
เลี่ยหยางเอาเสื้อขาวที่พกมาด้วยโยนให้เยว่หลิง
"ใส่ซะ! ขืนยังแก้ผ้าแบบนี้ สาวๆคงไม่เหลือมาหาข้า!"
เยว่หลิงรับเสื้อมาสวมใส่เรียบร้อย เป็เสื้อสีขาวที่เขาชอบใส่ไปร้านตีเหล็กประจำนั่นเอง แต่ไม่ใช่ชุดเก่าของเขา เป็เสื้อใหม่ที่เลี่ยหยางแอบสั่งตัดให้
"เอ้า! เ้าคงขาดสิ่งนี้ไม่ได้" เลี่ยหยางยื่นกระบี่คมวาววับให้เยว่หลิง ๆ รับถือไว้ในมือมั่น
ก่อนที่ไป๋เยว่หลิงและเลี่ยหยางจะออกไปทางหน้าต่าง เลี่ยหยางเกาศรีษะแล้วหันมาพูดกับองค์หญิง
"เอ่อ...ข้ามันคนเรียนมาน้อย แต่...องค์หญิง หากทุกปัญหาต้องให้คนอื่นแก้แทน แล้วต่างอะไรกับเด็กที่ยังหัดเดินพะยะค่ะ?”
“การตัดสินใจคือกระบี่เล่มแรกของชีวิต พระองค์จะกล้าใช้มันหรือจะปล่อยให้ขึ้นสนิมอยู่ในฝัก ก็อยู่ที่ตัวพระองค์เองนะ”
องค์หญิงฟังทุกคำที่เลี่ยหยางพูดด้วยแววตาที่ซึมซับอะไรบางอย่างเข้าในจิตใจตัวเอง แล้วเลี่ยหยางและเยว่หลิงก็กระโจนหน้าต่างออกไป
ห้องหออยู่้าสุด ทำให้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่บนหลังคาสูงสุดของตำหนักรับรอง
"ท่านจะไปไหนค่ำคืนส่งตัว? ราชบุตรเขย!"
เสียงเล็กแหลมก้องชัดนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือขันทีชราในชุดหม่นใบหน้าซีดนั่นเอง
"อ้าว นังสุ่น! เผือกเื่ผัวคนอื่น แก่แล้วหาผัวไม่ได้ชิมิ" เลี่ยหยางพูดด้วยท่าทางยียวน
ขันทีเฒ่าฉุน เขากวักมือเรียกกองทหารอาวุธครบมือนับร้อยนายก็ล้อมตำหนักไว้ด้านล่าง หลายสิบนายง้างธนูพร้อมยิงอีกด้วย
"จะกลับเข้าไป หรือจะตายอยู่ตรงนั้น!" ขันทีเฒ่าพูดเสียงจริงจัง
"แล้วสหายข้าล่ะ?" เยว่หลิงถาม
"ไอ้ปากดีนี่ บุกตำหนักเ้าเมือง ทำร้ายราชบุตรเขยและองค์หญิง โทษปะาตายสถานเดียว" ขันทีพูดและยิ้มเยาะ เลี่ยหยางแววตาโมโหความกวนตีนของอีกระเทยแก่นางนี้ อยากเข้าไปเตะปากมันสักป๊าบจริง ๆ
"งั้นข้ามีคำตอบให้ท่านแล้ว..."
เยว่หลิงยกกระบี่ขึ้นมาเล็กน้อยและหลับตา **เพลงกระบี่จันทรา!** ...เลี่ยหยางรีบย่างเท้าถอยหลังเพราะรู้ดีถึงอันตรายของกระบวนท่านี้
แต่....คราวนี้ไม่ธรรมดา ทหารหลายร้อยนายแม้แต่พลธนูต่างยืนอึ้งในปราณกระบี่ที่เห็นได้ชัดเจนราวกับเป็รูปธรรมจับต้องได้
เป็ปราณสีขาวคล้ายฝุ่นละอองน้ำ ไป่เยว่หลิงยกขาขึ้นข้างหนึ่ง ราวกับการร่ายรำงิ้ว นี่เป็ท่วงท่ากระบี่จันทราที่แม้แต่เลี่ยหยางก็ไม่เคยเห็น
ด้านล่างเกิดหมอกปริศนามากมายเริ่มหมุนวน ทหารทุกคนยืนทื่อ อ้าปากค้าง ราวกับถูกสะกดจิต ในความงดงามของสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
แล้ว! ทหารทุกคนก็ล้มลง! บริเวณคอมีรอยาแเล็กๆเฉือนคอตายหมดทั้งร้อยกว่านาย!
เลี่ยหยางและขันทีตกตะลึง แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพลงกระบี่จันทรายังไม่สิ้นสุด เมื่อกระบี่หมุนวนจากมือขวามาที่มือซ้ายอย่างช้า ๆ แล้ว เยว่หลิงใช้ 2 มือจับมันและฟาดไปข้างหน้าเต็มแรง
ตูมมม!!!
เสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งจวน ไม่สิ! ทั้งเมือง!
ขันทีเฒ่าหันไปดูด้านหลัง ไม่จริง!เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ตำหนักสูงใหญ่ที่เคยโอ่อ่าดุจภูผา แลดูสง่าด้วยยอดหลังคาทรงโค้งสูงชะลูด บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็ภาพสยดสยอง กำแพงศิลาอันหนาทึบและเสาสลักัทองถูกแรงมหาศาลเฉือนผ่าเป็แนวตรงจากยอดจรดฐาน ราวกับ์ใช้กระบี่ทิพย์เส้นหนึ่งกรีดลงมากลางอากาศ
เศษไม้แกะสลักและกระเบื้องมุงหลังคาแตกกระจายลงมาเป็สายฝนหิน เศษอิฐหล่นโครมครามราวฟ้าร้อง เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วลานด้านหน้า
อึ่ก!
เขาจับที่อกตัวเองทำไมมันรู้สึกเหมือนว่าข้างซ้ายและข้างขวาของร่างกายมันแปลกๆ
แค่ไม่ถึง 3 วินาทีร่างขันทีก็ขาดครึ่งซีก แบะออกร่วงลงกับพื้นคนละทาง แต่กว่าจะมีเืไหลก็ 1 นาทีหลังจากร่างขาดจากกันแล้ว
เลี่ยหยางขาสั่นปากสั่น ตาเบิกโพลง
"มะ...ไม่ใช่มนุษย์แล้ว..." เขาตะลึงกับสิ่งที่เห็นอย่าว่าแต่ในเมืองนี้เลย ในอาณาจักรนี้ ไม่สิ! นี่มันฝีมือระดับปรมาจารย์ในนิยายที่เขาอ่านตอนเด็ก!!!
กระบี่ในมือละเอียดเป็ฝุ่นผงเหลือแค่ด้ามดาบที่จับ เยว่หลิงถอนลมหายใจ มือสั่นหมดแรง ยืนโอนเอนหมดแรง เลี่ยหยางรีบเข้าไปประคองให้เยว่หลิงซบไหล่เขา
"นี่เ้ามีหางมีปีกหรือเปล่าเนี่ย หลิงหลิงเ้าทำได้ไง??"
"อย่าเสียงดัง..." มือเยว่หลิงหยิกที่แขนเลี่ยหยาง "โอ๊ย!"
"จ๊ะ ๆ เงียบแล้วจ๊ะ พักผ่อนนะคนดี" เลี่ยหยางเอามือโอบเย่วหลิงและพวกเขาทรุดตัวนั่งอยู่บนหลังคานั้น ให้เยว่หลิงนอนบนตักแทน
ก๊อกๆ
เลี่ยหยางชะโงกหน้าลงมาดู เห็นเป็องค์หญิงกำลังยื่นตราอะไรสักอย่างให้
"นี่คือป้ายอาญาสิทธิ์ของปฐมกษัตริย์ที่เสด็จปู่มอบให้เรา พวกท่านเอาไป!"
เลี่ยหยางใช้กระบี่คล้องขึ้นมาค่อยๆ เพราะกลัวเยว่หลิงจะตื่น
"พวกท่านรีบไปเถอะ เดี๋ยวที่นี่เราจัดการให้เอง" องค์หญิงกล่าว
เลี่ยหยางยิ้มพยักหน้า เขาแอบมองอกใหญ่ของเ้าหญิงด้วยสายตาซุกซน แล้วอุ้มร่างเยว่หลิงะโออกไปจากตำหนักเ้าเมือง
รุ่งขึ้นองค์หญิงเรียกเ้าเมืองเข้าพบและบอกว่าราชบุตรเขยออกไปภาระกิจลับ ส่วนเหตุการณ์เมื่อคืนให้รายงานกลับวังหลวงว่าเกิดจากกลุ่มนักฆ่าแคว้นศัตรูบุกเข้ามาลอบทำร้าย
เ้าเมืองไม่กล้าถามมาก เพราะนางส่งสาส์นถึงแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ชายแดนผู้มีศักดิ์เป็กั๋วจิ่ว(น้องแม่)ของนาง และแม่ทัพได้ส่งทหารเกราะเหล็กฝีมือดีมา 500 นายเพื่อคุ้มครองนาง ขุนนางใดกล้าสงสัยสืบความจะถูกฆ่าทันที เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วองค์หญิงก็เสด็จไปประทับที่บ้านสกุลไป๋พร้อมเหล่านางกำนัลรับใช้เพื่อรอคลอดบุตรที่นั่น
....ณ กระท่อมเล็กๆ ใบป่าด้านหลังเมือง เยว่หลิงกำลังย่างไก่อยูที่ครัวด้านหลัง เมนูวันนี้คือไก่ฟ้าทองย่างสมุนไพร เขาหมักด้วยเครื่องสมุนไพรหอมเข้มข้น ได้แก่ ขิงอ่อน กระเทียม กานพลู อบเชย และเปลือกส้มแห้ง กลิ่นอบอวลเข้าเนื้อจนซึมลึกไปทุกเส้นใย เมื่อนำไปย่างบนถ่านไม้หอม ไฟแดงพลุ่งพล่าน กลิ่นสมุนไพรลอยคลุ้งผสมกับความหอมมันของหนังที่ค่อย ๆ สุกจนเป็สีทองกรอบ
กลิ่นหอมนั้นโชยไปถึงด้านหน้าทำเอาเลี่ยหยางที่ถอดเสื้อผ่าฟืนอยู่นำลายสอจนอดไม่ได้รีบวางขวานแล้ววิ่งมาด้านหลัง
"อื้อหือ! วาสนาปากข้าจริงๆ ท่านเซียนพ่อครัว์หลิงหลิง" เลี่ยหยางเอื้อมมือจะไปหยิบไก่ย่าง
เพี๊ยะ! เยว่หลิงตีมือเบาๆ
"รอก่อน! ข้าต้องย่างเคลือบน้ำผึ้งอีก เพิ่มรสหวานหอม หนังเป็ประกายสีทองสวย"
"คร้าบ ๆ ท่านเซียน นี่ท่านจะทำถวายฮ่องเต้หรืออย่างไร?"
"เ้าไง ฮ่องเต้!" เยว่หลิงพูดโดยไม่มองเลี่ยหยาง เขาง่วนอยู่กับการเอาน้ำผึ้งทาไก่ย่างอย่างพิถีพิถัน
เมื่อไก่สุกแล้วทั้งคู่ก็มานั่งรับประทานด้วยกันที่โต๊ะไม้เก่าๆด้านในกระท่อม เลี่ยหยางกัดเข้าไปลึกถึงเนื้อด้านในไก่ มันยังคงความชุ่มฉ่ำ ฟันที่กดลึกลงไปในเนื้อััถึงน้ำซุปใส ๆ ที่ซึมมาจากไขมันธรรมชาติ รสชาติแรกที่ััปลายลิ้นคือความหวานมันจากเนื้อแท้ ตามมาด้วยความหอมซ่อนลึกของสมุนไพรที่เข้ากับเนื้ออันละเอียดนุ่ม ทุกคำที่กัดเข้าไป ให้รสเข้มละมุน ทั้งความเผ็ดอ่อนจากขิง ความหอมหวานจากอบเชย และรสกลมกล่อมจากซีอิ๊วเก่าที่เคลือบิัจนกรอบเป็ประกาย
เลี่ยหยางกินอย่างเอร็ดอร่อยและมูมมามไม่มีมารยาทเช่นเคย
"ข้าอยากไปเที่ยว...." เยว่หลิงพูดและมองตาเลี่ยหยางด้วยแววตาออดอ้อน
เลี่ยหยางเคี้ยวไก่ไปด้วยพลางนึกสักพักแล้วพูดว่า
"เ้าใส่ใจเื่อาหารขนาดนี้ งั้นเราไปตระเวนกินกันดีไหม? ข้ามี 5 เมืองให้เ้าเลือก
1. ฉางอัน อาหารขึ้นชื่อคือ เนื้อแพะตุ๋น, เส้นบะหมี่ซานซี และพวกของหวานและขนมอบจากตะวันตก ที่นี่เ้าจะลิ้มรสอาหารหลากชาติพันธุ์
2. หางโจว ที่นั่นมีปลาัน้ำใสตุ๋น, เนื้อหมูตงพอ และชาหลงจิ่ง ถ้าเ้าอยากััอาหารบรรยากาศแบบกวีนะ
3. ลั่วหยาง มีซุปน้ำแกง, งานเลี้ยงแบบโบราณที่เสิร์ฟอาหารกว่า 20 อย่างในรูปแบบน้ำ และอาหารดอกโบตั๋น (ใช้ดอกไม้ในอาหาร) เป็เมืองแห่งงานเลี้ยงน้ำสุดยิ่งใหญ่
4. เฉิงตู อาหารขึ้นชื่อจะเป็พวกอาหารต้นตำรับอาหารเสฉวน เผ็ด ชา รสจัดจ้าน เช่น เต้าหู้เสฉวน เหมาะกับคนชอบอาหารรสเข้ม เผ็ด ซ่า และมีสมุนไพรหอม ๆ
5. กว่างโจว เป็เมืองศูนย์กลางการค้าทางทะเล ที่นี่อาหารกวางตุ้ง ที่เน้นความสด หอม เบา เช่นติ่มซำ, เป็ดอบ และน้ำซุปใสหอมหวาน ถ้าเ้าชอบอาหารทะเลหรูหราหลากชนิด ต้องที่นี่"
"เ้ารู้เยอะจัง"
"ก็อาชีพข้าต้องรู้ข้อมูลเื่พวกนี้"
"อาชีพฆ่าคน?"
เลี่ยหยางสะอึก
"ใช่! ฆ่าคน"
ก่อนที่เลี่ยหยางจะพูดอะไรต่อ เยว่หลิงก็ยื่นไก่ใส่ปากเขา
"กินให้หมด ข้าอิ่มแล้ว" เยว่หลิงลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร เพื่อไปล้างมือด้านหน้า แต่ก่อนออกไปเขาหันมาบอกเลี่ยหยางว่า
"เื่ไปที่ไหน ข้าขอคิดสักหน่อย"
เลี่ยหยางพยักหน้าและกินไก่ฟ้าทองย่างสมุนไพรที่เยว่หลิงทำต่อจนหมด...