ภายในโถงทางเดินแคบๆที่ดูเก่าแก่และโบราณที่กว้างพอจะเดือนกันได้เพียงไม่เกินสองคนตามรายทางคือผนังเรียบ ชายห้าคนในชุดสีทรายเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นพร้อมรองเท้าบูทหนา เบื้องหน้าเหนือศีรษะและด้านหลังมีดวงแสงขนาดเล็กลอยอยู่คอยเป็แสงส่องให้พวกเขาเห็น
ชายหนุ่มคนหลังสุดผมสีผมสีน้ำเงินเข้าผมขาวเนียนั์ตาสีเขียวมรกต เขาสูงราวๆ175ซม. อายุคาดคะเนจากสายตาคงประมาณ16ปีใบหน้าออกไปทางตะวันตกหากไม่ใช่ทั้งหมดก็คงมีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่เป็ของฝั่งนั้นในมือถือกระป๋องรูทเบียร์ยี่ห้อดังขึ้นดื่มเป็ระยะ
“ขอโทษด้วยนะเลอนที่ต้องให้มาสำรวจโบราณสถานด้วยแบบนี้รบกวนนายจริงๆ”ชายที่เคยนำขบวนอยู่หน้าสุดถอยร่นมาอยู่ด้านหลังกับชายผมน้ำเงินหรือเลออนเขามีผมทองกระเซิงและตาสีแดงพ่วงด้วยขอบตาดำเหมือนไม่ได้นอนมาหลายวันชุดเครื่องแบบเดียวกันยับยู่ไปหมด
“ก็คนไม่พอนี่ครับพี่คาร์ลผมไปรบกวนพี่ไว้เยอะอะไรช่วยได้ก็ช่วยแต่กว่าจะหลบลีเช่ออกมาได้ก็แทบแย่เหมือนกัน”
“มีน้องสาวที่ทั้งหวงทั้งห่วงตัวเองแบบนี้เนี่ยดีจังนะ”
“หึหึจะว่าดีก็คงเป็แบบนั้นมั้งครับ และอีกอย่างผมเองก็สงสัยเหมือนกันเกี่ยวกับที่มาที่ไปของมัน...เวทมนต์น่ะ”
“ปีค.ศ.2020ปีค.ศ.2020 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบอนุภาคพิเศษที่ล่องลอยอยู่ตามอากาศอนุภาคนี้ภายหลังถูกต้องชื่อให้ว่า มาจิค ตามชื่อผู้ค้นผม ก็คือศาสตราจารย์สโตรนอฟ มาจิค การค้นพบอนุภาคนี้เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษย์คำตอบของหลายสิ่งหลายอย่างที่มนุษย์ตามหาถูกตอบโดยตัวมันเองและหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ค้นพบก็คือเวทมนต์งานวิจัยเผยออกสู่สาธารณชนคือวิธีใช้งานอนุภาคมาจิค ผ่านทางร่างกายโดยเปลี่ยนมันเป็เวทมนต์”บอลแสงหลายสิบลูกโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าบินว่อนไปทั่วก่อนจะแตกสลาย
“นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรู้ทว่าจนถึงบัดนี้ก็ไม่มีใครรู้ถึงต้นกำเนิดของมัน มันมาได้ยังไง ใครมอบมันให้เราพระเ้าอย่างนั้นหรอ หรือ บรรพบุรุษของมนุษย์ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปหลักพันหลักหมื่นปีไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกถึงเวทมนต์จนเราค้นพบโบราณสถานที่ใช้เวทมนต์พลางตาอยู่กลางทะเลทรายในอียิปต์แห่งนี้ถ้าหากไปได้สวนคราวนี้เราอาจจะได้รู้ก็ได้นะว่าเวทมนต์ที่พวกเราใช้กันมาตั้ง200กว่านี้ความจริงของมันคืออะไรกันแน่”สิ้นเสียงของคาร์ลพวกเขาทั้ง5ก็มาถึงสุดทางเดิน
ห้องโถงสีทองอร่ามเรืองแสงขนาดใหญ่จนขนาดสามารถบรรจุได้มากกว่าพันคนได้สบายๆซ้ายและขวาคือรูปปั้นขนาดั์สูงกว่า10เมตรผนังทุกด้านเต็มไปด้วยรูปสลักที่เล่าเื่ราวสมัยโบราณและอดีตการ สมัยของผู้ที่สร้างสถานที่แห่งนี้ยังคงอยู่คาร์ลและพวกรีบพุ่งแยกย้ายเข้าสำรวจรูปปั้นและรูปสลักที่สลักบนทองคำตอนนี้มีเพียงผู้เดียวที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมนั่นคือเลออน
หลายสิ่งอย่างในห้องโถงขนาดมหึมานี้ชวนดึงดูดตาทว่ามันยังไม่เท่ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาเบื้องหน้าของเขา ท้ายสุดของห้องโถงแผ่นทองคำแท้ขนาดใหญ่ภาษาที่แกะลงบนแผ่นทองคำเขาไม่อาจรู้ว่ามันอ่านว่าอะไรแต่สิ่งที่คอยสะกดสายตาไม่ให้ละไปจากมันคือดวงตาใจกลางแผ่นทองคำแท้
มันไม่ใช่ดวงตาจริงๆแต่เป็รูปสลักที่เหมือนดวงตามันคล้ายเป็สัญลักษณ์เลอนจ้องเข้าไปยังสัญลักษณ์นั้นั์ตากลายเป็ว่างเปล่าประกายของชีวิตหายไปโดยไร้ร่องรอยขาซ้ายก้าวเหยียบไปข้างหน้าพร้อมกับสองด้านของสัญลักษณ์รูปตาเปร่งแสงสีขาวและดำค่อยๆเลื่อนมาตามขอบเข้าสู่ใจกลางอย่างช้าๆ
ในจิตใต้สำนึกของเลออนเขาไม่ได้ยินเสียงใดราวกับอยู่ในพื้นที่ที่ไร้ซึ่งแหล่งเกิดเสียงร่างกายไม่สามารถขยับได้แต่ภาพที่ฉายจากดวงตาเข้ามาเคลื่อนไหวเหมือนเขาถูกพันธนาการ
สองขายังคงก้าวไปเข้าใกล้แผ่นทองเบื้องหน้าจนห่างกันไปถึงสิบเมตรพร้อมกับแสงทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันที่ตรงกลาง
คาร์ลที่สวมถุงมือขาวกำลังไล่เรียงมองไปยังภาพสลักตามกำแพงพร้อมผู้ช่วยที่คอยถ่ายรูปก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติเขาสบัดศีรษะไปด้านหลังพบว่าน้องชายข้างบ้านที่พามาช่วยงานหายไปจากที่เดิมและกำลังเดินเข้าไปยังท้ายสุดของห้องเขาส่งเสียงเรียกแต่เหมือนคนที่เรียกจะไม่ได้ยินเลอนไม่มีแม้แต่ปฏิกิริยากับชื่อของตนเอง
“เลอนนายจะทำอะไรน่ะ”คาร์ลรีบวิ่งเข้ามาเพราะรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นแต่ระยะทางกว่าร้อยเมตรทำให้กว่าเข้าจะมาถึงเลอนก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแผ่นทองขนาดสามเมตรพร้อมกันนั้นเขายืนมือออกไปััสัญลักษณ์ดวงตาที่แสงทั้งสองเข้ากันและเปร่งแสงแสบตาไปทั้งห้องโถง
ทันใดนั้นเองพลังงานสองสายพลันพุ่งออกมาจากสัญลักษณ์ก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะพุ่งเข้ามา“เลอน” คาร์ลเห็นท่าไม่ดี รีบพุ่งเข้ามา เสียงะโเรียกสติชายผมน้ำเงินขึ้นมาได้ทว่าไม่ทันเสียแล้วพลังงานสายสีขาวพุ่งกระแทกท้องของเขาจนกระเด็นไปหลายเมตรตามมาด้วยพลังงานสีดำม่วง
คาร์ลกระโจนเข้ารับเลอนได้ทันก่อนเขาจะกระแทกพื้นในอ้อมแขนคือเลอนที่หมดสติตรงหน้าคือพลังงานสีดำ “แม่งเอ้ย” ชายหนุ่มสบถคำหยาบไม่มีเวลาให้คิดอีกแล้วชั่วพริบตานั้นเขาใช้แผ่นหลังตัวเองบังร่างของเลอนจนตัวเองััเข้ากับลำแสงสีดำ“อ้าก” คาร์ลร้องด้วยความเ็ปแต่ไม่ยอมคลายอ้อมแขนที่ป้องกันร่างของเลอนไว้อยู่
จนลำแสงทั้งหมดหายไปทุกอย่างกลับมาเป็เหมือนเดิมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเมื่อครู่ถ้าหากไม่ใช่ตัวเขาและเลอนนอนล้มอยู่บนพื้นคาร์ลคงคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็ความฝัน
“เลอน เลอนเป็อะไรไหม” เ้าของผมทองกระเซิงรีบเช็คอาการของผู้ที่เปรียบเสมือนน้อง“พ...พี่คาร์ล เมื่อกี้มัน...”แม้จะมีคำถามมากมายแต่ความรู้ในสมองไม่อาจจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้
“ไม่รู้เหมือนกันเื่นั้นช่างมันก่อน นายยืนไหวไหม” เลอนพยักหน้า แต่ยังไม่ทันจะโล่งอกพื้นที่เขายืนพลันสั่น ไม่มันไม่ใช่แค่พื้นมันคือทั้งห้องทั้งโบราณสถานแห่งนี้กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงพร้อมที่จะถล่มลงมาเหมือนจะเป็การบอกว่าหน้าที่ของมันจบลงแล้ว
“ชักไม่ดีแล้ว วิ่งเร็วเข้า” ในฐานะหัวหน้าชุดสำรวจในครั้งนี้ คาร์ลตวาดสั่งให้ทุกคนในทีมวิ่งสมาชิกคนอื่นๆรีบผละจากงานทั้งหมดโกยตามหัวหน้าของพวกเขา
เลอนใส่เกียร์หมาวิ่งเต็มแรงกลับมาตามทางเดิมไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นเพดานทองหล่นลงมาปิดทาง เสียงและฝุ่นฟุ้งกระจาย เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองสามคนไม่รวมตัวเขาคือสมาชิกทั้งหมดที่เหลืออยู่ในขบวนแปลว่าเมื่อครู่ยังมีคนที่ติดอยู่ภายในโถงทองคำ
“อย่าหันกลับวิ่งตรงไปก็พอแล้ว นายใช้เวทเสริมพลังกายได้รึเปล่า” คาร์ลถาม
“ถ้าเวทพื้นฐานก็ได้หมดแหละพี่”
“งั้นก็วิ่งเลยไป ไปไป”
ผนังสองข้างทางแตกร้าวและค่อยๆถล่มไล่หลังมาเหมือนกับในหนังหลายๆเื่เลอนไม่รู้ว่าทำไมเื่ถึงเป็แบบนี้คำถามมากมายยังไม่ได้รับคำตอบแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาความเร็วของคนทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวท่อนขาของทุกคนขึ้นลวดลายสีฟ้ามันคือเวทมนต์เสริมพลังกายเป็เวทมนต์พื้นฐานของพื้นฐาน
ถึงแม้จะใช้เวทมนต์แต่เหมือนระยะห่างไม่ได้ไกลขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เสียงไถลกับพื้นจากหลังสุดเรียกความสนใจของเลอนชายผิวคล้ำจากการตากแดดล้มลงกับพื้นด้านหลังคือซากที่ถล่มตามมาไม่หยุด “ช่วยด...”ทุกสิ่งเกิดขึ้นในไม่ถึง5วินาที ร่างนั้นแหลกเหลวจากที่โดนหินหล่นลงมาเืกระเซ็นเปรอะ เขาเสียวสันหลังวาบเขาไม่อยากเป็แบบนั้นไม่อยากที่จะมีจุดจบแบบนั้น
ทั้งสามคนที่เหลือวิ่งกันมาเกือบครึ่งชั่วโมงไม่มีใครในพวกเขาเป็นักกีฬาแต่เพราะเวทเสริมพลังทำให้วิ่งมาได้ถึงขนาดนี้ต่างกับครั้งที่เดินเข้ามาใช้เวลากว่าสองชั่วโมง
“ยังเหลือ...ใครบ้าง”คาร์ลวิ่งนำอยู่ด้านหน้าร้องถาม น้ำเสียงเจือความเหนื่อยหอบ“ยังอยู่ครับ...หัวหน้า” เป็ผู้ช่วยที่ถือกล้องของคาร์ล “อย่าแช่งสิครับ”และเลอนเพียงสองคนเท่านั้น
“ไม่ได้แช่งเว้ยที่ถามน่ะเพราะว่า เรามาถึงแล้ว...ทางออก”สีหน้าของทั้งสามดีขึ้นทันตาที่เห็นแสงอาทิตย์ลอดเข้ามา “อีก200เมตร ถึงแล้วโว้ย เตรียมตัวกระโจนออกไปได้เลยเราออกทันแน่ดูจากรอยแตกบนตามพนังคำนวนแล้วไม่มีปัญหา มาฮัดแกไปก่อนเลยเร็วใช้เวทไฟะเิที่เท้าส่งแรง เข้าใจไหม กล้องและอุปกรณ์บันทึกอยู่ในกระเป๋าแกมันเป็หลักฐานชิ้นสำคัญเราจะยอมเสียไปไม่ได้”
“ครับ”ชายผู้ช่วยหรือมาฮัดรับคำเขาะโมาอยู่ด้านหน้าในท่าย่อที่ทั้งตัวแทบจะติดพื้นทันใดนั้นที่รองเท้าบูทบังเกิดเปลวไฟสีแดงคลุมรอบและะเิออกส่งมาฮัดพุ่งไปด้วยความเร็วสูงไม่ถึง3วินาทีร่างคล้ำก็ผ่านเข้าแสงเบื้องหน้าไป
“โอเค ตานายแล้วเลอน”
“จะบ้าหรอพี่เวทแบบนั้นใช้ไม่เป็หรอกผมเพิ่งขึ้นม.4ปีนี้เขายังไม่สอน”
“ห๊ะ แล้วทำไมไม่บอก”
“ก็พี่ไม่ถามนี่ยังไงก็เถอะพี่รีบไปก่อนเลย เดี๋ยวผมตามไป”
“ไม่ฉันพานายมาเจอเื่แบบนี้ จะให้หนีไปก่อนได้ไง ฉันไม่ใช่หมานะเว้ย”คาร์ลหันมาตะคอก “ก็ยังดีกว่าตายอย่างหมาไม่ใช่รึไง รีบไป เร็...ว”เท้าสองข้างทิ้งน้ำหนักลงบนความว่างเปล่าั้แ่เมื่อไหร่ที่พื้นเริ่มถล่มและมันถล่มลงมาถึงเขาเร็วขนาดนี้ได้ยังไงร่างสูงลอยคว้างกลางอากาศและกำลังดิ่งลงไปเร็วมาก แต่ถึงจะบอกว่ามันเร็วมากในสมองของเลอนทุกอย่างเกิดถูกฉายเป็ภาพช้าเข้าสู่สมอง
เด็กหนุ่มปิดตาลงเหมือนเป็การยอมรับในโชคชะตาที่จะจบลงในไม่ช้า
หมับ
แรงบีบที่ข้อมือทำให้เขาลืมตาปลายทางเดินที่ทรุดตัวลงไปหนุ่มผมทองกระเซิงกำลังคว้าจับมือของน้องชายข้างบ้านที่กำลังจะร่วงลงไปสู้ความมืดอันไร้ก้นบึ้ง“พี่คาร์ล ทำอะไรน่ะ รีบไปสิขืนเป็แบบนี้พี่จะตายไปด้วยนะ”เลอนหันไปมองเพดานที่กำลังพังลงมาและทางเดินที่ค่อยร่วงพร้อมกับรอยแตกตรงพื้นที่คาร์ลเหยียบอยู่
“ก็บอกแล้วว่าฉันพานายมาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตนายอย่าพูดจาดูถูกกันนะเว้ย ใครจะตายกันไม่มีหรอกฉันออกไปแน่แต่ก่อนหน้านั้นนายต้องไปก่อน” คาร์ละโสุดแรงแขนทั้งสองข้างขึ้นลวดลายสีฟ้าของเวทมนต์เสริมพลังส่งตัวของเลอนลอยขึ้นฟ้าจังหวะนั้นั์ตาทั้งคู่สบกันคาร์ลยิ้มมุมปาก
ดวงตาสีมรกตจู่ๆตาขวากลับขึ้นประกายแสงรวมกับเป็ดวงไฟสีขาวรอบตาภาพที่สิ่งไปยังสมองเปลี่ยนไปเป็เส้นสายบางอย่างที่กำลังผันผวนอยู่คลุมตัวคาร์ลมันมีสีแดงเข้มของเพลิงไม่เพียงเท่านั้นที่หน้าอกของคาร์ลยังมีเปลวเพลิงสีดำม่วงเผาไหม้อยู่
“เวทมนต์อัคคีะเิ Explosion”ภาพในดวงตาขวาที่แสดงให้เห็นคือเส้นสีแดงเข้ารวมตัวกันมากกว่าร้อยเส้นผิดจากตาซ้ายที่มีเพลิงกำเนิดจากความว่างเปล่าและะเิออกแรงะเิดีดทั้งสองให้แยกห่างเลอนโผล่พ้นโบราณสถานออกมาไกลเกือบร้อยเมตรตรงกันข้ามกับคาร์ลที่ตัวเขาถูกส่งลงมาในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งใบหน้าเละเพราะแรงะเิที่ใกล้เกินไปเสื้อที่ฉีกขาดและเืเปรอะทั้งตัว
“ขอโทษนะพ่อดูเหมือนว่าผมคงต้องไปก่อนแล้วน่าเสียดายจริงๆทั้งที่ยังก้าวตามพ่อไม่ได้ถึงครึ่งเลยแท้ๆ เลอนโทษทีละกันที่ลากน้องมาเกี่ยวด้วยวันนั้นฉันไม่น่าชวนนายมาเลยถ้าบ้านเราไม่ติดกันแต่แรกถ้าพ่อแม่ของพวกเราไม่ค่อยอยู่บ้านกันจนเราสนิทกันมันจะเป็แบบนี้ไหมนะ ขอโทษ-นะ”
แขนสองข้างลู่ขึ้นข้างบนเปลือกตาปิดสนิทเตรียมรอรับแรงกระแทก“ขอโทษเรอะ จะไปขอโทษมันทำไม ต้องขอบคุณสิถึงจะถูก”เสียงแหบพร่าดังก้องในความมืดเขาไม่เหลือแรงพอที่จะเปิดตาสิ่งเดียวที่รู้สึกหลังจากเสียงนั้นเงียบไปคือความเ็ปแสนสาหัส
“คาร์ล”เลอนปลิวออกมาจากประตูทางเข้าโบราณสถานทรายของทะเลทรายรองรับตัวเขาไม่ไม่ให้าเ็าแจากแรงะเิที่เผาเขาค่อนข้างสาหัสแต่เหมือนเด็กหนุ่มจะไม่รู้สึกถึงมันเขารีบลุกขึ้นยืนหมายจะวิ่งกลับเข้าไปในนั้นทว่า
“อั้ก อ้ากกก”ความเจ็บแล่นสู่สมองจากดวงตาขวาเขาแทบอยากจะฉีกควักมันออกจากเบ้าแต่ไร้เรี่ยวแรงจะกระทำจนสุดท้ายก็หมดสติไป