ตอนที่ 9: การประเมินผลงาน (KPI) ์ กับศิลปะการตอกหน้าฝ่ายบุคคล!
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในแผนกรับเื่ร้องเรียนที่เคยเงียบเหงากลับคึกคักขึ้นมาเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะมีคนมาแจ้งความ ทว่ากลับเป็การมาเยือนของกลุ่มเทพสวมชุดคลุมสีขาวขลิบทองสามองค์ ที่เดินเรียงแถวหน้ากระดานเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มที่ดูเป็มิตรจนน่าขนลุก
บนอกเสื้อของพวกเขามีตราสัญลักษณ์ตราชั่งประดับช่อกุหลาบ... นี่คือคนจาก ‘กองประเมินผลและผดุงสันติ์’ หรือพูดภาษาชาวบ้านก็คือ ‘ฝ่ายบุคคล (HR)’ ของส่วนกลางนั่นเอง!
เทพองค์นำหน้าซึ่งมีใบหน้าอวบอิ่ม ดูใจดีราวกับคุณลุงข้างบ้าน เดินถือกระเช้าผลไม้ทิพย์เข้ามาวางบนโต๊ะของรพี
"โอ้โห! ขยันขันแข็งแต่เช้าเลยนะ เซียวเซียน" เทพองค์นั้นเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ข้าคือ ‘ไท่ผิง’ หัวหน้ากองประเมินผล วันนี้แวะมาเยี่ยมเยียนและดูสารทุกข์สุกดิบของพนักงานชั้นผู้น้อยน่ะ แผนกนี้ขาดคนดูแลมานาน พอได้ยินว่าเ้าทำงานได้โดดเด่นสะดุดตาเบื้องบน ข้าก็เลยต้องมาดูตัวเสียหน่อย"
"เป็เกียรติอย่างยิ่งครับท่านไท่ผิง" รพียิ้มรับแบบพนักงานออฟฟิศดีเด่น ลุกขึ้นยืนโค้งคำนับเล็กน้อย "รับน้ำชาสักแก้วไหมครับ?"
"ไม่เป็ไรๆ นั่งเถอะ พวกข้ามาแป๊บเดียว" ไท่ผิงโบกมือให้ลูกน้องอีกสองคนไปยืนคุมที่ประตู ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบด้วยท่าทีสนิทสนม "คดีท่านเทพพราน กับคดีท่านเทพแห่งฝนเมื่อวาน เ้าทำได้ฮือฮามากเลยนะ เด็ดขาด! ฉับไว! สมกับเป็คนหนุ่มไฟแรงจริงๆ"
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ผมก็แค่ทำตามหน้าที่"
"อืม... แต่ว่านะ เซียวเซียน" ไท่ผิงลากเสียงยาว รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้า แต่ั์ตากลับไร้แววขบขัน "์ของเราเนี่ย ขับเคลื่อนด้วย ‘ความปรองดอง’ เป็หลัก การบังคับใช้กฎหมายแบบตึงเปรี๊ยะเกินไป บางครั้งมันก็สร้างความร้าวฉานในองค์กรได้นะ เ้าเข้าใจที่ข้าสื่อใช่ไหม?"
รพีแกล้งทำหน้าซื่อ "เอ่อ... หมายความว่ายังไงหรือครับท่าน?"
ไท่ผิงถอนหายใจเบาๆ หยิบม้วนคำร้องสีแดงฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงตรงหน้ารพี "เช้านี้มีคดีใหม่ส่งเข้ามา เป็เื่ของม้า์ของท่านมหาเทพตระกูลหลิว บังเอิญไปเหยียบแปลงดอกไม้ของเทพธิดาฝึกหัดพังไปนิดหน่อย... เ้าก็รู้ใช่ไหมว่าตระกูลหลิวเป็หนึ่งใน 12 ตระกูลใหญ่ที่มีอุปการคุณต่อ์มากมาย"
รพีเหลือบมองม้วนคำร้อง... แปลงดอกไม้พังนิดหน่อยงั้นเหรอ? ในใบแจ้งความเขียนว่าเหยียบเรือนกระจกพังไปสามหลัง แถมยังเตะเทพธิดาฝึกหัดจนกระดูกร้าวไปสองซี่เนี่ยนะ!
"เื่เล็กน้อยแค่นี้ ถ้าเราทำเป็คดีใหญ่โต มันจะกระทบภาพลักษณ์องค์กรเปล่าๆ" ไท่ผิงตบไหล่รพีเบาๆ "ข้าในฐานะผู้พิจารณาโบนัสและเลื่อนขั้น (KPI) ของพวกเ้า อยากจะมา ‘แนะนำ’ ด้วยความหวังดี... คดีนี้ประทับตรายกฟ้องไปเถอะ ถือว่าเห็นแก่ความสงบสุขของส่วนรวม แล้วสิ้นปีนี้ ข้าจะพิจารณาเลื่อนขั้นให้เ้าเป็เทพชั้น 8 ดีไหม? ถือว่าวิน-วินทั้งสองฝ่าย"
นิติกรหนุ่มฟังจบก็แทบจะหลุดขำออกมา นี่มันแพทเทิร์นคลาสสิกของพวกฝ่ายบุคคลที่ชอบมาเจรจาไกล่เกลี่ยให้ปิดปากชัดๆ! เอาเื่การประเมินผลงานมาขู่ผูกกับตำแหน่ง เพื่อบีบให้พนักงานตัวเล็กๆ ทำเื่ผิดจรรยาบรรณ
รพีประสานมือไว้บนโต๊ะ มองกระเช้าผลไม้สลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของไท่ผิง ก่อนจะระบายยิ้มที่กว้างกว่าและเป็มิตรยิ่งกว่ากลับไป
"ข้อเสนอของท่านไท่ผิงน่าสนใจมากครับท่าน การได้เลื่อนเป็เทพชั้น 8 ถือเป็ความฝันสูงสุดของผมเลย"
"ใช่ไหมล่ะ! งั้นก็ประทับตราซะสิ" ไท่ผิงรีบเลื่อนแท่นหมึกไปให้
"แต่ว่านะครับ..." รพีชักมือกลับ หยิบแผ่นหยกบันทึกกฎหมายขึ้นมาเคาะกับโต๊ะเบาๆ "ตามระเบียบการบริหารงานบุคคลของ์ มาตรา 188 ระบุไว้ว่า ‘ห้ามมิให้เ้าพนักงานผู้ใด รับผลประโยชน์หรือคำสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ เพื่อกระทำการหรือละเว้นการกระทำการอันเป็หน้าที่ของตน’ และในวรรคสองยังระบุอีกว่า ‘ผู้ใดใช้อำนาจหน้าที่ในการข่มขู่ หรือจูงใจให้เ้าหน้าที่รัฐบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม มีโทษปลดออกจากตำแหน่งและริบฐานันดรเทพ’"
รอยยิ้มของไท่ผิงแข็งค้างไปทันที ลูกน้องสองคนที่เฝ้าประตูอยู่ก็สะดุ้งเฮือก
"ท่านไท่ผิงครับ สิ่งที่ท่านเพิ่งพูดมาเมื่อกี้... ทั้งเื่การให้โบนัส แลกกับการให้ผมยกฟ้องคดีทำร้ายร่างกายและการทำลายทรัพย์สิน มันเข้าข่ายความผิดฐาน ‘ติดสินบนและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม’ เต็มๆ เลยนะครับ" รพีพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อและเป็ห่วงเป็ใยสุดๆ "ถ้าเื่นี้หลุดไปถึงหูเบื้องบนเข้า ฝ่ายบุคคลอย่างท่านจะเดือดร้อนเอานะครับ"
"จ... เ้า! นี่ข้ามาเตือนด้วยความหวังดีนะ!" ไท่ผิงหน้าแดงก่ำ ชี้หน้ารพีมือสั่น "เ้ากล้าเอามาตรากฎหมายงี่เง่าพวกนี้มาขู่ข้าเรอะ! ข้าเป็ถึงเทพชั้น 4 หัวหน้ากองประเมินผลเชียวนะ!"
"ผมไม่ได้ขู่ครับ ผมแค่ตักเตือนท่านด้วยความหวังดีเหมือนกัน" รพีขยับเก้าอี้เอนหลัง "อีกอย่าง คัมภีร์สัจจะของผมมันบันทึกบทสนทนาเมื่อครู่ไว้หมดแล้ว ถ้าท่านอยากจะให้ผมยกฟ้องจริงๆ รบกวนท่านเซ็นเอกสาร ‘รับรองการสั่งการให้ยกเว้นการปฏิบัติหน้าที่’ มาให้ผมเป็ลายลักษณ์อักษรทีสิครับ ผมจะได้มีหลักฐานว่าเบื้องบนสั่งมา... กล้าเซ็นไหมล่ะครับ?"
ไท่ผิงอ้าปากพะงาบๆ มองรพีราวกับเห็นปีศาจร้ายในคราบมนุษย์เงินเดือน เขาจะกล้าเซ็นได้ยังไง! ขืนมีหลักฐานมัดตัว ถ้าเกิดเื่แดงขึ้นมา พวกตระกูลหลิวเื้ัก็คงถีบหัวเขาส่งเป็แพะรับบาปแน่ๆ!
"เ้า... เ้าเด็กเมื่อวานซืน! อวดดีนักนะ!" ไท่ผิงกระชากม้วนคำร้องกลับไป "ดี! ในเมื่อเ้าอยากจะลองดีนัก ก็เตรียมตัวรับการประเมินผลงานสิ้นปีที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินไว้ได้เลย! อย่าหวังว่าจะได้เกิดในวังเมฆานี้อีก!"
"ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะครับ เดินทางกลับดีๆ นะครับท่านไท่ผิง! อ้อ กระเช้าผลไม้นี่ผมขอไม่รับนะครับ เดี๋ยวจะผิดกฎรับของขวัญเกินสามพันบาท!" รพีะโไล่หลังอย่างอารมณ์ดี
เมื่อกลุ่มเทพฝ่ายบุคคลเดินกระแทกเท้าออกไปจากแผนกจนลับสายตา รพีก็หัวเราะหึๆ ออกมา การได้ตอกหน้าพวกที่ชอบใช้อำนาจข่มขู่ผู้น้อยด้วยกฎหมาย มันเป็ความรู้สึกที่สะใจชะมัด
แต่เขาก็รู้ดีว่า การปฏิเสธคำเตือนปากเปล่าครั้งนี้ เท่ากับเขาได้ประกาศาอย่างเป็ทางการกับ ‘12 ตระกูลใหญ่’ ที่คุมอำนาจอยู่เื้ัแล้ว
‘ตระกูลหลิว... ม้า์... แปลงดอกไม้พัง...’ รพีทวนข้อมูลคดีในหัว ก่อนจะลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุม "เอาล่ะ คงต้องลงพื้นที่ไปดูสถานที่เกิดเหตุเสียหน่อยแล้ว ว่าไอ้เทพธิดาฝึกหัดที่โดนเตะซี่โครงร้าวนั่น อาการเป็ยังไงบ้าง"
เขาผลักประตูออกไป โดยไม่รู้เลยว่า การไปเยือนเรือนกระจก์ครั้งนี้ จะทำให้เขาได้พบกับผู้ช่วยคนสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตการทำงานของเขาไปตลอดกาล!