หลังจากหลินเฟยเซียนกล่าวเช่นนั้นออกมา บรรยากาศในห้องก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความเงียบงันกอปรกับความคลุมเครือ มิมีผู้ใดเอื้อนเอ่ยอันใดเลยแม้แต่น้อยราวกับเวลานั้นได้หยุดเดิน
ผิดกับหญิงสาวที่เอนกายไปหยิบกาน้ำชาแล้วรินใส่จอกของตนและบุรุษทั้งสองช้าๆ อย่างสบายใจ
"เื่นี้..ลุงคงทำให้เ้ามิได้หลานรัก"
แต่แล้วน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของเยี่ยเหวินฝูก็ได้ทำลายความเงียบเ่าั้ลง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นมือของหญิงสาวที่กำลังยกจอกชาขึ้นจิบพลันต้องชะงัก
"เพราะเหตุใดจึงมิได้เ้าคะ!"
น้ำเสียงของนางแฝงร่องรอยความอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ พยายามไม่ให้ลุกพรวดพราดขึ้นไปยกมือตบลงกลางโต๊ะใส่อีกฝ่าย
"ลุงได้รับปากกับฮูหยินหลินเอาไว้แล้วว่าจะดูแลเ้าในฐานะลูกสะใภ้..เ้าจะให้ลุงผิดวาจาแก่ผู้ที่จากไปแล้วเช่นนั้นหรือ"
เขาตอบนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแววตาหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด คำพูดนั้นพลอยทำให้หลินชุนนิ่งเงียบไปมิต่างกัน จนหลินเฟยเซียนถึงกับพูดอันใดมิออกได้เพียงคิดในใจ
'รับปากกับมารดาหลินเฟยเซียนเช่นนั้นรึ เฮ้อ! นี่เขาเล่นปิดทางออกของข้าหมดเสียแล้วกระมัง แต่ต้องยอมรับว่าสัจจะชายชาตินักรบของเขานั้นช่างแข็งกล้านัก'
แม้จะรู้สึกได้ว่าการถอนหมั้นครั้งนี้คงมิใช่เื่ง่ายเสียแล้ว แต่นางก็มิได้แปลกใจมากนักเพราะไม่ว่ายุคสมัยใดก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่าคลุมถุงชนกันอยู่ร่ำไป
มารดาของหลินเฟยเซียนคงอยากให้บุตรสาวอยู่อย่างสุขสบาย และเมื่อเห็นใบหน้าเศร้าของหลินชุนแล้วนางยิ่งรู้สึกผิดต่อเขาและเหรินลี่เซียนอยู่ไม่น้อย หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ตอบผู้ที่อยู่ตรงหน้า
"เช่นนั้นหลานไม่ถอนหมั้นแล้วก็ได้เ้าค่ะ ประเดี๋ยวผู้อื่นจะครหาว่าข้านั้นอกตัญญูต่อบุพการี"
"ดียิ่ง! ดียิ่ง!"
คำตอบนั้นดูจะพึงพอใจเยี่ยเหวินฝูเป็อย่างมาก เขาจึงเผยรอยยิ้มกว้างออกมา
แต่หารู้ไม่ว่าหลินเฟยเซียนคนใหม่ผู้นี้ เมื่อมีแผนหนึ่งย่อมมีแผนสองไว้รับมือเสมอ นางยกยิ้มมุมปากหนึ่งทีโดยมิมีผู้ใดสังเกตเห็น
"ถ้าเช่นนั้นหลานขอเวลาได้หรือไม่เ้าค่ะจนกว่าความทรงจำหลานจะกลับมา"
"ยามใดหรือหลาน"
"ยามที่ข้าได้สิบแปดหนาวเ้าค่ะ"
"นั่นไม่นานเกินไปหรอกรึเฟยเซียน!"
"เอ..ข้าว่าหาได้นานไม่เ้าค่ะเพราะข้าก็มิอาจล่วงรู้ได้ว่าความทรงจำจะกลับมายามใด..ท่านพ่อคิดว่าอย่างไรเ้าคะ"
นางยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะคางของตนเอง ดวงตากลมแหงนมองเพดานคล้ายๆ กำลังใช้ความคิด ใบหน้าหวานหันไปหาหลินชุนราวกับ้าคำอนุญาตจากผู้อายุมากกว่าอย่างลังเล เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็รับรู้เจตนาของบุตรสาวทันที
"ดียิ่ง! ดียิ่ง!"
หลินชุนยกมือลูบศรีษะนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนพลันเอ่ยออกมาคล้ายกำลังล้อเลียนคำพูดของสหายตน นั่นยิ่งทำให้เยี่ยเหวินฝูกำหมัดแน่น
"หลินชุนนี่เ้า! ฮึ่ยย! ตกลงสามปีก็สามปีต่อจากนั้นบุตรสาวของเ้าจะต้องแต่งเข้าจวนเยี่ย"
เขาตะคอกใส่หลินชุนด้วยน้ำเสียงขึงขัง ใบหน้าคมเริ่มปรากฏความยุ่งยากใจ
เมื่อตีเหล็กก็ต้องตียามที่ยังร้อน หลินเฟยเซียนจึงต้องรีบรวบรัดตัดตอนให้รวดเร็ว เพราะถ้าเกิดโยกโย้ไปมามากกว่าจะไม่เป็ผลดีเป็แน่
"ข้ามีอีกหนึ่งสิ่งที่จะขอเ้าค่ะ ท่านลุงรับปากหลานได้หรือไม่"
สิ้นเสียงหวานเยี่ยเหวินฝูจึงเริ่มหรี่ตามองมายังนางกอปรกับใบหน้าเคร่งขรึมมากกว่าเดิม
"มิใช่เื่ใหญ่อันใดเ้าค่ะโปรดท่านลุงอย่าได้กังวล เื่นี้เกี่ยวกับบุตรของท่านต่างหากเล่าเ้าคะ"
นางยิ้มกว้างออกมาให้เขาเพื่ออยากจะให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนอารมณ์ลง
"อาเฟยเ้าคิดจะทำสิ่งใดอีก"
ผู้เป็บิดาเริ่มแสดงทีท่าห้ามปรามเด็กสาวแต่นางหาได้สนใจฟังไม่ นางยังคงแสดงใบหน้าเปื้อนยิ้มตามเดิม
"ลูก้าสิ่งยืนยันจากคุณชายเยี่ยเพียงเท่านั้นเ้าค่ะท่านพ่อ ท่านลุง"
เมื่อได้ยินนางตอบเช่นนั้น ความที่เยี่ยเหวินฝูอยากตัดรำคาญและเหนื่อยที่สู้รบปรบมือกับเด็กสาวตรงหน้าแล้ว จึงได้เอ่ยตกปากรับคำออกไปเพราะรู้ว่าถึงอย่างไรนางก็ถอนหมั้นมิได้อยู่ดี
"ย่อมได้ข้ารับปาก เ้าว่ามาเถิด"
เด็กสาวยกชาขึ้นดื่มเพื่อดับกระหาย จากนั้นจึงพูดออกมาอย่างกระตือรืนร้น
"ภายในระยะเวลาสามปีนั้น ถ้าหลานรู้ว่าคุณชายเยี่ยเกิดมีใจให้กับสตรีนางใดนอกจากหลาน…"
"..."
"..."
"...ข้าหลินเฟยเซียนผู้นี้จะถอนหมั้นทันที!เพราะการกระทำเช่นนั้นถือเป็การดูิ่บิดาและมารดาของข้ายิ่งนักเ้าค่ะ"
แววตานางฉายแววเด็ดเดี่ยวจริงจัง ทำให้ผู้อยู่ตรงหน้ารู้สึกหายใจหายคอไม่สะดวกนัก
"เฮ้อ ใยเ้าจึงกลับยกเื่ถอนหมั้นมาต่อรองข้าอีกแล้วเล่า!"
วาจาเยี่ยเหวินฝูแฝงความหงุดหงิดออกมาพลันยกมือกุมขมับตนเอง ราวกับเริ่มหมดความอดทนต่อเด็กสาวตรงหน้า
ถึงแม้จะเอ็นดูนางจนอยากได้มาเป็ลูกสะใภ้มากเพียงใด แต่สิ่งนี้ใช่การต่อรองของเด็กวัยสิบห้าจริงๆ งั้นรึ
แม้จะเห็นเขาทำท่าทางหน้าหนักใจราวกับรู้อยู่แล้วว่าบุตรของตนกำลังหมายปองสตรีนางใดอยู่ แต่หลินเฟยเซียนก็ยังคงกล่าวต่อไป
"มิเห็นมีอันใดเสียหายนี่เ้าคะ ถ้าเกิดภายในสามปีคุณชายเยี่ยยังมิมีใจให้ผู้ใดข้าก็จะแต่งเข้าจวนท่านลุงอย่างไรเล่าเ้าคะ ง่ายนักเ้าค่ะหาได้มีสิ่งใดซับซ้อนไม่"
หลินเฟยเซียนตอบออกมาหน้าตายกอปรกับยักไหล่พลางส่ายหน้าเบาๆ ให้เขาอย่างลืมตัว
"ข้าคิดว่าเ้าคงจะยังมิหายดีจึงได้พูดจาเลอะเลือนเช่นนี้ ลุงจะมาหาใหม่ยามเ้าหายแล้วดีหรือไม่หลานข้า"
เขากล่อมหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เหมือนหลินเฟยเซียนจะรู้ทันจึงเอ่ยปากดักคออีกฝ่ายด้วยแววตาเศร้าหมองลง
"ท่านลุงเป็ถึงท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร มีแต่ผู้คนเคารพนับถือ คงมิได้ไม่ยอมรับคำขอของเด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างข้าใช่หรือไม่เ้าคะ"
คำพูดที่คล้ายกับจะร้องไห้ของบุตรสาวอยู่ในสายตาของหลินชุนตลอด ยอมรับว่าเขาใไม่น้อยแต่เมื่อนางตัดสินใจทำไปแล้วผู้เป็บิดาเช่นเขาย่อมต้องหนุนหลังนางมิใช่หรือ
"หึหึ เอาอย่างไหร่ดีเล่าท่านแม่ทัพเยี่ย เ้าจะผิดสัจจะที่รับปากไว้รึ"
หลินชุนจ้องมองเพลิงโทสะเจิดจ้าในแววตาคู่นั้นของสหายรักผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็ท่านแม่ทัพไร้พ่าย ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ราวกับกำลังรู้สึกสนุกที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นเยี่ยเหวินฝูมีอาการร้อนรนเช่นนี้
"จริงด้วยเ้าค่ะท่านพ่อคำขอข้า หาได้ใหญ่หลวงไม่"
แม้น้ำเสียงจะดูเศร้าแต่ในใจหลินเฟยเซียนนั้นรู้สึกสะใจอยู่ไม่น้อย เพราะซูมี่บอกเล่าเื่เยี่ยซีห่าวกับหรงลี่อินแก่นางเกี่ยวกับที่ผู้คนในตลาดต่างรับรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองดีว่ามีใจต่อกัน นางจึงหยิบยืมสิ่งนี้มาเป็แผนสำรอง และมันดูจะได้ผลดีไม่น้อยทีเดียว
เยี่ยเหวินฝูสังเกตเห็นความดื้อรั้นและเย้ยหยันในแววตาของเด็กสาว ซึ่งปกติมิเคยเห็นจากนางมาก่อน แต่แล้วสายตาของนางก็พลันกลับแปรเปลี่ยนเป็เศร้าลงเช่นเดิมเสียแล้ว
ในเมื่อมีสายตากดดันของสองพ่อลูกเพ่งมองมาที่ตนราวกับจะข่มขู่ เขาจึงไม่มีทางเลือก ตอบออกมาด้วยความกล้ำกลืน
"ข้ารับปากเ้าเฟยเซียน!"
"จริงหรือเ้าคะ ขอบคุณอย่างยิ่งเ้าค่ะ ท่านลุงช่างมีจิตใจที่กว้างขวางดุจทะเลยิ่งนัก"
หลินเฟยเซียนยิ้มหวานอย่างพึงพอใจจนแทบจะะโโลดเต้นเลยทีเดียว แต่จำต้องเก็บอาการเอาไว้
"อืม เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน"
เขารู้สึกเสียหน้าให้กับสองพ่อลูกคู่นี้อย่างยิ่งแต่มิอาจทำอันใดได้ เยี่ยเหวินฝูตอบใบหน้าขรึมพลันลุกขึ้นเดินอย่างผึ่งผ่ายออกไปโดยมิหันกลับมา โดนมิมองหลินเฟยเซียนทำความเคารพแม้แต่น้อย
ขณะอยู่ในรถม้าในใจเยี่ยเหวินฝูพลันเกิดคำถาม
'เพียงเพราะแค่รู้สึกอับอายในสิ่งที่ทำลงไป จนถึงขั้นหยิบยกเื่ต่างๆ มาเป็ข้ออ้างในการถอนหมั้นกับอาห่าวเลยรึ นางช่างแปลกเสียจริง แต่ถ้าความทรงจำนางกลับมา นางคงล้มเลิกความคิดนี้ไปเองกระมัง'
จวนหลิน
ณ ห้องทำงานหลินชุน
เมื่อเยี่ยเหวินฝูจากไปหลินเฟยเซียนก็นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์บ้างก็ยิ้มบ้างก็ขำ ผิดกับผู้เป็บิดาที่ในใจตอนนี้รู้สึกกระวนกระวายแทนบุตรสาวของเขาเป็อย่างยิ่ง เขาจึงอดมิได้ที่ถามไถ่นางให้รู้เื่
"เ้ามิกลัวเสื่อมเสียชื่อเสียงรึลูกข้า การถอนงานหมั้นนั้นแม้เ้าจะเป็ฝ่ายยกเลิกแต่ชาวบ้านก็ยังครหาเ้าอยู่ดี"
ความเป็ห่วงเป็ใยของเขานั้นนางย่อมรู้ดี เพียงแต่นางหาได้ชอบการคลุมถุงชนเช่นนี้ไม่ และนางก็มิใช่หลินเฟยเซียนคนเดิมนางมิได้สนใจคำพูดไร้สาระเ่าั้จากผู้อื่น และประการสำคัญคือนางมิได้อยากแต่งงาน
"ถ้ากลัว..ลูกคงมิกล่าวข้อตกลงเยี่ยงนั้นกับท่านลุงเป็แน่เ้าค่ะ"
"แล้วเหตุใดเ้าจึงเปลี่ยนใจกันเล่า"
"เมื่อนึกถึงยามที่ตนทำเื่โง่งมลงไปโดยหาได้สนใจแม้แต่น้อยว่าท่านพ่อจะรู้สึกปวดใจและผิดหวังในตัวข้ามากเพียงใดแล้วนั้น ลูกกลับเสียใจยิ่งนักเ้าค่ะ.."
"อาเฟยอย่างไรลูกก็เป็สิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวที่พ่อรักและภูมิใจ พ่อจะผิดหวังในตัวเ้าได้อย่างไร เพียงแค่พ่อต้องไถ่ถามเ้าให้แน่ใจเสียหน่อย ลูกคิดดีจริงๆ ใช่หรือไม่เื่ถอนหมั้น"
"ทำไมหรือเ้าคะ"
นางไม่ค่อยเข้าใจความหมายในประโยคที่หลินชุนเอ่ยสักเท่าไหร่นัก จึงเอ่ยถามเขากลับไปโดยคิ้วทั้งสองเริ่มขมวดเป็ปม
"ก็เท่าที่พ่อจำได้เ้าตามติดอาห่าวตลอดเวลา ใยตอนนี้จึงอยากหมั้น ถ้าเกิดความทรงจำเ้ากลับมาจะไม่กลืนน้ำลายตัวเองหรอกรึ"
คำพูดของหลินชุนแทบจะทำให้นางสำลักชาที่ดื่มเข้าไป นางไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมากจึงเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
"ท่านพ่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ลูกหาได้ทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบไม่"
"เป็เช่นนั้นรึ"
"เ้าค่ะ! ท่านโปรดสบายใจได้ข้าเพียงสิบห้าหนาวเท่านั้น ต่อจากนี้หากข้ามิได้ออกเรือน ข้าก็จะอยู่กับท่านตลอดไปมิให้ท่านต้องเดียวดาย อยู่ที่ท่านจะเลี้ยงลูกผู้นี้ไหวหรือไม่"
นางพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อพร้อมกับโผล่เข้ากอดผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆ
คำพูดที่แสนจะไร้เดียงสาของนางช่างน่าเอ็นดูจนหลินชุนนั้นถึงขั้นหัวเราะออกมาจนเสียงดังก้องทั่วห้อง
"ฮ่าๆ แม้เ้าจะเป็แพะที่อวบอ้วนพ่อผู้นี้ก็เลี้ยงเ้าไหว"
เขาเอ่ยพลางลูบศรีษะของนางอย่างรักใคร่ การถ่ายทอดความรักและความห่วงใยผ่านแววตาของอีกฝ่ายทำให้หลินเฟยเซียนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด นางจึงโอบกอดบิดาตนแน่นขึ้นแล้วยิ้มกว้างอวดฟันขาวให้
"ดียิ่งเ้าค่ะ เช่นนั้นลูมิเกรงใจนะเ้าคะ ฮ่าๆ "
"เ้าโตขึ้นนะลูกพ่อ เ้าทำให้สหายพ่อพูดอันใดมิออกเลย แสบนักเ้าตัวดี"
หลินชุนรู้สึกดีใจไม่น้อยที่บุตรสาวของตนเข้าใจเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
"ลูกคงเรียนรู้มาจากท่านพ่อกระมังเ้าคะ"
หญิงสาวเทิดทูนผู้เป็บิดาอย่างถ่อมตนทำให้ผู้ที่ฟังปลื้มปิติและพึงพอใจยิ่งกว่าเดิม
"ฮ่าๆๆ มิผิดๆ เลย"
เสียงหัวเราะที่บางครั้งก็เสียงทุ้มและบาง่ก็เสียงแหลมเล็กอยู่ภายในห้องดังกึกก้องแฝงไปด้วยอย่างครึกครื้น ทำให้พ่อบ้านฮุ่ยและบ่าวรับใช้ที่อยู่บริเวณรอบๆ รู้สึกอิ่มใจและเบิกบานไปด้วยเช่นกัน
เพราะหลังจากฮูหยินหลินได้จากไป นานเพียงใดแล้วที่จวนแห่งนี้มิได้ยินเสียงหัวเราะแห่งความสุขเช่นนี้
....................................
>>> ถ้ารี๊ดท่านไหนสนใจนิยายของไรท์ สามารถไปค้นหาอีบุ๊ค ในMEB ได้เลยนะคะ