“อ้วก....” หัสนัยทำเผลอส่งเสียงโอ๊กอ้ากแบบไม่ได้ตั้งใจ มิราเลิกคิ้วสูงทำตาโตคิดไม่ถึงว่าัจะกล้าทำเื่แบบนี้
“คุณตำรวจว่าอย่างัย ขโมยหัวใจ” หัสนัยถามนายตำรวจ คุณตำรวจเกาหัวรอบสอง
“แจ้งความเท็จ” หัสนัยต่อให้
“มีใครพิสูจน์ได้ว่ามันไม่จริง คุยกับทนายผมก่อน ผมจะฟ้องคุณมิราให้เป็คดีตัวอย่าง” ัยังเถียงแบบข้างๆ คูๆ
“คือ อย่างนั้นผมว่าเราไปคุยกันที่โรงพัก” ตำรวจชักปวดหัว พยายามหาทางออกและตัวช่วย
หัสนัยอ้าปากค้าง
“คุณออกหมายจับมาแล้วกันคุณตำรวจ คุณมิราเป็แค่ผู้ต้องสงสัยรอพิสูจน์ได้เมื่อไหร่คอยออกหมายจับเดี๋ยวจะประกันตัวคุณมิราออกมาสู้คดีเอง” ัคว้าแขนเล็กของมิรา
“ยังไปไม่ได้ คุณไปไหนผมไปด้วยหากผมไม่อยู่ใกล้ๆ คุณผมตายแน่”
“นายเป็อะไร นี่ไม่รู้หรือว่าคุณมิราเขาเป็อะไรกับฉัน” หัสนัยถาม
“ผมรู้แค่ว่าคุณเป็คนที่อยู่ข้างบ้านคุณมิรา ไม่สำคัญอะไร ใช่ไหมมิรา แต่หัวใจผมอยู่กับคุณมิราหากไม่อยู่ใกล้ๆ คุณผมตายแน่ ใช่ไหมคุณตำรวจ” หาแนวร่วม บทจะดราม่าก็เอาเสียจนนักแสดงยังอาย มิราไม่เข้าใจว่าัทำไมถึงทำเื่แบบนี้ได้ มิราถอนหายใจรอบที่ร้อย
“ได้ ฉันจะกลับบ้าน คุณหัสนัยไว้วันหลังคุณค่อยพามิราไปตอนนี้เรากลับบ้านกันก่อนดีกว่า” ัยิ้มที่ทุกอย่างสำเร็จ
คุณตำรวจ เกาหัวอีกตามเคย
“แล้วคดีขโมยหัวใจละครับ” หัสนัยตอกย้ำกับคุณตำรวจ
“ผมถอนแจ้งความครับ ยอมความกันได้ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวผมส่งทนายไปคุยที่โรงพัก” ัตัดบทคนขับรถยื่นส่งนามบัตรให้กับคุณตำรวจ
คุณตำรวจทำความเคารพแล้วรีบแจ้นไปทันที
“เพื่อเป็การการันตีว่าคุณไม่หนีไปไหนไปรถผมดีกว่าแอร์เย็นเบาะนุ่ม ไม่ต้องทนตากแดดตากลมไม่ต้องผมกระเซิง” มิราเดินไปที่รถของัรู้ว่าอย่างไรเขาต้องไม่เลิกราง่ายๆ เพื่อตัดรำคาญ หัสนัยเดินไปง้างเปิดประตูรถออก ให้มิราเข้าไปนั่ง
“แล้วเจอกันที่บ้านของเรา” หัสนัยพูดทิ้งท้ายเสียงดังเพื่อให้ัได้ยิน ัยิ้มยียวน เดินอ้อมไปอีกฝั่งของรถ คนขับรีบเปิดประตูให้เขาเข้าไปนั่งข้างๆ มิรา
ความเงียบในรถเริ่มทำให้มิราอึดอัด ัเงียบจนน่าแปลกใจแต่จู่ๆ เขาก็พูดกับคนขับ
“ไปบ้านตากอากาศ ที่บางแสน” มิราใหันรีหันขว้าง ักดรีโมตปิดช่องว่างระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร จนมองไม่เห็นคนขับ มิรารู้สึกไม่ชอบมาพากล ัคว้าข้อมือเล็กของมิราที่ดิ้นรน
“ปล่อย คุณจะพาฉันไปไหน” ั จ้องมองมิราด้วยสายตาสีเขียวเข้มมีแววตัดพ้อ
“อย่าดิ้นไป ปกติวิธีนี้ผมเอาไว้พลอดรักกับคู่นอน แต่นี่เป็คุณรู้ว่าอย่างไรคงต้องไม่ยอมยังไม่อยากเสียแรง แต่ถ้ายังดื้ออีกคงไม่แน่ คุณยังไม่รู้จักผมฉะนั้นอยู่นิ่งๆ”
“ฉัน จะกลับบ้าน”
“กลับไปหา นายหน้าหล่อนั่นนะเหรอ น่าน้อยใจทีเราส่งคนไปเชิญเสียดิบดีเลือกชุดให้ อยากเห็นว่าแต่งแบบนั้นแล้วจะสวยไหม ชวนกินข้าว แต่กลับไปกับไอ้กิ้กหน้าตี๋ พอโดนนักข่าวรุมกลับหนีมากับไอ้หนุ่มหน้าหล่ออีก ผมต้องเหนื่อยกับคุณแค่ไหนมิรา ตกลงคุณมีใครกี่คนกันแน่”
คือคุณัคุณเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า เรา มิรากับคุณเราไม่ได้เป็อะไรกัน” ัเลิกคิ้วสูง
“อย่างนั้น” ดึงตัวมิราสู่อ้อมกอด จุมพิตเบาๆ กับริมฝีปากอุ่นมิราใลืมแม้กระทั่งจะดิ้นรนปัดป้อง
“เป็แฟนผมเถอะครับคุณมิรา ผมขอร้อง” มิราอ้าปากค้าง ถูกจู่โจมขนาดนี้ เขาคงไม่ได้นิสัยของคนไทยมาสักน้อยนิดหนุ่มไทยที่มิรารู้จักไม่เป็แบบนี้ปัณภัทรที่เคยเป็คนรักของมิราเขาไม่เคยแม้กระทั่งหอมแก้มมีเพียงจับมือเดินข้างกันเท่านั้นว่ากันตามจริงปัณภัทรไม่เคยล่วงเกินมิรา กับหัสนัยแม้จะเสียเปรียบแต่มิราไม่เคย คิดว่าเป็การจงใจ
“จะจูบกอดร้อนรัก ให้หนักหัว
ทำเมามัว วกวน จนสงสัย
ก็ไม่เคยต้องมือ พวกผู้ชาย
คนใจร้ายรังแก ให้แพ้ใจ
จะหลบหลีกก็จนใจไปไม่รอด
เขาจูบกอด ซุกไซร้ใจไหวหวั่น
“โอ้ว่าใจหนอใจ ใจเ้ากรรม
ปล่อยให้เขา กระทำให้หนำใจ