ตอนที่81 เมี๋ยอันปะทะตองอู
ครึ่งชั่วโมงผ่าน.......
แฮะ!แฮะ! แฮะ!
“เป็นเยี่ยงใดบ้างพี่ท่านทั้งหลาย? คำแนะนำของข้าใช้ได้หรือไม่?”
อ้า!
“ยอดเยี่ยมมากเลย ด้วยคำแนะนำของน้องชายข้าสัมผัสได้เลยว่าข้านั้นแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากนั้นและข้าก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวข้านั้น.........”
ตู้มมมมมมมมมมม!!
ระดับหัวหมู่ขั้นสูง!!
อ้า!!
ในขณะที่นายทหารคนหนึ่งที่เป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นกลางกำลังพูดตอบกลับกล้วยอยู่นั้นเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขาก่อนที่จะมีคลื่นพลังงานระเบิดออกมาจากภายในตัวของเขา ซึ่งพลังงานที่ถูกปล่อยออกมานั้นแสดงให้เห็นว่าเขาได้บรรลุกลายเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นสูงเทียบเท่ากับนายกองหนุ่มแล้วและคนที่สามารถบรรลุขั้นนี้ได้พวกเขาทุกคนจะสามารถได้รับยศหัวหมู่หรือนายกองไปในทันที.......
“ยินดีด้วยพี่ชายตองอู!”
“ยินดีด้วยพี่ตองอู!”
เมื่อนายทหารคนอื่นๆรู้ว่านายทหารที่ชื่อตองอูสามารถบรรลุระดับหัวหมู่ขั้นสูงได้พวกเขาก็พากันแสดงความยินดีกับชายคนนี้ในทันทีแม้ว่าเขาจะอายุมากกว่านายกองหนุ่มหลายปีแต่การบรรลุพลังในช่วงอายุเท่านี้ก็ยังไม่ถือว่าแย่เกินไป......
บู้มมมมมมมมมมม!!
ระดับหัวหมู่ขั้นกลาง!
หือ?
ตองซอ.....เจ้า!
นอกจากนายทหารที่ชื่อตองอูแล้วนายทหารอีกคนที่ชื่อตองซอก็บรรลุระดับพลังขั้นต่อไปเช่นกันซึ่งทั้งตองอูและตองซอนั้น พวกเขาทั้งสองคนเป็นพี่น้องและก็เป็นพวกเขาที่ตั้งใจฟังคำแนะนำของกล้วยมากที่สุดในหมู่นายทหารทั้งเจ็ดคนแล้วนำมาปรับใช้กับตัวเองจนพวกเขาสามารถบรรลุระดับพลังสู่ขั้นต่อไปได้อย่างเช่นตอนนี้......
“ไอ้พวกเลี้ยงเสียข้าวสุข! ข้าให้พวกเอ็งจัดการกับมัน มิใช่ไปขอบคุณมันพวกเอ็งทำเยี่ยงนี้คิดจะขัดคำสั่งของข้ากระนั้นรึ?!”
เมื่อนายกองหนุ่มเห็นนายทหารของตนกำลังมีความสุขทั้งๆ ที่มันกำลังทุกข์อยู่มันก็เกิดความไม่พอใจและคิดที่จะลงโทษคนของตัวเองโดยอ้างการขัดคำสั่งทว่ามันไม่ได้คิดเลย ว่าตอนนี้ตองอูนั้นมีตำแหน่งเทียบเท่ากับมันแล้วขอเพียงแค่ตองอูกลับไปถึงค่ายเขาก็จะได้รับยศหัวหมู่นายกองเทียบเท่ากับนายกองหนุ่มผู้นี้ในทันที.......
ฮึ!
“ท่านนายกองเมี๋ยอัน! ท่านลืมไปเสียแล้วหรือว่าข้าในตอนนี้มิจำเป็นต้องฟังคำสั่งของท่านอีกแล้วแลพี่น้องของข้าเหล่านี้ก็ด้วยเช่นกันถ้าพวกเขาออกจากกองของท่านแลมาเข้าร่วมกับกองของข้านั่นก็ถือว่าท่านมิได้มีอำนาจในการสั่งการพวกเขาอีกแล้ว”
ชายวัยกลางคนตองอูหันกลับไปตอบนายกองหนุ่มที่เชื่อเมี๋ยอันด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึมในทันทีเขาในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งของนายกองหนุ่มเมี๋ยอันอีกแล้วรวมถึงพี่น้องทหารทั้งหมดด้วย.....
เพราะนายทหารสามารถเลือกเข้ากับกองไหนก็ได้ตามที่ต้องการเว้นเสียแต่ว่าจะมีคำสั่งโดยตรงจากคนระดับนายพันพวกเขาถึงจะไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งได้ ดังนั้นแล้วเมื่อตอนนี้ชายวัยกลางคนตองอูได้เป็นนายกองแล้วพี่น้องของเขาจึงมีสิทธิ์ที่จะออกจากกองของนายกองหนุ่ม และมาเข้าร่วมกับกองของเขาซึ่งนั่นจะทำให้นายกองหนุ่มไม่มีสิทธิ์มาสั่งพวกเขาอีก......
อ๊ะ!
อะ........อะ.....ไอ้.........ไอ้พวกบัดซบ!
บนหน้านายกองหนุ่มมีเส้นเลือดปูนนูนขึ้นมาให้เห็นเป็นจำนวนมากเลยในเวลานี้หากยังไม่หาที่ลงหรือทำให้จิตใจสงบละก็เส้นเลือดเหล่านั้นอาจจะระเบิดแตกออกมาก็เป็นได้และทางเดียวที่จะทำให้ตัวมันสงบลงได้ นั่นก็คือการที่มันจะต้องฆ่าคนที่ทำให้เกิดแผลในใจของมันขึ้นซะ........
ดี!
“ในเมื่อพวกมึงมิอยากจักอยู่ในโลกนี้ต่อไปแล้วเยี่ยงนั้นกูจักเป็นคนส่งเคราะห์ให้กับพวกมึงเอง!”
ย๊ากกกกกกกกก!!
[วิชาพลังเกราะเหล็ก]
นโมวิ ชะ ระ เหล็กกล้า มะ อุต ธายะ
วืดดดดดดด!!
เมื่อนายกองหนุ่มถ่องคาถาเสร็จเกราะเหล็กกล้าก็พลันโผล่ออกมาบนร่างของนายกองหนุ่มซึ่งดูแล้วเกราะเหล็กอันนี้จะแข็งแกร่งไม่น้อยเลยซึ่งวิชาเกราะเหล็กนี้เป็นวิชาการต่อสู้สายป้องกันกึ่งคาถาอาคมเพราะมีการรวมเอาคาถาอาคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพราะมันจำเป็นที่จะต้องใช้พลังฌานสมาธิในการสร้างเกราะนี้ขึ้นมา......
“นี่มันพึ่งจะเริ่มเท่านั้น กูยังมิของเล่นไว้เล่นกับพวกมึงอีกเยอะ”
ไอ้เทาลูกพ่อจงออกมา!
ตึ้ง!
ม้อ!!!!!
นอกจากวิชาเกราะเหล็กแล้วนายกองหนุ่มยังหยิบเอาของดีอย่างควายธนูสะกดอาคม ที่เป็นวัตถุอาคมสายสัตว์เลี้ยงออกมาช่วยมันต่อสู้อีกด้วย......
“วัตถุอาคมสายสัตว์เลี้ยงควายธนูรึ? ไม่คิดเลยว่าท่านนายกองเมี๋ยอันจะมีของดีอยู่กับตัวเยี่ยงนี้แต่ควายธนูของท่านเป็นแค่สัตว์ร้ายระดับทั่วไปเท่านั้นอย่างมากก็เทียบได้กับนักรบระดับหัวหมู่ขั้นกลางสามคน ท่านคิดว่าแค่นั้นจักสามารถทำอะไรพวกเราได้รึ?”
แม้ว่าตองอูจะเห็นเกราะเหล็กพลังชาญและควายธนูของอดีตนายกองของเขาแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้ดูเป็นกังวลใดๆเลยสักนิดเดียว กลับกัน เขากลับดูมั่นใจและมีไฟที่จะต่อสู้มากกว่าเดิมอีกราวกับว่าตัวเขาได้รอคอยวันและเวลาเช่นนี้มาโดยตลอดอย่างนั้นแหละ......
“พี่ตองอู! ท่านจักไปพูดกับหมาบ้าเยี่ยงมันให้เสียน้ำลายทำไมกันพวกเราต้องทนอยู่กับมันมานานมากโขแล้ววันนี้ได้เวลาที่พวกเราจะปลดปล่อยความทรมานที่มีกันเสียทีจัดชุดใหญ่ให้มันดูเสียหน่อยคงมิเป็นไรดอกพี่ตองอู!”
ซึ่งน้องชายของตองอูอย่างตองซอที่อยู่ข้างๆกันก็ได้พูดแทรกขึ้นมา ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ห้ามพี่ชายของเขาเท่านั้นเขากับส่งเสริมและเร่งรีบให้พี่ชายของเขาจัดการกับนายกองหนุ่มผู้นี้ด้วยและดูจากสายตาที่ไม่พอใจของเขาที่มีต่อนายกองหนุ่มแล้ว มันดูเหมือนว่านายกองหนุ่มจะทำเรื่องที่ไม่ดีไว้กับสองพี่น้องนี้ไม่น้อยเลย.........
ได้!
[วิชาเกราะเหล็กกล้า]
นโมวิ ชะ ระ เหล็กกล้า มะอะอุต นโมพุทธายะ!
วืดดดดดดดด!!
อ๊ะ!
เพราะว่าวิชาเกราะเหล็กนี้เป็นวิชาของกองทัพนายทหารทุกคนจึงสามารถฝึกฝนได้ แต่คนที่จะสามารถใช้ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆนั้นคือคนที่สามารถบรรลุระดับหัวหมู่ขั้นสูงขึ้นได้เท่านั้นทว่าตางอูกลับสามารถทำได้ตั้งแต่ตอนที่เขาเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นกลางแล้วเพียงแต่เขาไม่ได้บอกใคร หรือแสดงให้ใครเห็นนอกจากน้องชายของเขา.....
แต่เมื่อเขาบรรลุระดับหัวหมู่ขั้นสูงแล้วมันก็ไม่มีความจำเป็นใดที่เขาจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอีกและแถมวิชาเกราะเหล็กกล้าของเขาจะเหนือกว่าของนายกองหนุ่มอีกขั้นหนึ่งแน่ะเพราะบทคาถาที่ตองอูใช้นั้นมีคำบางคำเพิ่มเข้ามา และตอนที่เกราะปรากฏออกมาออร่าพลังฌานบนเกราะก็ยังให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งกว่าด้วย.......
แต่ที่เด็ดกว่านั้นเลยก็คือ.......
“กระทิงแดงสี่เขาเอ๋ยจงออกมา!”
ตึ้ง!!
ฟุ๊ด!ฟุ๊ด! ฟุ๊ด!
นั่นก็คือวัตถุอาคมสายสัตว์เลี้ยงของตองอูเพราะมันคือกระทิงสีแดงที่มีสีเขาที่หาได้ยากมากในภูมิภาคเขตตะวันออกนี้ถ้าวัดกับควายธนูสีเทาของนายกองหนุ่มแล้ว กระทิงแดงสี่เขานี้แข็งแกร่งกว่ามากนักแต่ก็ควบคุมได้ยากกว่าเช่นกัน......
ซึ่งกองหน้านี้ตองอูเคยลองเรียกมันออกมาแล้วแต่เพราะเขายังอ่อนแอเกินไป เขาจึงไม่เคยหยิบเอามันออกมาใช้อีกเลย จนกระทั่งวันนี้เขารู้สึกมั่นใจมากว่าตัวเองสามารถควบคุมกระทิงสีแดงสี่เขาตัวนี้ได้แล้วเขาจึงเรียกมันออกมา และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆตอนนี้เจ้ากระทิงสีแดงสี่เขาดูจะเชื่อฟังเขามากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก.......
ว้าว!
“เกิดมาข้าพึ่งเคยเห็นวัตถุอาคมก็วันนี้แหละโว้ย!”
“ใช่ ใช่ ใช่! แถมยังเป็นสายสัตว์เลี้ยงเสียด้วย ช่างเป็นบุญตายิ่งนัก”
“ดูกระทิงสีแดงสี่เขาตัวนั้นสิ จากคำเล่าขาน พวกมันหาได้ยากยิ่งแถมพวกมันยังมีนิสัยที่ดุร้ายและควบคุมได้ยากด้วย แต่ถ้าควบคุมมันได้ละก็คนผู้นั้นก็จักเหมือนมีผู้คุ้มกันระดับนักรบหัวหมู่ขั้นสูงเลยทีเดียวเห็นแล้วอยากได้บ้างจังโว้ย!”
แน่นอนว่าหลายๆคนรู้จักกระทิงสีแดงสี่เขานี้เป็นอย่างดีเพราะมันเป็นสัตว์ร้ายที่ขึ้นชื่อสำหรับนำมาเป็นวัตถุอาคมสายสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมากและเพราะเหตุผลนี้ พวกมันจึงถูกล่าอยู่เสมอเมื่อถูกพบเจอไม่ว่าจะที่ไหน จนมันส่งผลให้จำนวนของพวกมันมีน้อยลงไปมากในตอนนี้........
แต่โชคดีสำหรับตองอูที่ได้มันมาโดยที่ไม่ต้องออกล่าเองเพราะมันเป็นของที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ของปู่ของเขาแล้วแถมเจ้ากระทิงแดงสี่เขาตัวนี้ยังดูใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่ากระทิงแดงสี่เขาทั่วๆไปเกือบเท่าตัวเลยด้วย.....
ปะ.......เป็นไปไม่ได้!
“เอ็งมันก็แค่นายทหารไร้ชื่อไร้นามผู้หนึ่งเอ็งจักมีของดีเช่นนี้ได้เยี่ยงไรกัน? เป็นไปไม่ได้!นี่เอ็งไปขโมยของดีเยี่ยงนี้ของผู้ใดมากันเป็นทหารแต่กลับกล้าขโมยของผู้อื่นเยี่ยงนั้นรึ รีบส่งมันมาให้ข้าซะแล้วข้าจักมิเอาความเอ็ง ไอ้ตองอู!”
ในตอนนี้สติของนายกองหนุ่มแทบจะไม่อยู่กับตัวเองแล้วมันไม่สนใจแล้วว่าหน้าของมันจะมีอยู่อีกต่อไปหรือไม่ ที่มันสนมีเพียงแค่ความโลภโลภที่จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองไม่มี แม้แต่กระทิงแดงสี่เขาของตองอูมันก็ยังพูดใส่ร้ายเพื่อให้ตองอูผิดและมอบกระทิงแดงสี่เขาให้กับมัน......
ฮึ!
“ท่านนายกองเมี๋ยอัน! นี่ท่านสติหลุดไปแล้วหรือเยี่ยงใดกัน? ท่านจะมากล่าวหาข้าเช่นนี้มิได้ดอกนะถ้าท่านมิมีหลักฐานแบบนี้เขาเรียกกันว่าใส่ความผู้อื่นนะและโทษของนายทหารระดับหัวหมู่ที่กล้าใส่ความผู้อื่นโดยมิมีหลักฐานเยี่ยงนี้โทษของมันผู้นั้นก็คือการถอดยศหรือปั่นหัวทิ้ง!”
ตองอูไม่คิดว่านายกองหนุ่มที่ดูมีสติและมากไปด้วยแผนการมาตลอดอย่างเมี๋ยอันจะทำพลาดอย่างเช่นตอนนี้ได้เขาเคยประเมินเมี๋ยอันว่าเป็นชายหนุ่มที่ฉลาดและมากไปด้วยความสามารถแต่มาวันนี้เขารู้ตัวแล้วว่าตนเองคิดผิดไปถนัดเลย เพราะเพียงแค่เหตุการณ์ในวันนี้นายกองหนุ่มผู้นี้ก็ไม่อาจที่จะเก็บทรงของตัวเองเอาไว้ได้แล้ว.......
มะ.....มะ.....มึง!
ไอ้ตองอู!
“ควายธนูลูกพ่อ! จัดการมันซะ เอามันให้เละคาดินไปเลย!”
ม้อ!!
เมื่อไม่สามารถใช้วาจาพูดข่มได้แล้วนายกองหนุ่มก็ไม่คิดที่จะพูดเจรจาความใดอีกมันสั่งให้ควายธนูสีเทาของมันพุ่งเข้าชนตองอูในทันที.....
“กระทิงแดง! ไปเล่นกับมันหน่อย”
ฟุ๊ด!ฟุ๊ด! ฟุ๊ด!
ตึ้ง!ตึ้ง! ตึ้ง!
ปัง!ตุบ! ปัง!
สัตว์ทั้งสองพุ่งเข้าหากันตามคำสั่งของผู้เป็นนายในทันทีและเมื่อพวกมันประจันหน้ากันแล้วทั้งควายธนูสีเทาและก็กระทิงสีแดงสี่เขาก็เริ่มออกอาวุธของตัวเองเพื่อที่จะเอาชนะอีกฝ่ายซึ่งอาวุธของพวกมันก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเขาขนาดใหญ่บนหัวของพวกมัน......
แต่ความโชคร้ายดันมาตกอยู่ที่ควายธนูสีเทาเพราะมีเพียงแค่สองเขาเท่านั้น แม้ว่าเขาของมันจะใหญ่และยาวแต่มันก็ยังไม่อาจที่จะเปรียบเทียบได้กับกระทิงสีแดงที่มีถึงสี่เขาแถมแต่ละเขายังโค้งงอเป็นรูปที่เหมาะสมกับการต่อสู้และตั้งรับอีกด้วย.......
ดังนั้นแล้วกระทิงแดงจึงใช้สองเขาแรกในการป้องกันเขาของควายธนูสีเทาส่วนอีกสองเขาที่เหลือมันก็ใช้สำหรับโจมตีนั่นจึงทำให้มันได้เปรียบตั้งแต่เริ่มต่อสู้และสามารถผลักดันให้ควายธนูต้องก้าวถอยหลังไปด้วยความเจ็บปวด......
ม้อ!