ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 2 วิวาท
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า จางหย่ง!! เ้าคนไร้ความสามารถ แกกับครอบครัวไสหัวออกไปจากที่ดินตระกูลใหญ่ซะ"
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นที่หน้าบ้าน เด็กน้อยทั้งสามคนมองหน้ากัน เสียงนี้มันคุ้นๆอยู่นะ ใช่ท่านลุงอี้กับจากบ้านใหญ่ใช่ไหม ปกติทุกๆสามวันห้าวันจะมีเสียงมาะโหาเื่อยู่ที่หน้าบ้านพวกเขาเป็ประจำ แต่ท่านพ่อไม่เคยสนใจและบอกให้พวกเขาอย่าออกไปข้างนอกจนกว่าพวกนั้นจะกลับไป
แต่ครั้งนี้ท่านพ่อของพวกเขาไม่ใช่คนเดิม จางหย่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงเดินออกไปเปิดประตูทำให้เด็กทั้งสามคนใ
เมื่อจางหย่งเปิดประตูออกมาแล้วก็พบเข้ากับผู้ชายคนหนึ่ง สวมชุดสีเขียวอ่อนใหม่เอี่ยมอ่อง เขาคือลูกพี่ลูกน้องของจางหย่งนามว่า อี้กัง มาพร้อมบ่าวรับใช้คนหนึ่ง อี้กังแอบใเล็กน้อยที่จางหย่งเปิดประตูออกมา แต่เพียงแค่ชั่วแวบเดียวเท่านั้น เมื่อเห็นว่าจางหย่งออกมา เขาก็เอ่ยด้วยเสียงอันดังขึ้นว่า
"ยอมออกมาแล้วรึเ้าลูกเต่า นึกว่าเ้าจะกลัวข้าจนหดหัวอยู่แต่ในบ้านโทรมๆหลังนี้ไปตลอด "
อี้กังแผดเสียงดัง ทำท่าทางวางอำนาจข่มจางหย่ง เมื่อเห็นฝั่งตรงข้ามยืนนิ่งด้วยสีหน้างุนงงก็ยิ่งได้ใจ จึงเดินเข้าไปผลักหน้าอกของจางหย่งอย่างดูถูกครั้งหนึ่ง แล้วก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านพร้อมบ่าวรับใช้
อี้กังมีนิสัยชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ เขาเป็คนที่เด็กที่สุดในบ้านใหญ่ ทำให้คนในตระกูลค่อนข้างตามใจเขาเป็อย่างมาก เขาจึงชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ทั้งยังชอบมารังควานจางหย่งเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิงใจ
"เ้าคงดีใจมากสินะที่พ่อกับแม่ของเ้าทิ้งบ้านโทรมๆเน่าๆหลังนี้ไว้ให้ หึ ข้าล่ะอายจริงๆที่ต้องมานับญาติกับเศษสวะอย่างแก"
"เ้าพูดเื่อะไร ข้าไม่เข้าใจสักนิด"
จางหย่งเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย เขาไม่มีเศษเสี้ยวความทรงจำใดๆของร่างนี้เลย จะให้เข้าใจในสิ่งที่ชายคนนี้พูดได้อย่างไร
"หน็อยแน่ เศษสวะ!! วาจาสามหาวนัก คิดจะยียวนกวนประสาทข้างั้นรึ อย่าคิดนะว่าที่ดินผืนนี้เป็ชื่อเ้าแล้วพวกเ้าจะมีสิทธิอยู่ได้ พ่อแม่แอบมอบสิทธิที่ดินผืนนี้โดยผู้าุโในตระกูลไม่ได้เห็นชอบด้วยซ้ำ เ้ามันคนไร้ความสามารถเป็จุดด่างพร้อยของตระกูล คืนมันมาให้ตระกูลข้าซะ แล้วไสหัวออกไป!!" อี้กังกล่าวออกมาเสียงกร้าว
นี่ช่างเป็เื่ที่ไร้เหตุผลสิ้นดี โฉนดที่ดินที่มีชื่อของจางหย่งเป็เ้าของทำไมเขาต้องส่งมอบมันให้ผู้อื่นด้วยล่ะ ถึงเขาจะไม่รู้สาเหตุหรือเื่ราวที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นี่มันสมบัติของเขา เขาก็ควรที่จะต้องปกป้องมันไว้
"ในเมื่อที่ดินผืนนี้เป็ของข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บ้านเมืองมีขื่อมีแป เ้าจะอ้างเหตุผลไร้สาระแบบนั้นแล้วมาทำตัวเยี่ยงบุรุษไร้การศึกษา ทำตัวเป็อันธพาลเข้ายึดทรัพย์สินผู้อื่นได้อย่างไร"
"เ้า!!"
อี้กังรู้สึกแปลกใจที่จางหย่งกล้าโต้เถียงออกมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเป็เพียงคนอ่อนแอที่ไม่กล้ามีปากมีเสียง นี่มันทำให้เขารู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก แต่แค่นั้นยังไม่พอจางหย่งยังเอ่ยต่ออีกว่า
"หาก้าจะพูดเื่ไร้สาระแบบนี้ เชิญเ้ากลับไปได้แล้ว"
จางหย่งเอ่ยตัดบท ทำให้อี้กังโมโหเป็อย่างมาก ปกติคนในตระกูลตามใจเขามาตลอด ทำให้ตัวอี้กังชอบทำตัวเป็อันธพาล และชอบกลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ ตอนนี้คนที่เขาคิดว่าอ่อนแอกว่ากลับกล้าโต้เถียง ทั้งยังกล้าไล่เขากลับไป เป็เช่นนี้อี้กังจะยอมได้อย่างไร เขาจึงพุ่งเข้าใส่จางหย่งหมายจะเข้าทำร้ายร่างกาย แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบได้ทัน
"อย่าทำร้ายท่านพ่อนะ เ้าคนเลว!!"
เด็กน้อยสามคนวิ่งเข้ากอดขาของอี้กังเอาไว้ทำให้เขาสะดุดล้มหน้ากระแทกพื้น อี้กังลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห ง้างมือหมายจะทุบตีเด็กน้อยทั้งสามที่ทำให้เขาล้มลงจนอับอาย
จางหย่งที่เห็นเหตุการณ์ก็นึกถึงคำพูดของชายผู้นั้นที่ฝากให้เขาช่วยดูแลลูกชายทั้งสามคน เขาจึงพุ่งเข้าไปชกหน้าอี้กังอย่างจัง
อี้กังที่ถูกชก ซวนเซถอยหลังไปชนเข้ากับผนังบ้าน บ่าวรับใช้ที่เห็นนายตัวเองถูกทำร้ายก็รีบวิ่งเข้าไปหมายจะแก้แค้นแทนอี้กัง แต่กลับถูกจางหย่งจับทุ่มลงพื้นจนหมดสภาพ
อี้กังยังไม่คิดจะยอมแพ้ เมื่อยืนขึ้นมาได้ก็พุ่งเข้าใส่จางหย่งอีกครั้ง คราวนี้จางหย่งไม่คิดจะหลบอีก เขาจับบุรุษจอมหาเื่ผู้นั้นทุ่มข้ามหัวไปกระแทกกับบ่าวรับใช้อย่างง่ายดาย
"โอ้ยย!! แก!! แกกล้าทำร้ายข้า ไอ้สาระเลว!! แล้วแกจะได้เห็นดีกันฝากไว้ก่อนเถอะ!!"
สองนายบ่าวลุกขึ้นมาอย่างทุกลักทุเล สายตาจับจ้องไปทางจางหย่งอย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ช่างน่าอับอายยิ่งนัก อี้กังที่เป็ฝ่ายมาหาเื่ผู้อื่นเพื่อ้าความบันเทิงใจกลับโดนอีกฝ่ายทำร้ายและแพ้กลับไปอย่างหมดรูป
หลังอี้กังพร้อมบ่าวรับใช้จากไป จางหย่งจึงหันไปถามเด็กน้อยทั้งสามคนว่า
"พวกเ้าเป็อะไรรึเปล่า"
"พวกเราไม่ได้รับาเ็อะไรขอรับ"
"ท่านพ่อกล้าหาญมากพวกเราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ท่านทำแบบนั้นได้อย่างไร แบบที่ท่านสามารถทุ่มสองคนนั้นจนตัวลอย"
เด็กน้อยทั้งสามคนที่ไม่เคยเห็นพ่อของเขาเป็แบบนี้มาก่อน รู้สึกประหลาดใจ แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม ปกติแล้วพ่อของเขาจะไม่เปิดประตูออกไปเจรจากับคนจากตระกูลใหญ่ แต่ครั้งนี้พ่อของพวกเขากลับมีการกระทำที่แปลกไป แต่พวกเขาก็ชอบท่านพ่อที่เป็แบบนี้มากกว่า
"พ่อแค่ เอ่อ... แค่อยากปกป้องพวกเ้า พวกเ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว พวกเราไปเตรียมอาหารเช้ากันเถอะ"
จางหย่งตอบปัด ความจริงแล้วในชีวิตเดิมของเขาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเป็นักกีฬาชั้นเยี่ยม เคยฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวหลายรูปแบบทั้ง กังฟู ยูยิตสู คาราเต้ และมวยไทย เขาจึงพอจะมีทักษะการป้องกันตัวอยู่บ้าง แต่เขายังไม่ชินกับร่างกายนี้เท่าไหร่นัก อีกทั้งร่างกายยังอ่อนแอจากการประสบอุบัติเหตุ จึงทำได้แค่ป้องกันตัวเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
หลังจากทุกอย่างจบลง จางหย่งที่ยืนประจันหน้ากับอี้กังอย่างกล้าหาญเมื่อครู่ก็รู้สึกอ่อนเพลีย เขาเพิ่งฟื้นจากการพักรักษาตัว ทำให้ตอนนี้จางหย่งหมดแรงนั่งลงบนเก้าอี้หน้าบ้าน อาเฟยที่เห็นพ่อของเขาสีหน้าดูอ่อนเพลียก็เอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าจะทำอาหารเช้าให้เองขอรับ"
จางหย่งพยักหน้ารับ ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยเกินไปกับการใช้พลังงานเมื่อครู่นี้ เขาจึงไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากอาเฟย แต่ถึงแม้เขาจะไม่เหนื่อย เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าต้องทำอาหารอย่างไร ปกติแล้วเขาก็พอจะทำอาหารเป็อยู่บ้าง แต่ในยุคที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบนี้ เอ่อ... สงสัยเขาต้องดูตัวอย่างจากอาเฟยแล้วกระมัง
ตอนนี้ที่ลานหน้าบ้านจึงเหลือเพียงจางหย่ง อาฟู่ และอาฟงเท่านั้น เด็กน้อยทั้งสองคนวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่ง
"ท่านพ่อ อาฟง อึอึ๊ ราดกางเกงขอรับ อี๋ !!"
"...!!"
จางหย่งถึงกับทำอะไรไม่ถูก เขาเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้จ้องมองไปทางอาฟง สายตาปะทะเข้ากับเด็กน้อยที่กำลังเบ่งพลังบางอย่างจนหน้าดำหน้าแดงอยู่เบื้องหน้า พลังเสียงและกลิ่นลอยมาตามลม ทำให้จางหย่งผู้ไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อนในชีวิตรู้สึกได้ว่า งานเข้าแล้วจริงๆ...