จวนแห่งนี้ถึงแม้ว่าจะใหญ่โต แต่กลับไร้การใส่ใจจากเ้าของจึงทำให้ขาดชีวิตชีวา คุณหนูของจวนผู้ไม่เคยสนใจสิ่งใดนอกจากตัวเองไหนเลยจะใส่ใจหรือหันมามอง นางมัวแต่เอาเวลาทั้งหมดวางแผนเพื่อจับพระเอกและกำจัดนางเอกสหายที่นางเกลียดชัง บ่าวไพร่คนใดที่ทำให้นางต้องขัดเคืองใจล้วนถูกขายออกไป
ส่วนท่านหมอเทวดาว่านกู่ถิงบิดาของนางนั้น เขาเป็คนมีความสามารถและมีพร์ หลงใหลคลั่งไคล้ในวิชาการแพทย์ หมกมุ่นอยู่กับการคิดค้นสูตรยาและการรักษา มักจะออกเดินทางไปต่างเมืองอยู่บ่อยครั้ง สถานที่ใดที่มีข่าวลือเกี่ยวกับโรคประหลาดหรือโรคที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ท่านหมอผู้นี้ก็จะเดินทางไปยังที่แห่งนั้นในทันที เขาจะอยู่ศึกษาโรคนั้นจนกว่าจะค้นพบวิธีรักษา ปล่อยให้ผู้เป็บุตรสาวดูแลจวนโดยไม่คิดที่จะก้าวก่าย แต่สิ่งใดที่บุตรสาวปรารถนาเขาก็พร้อมที่จะนำมาวางไว้ตรงหน้านาง ไม่เคยที่จะขัดใจให้นางต้องขุ่นข้องหมองใจเลยสักครั้ง หากจะกล่าวถึงความรักที่เขามีต่อบุตรสาวก็กล่าวได้ว่ามันมีมากมายไม่ด้อยไปกว่าบิดาคนอื่นๆ
เฮ่อ...เห็นทีนางคงต้องจัดระเบียบและปรับปรุงจวนแห่งนี้ใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง
ลองลงมือทำในสิ่งที่นางไม่เคยทำ เพราะนี่มันไม่ใช่เพียงแค่เื่ราวนิยายอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือชีวิตจริงของนาง ชีวิตที่นางต้องก้าวเดินต่อไปโดยไม่รู้ว่ามันจะไปจบอยู่ที่ตรงไหน ชีวิตที่นางมีความรู้สึก เจ็บเป็ หิวเป็ การวางแผนในการใช้ชีวิตจึงต้องรอบคอบ ตอนนี้นางรู้เพียงว่าชีวิตใหม่นี้ของนางจะต้องไม่ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์เช่นในโลกเดิม ทุกการกระทำของนางจะส่งผลต่อผู้อื่นและชีวิตในภายหน้าของนาง
ตายมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่เคยได้สร้างบุญสร้างกุศลหรือทำประโยชน์ใดๆ เป็ชิ้นเป็อันให้เพื่อนมนุษย์ ไม่เคยทำคุณงามความดีเอาไว้ให้ใครได้นึกถึง ทั้งๆ ที่ชีวิตก่อนนางมีพร้อมทุกอย่างกล่าวได้ว่ามีมากจนเหลือกินเหลือใช้ แต่ไม่เคยคิดที่จะหยิบยื่นโอกาสที่ตนมีให้แก่ผู้ที่ด้อยกว่า เมื่อได้ชีวิตใหม่มาแล้ว ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำบ้าง บางทีสิ่งเล็กๆ ที่นางทำอาจจะช่วยให้ใครอีกหลายคนมีชีวิตที่ดีขึ้น นางไร้ประโยชน์มาชาติหนึ่งแล้ว ชาตินี้ขอเป็คนดีสร้างความสุขมอบโอกาสให้แก่คนอื่นบ้างเถอะ หากตายอีกครั้งจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายนึกเสียใจเช่นที่ผ่านมา
"เสี่ยวมี่ เ้าไปตามทุกคนมาพบข้าที"
แม้จะไม่รู้ว่าผู้เป็นาย้าจะทำสิ่งใด แต่นางััได้ว่ามันจะต้องเป็เื่ที่ดีเป็แน่ เสี่ยวมี่จึงไม่ลังเลเร่งไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นาย
กลุ่มคนที่เดินตามหลังเสี่ยวมี่เข้าไปในห้องโถงไม่มีคนใดใจกล้าเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็เ้าของจวนแม้แต่น้อย ต่างพากันเดินตัวลีบมาหยุดนิ่งอยู่กลางห้องโถงอย่างสำรวม ทิ้งระยะห่างจากคนที่นั่งรออยู่ไปมากเลยทีเดียว
"คารวะคุณหนูเ้าค่ะ/ขอรับ"
น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นแ่เบาจนเกือบจะไม่ได้ยิน หากต้องคุยกันโดยทิ้งระยะห่างถึงเพียงนี้คงจะคุยกันไม่รู้เื่เป็แน่ อิงอิงระบายลมหายใจออกมาแ่เบาหยัดกายลุกขึ้นยืนเพื่อก้าวเข้าไปใกล้ๆ กับพวกเขา แต่มิทันที่นางจะหยัดกายขึ้นตรงดี พวกเขาเ่าั้ก็พากันสะดุ้งตัวสั่นงันงก จนนางงุนงง หันไปมองเสี่ยวมี่ที่ส่งยิ้มจืดเจื่อนมาให้นางก็พอจะเข้าใจ
นี่นางน่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ นางมิใช่ั์มิใช่มารเสียหน่อย
อิงอิงมองสำรวจบ่าวแต่ละคนตรงหน้าที่พากันยืนตัวเกร็ง บ่าวชายเพียงคนเดียวที่เห็นทำให้หัวคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ถึงว่าคนพวกนั้นถึงพากันบุกเข้ามาในจวนของผู้อื่นอย่างไม่มีความเกรงกลัวหรือเกรงใจกันแม้แต่น้อย บ่าวชายผู้นี้อายุคงไม่เกินสิบห้ากระมัง ตัวเล็กแล้วยังผอมเก้งก้างอีกด้วย ส่วนบ่าวหญิงอีกสามนางก็ช่างบอบบางยิ่งนักอายุก็คงจะไม่เกินสิบแปดสิบเก้า
"ที่ผ่านมาพวกเ้าคงจะลำบากกันมาก"
"...."
น้ำเสียงนุ่มนวลที่ได้ยินทำให้ผู้ที่กำลังก้มหน้าลงอย่างหวั่นเกรงเงยหน้าขึ้นมองเ้าของคำพูดอย่างโง่งม เมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังเสียมารยาทก็รีบก้มหน้าลงตามเดิม กลัวเหลือเกินว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจจนนำภัยมาถึงตัว โทสะของคุณหนูที่ผ่านมาล้วนเป็ที่ประจักษ์
"มะ ไม่ลำบากเลยเ้าค่ะ"
บ่าวหญิงนางหนึ่งที่ดูแล้วอายุน่าจะเยอะสุด เอ่ยออกมาเสียงเบาโดยไม่กล้าที่จะสบตานางแม้แต่น้อย
อิงอิงมองท่าทางเช่นนั้นของพวกเขาอย่างหนักใจ เห็นทีนางคงต้องให้เวลาพวกเขา เ้าของร่างเดิมคงจะสร้างวีรกรรมอันน่าสะพรึงเอาไว้เยอะ หลังจากที่บอกให้พวกเขาแนะนำตัว จึงปล่อยให้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ตอนนี้นางคงต้องเร่งปรับปรุงจวนเสียก่อน จวนแห่งนี้ตอนนี้ถือได้ว่าเป็บ้านของนาง บ้านที่จะเป็สถานที่ที่ให้ความอบอุ่นและปลอดภัยแก่ผู้อาศัย ต่อไปนี้จะไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้นมาทำตัวเป็อันธพาลนึกจะเข้าก็เข้านึกจะออกก็ออกจวนของผู้อื่นตามอำเภอใจเช่นที่ผ่านมาได้อีก ซึ่งมันจะเป็เช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อนางต้องมีกำลังที่แข็งแกร่ง แต่คนเพียงหยิบมือที่มีอยู่ในมือนางคงไม่อาจที่จะทำเช่นนั้นได้
หลังจากที่กลับมายังเรือนของตัวเอง อิงอิงก็ตั้งหน้าตั้งตาวางแผนที่จะทำให้รากฐานของนางแข็งแกร่งขึ้น บัญชีทรัพย์สินทั้งหมดถูกนำมาตรวจสอบ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนต้องมีเงินอยู่ในมือ ยิ่งนางมีเงินมากเท่าไหร่ นั่นย่อมหมายถึงนางจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น นางเชื่อมาตลอดว่าอำนาจเงินจะบันดาลได้ทุกสิ่ง แต่ทรัพย์สินที่อยู่ในมือนางตอนนี้จะถือว่าน้อยก็ไม่น้อย แต่จะบอกว่ามากก็ไม่ได้ มันพอสำหรับให้ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แต่ไม่ใช่สำหรับการจะสร้างฐานอำนาจให้มั่นคงแข็งแรง เดิมทีบิดาของนางเป็เพียงหมอผู้หนึ่งเท่านั้น มิได้มาจากตระกูลใหญ่โตมีทรัพย์สมบัติเก่าเก็บอะไร เป็เพียงครอบครัวเล็กๆ ฐานะปานกลาง เพราะเป็คนจิตใจดีจึงมักจะช่วยเหลือรักษาคนยากไร้โดยไม่คิดค่ารักษา แต่ชีวิตพลิกผันมีวาสนาดีจึงได้เชิดหน้าชูตาในสังคมของคนชั้นสูง ทรัพย์เงินทองก็เป็ของพระราชทาน แม้จะมากมายแต่ไม่ได้ทำให้มันเจริญงอกงามก็ย่อมที่จะหมดไป ดูจากข้าวของเครื่องใช้เสื้อผ้าอาภรณ์ของว่านเย่วอิงล้วนเป็ของดีมีราคาทั้งนั้น เงินทองที่หมดไปกับสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่น้อยๆ เลย
อิงอิงมองทรัพย์สินที่มีอยู่ตอนนี้พลางคิดหนัก นางจะต้องวางแผนในการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ทุกตำลึงที่ใช้จะต้องเกิดประโยชน์ที่สุด แต่สิ่งแรกที่จำเป็ตอนนี้คือนางต้องหาคนมาเพิ่ม บ่าวไพร่ในจวนมีน้อยเกินไป แต่ราคาทาสก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย นางอาจจะต้องใช้หลายตำลึงกับส่วนนี้ อิงอิงใคร่ครวญอย่างหนักกับจำนวนคนที่นาง้าและจำนวนตำลึงที่ต้องจ่าย หากเป็ในโลกก่อนนางไม่แม้แต่จะหยุดคิดด้วยซ้ำ
อ่า...นางคิดอะไรดีๆ ออกแล้ว
ใบหน้างามเผยรอยยิ้มกว้าง มือเรียวหยิบเอากระดาษและพู่กันตวัดตัวอักษรยิกยืออยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้หมึกแห้งจึงบรรจงพับใส่ซอง
"เสี่ยวมี่"
"เ้าคะคุณหนู"
เสี่ยวมี่รีบวางมือจากการคัดแยกผ้าหลายสิบพับที่ยังไม่ถูกใช้งานและอีกหลายสิบพับที่ถูกใช้ไปเพียงน้อยนิด ออกมาหาผู้เป็นาย
"เ้าไปที่ตรอกขอทาน นำจดหมายฉบับนี้มอบให้ตู้เซิ่ง"
เสี่ยวมี่มองจดหมายที่รับมาถือไว้ในมือสลับกับใบหน้างดงามของผู้เป็นายอย่างไม่ใคร่จะสบายใจนัก
"คุณหนู คงไม่ใช่ว่า..."
"ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดอย่างแน่นอนเสี่ยวมี่ สบายใจได้"
เห็นสายตาของอีกฝ่ายนางก็รู้ว่าเสี่ยวมี่กำลังกังวลสิ่งใด นางจะไม่มีวันทำเื่ไม่ดีที่นำพาให้ชีวิตของตัวเองและคนของนางต้องเสี่ยงอันตรายอีกอย่างแน่นอน
"รีบไปเถอะ เรายังมีเื่ที่ต้องทำอีกมาก"
"เ้าค่ะคุณหนู"
ลับร่างบ่าวคนสนิท หีบเครื่องประดับหลายหีบก็ถูกยกออกมา เครื่องประดับบางชิ้นยังไม่เคยถูกนำออกมาใช้เลยด้วยซ้ำ
อิงอิงมองเครื่องประดับมากมายเ่าั้ด้วยดวงตาระยิบระยับ
อยู่แต่ในหีบเช่นนี้ก็คงจะไร้ประโยชน์ ไม่สู้นำมาเปลี่ยนให้เป็ตำลึงไม่ดีกว่าหรือดูมีค่ามากกว่าเยอะเลย
แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่บ้างเพราะแต่ละชิ้นล้วนงดงาม แต่มีมากเกินไปใช่ว่าจะใส่ทีเดียวหมด เอาไว้นางมีสามีร่ำรวย ต่อไปคงไม่ใช่เื่ยากที่จะซื้อหา ตอนนี้คงต้องตัดใจขายไปก่อน
"คิดจะทำอะไร"
"ว้ายตาเถร! แม่มันร่วง"
เสียงแหบทุ้มที่ดังขึ้นข้างใบหูเล็กทำให้คนที่กำลังคิดถึงจำนวนเงินที่จะได้แทบทำปิ่นทองคำในมือตก ดีเหลือเกินที่จับเอาไว้แน่นไม่เช่นนั้นราคาคงตกเป็แน่