"สามหมื่นสองพัน"
...........
"สามหมื่นห้าพัน"
ราคาในห้องโถงพุ่งพรวดไม่หยุด เพียงไม่กี่อึดใจก็ทะลุไปถึง ห้าหมื่น
กังหลงไม่คาดคิดว่าโอสถระดับห้าระดับต่ำสูตรที่เฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ได้กลั่นไว้ในเม็ดพลังที่ตนย่อยสลายมาได้นี้ ยามตนทดลองปรุงจนสำเร็จหนึ่งเม็ดกลับมีราคาค่างวดถึงเพียงนี้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ยิ่งสร้างความยินดีให้ ได้แต่นั่งเอามือกอดอกอย่างสบายใจดูการแก่งแย่งช่วงชิงกันในสนามประมูลด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข เพราะหากได้เงินมากพอ ต่อไปการดำรงชีวิตภายนอกก็คงจะสะดวกสบายง่ายขึ้นเป็นแน่
การแข่งขันช่วงชิงดำเนินอยู่ครู่หนึ่งจึงเริ่มมีการแข่งขันน้อยลง ตอนนี้เหลือเพียงบุคคลแค่สามคน ในสองคนนี้กังหลงย่อมรู้จักดี นั่นคือผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยน
ส่วนอีกคนเป็นชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองหน้าตาคมคายแย้มยิ้มตลอดเวลา มองดูท่าทางใจดี บุคคลผู้นี้กังหลงไม่รู้จัก ด้านซ้ายมือชายกลางคนชุดสีทองนั่งไว้ด้วยสตรีร่างเล็กใส่ชุดกระโปรงสีขาวยาวถึงข้อเท้าเสื้อแขนยาวถึงข้อศอก รูปร่างดูอรชรอ้อนแอ้นเอวบางร่างน้อยเรือนผมดำขลับยาวสลวยถึงกลางหลัง
แต่ก็มิอาจเห็นโฉมหน้าของนางได้เนื่องจากมีผ้าปิดใบหน้าไว้ให้มองเห็นเพียงดวงตาดำขลับใสดุจน้ำค้างกลางหาว ช่วงแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อช่างกลมกลึงขาวผ่องเป็นยองใย ด้วยทรวดทรงองค์เอวที่ได้สัดส่วน ผมเงางามดำขลับ ผิวที่ขาวผ่องเป็นยองใยเช่นนี้ หากเปิดเผยโฉมหน้าออกมาคงต้องเป็นสตรีที่งามยิ่งอีกผู้หนึ่งอย่างแน่แท้ !!
"หกหมื่น" ผู้นำตระกูลหม่าเสนอ
"เจ็ดหมื่น" ผู้นำตระกูลเยี่ยนเสนอ
"เยี่ยนต้าหยวน ท่านจะซื้อไปให้บุตรชายไร้พรสวรรค์ของท่านรึ โอสถมีเพียงเม็ดเดียว จะให้บุตรคนใดรึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า..?"
ผู้นำตระกูลหม่ากล่าวพร้อมหัวเราะขึ้น
"ฮ่า ฮ่า หม่าเทียนหลง ท่านก็คิดจะเอาไปให้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยรึ ?.. ปล่อยให้ข้าเถอะอาจจะมีประโยชน์มากกว่า "
ผู้นำตระกูลเยี่ยนย่อมไม่ยอมแพ้เช่นกันกล่าวโต้กลับไปบ้าง
"แปดหมื่น" ผู้นำตระกูลหม่าเสนอ
"หนึ่งแสน" ผู้นำตระกูลเยี่ยนเสนอ
"หนึ่งแสนสองหมื่น" ฉับพลันชายกลางคนชุดสีทอง เสนอขึ้น
หม่าเทียนหลงและเยี่ยนต้าหยวนหันไปมองทางชายชุดเหลืองทันทีก่อนเสนอต่อ
"หนึ่งแสนสามหมื่น" ผู้นำตระกูลหม่าเสนอ
"หนึ่งแสนห้าหมื่น" ฉับพลันชายกลางคนชุดสีทอง เสนอขึ้น
ผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนเริ่มมองหน้ากัน หม่าเทียนหลงกัดฟันกล่าวขึ้น
"หนึ่งแสนหกหมื่น"
"สองแสน" ชายกลางคนชุดสีทอง เสนอขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทันทีที่ชายกลางคนชุดสีทองกล่าว หญิงสาวชุดขาวก็กล่าวขึ้น
"ท่านพ่อจะทำอะไรข้าไม่จำเป็นต้องใช้โอสถนี้มันสิ้นเปลือง" สำเนียงอันไพเราะดุจสกุนาเริงร่าของสตรีชุดขาวดังขึ้นเบา ๆ
"พ่อจะเก็บไว้ให้เป็นรางวัลแก่สหาย" ชายกลางคนชุดสีทองแย้มยิ้นกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลเมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้นสตรีคลุมหน้าชุดขาวก็เงียบไป
ผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าไปมา เป้าหมายของทั้งสองในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่โอสถเม็ดนี้ เงินทองหากทุ่มเทไปกับการประมูลโอสถนี้คงไม่มีเงินเหลือพอจะประมูลสิ่งที่ตั้งใจไว้แน่
แม้จะมีความเสียดายโอสถเม็ดนี้แทบขาดใจ เหล่าบุตรชายของทั้งสองตระกูลเมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าก็ห่อเหี่ยวลงทันตาก่อนหน้านี้ต่างคิดว่าบิดาของตนต้องช่วงชิงโอสถเม็ดนี้มาให้พวกตนเป็นแน่แท้แต่ที่ไหนได้มาเจอชายชุดเหลืองทำลายความหวังของพวกตนไปเสียได้
"ผู้มีเกียรติชุดเหลืองเสนอราคาที่สองแสนเหรียญทองยังมีผู้ใดให้เพิ่มหรือไม่ ?"
ทอดตามองไปทั่วห้องโถงที่เงียบงันเฟิ่งหลานกล่าวยิ้ม ๆ
"ในเมื่อไม่มีผู้ใดเสนอราคาเช่นนั้นโอสถระดับห้าเม็ดนี้ก็เป็นของผู้มีเกียรติชุดเหลืองเบื้องหน้าท่านนี้แล้ว"
ค้อนไม้สวยงามเล็ก ๆในมือเคาะบนโต๊ะเบา ๆ เป็นอันจบการประมูลสิ้นค้าชิ้นนี้
กังหลงเห็นเช่นนั้นก็แสนดีใจโอสถเม็ดเดียวสามารถทำราคาได้เกือบสองแสนเหรียญทอง เริ่มพบวิธีการหาเงินเข้าแล้ว !!
"คิ คิ..ต่อไปเป็นเป็นการประมูลสินค้ารอบสุดท้าย เหลือสินค้าสองชิ้นขอเสนอสินค้าชิ้นแรกให้ท่านทั้งหลายได้ชมกันบัดนี้"
วางขวดโอสถลงบนถาดหยกเพื่อให้ผู้รับใช้ดำเนินการนำไปให้ผู้ประมูลสินค้าได้ เฟิ่งหลานโบกมือวูบหนึ่งแสงไฟรอบข้างดับวูบทั้งหมดเหลือเพียงใจกลางเวที
ตำแหน่งที่พิธีกรยืนอยู่เท่านั้นที่ยังมีแสงสว่างทำให้ตำแหน่งนั้นดูโดดเด่น เป็นศูนย์รวมของสายตาทั้งมวลในทันที สาวงามเปี่ยมเสน่ห์ชุดแดงนำถาดทองออกมาจากกลางเวทีกลางถาดวางเด่นไว้ด้วยม้วนคัมภีร์เก่าแก่สีดำม้วนหนึ่ง
ม้วนคัมภีร์เปล่งประกายสีแดงราง ๆมองคล้ายเปลวไฟกำลังลุกคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา มองดูลี้ลับยิ่ง
"เคล็ดวิชาทักษะยุทธสัตตะมรณา" "ทักษะยุทธระดับดีเด่น"
"ทักษะยุทธระดับดีเด่น" เมื่อคำเหล่านี้กล่าวออกมา ในห้องโถงประมูลเงียบสงัดในบัดดล
แม้โอสถจะล้ำค่าในสายตาของชาวยุทธแต่เคล็ดวิชาทักษะยุทธก็ล้ำค่าไม่ต่างกันในสายตาของชาวยุทธ มีโอสถแต่ไร้วรยุทธ มีวรยุทธแต่ไร้โอสถช่วยเยียวยายังสามารถโดดเด่นในโลกแห่งการต่อสู้ได้ แม้ทั้งสองอย่างต่างล้วนสำคัญทั้งสิ้น
แต่ทักษะยุทธที่ดีย่อมสร้างความคลุ้มคลั่งให้แก่ผู้คนเหนือโอสถความครึกโครมอื้ออึงในห้องโถงประมูลแทบมิแตกต่างจากตอนโอสถถูกนำมาเสนอก่อนหน้านี้และดูเหมือนจะมีผู้สนใจมากกว่า แม้แต่กระทั่งกังหลงที่ก่อนหน้านี้มิใคร่จะสนใจในสิ่งของที่ถูกนำออกมาประมูลก่อนหน้านี้แต่เมื่อได้เห็นเช่นนี้ก็อดใจเต้นระทึกขึ้นมามิได้
เนื่องจากกังหลงก่อนหน้านี้เพียงแต่ฝึกพลังปราณเพื่อยกระดับปราณให้สูงขึ้นเพียงอย่างเดียวด้านพลังปราณแม้ปัจจุบันจะสูงล้ำกว่ากาลก่อนจนแทบมองมิเห็นฝุ่นแต่หามีทักษะยุทธใดๆ ไม่ ...
ทักษะยุทธที่กังหลงได้จากตำหนักนิลกาลจน์และที่เฒ่าเทียนคงตกทอดไว้ให้ล้วนต่างถูกผนึกไว้ด้วยพลังระดับราชันย์ขึ้นไปทั้งสิ้นผู้ที่มีพลังระดับราชันย์ขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถคลายผนึกเหล่านั้นได้เมื่อมาเจอทักษะยุทธที่มีระดับเหนือกว่าระดับธรรมดาทั่วไปย่อมต้องสนใจจนยากจะลุกออกจากที่นั่งได้
................
ทักษะวิชายุทธ มี 3 ระดับ
-ระดับดีเด่น(มีพลังรุนแรงสองเท่าของระดับธรรมดา)
-ระดับยอดเยี่ยม(มีพลังรุนแรงสามเท่าของระดับดีเด่น)
-ระดับเลิศล้ำ(มีพลังรุนแรงห้าเท่าของระดับยอดเยี่ยม)
..................
ภายในเมืองเล็ก เช่นเมืองเหอหยางยากที่จะมีใครได้ครอบครองทักษะยุทธระดับดี ๆ แม้ตระกูลใหญ่ๆที่ทรงอิทธิพลก็มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่ทักษะประจำตระกูลระดับธรรมดาและหากจะมีทักษะวิชายุทธระดับดีเด่นบ้าง ที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษก็มีไม่เกินหนึ่งทักษะยุทธ