลืออยู่จางๆ ซึ่งนี่ก็สามารถอธิบายได้ว่าผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งถูกห้ามไม่ให้ขึ้นลงชั้นนี้ ของที่นี่หากไม่ได้รับอนุญาตให้หยิบก็เกรงว่าจะไม่สามารถหยิบได้

            เจ้าของหออู๋หมิงนี้ช่างลึกลับจริงๆ

            ในยามนั้นมีคนจำนวนไม่น้อย ฮวาเหยียนแอบเข้ามาเงียบๆ และสวมหมวกงอบเพื่อปกปิดหน้าตาของตนเอง มีเพียงไม่กี่คนที่ให้ความสนใจกับนาง

            และเป็นในตอนนั้นเอง ในบริเวณสินค้าที่เป็นยาอายุวัฒนะพลันเกิดความโกลาหลขึ้น จากนั้นเสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างเย่อหยิ่งจองหอง “อะไรนะ? เจ้าบอกว่าหญ้าวิญญาณลึกลับนี้เป็นของเจ้า เป็นของเจ้าหรือ? เฮอะๆ เป็นครั้งแรกที่คุณชายเช่นข้าได้ยินเรื่องขบขันแบบนี้ รู้จักอ่านสถานการณ์บ้าง รีบไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่าได้ยั่วโมโหคุณชายเช่นข้า เพราะเจ้าคงมิอาจรับผลที่ตามมาได้หรอก"

            ฮวาเหยียนมองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าในบริเวณสินค้ายาอายุวัฒนะนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยคนมุงที่ยืนมุงเป็นรูปครึ่งวงกลม โดยมีชายคนหนึ่งกำลังยืนพิงโต๊ะคิดเงินอยู่ ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง อำนาจและความโหดเหี้ยมถูกปิดซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาของเขา เขาเชิดคางขึ้น เผยใบหน้าที่ดุร้ายโหดเหี้ยมนั่น

            บุรุษคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น ในวันที่นางกลับเข้าเมืองมาครั้งแรก เป็นชายที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆฉู่หลิวซวงและเป็นคนเดียวกันกับที่ถูกนางเตะจนตัวลอย? เขามีนามว่ากระไรนะ? โจวเหอ?

            เมืองหลวงแห่งนี้ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก เขากับนางได้พบกันอีกครั้งแล้ว

            ฝั่งตรงข้ามของเขามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ นางอายุราวยี่สิบปี สวมอาภรณ์สีเขียว แม้ว่าหน้าตาของนางจะไม่ได้งดงามอย่างถึงที่สุด ทว่ากลับมีท่าทางงดงามสูงส่ง เมื่อยืนอยู่ที่ตรงนั้นก็ทำเอาผู้คนมองตาไม่กะพริบ

            เมื่อเผชิญหน้ากับคำตำหนิของชายที่อยู่เบื้องหน้าตน นางกลับไม่แสดงท่าทีกระวนกระวาย กระฟัดกระเฟียดหรือโกรธเคืองแต่นัยน์ตานั้นกลับใสแจ๋วเป็นประกาย หญิงสาวมิได้เอ่ยปากพูดอันใด ทว่าสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างหลังนางกลับก้าวขึ้นไปข้างหน้าแล้วเอ่ยว่า “คุณชายท่านนี้ เหตุใดถึงได้ไร้มารยาทเช่นนี้หญ้าวิญญาณลึกลับนี้คุณหนูของเราจ่ายเงินไปก่อนท่านแล้ว ท่านจะใช้กำลังเพื่อแย่งชิงไปหรือเจ้าคะ”

            สาวใช้ตัวน้อยขมวดคิ้ว กดข่มโทสะก่อนจะเปิดปากพูด

            ทว่ากลับเห็นโจวเหอผู้นั้นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตานั้นฉายแววโหดเหี้ยมอำมหิต "เจ้านับเป็นตัวอะไร? เรื่องที่เกิดขึ้นมีที่ให้เจ้าสอดปากหรือ? ไสหัวไปเสีย"

            โจวเหอสบถด่าด้วยความโกรธเคือง ดวงตาแฝงไปด้วยประกายสังหาร เขายกมือขึ้นหมายจะบีบคอของสาวรับใช้ตัวน้อย

            ในยามนั้น เห็นเพียงหญิงสาวในชุดกระโปรงสีเขียวที่ก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วนางดึงตัวสาวใช้ไปด้านหลัง ก่อนที่ตนจะยืนขวางนางเอาไว้อยู่ด้านหน้า

            "คุณหนู"

            สาวใช้ตัวน้อยอุทาน เสียงในลำคอแตกพร่า

            กลุ่มคนที่มุงดูอยู่ถอยหลังไปพร้อมส่งเสียงตกใจ

            มือของโจวเหออยู่ตรงหน้า ในวินาทีถัดมาเขาพุ่งเข้าไปจะบีบคอของหญิงสาวในชุดกระโปรงสีเขียวทว่าเป็นในตอนนั้นเอง ได้ยินเพียงเสียงบรู๊วหนึ่งเสียงคล้ายกับเสียงคำรามของหมาป่าดังขึ้น เสี่ยวไป๋ที่เดิมทีอยู่ในอ้อมแขนของฮวาเหยียนบัดนี้ได้กระโดดลงมาแล้วกระโจนไปที่ไหล่ของโจวเหอมันหอนหนึ่งทีก่อนจะกัดเข้าที่หูของโจวเหอทันที...

            กรี๊ด…

            ฉับพลันนั้นเสียงโหยหวนบีบหัวใจพลันดังกระหึ่มขึ้นในหออู๋หมิงทันที

            เสี่ยวไป๋รวดเร็วยิ่งนัก มันกัดเข้าไปเต็มคำ ฟันแหลมคมก็กัดเข้าที่หูของโจวเหอจนขาดไปครึ่ง จากนั้นสัตว์ตัวน้อยก็เลียปากตัวเอง ก่อนจะหอนออกมาหนึ่งเสียงแล้วกระโดดกลับเข้าไปในอ้อมแขนของฮวาเหยียนอย่างรวดเร็ว

            ฮวาเหยียน "...! "

            ใครก็ได้ช่วยบอกนางทีว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น!?

            เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งจนไม่มีใครได้ทันตั้งตัว ทุกคนเห็นเพียงโจวเหอที่ยื่นมือออกไปแต่มือนั้นกลับไม่ทันได้แตะต้องผู้ใดก็ได้ยินเพียงเสียงหอนที่ดังขึ้น ก้อนกลมสีขาวเล็กๆ ลอยละล่องอยู่กลางอากาศและกัดเข้าที่หูของโจวเหอไปครึ่งหนึ่ง

            ในเวลานั้นดวงตาของโจวเหอแดงก่ำ หูของเขามีเลือดไหล เห็นได้ชัดเจนว่าหูหายไปครึ่งหนึ่ง...

            ดังนั้น นี่มันเกิดเรื่องอะไรเกิดขึ้นกัน?

            “บรู๊ว บรู๊ว..."

            เสี่ยวไป๋นอนอยู่ในอ้อมแขนของฮวาเหยียน มันแยกเขี้ยวร้องเรียก ปากเล็กๆของมันเปื้อนรอยเลือด มันกัดกระดูกในปากไปมา เสียงกัดนั่นดังไปเข้าหูทุกคน คนที่ได้ยินต่างพากันขนลุกขนพอง

            ทันใดนั้น สายตาของผู้คนในหออู๋หมิงพลันหันมามองที่ฮวาเหยียน สายตาเหล่านั้นแฝงไปด้วยความประหลาดใจ รวมถึงความสงสัย

            ฮวาเหยียน "...! "

            เจ้าเสี่ยวไป๋นี่ เป็นบ้าอะไรของมัน? นางแค่อยากเอาของมาจำนำเงียบๆ แต่พอเป็นแบบนี้ก็คงไม่ดีแล้ว หากอยากให้เรื่องนี้จบเงียบๆก็คงจะไม่ง่ายแล้ว

            "ใคร? ใครบังอาจลอบโจมตีคุณชายเช่นข้า? "

            ในยามนั้น ในที่สุดโจวเหอก็ได้สติกลับมาเขายกมือขึ้นปิดหูตัวเอง ก่อนจะมองไปทางฮวาเหยียนตามสายตาของฝูงชน ดวงตาเขาแดงก่ำ เปี่ยมไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่เขาเห็นเสี่ยวไป๋ในอ้อมแขนของฮวาเหยียนที่ยังคงเคี้ยวอะไรบางอย่างอยู่ในปากของมัน เมื่อปฏิกิริยาของเขาตอบสนองกลับคืนมา ชายหนุ่มพลันคลุ้มคลั่ง รีบเดินปรี่ตรงไปที่ฮวาเหยียนทันที "ข้าจะฆ่าเจ้า"

            ฮวาเหยียนหรี่ตาลง มองดูพลังลมปราณที่พลุ่งพล่านทั่วร่างของโจวเหอ ดวงตาที่เต็มไปด้วยเจตนาสังหารพุ่งโจมตีเข้าหานาง

            "ระวัง"

            หญิงสาวในกระโปรงสีเขียวตะโกนร้องออกมา

            ครู่ต่อมา ฮวาเหยียนพลันยกเท้าขึ้นก่อนจะเตะเบาๆ ไปทางโจวเหอที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาหานาง เสียงปะทะดังตู้มขึ้นมาหนึ่งเสียง ก่อนที่ร่างของเขาจะลอยละล่องออกไป

            การปลิวครั้งที่สองเป็นไปอย่างสบายเท้าเหลือเกิน

            ดังนั้นผู้คนจึงได้ยินเสียงดังโครม โจวเหอผู้นั้นตกลงกระแทกพื้น พื้นของหออู๋หมิงสะอาดยิ่งจึงไม่มีฝุ่นลอยขึ้นมาเลยสักแอะ

            โจวเหอนอนอยู่บนพื้น ไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นนาน เห็นเพียงดวงตาเขาที่ถลนออก เลือดกระอักเต็มปาก นอนราบอยู่บนพื้น ช่างน่าอับอายเหลือเกิน

            เฮือก

            โอ้ว…

            ลูกค้าในหออู๋หมิงต่างพากันร้องอุทานออกมา ทุกคนต่างพร้อมใจกันถอยหลังให้พื้นที่ตรงนั้นจนเกิดช่องว่างขึ้นและทิ้งให้โจวเหอนอนอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง

            "คุณชาย"

            "คุณชาย"

            ในเวลานั้นเอง ผู้ติดตามสองคนที่มากับโจวเหอพลันมีปฏิกิริยาตอบสนอง พวกเขารีบก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกตกใจ

            ในยามนั้นเอง โจวเหอรู้สึกเจ็บหน้าอกเพราะเขาไม่ได้หายใจเป็นเวลานาน เขาจ้องไปทางฮวาเหยียนด้วยความเกลียดชังอย่างถึงที่สุด พร้อมกับกัดฟันพูดว่า "ไป ไปแจ้งแก่บิดาของข้า...! "

            สิ้นเสียง เขาพลันหลับตาลงและหมดสติไป

            คนรับใช้ทั้งสองมองหน้ากันแล้วจ้องไปทางฮวาเหยียน ในใจกลัวแทบตาย และด้วยความกลัวนี้พวกเขาจึงเผลอกลืนน้ำลายคำใหญ่ ทว่าสุดท้ายพวกเขาก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดขึ้นมาว่า "เจ้า เจ้าจบเห่แน่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าได้ทำผิดไว้กับผู้ใด? เจ้า เจ้า.. คุณชายของเราเป็นบุตรชายของท่านโหวหย่งซินแห่งจวนโจวกั๋วกง เจ้ากล้าลอบโจมตีคุณชายของเรา เจ้า เจ้าจบเห่แน่...”

            คนติดตามคนหนึ่งคำรามออกมาจากเสียงในลำคอ

            เห็นได้ชัดว่าเขากลัวแต่เขายังคงรักษาท่าทีของความกล้าหาญไว้ และแสร้งทำตัวเป็นจิ้งจอกที่มีอำนาจราวกับเสือ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นเหมือนกับไก่ตัวผู้ตัวหนึ่งเท่านั้น

            ในยามนั้นเองที่ฮวาเหยียนรู้จักฐานะของโจวเหอ คุณชายจากตระกูลโหวหย่งซินฐานะไม่ได้ต่ำต้อย แต่เมื่อเทียบกับตระกูลมู่ที่มีความสำเร็จทางการทหารก็ยังนับว่าห่างไกลอยู่หลายขุม

            “เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว คุกเข่าลงเถิด”

            ฮวาเหยียนโบกมืออย่างเหนื่อยหน่ายใจ

            ตอนนี้นางหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย เสี่ยวไป๋ตัวน้อยนี้กำลังสร้างปัญหาให้กับนาง หรือเพราะนางไม่ได้ให้อาหารมันในตอนเช้า? แต่ถึงขั้นที่ต้องไปกินหูคนเลยหรือ? ค่อนข้างแตกต่างเกินไปกระมัง

            คนรับใช้สองคนของโจวเหอรู้สึกปวดท้องเพราะท่าทีขี้โมโหและทำตัวขอไปทีของฮวาเหยียน แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไปข้างหน้า สตรีที่สวมหมวกคนนี้มาจากไหน ทั้งยังใช้ขาเดียวเตะคุณชายของพวกเขาจนสลบไปอีก

            "เจ้า หากเจ้ากล้าก็เอ่ยนามของเจ้ามา"

            เจ้าลูกไก่ตะโกนอย่างหยิ่งหยองเย็นชา

            ฮวาเหยียนหัวเราะเย้ยพลางมองไปที่องครักษ์ตัวน้อย โธ่ เด็กน้อย เป็นคนเลวแล้วยังพูดมากอีก

            ฮวาเหยียนจึงเปิดปากพูดช้าๆ “ทุกคนที่ได้ยินนามของข้า ล้วนตายตกไปหมดสิ้นแล้ว... เจ้าอยากฟังหรือ? ”

            “อ๊าก... ท่านแม่...”

            คนรับใช้สองคนนั้นแต่เดิมก็พยายามเค้นความกล้าหาญออกมาอยู่แล้วยามนี้เมื่อถูกฮวาเหยียนเค้นเสียงขู่อย่างเย็นชา ความกล้าหาญของพวกเขาพลันพังทลายลง พวกเขาพากันลากโจวเหอที่สลบไปแล้ววิ่งออกจากหออู๋หมิงไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีผีวิ่งไล่ตามหลังก็ไม่ปาน...

            ทันทีที่คนใช้ทั้งสองจากไป หออู๋หมิงก็ตกอยู่ในความเงียบงันจนน่าประหลาดใจ บนพื้นยังมีคราบเลือดกระจายอยู่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน หญิงสาวในหมวกงอบที่อยู่ตรงหน้าและสัตว์เลี้ยงในอ้อมแขนของนางได้กัดหูของบุตรชายท่านโหวจริงๆ แต่เมื่อนางได้ยินตัวตนของโจวเหอนางกลับไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังขู่คนรับใช้ของเขาอีก...

            เห็นได้ชัดว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่คนดี

            ทันใดนั้น ลูกค้าในหออู๋หมิงก็ค่อยๆถอยออกไปทีละคน พวกเขาล้วนไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับฮวาเหยียนเลยแม้แต่น้อย

            ฮวาเหยียน "...! "

            นางมิได้ทำอันใดเลยมิใช่หรือ?

            ในยามนั้น หญิงสาวในกระโปรงสีเขียวก็ก้าวเข้ามาข้างหน้านางโค้งให้ฮวาเหยียน ท่าทางการคำนับนั้นสง่างามยิ่ง แลดูสบายตาเหลือเกิน นางเปิดปากของนาง ก่อนจะกล่าวว่า "เฉิงอินขอบคุณแม่นางที่มีเมตตายื่นมือเข้ามาช่วยเจ้าค่ะ”

             

             

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730