บันทึกการเดินทางของตัวละคร เลเวล MAXภารกิจแรก?
ร่างสวมเกราะหนาทมิฬเมินทุกสายตาที่จับจ้อง ทำการก้าวขาเดินไปข้างหน้าอย่างหนักแน่นมั่นคง เสียงหนักยามรองเท้าเกราะหนากระทบกับพื้นดังสะท้อนในโสตประสาทของทุกผู้คน ทำให้ไม่มีใครกล้ามองมาทางนี้ได้ตรง ๆ แถมยังหายใจติดขัดไม่คล่องคอ
ผ้าคลุมหลังสีแดงเลือดโบกสะบัดพลิ้วไหวตามการขยับตัว เผยให้เห็นโล่สีเขียวอ่อนเปล่งประกายออร่าบาง บนผิวโล่ถูกตกแต่งด้วยลวดลายสีเขียวเข้มดูวิจิตรงดงาม ความสวยงามของมันช่างดูขัดแย้งกับชุดเกราะทมิฬอย่างเห็นได้ชัด
เสียงเดินดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนอันสุขุมก้มลงมองพนักงานหนุ่มหลังเคาน์เตอร์ที่กำลังเผยสีหน้าตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งได้สบเข้ากับดวงตาอันแสนเรียบเฉยก็แทบจะฉี่รดกางเกงอยู่แล้ว
ท่อนแขนซ้ายสวมเกราะหนาสีดำถูกยกขึ้นพาดบนเคาน์เตอร์ พร้อมกับร่างสูงได้ก้มลงมาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า...
"ข้ามาสมัครเป็นนักผจญภัย"
"ร-- รับทราบครับ!"
พนักงานหนุ่มรีบตอบรับคำพูดของผมด้วยรีแอคชั่นแตกตื่นสุดเว่อวัง ก่อนที่เขาจะส่งกระดาษแข็งคล้ายแบบฟอร์ม และแท่งดินสอสีดำมาวางบนเคาน์เตอร์
"ก-- กรุณาเขียนประวัติ ด-- ด้วยครับ"
พนักงานหนุ่มชี้แนะกับผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหวาดกลัว พร้อมกับน้ำตาเริ่มเอ่อล้นอยู่ขอบตา เห็นแบบนั้นผมจึงทำเป็นไม่สนใจหยิบแท่งดินสอสีดำด้วยมือซ้าย ก่อนจะเริ่มลงมือเขียนด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
แม้จะไม่รู้จักตัวอักษรของโลกนี้ก็ตาม แต่ผมกลับสามารถอ่าน และเขียนออกมาเป็นคำได้อย่างไหลลื่นเสียอย่างงั้น ทำให้เกิดความสงสัยในร่างกายของตัวเองเพิ่มขึ้นมาอีกแล้วสิ
ชื่อ ถิ่นกำเนิด อายุ เพศ และความสามารถ หัวข้อกรอกรายละเอียดช่างง่ายดาย ถึงขนาดยังแอบคิดว่ากรอกแค่นี้ดีแล้วแน่เหรอ? แต่ผมไม่ใส่ใจมากนัก เมื่อเขียนเสร็จแล้วผมก็ยื่นกระดาษคืนให้แก่พนักงานชายนำไปตรวจสอบ
"ชื่ออาทัสสินะครับ ถิ่นกำเนิดจากทวีปอันห่างไกล? อายุ 35?"
ท่าทางของพนักงานหนุ่มเริ่มจะกลับมาสงบ เขาทำการหยิบกระดาษกลับไปอ่านทวนข้อมูลที่ผมเขียน ก่อนจะมาหยุดชะงักตรงอายุพลางมองสลับระหว่างหน้าของผม กับกระดาษแข็งในมือ
ไม่แปลกหรอกที่จะเขาจะมีท่าทางแบบนั้น เพราะอายุที่ใส่มันเป็นอายุของผมตอนอยู่โลกเดิม แต่ใบหน้าของอาทัสกลับเหมือนคนที่มีอายุปาเข้าไป 40 กว่าแล้ว
"ข-- ขออภัยครับ! เอ่อ... เพศชาย ความสามารถ... ทักษะการใช้ดาบ เวทมนตร์ฮีล? เดี๋ยวก่อนนะครับ! เวทมนตร์ฮีลมีเพียงอัศวินจากศาสนจักรเท่านั้นที่ใช้ได้ แบบฟอร์มนี้สำคัญสำหรับใช้ในการอ้างอิงความสามารถในฐานะนักผจญภัย ท่านจะโกหกไม่ได้นะครับ!"
ว่าจบเจ้าตัวก็ใช้แท่งดินสอสีดำในมือขีดฆ่าเวทมนตร์ฮีลที่ผมเขียนลงไปอย่างไม่ไยดี เล่นทำเอาผมถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ไม่ได้พูดแย้งอะไรออกไป
"ต่อไปก็เวทมนตร์เสริมพลัง อืม... เวทมนตร์สายฟ้า? นี่ท่านโกหกอีกแล้วเหรอครับ เวทมนตร์สายฟ้าไม่มีจริงนะครับ! อย่าเอาพลังของภัยพิบัติธรรมชาติมากุเรื่องขึ้นมาสิครับ"
พนักงานชายเพ่งตามองแบบฟอร์มในมือแล้วร้องออกมาอีกครั้ง พร้อมกับทำท่าจะขีดเวทมนตร์สายฟ้าของผมออกไป
ให้มันได้อย่างนี้สิ... โลกนี้ไม่มีเวทมนตร์สายฟ้าใช้กันงั้นเหรอ?
ตึง!
ผมทุบมือซ้ายลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังจนพนักงานชายเป็นอันต้องสะดุ้งตัวโหยง ผมไม่กล่าวอะไรนอกจากแบมือออก เผยให้เห็นประกายสายฟ้าสีทองกำลังแลบแล่นอยู่บนฝ่ามือได้ประจักษ์
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
"หายข้องใจมั้ย?"
"ค-- ครับ"
พนักงานชายถึงกับตอบรับเสียงอ่อยทันที ก่อนที่เขาจะเรียกร้องค่าสมัครเป็นจำนวน 1 เหรียญทอง ผมจึงทำการหยิบเหรียญทองอันแสนร่อยหรอส่งให้เขาด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย
เหรียญทองยิ่งมีน้อยอยู่ แต่ยังต้องมาเสียกับค่าสมัครอีกเหรอเนี่ย... ขอสาบานเลยว่าหลังจากนี้จะขยันหาเงินเป็นบ้าเป็นหลังเลยคอยดู!
"ถ-- ถ้าเช่นนั้นผมจะขออธิบายระบบของนักผจญภัยก่อนที่จะทำการมอบบัตรกิลด์ให้นะครับ อะแฮ่ม! ระดับของนักผจญภัยจะถูกแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ไล่ตั้งแต่ระดับต่ำไปยังระดับสูงนะครับ อันได้แก่ ระดับดีบุก ระดับทองแดง ระดับเหล็ก ระดับเงิน ระดับทองคำ และระดับมิธริล ซึ่งงานที่นักผจญภัยจะสามารถรับได้ก็คือ จะต้องเป็นงานที่มีความอันตรายอยู่ในระดับของตัวเองเท่านั้นครับ
โดยระดับความอันตรายจะมีอยู่ด้วยกัน 5 รูปแบบ รูปแบบแรกคือระดับปกติ เป็นระดับที่นักผจญภัยระดับไหนก็สามารถรับได้ครับ รูปแบบที่สองคือระดับยาก เป็นระดับที่จะต้องเป็นนักผจญภัยระดับเหล็กขึ้นไปจึงจะสามารถรับได้ครับ รูปแบบที่สามคือระดับอันตราย เป็นระดับที่จะต้องเป็นนักผจญภัยระดับเงินขึ้นไปจึงจะสามารถรับได้ครับ และสองรูปแบบสุดท้ายคือระดับหายนะ และระดับภัยพิบัติ เป็นระดับที่มีเพียงนักผจญภัยขั้นมิธริลเท่านั้นจึงจะสามารถรับได้ครับ และที่สำคัญ การจะทำภารกิจให้สำเร็จจะต้องนำชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ หรือสิ่งของในภารกิจมาส่งนะครับ
แต่ต้องระวังไว้เรื่องหนึ่งนะครับ นักผจญภัยที่ไปลุยเดี่ยวแล้วตายในระดับความยากของตัวเองก็มีมาก โดยเฉพาะนักผจญภัยระดับเงินขึ้นไปที่มักจะหลงระเริงในระดับของตัวเอง จนนำพาตัวเองไปตายในภารกิจ ฉะนั้นควรหาทีมที่เชื่อใจได้เพื่อทำภารกิจให้ง่ายขึ้นดีกว่านะครับ
ส่วนกฎของการรับภารกิจ หากนักผจญภัยรับภารกิจไป แล้วทำภารกิจไม่สำเร็จไม่ว่าจะในกรณีใดทั้งสิ้น จะต้องถูกปรับตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในภารกิจเป็น 2 เท่านะครับ โปรดพิจารณาภารกิจแต่ละภารกิจให้ดีก่อนจะรับมาทำด้วยนะครับ สำหรับคุณอาทัสที่เริ่มต้นด้วยระดับดีบุกสามารถรับภารกิจระดับปกติได้เท่านั้น หากต้องการทำภารกิจระดับที่สูงขึ้นกว่านี้ ท่านจะต้องทำภารกิจจนกว่าจะเลื่อนขึ้นเป็นระดับเหล็กก่อนนะครับ"
พนักงานชายอธิบายด้วยรอยยิ้มแห้ง ก่อนจะยื่นบัตรมาให้ด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย ผมจึงเอื้อมมือซ้ายไปรับบัตรมาพิจารณาดูก็พบว่า บนตัวบัตรมีการระบุข้อมูลแบบเดียวกับที่ผมเขียนลงในแบบฟอร์ม เพียงแค่ตัดเอาถิ่นกำเนิด และอายุออกเท่านั้น นอกจากข้อมูลของผมแล้ว ยังมีสิ่งที่คล้ายกับชิปสีดำติดอยู่ข้างบัตรด้วย
"ชิปสีดำนี้คือแร่ดีบุกครับ เป็นตัวแสดงว่าคุณอาทัสอยู่ในระดับใด"
พนักงานชายอธิบายทันทีเมื่อเห็นว่าผมจ้องชิปสีดำนานเป็นพิเศษ ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้ารับรู้
ตรงช่องความสามารถ ทักษะการใช้ดาบ เวทมนตร์เสริมพลัง และเวทมนตร์สายฟ้ายังคงอยู่ ขาดแค่เวทมนตร์ฮีลที่ถูกตัดทิ้งเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักตรงจุดนี้
ผมทำการเก็บบัตรลงในกระเป๋าสะพายข้าง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังกระดานภารกิจว่ามีภารกิจอะไรที่ผมสามารถทำได้บ้าง
กระดานภารกิจจะถูกแยกระดับความอันตรายไว้อย่างชัดเจน โดยระดับปกติจะอยู่ฝั่งซ้ายสุดแล้วไล่ความยากขึ้นทีละระดับไปทางฝั่งขวา โดยระดับด้านขวาสุดจะเป็นระดับภัยพิบัติซึ่งมันโล่งว่างไม่มีกระดาษภารกิจติดไว้เลย
ภารกิจระดับปกติ ส่วนใหญ่เป็นภารกิจจำพวกงานจิปาถะ อย่างการเก็บสมุนไพร ถอนหญ้า กำจัดหนู หรือตามหาสัตว์เลี้ยงหาย โดยค่าตอบแทนจะอยู่ที่ประมาณ 5 เหรียญทองแดง ถึง 2 เหรียญเงินเท่านั้น เห็นภารกิจแบบนี้แล้วผมก็ได้แต่ส่ายหน้าหนี หากต้องมาทำงานพวกนี้จริง ๆ คงได้น่าเบื่อตายชัก
ภารกิจระดับยาก เป็นภารกิจที่ยกขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดต่างจากภารกิจระดับปกติ โดยส่วนใหญ่จะเป็นภารกิจจัดการกับมอนสเตอร์ อย่างพวกก็อบลินที่ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยเห็นในเกม แต่ก็เคยเห็นในหนังสือนิยายมาบ้าง มีภารกิจกำจัดฝูงหมาป่า และภารกิจกำจัดฝูงแมงมุมตัวใหญ่ในป่าด้วย หรือจะกำจัดมอนสเตอร์ชนิดใดก็ได้แค่ 1 ตัว ค่าตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 5 เหรียญเงิน ถึง 10 เหรียญทอง ขึ้นอยู่กับจำนวนมอนสเตอร์ที่อยู่ในภารกิจ
ภารกิจระดับอันตราย เป็นภารกิจที่ดูเหมือนจะมีแต่มอนสเตอร์ตัวใหญ่ ๆ อย่างออร์คที่คุ้นตาดี ดูเหมือนเจ้าตัวนี้จะให้เงินมากถึง 50 เหรียญทองต่อหนึ่งตัวเลยทีเดียว รู้สึกว่าหนทางการปั้มเงินจะอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะมั้ง? เอาออร์คมาส่งวันละ 20 ตัว ก็ได้เหรียญทองมาเหนาะ ๆ 1,000 เหรียญแล้ว นอกจากนี้ยังมีมอนสเตอร์ที่ผมไม่เคยเจออย่างเช่นอารัคเน่ ไซครอป หรือมนุษย์ศิลา ค่าตอบแทนจะอยู่ที่ประมาณ 30 เหรียญทอง ถึง 500 เหรียญทองต่อภารกิจเลยทีเดียว
ผมมองภารกิจระดับอันตรายด้วยความสนอกสนใจ ก่อนจะตัดสินใจหันไปถามพนักงานสาวที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ใกล้กับกระดานภารกิจมากที่สุดด้วยความสงสัย
"ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อย ตอนนี้ข้าอยู่ในระดับดีบุก แต่ถ้าหากสามารถสังหารมอนสเตอร์ระดับอันตรายได้ แล้วเอาหลักฐานการกำจัดมาส่งจะถือว่าสำเร็จภารกิจที่อยู่บนกระดานด้วยหรือไม่?"
"อ๊ะ! ค-- คือว่า แบบนั้นมันอันตรายนะคะ แต่ถ้าเอาหลักฐานมายืนยัน แล้วผ่านการตรวจสอบจากลูกแก้วจับเท็จว่าเป็นคนสังหารมอนสเตอร์จริง ต่อให้ท่านเป็นนักผจญภัยระดับดีบุก ก็ถือว่าทำภารกิจสำเร็จค่ะ"
พนักงานสาวตอบคำถามของผมด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ได้ยินแบบนั้นแล้วค่อยน่าพอใจหน่อย ขอแค่ผมไปขนหัวของพวกออร์คมาส่งก็น่าจะทำได้สินะ เผลอ ๆ อาจจะเป็นการเลื่อนระดับในกิลด์อย่างก้าวกระโดดเลยก็ได้
ผมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกสนุก ขณะเลื่อนสายตาไปมองยังส่วนของภารกิจระดับหายนะ ซึ่งมีกระดาษภารกิจเพียง 4 แผ่นติดอยู่เท่านั้น แต่ทว่ายังไม่ทันไรสายตาของผมก็เป็นอันต้องมาชะงักกึกตรงภารกิจแผ่นหนึ่งเสียก่อน
ซึ่งภารกิจนั่นก็คือ...
"กำจัดหัวหน้าออร์ค ค่าตอบแทน... 10,000 เหรียญทอง!?"
โอ้ว! ขี้ศักดิ์สิทธิ์!!!
"ท่านอาทัส ท่านคิดจะรับภารกิจอะไรงั้นเหรอคะ?"
ระหว่างนั้นเอง เซเลสทีนก็ได้เดินออกมาจากการเกาะแกะของพวกนักผจญภัยหน้าหม้อ ทั้งหลาย ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างพลางกล่าวถามด้วยความสงสัย แต่ผมก็ไม่ตอบอะไร นอกจากค่อย ๆ หันหน้าไปมองเธอเท่านั้น
"เซเลสทีน... เจ้าพอจะทราบไหมว่านอกจากหัวหน้าออร์คที่ข้าสังหารไป มันยังมีหัวหน้าออร์คตัวอื่นอีกหรือไม่?"
ด้วยคำถามอันไม่คาดคิดของผม ส่งให้เธอต้องขมวดคิ้วมุ่นหันมาสบตากับผมด้วยความสงสัย พลางยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากทำสีหน้าครุ่นคิด
"หัวหน้าออร์คเป็นมอนสเตอร์ระดับหายนะเชียวนะคะ แค่ตัวเดียวก็มากพอจะทำลายกำแพงเมืองให้พินาศย่อยยับได้แล้ว หากมี 2 ตัว แน่นอนว่าทางกองทัพคงไม่อยู่เฉยหรอกค่ะ ฉะนั้นตัวที่ท่านอาทัสสังหารไปมีเพียงแค่ตัวเดียวในแถบนี้ และแถบอื่นอาจจะไม่เจอก็ได้ เนื่องจากมันเป็นมอนสเตอร์ที่หายากมากเลยค่ะ"
โอเค... ชัดเจนแจ่มแจ้งเลย พอนึกถึงกองทัพที่เดินสวนกันเมื่อตอนบ่ายแล้ว ความรู้สึกไม่ดีก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจผมซะแล้วสิ
"เซเลสทีน ขอโทษทีนะ แต่เจ้าช่วยตามข้ามาหน่อยจะได้ไหม"
ผมกล่าวกับเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง พลางหันหลังมุ่งตรงไปยังทางออกของกิลด์นักผจญภัยด้วยฝีเท้าฉับไว เอลฟ์สาวที่ยังไม่ทันจะขานตอบรับก็จำเป็นต้องเดินตามมาอย่างช่วยไม่ได้
"ท่านอาทัสจะไปไหนกันคะ?"
เซเลสทีนก้าวเท้ายาวมาเดินตีคู่กับผม พร้อมกับยิงคำถามด้วยความสงสัย ผมยังไม่ตอบทันที ทำการเบี่ยงตัวหลบคนที่เดินสวนมาก่อนจะตอบ
"เราจะไปหากอร์ดอนกัน"
ยิ่งนางฟังก็ยิ่งทำหน้าสงสัยมากขึ้นไปอีก เอลฟ์สาวจึงทำได้เพียงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะกล่าวถามอีกครั้งด้วยความสงสัยหนักกว่าเก่า
"แล้วท่านอาทัสจะไปหาท่านหัวหน้าทำไมล่ะคะ?"
แม้จะได้ยินคำพูดนั้น แต่ผมก็ยังไม่ตอบคำถามของเธอในทันที ทำการแทรกตัวไปตามช่องว่างของกลุ่มคน ตรงไปยังค่ายทหารด้วยฝีเท้าเร็ว ขณะเดียวกันเซเลสทีนก็แทรกตัวตามมาด้วยเช่นเดียวกัน
"เราจะไปกู้ศพของหัวหน้าออร์คยังไงล่ะ!"
_______________________________________________________
ช่วงประวัติของอุปกรณ์สวมใส่
กำไลคอรอนไลน์
กำไลนี้ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของจอมขมังเวทย์ 'คอรอนไลน์' ตามคำสั่งของกษัตริย์ แต่ก่อนที่เขาจะนำมันไปส่งมอบให้แก่กษัตริย์ จอมขมังเวทย์ผู้นี้ก็ได้สลักชื่อของตนไว้บนกำไล แต่เมื่อกษัตริย์ได้เห็นว่ากำไลนี้ได้ถูกสลักชื่อเอาไว้ มันกลับทำให้กษัตริย์ทรงพิโรธหนักแล้วหาว่าคอรอนไลน์นำของมีตำหนิมามอบให้ จึงทำการจับคอรอนไลน์ไปขังไว้ในคุกใต้ดินนานนับสิบปี ส่งผลให้คอรอนไลน์รู้สึกโกรธแค้น และเอาแต่สาปแช่งกษัตริย์ของตนอยู่ในคุก เมื่อสบโอกาสจอมขมังเวทย์ก็ได้ทำการแหกคุกออกมา พร้อมกับใช้ศาสตร์เวทมนตร์ทุกแขนงที่มีไล่สังหารทุกคนที่ขวางหน้า แต่แล้วเขากลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของอัศวินคู่กายของกษัตริย์ ซึ่งอัศวินคนนี้ได้สวมกำไลที่เขาสร้างไว้จึงสามารถเอาชนะเขาได้ ความจริงเรื่องนี้คอรอนไลน์มิเคยรู้เลยแม้จะกลายเป็นศพไปแล้ว... (อัศวินคนนี้เป็นบอสในเกมตัวหนึ่งที่ถูกความมืดครอบงำ ซึ่งโดนอาทัสตบทิ้งในเวลาไม่ถึง 1 นาที โอกาสดรอปของไอเทมชิ้นนี้อยู่ในระดับกลางๆ ใครๆ ก็หามาใช้ได้)
อัพเมื่อวันที่ 29/8/2563