มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 48 การประชันที่ดุเดือด

            "สามหมื่นสองพัน"

     

             ...........

     

            "สามหมื่นห้าพัน"

     

            ราคาในห้องโถงพุ่งพรวดไม่หยุด เพียงไม่กี่อึดใจก็ทะลุไปถึง ห้าหมื่น

     

            กังหลงไม่คาดคิดว่าโอสถระดับห้าระดับต่ำสูตรที่เฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ได้กลั่นไว้ในเม็ดพลังที่ตนย่อยสลายมาได้นี้ ยามตนทดลองปรุงจนสำเร็จหนึ่งเม็ดกลับมีราคาค่างวดถึงเพียงนี้ได้   เมื่อเป็นเช่นนี้ยิ่งสร้างความยินดีให้ ได้แต่นั่งเอามือกอดอกอย่างสบายใจดูการแก่งแย่งช่วงชิงกันในสนามประมูลด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข เพราะหากได้เงินมากพอ ต่อไปการดำรงชีวิตภายนอกก็คงจะสะดวกสบายง่ายขึ้นเป็นแน่

     

            การแข่งขันช่วงชิงดำเนินอยู่ครู่หนึ่งจึงเริ่มมีการแข่งขันน้อยลง ตอนนี้เหลือเพียงบุคคลแค่สามคน ในสองคนนี้กังหลงย่อมรู้จักดี นั่นคือผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยน

     

            ส่วนอีกคนเป็นชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองหน้าตาคมคายแย้มยิ้มตลอดเวลา มองดูท่าทางใจดี บุคคลผู้นี้กังหลงไม่รู้จัก ด้านซ้ายมือชายกลางคนชุดสีทองนั่งไว้ด้วยสตรีร่างเล็กใส่ชุดกระโปรงสีขาวยาวถึงข้อเท้าเสื้อแขนยาวถึงข้อศอก รูปร่างดูอรชรอ้อนแอ้นเอวบางร่างน้อยเรือนผมดำขลับยาวสลวยถึงกลางหลัง

     

            แต่ก็มิอาจเห็นโฉมหน้าของนางได้เนื่องจากมีผ้าปิดใบหน้าไว้ให้มองเห็นเพียงดวงตาดำขลับใสดุจน้ำค้างกลางหาว ช่วงแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อช่างกลมกลึงขาวผ่องเป็นยองใย ด้วยทรวดทรงองค์เอวที่ได้สัดส่วน ผมเงางามดำขลับ ผิวที่ขาวผ่องเป็นยองใยเช่นนี้ หากเปิดเผยโฉมหน้าออกมาคงต้องเป็นสตรีที่งามยิ่งอีกผู้หนึ่งอย่างแน่แท้ !!

     

            "หกหมื่น"  ผู้นำตระกูลหม่าเสนอ

     

            "เจ็ดหมื่น"  ผู้นำตระกูลเยี่ยนเสนอ

     

            "เยี่ยนต้าหยวน ท่านจะซื้อไปให้บุตรชายไร้พรสวรรค์ของท่านรึ โอสถมีเพียงเม็ดเดียว จะให้บุตรคนใดรึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า..?"

     

            ผู้นำตระกูลหม่ากล่าวพร้อมหัวเราะขึ้น

     

            "ฮ่า ฮ่า หม่าเทียนหลง ท่านก็คิดจะเอาไปให้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยรึ ?.. ปล่อยให้ข้าเถอะอาจจะมีประโยชน์มากกว่า "

     

            ผู้นำตระกูลเยี่ยนย่อมไม่ยอมแพ้เช่นกันกล่าวโต้กลับไปบ้าง

     

            "แปดหมื่น"  ผู้นำตระกูลหม่าเสนอ

     

            "หนึ่งแสน"  ผู้นำตระกูลเยี่ยนเสนอ

     

            "หนึ่งแสนสองหมื่น"  ฉับพลันชายกลางคนชุดสีทอง เสนอขึ้น


           หม่าเทียนหลงและเยี่ยนต้าหยวนหันไปมองทางชายชุดเหลืองทันทีก่อนเสนอต่อ

     

           "หนึ่งแสนสามหมื่น"  ผู้นำตระกูลหม่าเสนอ

     

            "หนึ่งแสนห้าหมื่น"  ฉับพลันชายกลางคนชุดสีทอง เสนอขึ้น

     

           ผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนเริ่มมองหน้ากัน  หม่าเทียนหลงกัดฟันกล่าวขึ้น

     

            "หนึ่งแสนหกหมื่น"

     

            "สองแสน"  ชายกลางคนชุดสีทอง เสนอขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ทันทีที่ชายกลางคนชุดสีทองกล่าว หญิงสาวชุดขาวก็กล่าวขึ้น

     

           "ท่านพ่อจะทำอะไรข้าไม่จำเป็นต้องใช้โอสถนี้มันสิ้นเปลือง"   สำเนียงอันไพเราะดุจสกุนาเริงร่าของสตรีชุดขาวดังขึ้นเบา ๆ

     

           "พ่อจะเก็บไว้ให้เป็นรางวัลแก่สหาย"  ชายกลางคนชุดสีทองแย้มยิ้นกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลเมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้นสตรีคลุมหน้าชุดขาวก็เงียบไป

     

           ผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าไปมา  เป้าหมายของทั้งสองในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่โอสถเม็ดนี้  เงินทองหากทุ่มเทไปกับการประมูลโอสถนี้คงไม่มีเงินเหลือพอจะประมูลสิ่งที่ตั้งใจไว้แน่

     

            แม้จะมีความเสียดายโอสถเม็ดนี้แทบขาดใจ  เหล่าบุตรชายของทั้งสองตระกูลเมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าก็ห่อเหี่ยวลงทันตาก่อนหน้านี้ต่างคิดว่าบิดาของตนต้องช่วงชิงโอสถเม็ดนี้มาให้พวกตนเป็นแน่แท้แต่ที่ไหนได้มาเจอชายชุดเหลืองทำลายความหวังของพวกตนไปเสียได้

     

           "ผู้มีเกียรติชุดเหลืองเสนอราคาที่สองแสนเหรียญทองยังมีผู้ใดให้เพิ่มหรือไม่ ?"

     

           ทอดตามองไปทั่วห้องโถงที่เงียบงันเฟิ่งหลานกล่าวยิ้ม ๆ

     

           "ในเมื่อไม่มีผู้ใดเสนอราคาเช่นนั้นโอสถระดับห้าเม็ดนี้ก็เป็นของผู้มีเกียรติชุดเหลืองเบื้องหน้าท่านนี้แล้ว"

     

           ค้อนไม้สวยงามเล็ก ๆในมือเคาะบนโต๊ะเบา ๆ เป็นอันจบการประมูลสิ้นค้าชิ้นนี้

     

           กังหลงเห็นเช่นนั้นก็แสนดีใจโอสถเม็ดเดียวสามารถทำราคาได้เกือบสองแสนเหรียญทอง  เริ่มพบวิธีการหาเงินเข้าแล้ว !!

     

            "คิ คิ..ต่อไปเป็นเป็นการประมูลสินค้ารอบสุดท้าย เหลือสินค้าสองชิ้นขอเสนอสินค้าชิ้นแรกให้ท่านทั้งหลายได้ชมกันบัดนี้"

     

            วางขวดโอสถลงบนถาดหยกเพื่อให้ผู้รับใช้ดำเนินการนำไปให้ผู้ประมูลสินค้าได้  เฟิ่งหลานโบกมือวูบหนึ่งแสงไฟรอบข้างดับวูบทั้งหมดเหลือเพียงใจกลางเวที

     

           ตำแหน่งที่พิธีกรยืนอยู่เท่านั้นที่ยังมีแสงสว่างทำให้ตำแหน่งนั้นดูโดดเด่น เป็นศูนย์รวมของสายตาทั้งมวลในทันที  สาวงามเปี่ยมเสน่ห์ชุดแดงนำถาดทองออกมาจากกลางเวทีกลางถาดวางเด่นไว้ด้วยม้วนคัมภีร์เก่าแก่สีดำม้วนหนึ่ง      


            
    ม้วนคัมภีร์เปล่งประกายสีแดงราง ๆมองคล้ายเปลวไฟกำลังลุกคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา  มองดูลี้ลับยิ่ง

     

           "เคล็ดวิชาทักษะยุทธสัตตะมรณา"  "ทักษะยุทธระดับดีเด่น"

     

           "ทักษะยุทธระดับดีเด่น"  เมื่อคำเหล่านี้กล่าวออกมา ในห้องโถงประมูลเงียบสงัดในบัดดล 

     

           แม้โอสถจะล้ำค่าในสายตาของชาวยุทธแต่เคล็ดวิชาทักษะยุทธก็ล้ำค่าไม่ต่างกันในสายตาของชาวยุทธ  มีโอสถแต่ไร้วรยุทธ มีวรยุทธแต่ไร้โอสถช่วยเยียวยายังสามารถโดดเด่นในโลกแห่งการต่อสู้ได้ แม้ทั้งสองอย่างต่างล้วนสำคัญทั้งสิ้น

     

            แต่ทักษะยุทธที่ดีย่อมสร้างความคลุ้มคลั่งให้แก่ผู้คนเหนือโอสถความครึกโครมอื้ออึงในห้องโถงประมูลแทบมิแตกต่างจากตอนโอสถถูกนำมาเสนอก่อนหน้านี้และดูเหมือนจะมีผู้สนใจมากกว่า แม้แต่กระทั่งกังหลงที่ก่อนหน้านี้มิใคร่จะสนใจในสิ่งของที่ถูกนำออกมาประมูลก่อนหน้านี้แต่เมื่อได้เห็นเช่นนี้ก็อดใจเต้นระทึกขึ้นมามิได้

     

            เนื่องจากกังหลงก่อนหน้านี้เพียงแต่ฝึกพลังปราณเพื่อยกระดับปราณให้สูงขึ้นเพียงอย่างเดียวด้านพลังปราณแม้ปัจจุบันจะสูงล้ำกว่ากาลก่อนจนแทบมองมิเห็นฝุ่นแต่หามีทักษะยุทธใดๆ ไม่ ...

     

            ทักษะยุทธที่กังหลงได้จากตำหนักนิลกาลจน์และที่เฒ่าเทียนคงตกทอดไว้ให้ล้วนต่างถูกผนึกไว้ด้วยพลังระดับราชันย์ขึ้นไปทั้งสิ้นผู้ที่มีพลังระดับราชันย์ขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถคลายผนึกเหล่านั้นได้เมื่อมาเจอทักษะยุทธที่มีระดับเหนือกว่าระดับธรรมดาทั่วไปย่อมต้องสนใจจนยากจะลุกออกจากที่นั่งได้

     

           ................

     

           ทักษะวิชายุทธ มี 3 ระดับ

     

                   -ระดับดีเด่น(มีพลังรุนแรงสองเท่าของระดับธรรมดา)

                            -ระดับยอดเยี่ยม(มีพลังรุนแรงสามเท่าของระดับดีเด่น)

                            -ระดับเลิศล้ำ(มีพลังรุนแรงห้าเท่าของระดับยอดเยี่ยม)

          ..................

     

           ภายในเมืองเล็ก เช่นเมืองเหอหยางยากที่จะมีใครได้ครอบครองทักษะยุทธระดับดี ๆ แม้ตระกูลใหญ่ๆที่ทรงอิทธิพลก็มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่ทักษะประจำตระกูลระดับธรรมดาและหากจะมีทักษะวิชายุทธระดับดีเด่นบ้าง ที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษก็มีไม่เกินหนึ่งทักษะยุทธ 

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน