ก่อนขึ้นเฉลียง ฮวาหว่านหันกลับไปมองภาพเื้ัของอาจารย์อู๋อย่างสงสัย
ชิงหัวดูออกว่าฮวาหว่านรู้สึกแปลกใจในตัวอาจารย์อู๋ จงใจผ่อนฝีเท้าช้าลง เข้าใกล้ฮวาหว่านอีกหน่อย กล่าวเสียงต่ำ"แม่นางฮวา ท่านอาจารย์อู๋ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่านางงามกล้วยไม้อู๋ เป็คนฝั่งจัตุรัสบนของโรงฝีมือในขณะเดียวกันก็เป็หลานสาวของรองเ้าสำนักหนิงกวงหยวน
ฮวาหว่านเบิ่งตากลมโตคู่งามคล้ายกับว่านางเข้าใจอะไรบ้างแล้ว เพียงแค่ชิงเหอไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจนนางเองก็ไม่สามารถเดาสุ่มสี่สุ่มห้าได้ จึงถามคล้อยตามชิงเหอ "พี่ชิงเหอ จัตุรัสบนนั้นคืออะไรหรือคะ?"
ชิงเหอปิดปากหัวเราะ"แค่คำพูดสองสามคำคงกล่าวไม่ชัดนักหรอกรอไว้ให้เ้าอาศัยความสามารถที่แท้จริงเข้ามาที่โรงฝีมือนี้ให้ได้เสียก่อนก็จะรู้ได้ด้วยตนเองแล้วล่ะ"
ก่อนหน้านี้นางได้ฟังสิ่งที่หัวหน้าหลัวกับฮวาหว่านสนทนากันนั้นชิงเหอเองก็พอดูออกว่ามีเจตนาที่จะโอบอุ้มฮวาหว่านให้เจริญก้าวหน้าหากว่าฮวาหว่านขยันหมั่นเพียร นางอบรมที่โรงเรียนศิลป์คงไม่ต้องถึงหนึ่งปีกระมังหากพื้นฐานนางแข็งแรงแล้ว ก็คงถูกท่านหัวหน้าไปรับมา
ฮว่าหว่านติดตามชิงเหอฝีเท้าไปตามทางเดินอย่างว่องไว นางคิดว่าสามารถได้เรียนในชั้นเรียนศิลปะ และคาดหวังว่าจะได้เข้าไปอยู่ในสำนักหนิงกวงหยวน หัวหน้าหลัวท่านนั้นเป็คนดีผู้หนึ่ง เห็นว่านางเสื้อผ้าเปียกปอนยังมีจิตใจละเอียดรอบคอบไต่ถามว่าอยากเปลี่ยนเป็เครื่องแบบของสำนักหนิงกวงหยวนหรืือไม่
ฮวาหว่านครุ่นคิดเสื้อผ้าใกล้แห้งแล้วอีกทั้งยังไม่ลำบากมากนัก นางเองก็ไม่อยากให้วุ่นวายผู้อื่นหรือให้กลายเป็ที่ดูถูกครั้นแล้วจึงปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา
ฮวาหว่านและชิงเหอยังไม่ทันจะสนทนาต่อความกันอีกนางงามกล้วยไม้อู๋ท่านนั้นก็เข้าไปในห้องหัวหน้าหลัวเสียแล้ว
หัวหน้าหลัวลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน "เ้ามามีเื่อันใด? หากไม่มีธุระ ก็กลับไปทำงานเสีย"
นางงามกล้วยไม่อู๋เดินเข้าหาหัวหน้าหลัวอย่างช้าๆย่อกายทำความเคารพที่เบื้องหน้าแล้วจึงหยิบตลับไม้สีแดงออกมาจากกระเป๋าผ้ารูปดอกบัว "ท่านหัวหน้าหลัวสิ่งนี้คือชาขาวที่ท่านอาส่งมาให้ข้า เห็นว่าตลับเล็กนัก ข้าเสียดายที่จะกิน จึงตั้งใจมามอบให้ท่านหัวหน้าเพื่อแสดงความเคารพกตัญญู" (白毫银针 = เข็มเงินสีขาว คือชาขาวชนิดหนึ่งของจีน มีมาในแถบมณฑลฝูเจี้ยน มีลักษณะคล้ายเข็มเงินสีขาว สรรพคุณเป็ยาป้องกันหวัด ลดไข้ แก้พิษและยังบำรุงกระเพาะอาหารอีกด้วย)
หัวหน้าหลัวแค่นเสียงไม่หนักแต่ก็ไม่เบานักนางกล้วยไม้งามนี้ยังไงก็คือหลานสาวของรองเ้าสำนักหนิงกวงหยวน
มีท่านอาเป็ถึงรองเ้าสำนักจึงได้รับผลประโยชน์จากคนมากมายอย่างไม่มีสาเหตุ ในโรงฝีมือแห่งนี้เองก็เถอะยังมีช่างฝีมือไม่น้อยเลยที่คอยล้อมรอบตัวนาง
ตรงจุดนี้หัวหน้าหลัวเองก็ยังไม่เคยชินในสำนักหนิงกวงหยวนควรให้ความสำคัญกับฝีมือจะให้เื่ความสัมพันธ์มาเกี่ยวข้องได้อย่างไรกัน
แต่โดยปกติแล้วนางเองก็ไม่เคยกลั่นแกล้งนางงามกล้วยไม่อู๋นางนี้นางเองก็ไม่อยากทำให้รองเ้าสำนักอู๋ระคายใจจนเพิ่มเื่วุ่นวายให้ตนเองเช่นกันจึงปล่อยให้เป็เช่นนี้เอง
"มีคำพูดใดก็เอ่ยออกมาตรงๆ" หัวหน้าหลัวเดินไปที่โต๊ะเล็กหยิบเครื่องประดับหญ้าขึ้นเล่น
นางงามกล้วยไม้สายตาหลุกหลิกไม่อยู่นิ่งมองดูซ้ายขวาไม่ทราบว่ากำลังมองหาสิ่งใด "ท่านหัวหน้าหลัวข้าได้ยินมาว่ามเหสีจางยังไม่ได้สั่งทำเครื่องประดับผมในงานเทศกาลสารทจีนไม่ทราบว่าท่านหัวหน้ามอบภารกิจนี้ให้ผู้ใดกันคะ"
มเหสีจางตอนนี้เป็ที่โปรดปรานที่สุดในวังหลังเป็บุคคลที่ฮ่องเต้รักใครจนสุดหัวใจ
แล้วใครกันเล่าที่ไม่อยากจะอยู่ต่อหน้าบุคคลสูงศักดิ์เช่นนี้?
นางงามกล้วยไม้อู๋แม้ว่าจะมีท่านอารองเ้าสำนักเป็เสาหลักอยู่แล้วและสามารถหลงเข้ามาทำงานในจัตุรัสบนของโรงฝีมือได้ก็จริงหากแต่มาจนถึงทุกวันนี้นางยังไม่สามารถโชว์ฝีมือสักอย่างยังไม่มีเครื่องประดับให้คนจับตามองอย่างยกย่อง เื่อับจนปัญญาอีกคือแม้แต่ตัวนางงามกล้วยไม้เองก็ไม่รู้ว่าตนงเองยังขาดฝีมือเพียงแต่คิดเอาเองว่าที่ขาดคือโอกาส
หัวหน้าหลัวยื่นมือรับตลับไม้นางบิดฝาจุกดมแล้วดมอีก คือชาชั้นดีน่าเสียดายที่คนส่งชาจิตใจว้าวุ่น ดังนั้นน้ำชาที่ต้มแล้วพอดื่มเข้าไปคงไม่มีรสชาติอันใด
"รูปแบบของกิ๊บปักผมกำหนดไว้แล้ว"หัวหน้าหลัวลุกเดินไปที่ห้องหนังสือหยิบกระดาษวาดโครงร่างของภาพกลุ่มเมฆซ้อนลายหกผสานออกมา
นางงามกล้วยไม้ดีอกดีใจที่จะได้รับรูปแบบที่ไม่ยากนัก "ท่านหัวหน้ากิ๊บปักผมอันนี้ให้ข้าทำดีหรือไม่"
"อืม? เ้าทำได้?"คำกล่าวไม่กี่คำของหัวหน้าหลัวออกจะเ็า แถมยังกล่าวตามตรง"เ้าคงรู้ว่านี่เป็แค่ตัวฐานมเหสีจางยัง้าให้บนก้อนเมฆยืนไว้ด้วยหงส์เหิน! ตัวเ้ามีฝีมือละเอียดประณีตพอที่จะเชื่อมผสานหงส์เหินแถมยังต้องประสานเมฆให้ได้เจ็ดโพรงเป็กลุ่มแผ่นเมฆ เ้าล้วนไร้ฝีมือพอที่จะติดฝังอัญมณีลงไปได้หรอกนะ"
นางงามกล้วยไม้พอได้ฟังว่าต้องประดิษฐ์ตัวหงส์เหินไว้บนยอดใบหน้าก็เปลี่ยนสี ในใจอยากจะถอยกายออกไป แต่ปากยังคงกล่าว"ท่านหัวหน้ากล่าวล้อเล่นแล้วกระมัง อย่างไรข้าก็คือคนของจัตุรัสบนฝีมือการฝังเชื่อมไหนเลยจะด้อยฝีมือ"
" ในเมื่อเ้าพูดว่าฝีมือไม่ด้อยอย่างนั้นข้าขอถามเ้าก่อนหน้านี้เหตุใดทับทิมของหางนกกระจอกบนปิ่นพู่ห้อยของพระสนมเอกสวีถึงได้ร่วงลงมา" หัวหน้าหลัวจ้องหน้านางงามกล้วยไม้อย่างไม่ท่าทางที่ดี
ปิ่นพู่ห้อยที่มีหางนกกระจอกนั้นเป็หัวหน้าหลัวออกแบบเองแม้จะเรียบง่ายแต่ก็มีความละเอียดประณีต ปิ่นพู่ห้อยอันละเอียดอ่อนงดงามนั้นเหมาะสมกับพระอุปนิสัยเฉพาะตัวของพระสนมเอกสวียิ่งนัก
พระสนมเอกสวีถูกใจภาพวาดโครงร่างของกิ๊บปักผมของหัวหน้าหลัวยิ่งนักจึงตั้งใจให้นำแผ่นเหรียญทองคำที่พระมารดาของนางมอบไว้ให้และนำติดตัวเข้าวังมาด้วยนั้น มอบให้หัวหน้าหลัวนำทับทิมแดงเม็ดเล็กเท่าปลายนิ้วฝังประดับลงบนเหรียญแล้วค่อยนำไปตกแต่งตรงปลายของปิ่นพู่ห้อยที่ตรงปลายหางนกกระจอก
เหตุเพราะว่าการทำปลายของหางนกกระจอกค่อนข้างง่ายหัวหน้าหลัวจึงมอบหน้าที่นี้ให้นางงามกล้วยไม้อู๋ของจัตุรัสบนคิดไม่ถึงว่าหลังจากที่ถวายปิ่นพู่ห้อยให้พระสนมเอกสวีแล้วพระองค์สวมใส่ยังไม่ถึงสองครั้ง ทับทิมนั้นกลับร่วงหล่นลงมาหาอย่างไรก็ไม่พบ
หากไม่ใช่เพราะว่าหัวหน้าหลัวหวาดกลัวจนต้องไปสารภาพและขอรับโทษอย่างจริงใจแล้วล่ะก็มิเช่นนั้นพระสนมเอกสวีคงไม่พูดจาด้วยดี เื่นี้จึงยากที่จะมีความดีความชอบสำนักหนิงกวงหยวนเองก็ต้องแบกความรับผิดชอบนี้ไว้
นางงามกล้วยไม้มุมปากกระดกขึ้นกระซิบกระซาบเสียงเบา"พระสนมสวีตอนนี้ไม่ได้เป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้แล้ว แค่ใช้ความคิดนิดๆหน่อยๆ ทำปิ่นพู่ห้อยให้พระสนมสวีก็พอ ไม่สู้ไปสืบถามให้มากหน่อยว่ามเหสีจาง้าอะไรบ้าง"
นางงามกล้วยไม้คิดว่าหัวหน้าหลัวคงฟังไม่ชัดเจนแต่ว่าหูของหัวหน้าหลัวแหลมคมนัก
หัวหน้าหลัวยิ้มเ็า"ยังจะมาพูดอีกคนในวังทั้งหลายผู้ใดกันที่ไม่ใช่เ้านายยังมีพวกเราเหล่าช่างฝีมือรู้จักเพียงแต่ศิลปะไม่รู้จักผู้คน" เมื่อพูดจบหัวหน้าหลัวก็ยืนขึ้น มองไปทางด้านนอกห้องี้เีจนไม่อยากเหลือไมตรีจิตระหว่างกันอีก"เ้าเองก็ไปพิจารณาตนเองให้ดีว่าทำผิดที่ใดบ้างมิเช่นนั้นอย่ามาตำหนิข้าว่าทำให้เ้าต้องหล่นไปอยู่ในจัตุรัสล่าง"
หน้าของนางงามกล้วยไม้บัดเดี๋ยวแดงบัดเดี๋ยวขาวโกรธเคืองจะแทบจิกเท้า นางยังมีท่านอาอยู่ ไหนเลยจะกลัวคำขู่ของหัวหน้าหลัวเกรงว่าหัวหน้าหลัวที่เพิ่งมาอยู่สำนักหนิงกวงหยวนไม่ถึงครึ่งปีนางนี้กำลังอิจฉานาง
ช่างไม่รู้อะไรเสียจริงนางคงต้องหาเวลาว่างไปพบท่านอาเพื่อปรึกษาเื่นี้เสียแล้ว
ฮวาหว่านถึงร้านสมุนไพรหอมก็ปลายยามเที่ยงแล้วเพราะว่าฮวาหว่านกลับมาช้าไปจึงไม่ค่อยชอบใจอยู่บ้าง
ภายหลังจึงรู้ว่าฮวาหว่านส่งของตรงตามเวลาเพียงแต่ท่านหัวหน้าสนใจเครื่องประดับหญ้าเป็อย่างมากครั้นพอภายหลังที่นางบอกเล่าเื่ราวที่โรงฝีมือสองสามประโยคสีหน้าของเถ้าแก่อันจึงผ่อนคลายลง ในคำพูดยังปะปนไปด้วยคำชมเชย
"เถ้าแก่อันภายหลังข้าน้อยไม่สามารถส่งเครื่องประดับหญ้าให้ท่านได้อีกแล้วท่านหัวหน้าหลัวให้ข้าไปโรงเรียนช่างศิลป์เพื่อเรียนการทำเครื่องประดับของจริง่เวลาที่ผ่านมาเหล่านี้ข้าน้อยต้องขอขอบคุณที่เถ้าแก่อันดูแลข้าน้อยมาโดยตลอด"ฮวาหว่านโค้งคำนับเถ้าแก่อันหากในคำพูดไม่ได้กล่าวถึงเื่ที่อันจูทำห่อผ้าตกน้ำแต่อย่างใด
" มิได้ มิได้เป็ลุงอันที่จะต้องยินดีกับหนทางที่สดใสของเ้าต่างหากโรงเรียนช่างศิลป์อยู่ในเมือง จำไว้ว่าหากมีเวลาเ้าก็มาเยี่ยมลุงอันบ้างล่ะ"ในใจเถ้าแก่อันถึงแม้จะเสียดาย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกสูญเสียอันใดโดยเฉพาะเด็กน้อยฮวาหว่านฝีมือปราดเปรียวว่องไว นิสัยก็เป็ที่ชื่นชอบของผู้คนหลังจากที่เข้าสำนักหนิงกวงหยวน คงเป็ที่รักใคร่ของผู้สูงศักดิ์ได้โดยง่ายไม่แน่ว่าในอนาคตเขาอาจจะได้ใช้ประโยชน์จากฝีมือสูงส่งของนางเป็แน่
เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเถ้าแก่อันจึงกล่าวขึ้นอีก"เด็กน้อยฮว่า ครอบครัวของเ้าล้วนอยู่ที่หมู่บ้านหยุนเซียวเ้าตัวคนเดียวอยู่ในเมืองหลวงอาจพบความยากลำบาก แม้ว่าเ้ามาหาลุงอันลุงอันจะช่วยเ้าอย่างสุดกำลัง"
ฮวาหว่านซาบซึ้งใจมากอันจูเป็เด็กดื้อรั้นหัวแข็ง แต่เถ้าแก่อันเป็คนดีมาก "อืม!ขอบคุณท่านลุงอัน"
เถ้าแก่อันให้คนงานจูงรถลาดำมาให้ฮวาหว่านรถลาสีดำซ่อมเรียบร้อยแล้ว ฮวาหว่านกล่าวคำขอบคุณเถ้าแก่อันอีกครั้งเห็นว่าเวลาไม่เช้าแล้ว จึงไม่กล้าอยู่นานหลังจากกล่าวคำอำลานางจึงโดยสารรถลาจากไป
บนชั้นสองของศาลาสุคนธรสตรงช่องหน้าต่างที่ติดกับถนนถูกดันออกเป็ช่อง ในช่องโผล่มาด้วยใบหน้าอ้วนกลมของอันจู ดวงตาทั้งสองข้างหรี่เล็กราวเส้นถั่วงอกที่บัดนี้กำลังหลบซ่อนเส้นใยของความเลื่อมใสศรัทธาอยู่ภายใน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/31460372a950b4e2a8c09017ed8e19b6
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่บันทึกมงกุฎขนนกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #บันทึกมงกุฎขนนก #readAwrite ด้วยน้า