หลังจากผ่านพ้นวิกฤตในหุบเหวดาราตก อัศวเทพ สุริยัน และ หลง ชิงเทียน ได้มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางของเขตแดนา สถานที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็ดินแดนต้องห้ามที่แม้แต่เทพเ้ายังต้องสำรวมกิริยา
"สุสานเทพา"
มันไม่ใช่สุสานที่ฝังศพลงดินตามปกติ แต่เป็ "มหาสุสานลอยฟ้า" ที่ประกอบไปด้วยโลงศพหินสีดำทมิฬนับล้านโลง ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางพายุอุกกาบาตและเศษซากดวงดาว แต่ละโลงมีขนาดใหญ่โตมโหฬารเท่าูเาขนาดย่อม ภายในบรรจุร่างของ "เทพา" (ระดับหนึ่งถึงสิบกัลป์) ที่ตกตายในมหาายุคก่อน
กลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากโลงศพเหล่านี้รุนแรงเสียจนทำให้พื้นที่รอบๆ รัศมีหมื่นลี้กลายเป็สีเทาหม่น แม้แต่แสงดาวก็ไม่อาจส่องผ่านได้ พลังชีวิตทุกชนิดที่ย่างกรายเข้ามาจะถูกกัดกร่อนจนเหี่ยวเฉาในทันที
อัศวเทพ สุริยัน ยืนสงบนิ่งอยู่บนหัวของัหลง ชิงเทียน สายตาของเขาทอดมองไปยังความเวิ้งว้างเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อน
"กลิ่นที่คุ้นเคย..." สุริยันสูดหายใจลึก ดวงตาที่เป็จักรวาลจำลองหรี่ลงเล็กน้อย "กลิ่นเืของสหายร่วมรบที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่... และกลิ่นเน่าเหม็นของผู้ทรยศที่ข้าเป็คนส่งมันลงนรกด้วยมือคู่นี้"
"นายท่าน..." หลง ชิงเทียนกล่าวเสียงเครียด เกล็ดัทั่วร่างของเขาลุกชันด้วยสัญชาตญาณระวังภัยขั้นสูงสุด "ข้ารู้สึกถึงเจตจำนงสังหารที่รุนแรงมากดักรออยู่ข้างหน้า... มันคมกริบจนบาดิัข้าแม้จะยังมองไม่เห็นตัว"
"แน่นอน..." สุริยันแสยะยิ้มที่มุมปาก "เพราะมีคนมารอ 'ต้อนรับ' พวกเราอยู่น่ะสิ ข้าบอกแล้วไงว่าการฆ่าศิษย์ ย่อมดึงดูดอาจารย์ให้ออกมา"
วูบ! วูบ! วูบ!
ทันใดนั้นเอง ความมืดเบื้องหน้าก็ถูกฉีกกระชาก!
แสงกระบี่สีเงินยวงนับหมื่นสายพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ก่อตัวเป็กำแพงกระบี่ขนาดั์ปิดกั้นทางเข้าสุสาน แสงสว่างจ้าบาดตาจนหลง ชิงเทียนต้องหลับตาปี๋
ปรากฏร่างของชายชราผมขาวโพลนยาวจรดพื้น สวมชุดคลุมยาวสีเทาเก่าๆ ยืนเหยียบอยู่บนยอดคลื่นกระบี่ ร่างกายของเขาผอมแห้งเหมือนกิ่งไม้ตายซาก แต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งชีวิตและรังสีอำมหิต เขาแผ่กลิ่นอายระดับ "เขตแดนอุดม์ะ" (ห้ามหายุค) ออกมา... ไม่สิ... มันหนาแน่นและลึกล้ำกว่านั้นมาก!
"นั่นมัน... 'จอมกระบี่เดียวดาย'!" หลง ชิงเทียนอุทานด้วยความใสุดขีด "เ้าสำนักกระบี่์สังหาร! อาจารย์ของเจี้ยน อู๋ิ! ข่าวลือบอกว่าเขาตายไปแล้ว... ที่แท้มาซ่อนตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่! ตบะของเขาอยู่ที่ระดับ 'อุดม์ะ ขั้นสูงสุด' (เก้ามหายุค / เก้าร้อยล้านปี)!"
เก้าร้อยล้านปี! อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ระดับ "เทพ์" (ห้าพันล้านปี)! นี่คือตัวตนระดับตำนานที่สามารถถล่มดาราจักรได้ด้วยตัวคนเดียว
ชายชรามองลงมาที่หลง ชิงเทียน และหยุดสายตาที่ "กระบี่ไม้ผุ" (กระบี่มาร) ที่เหน็บอยู่ที่เอวของหลง ชิงเทียน... กระบี่คู่กายของศิษย์รักของเขา
"เ้า... ฆ่าศิษย์ข้า"
จอมกระบี่เดียวดายเอ่ยเสียงแหบพร่า แต่ทุกคำพูดกลับแฝงด้วยพลังวัตรที่กลายเป็คมมีดที่มองไม่เห็น กรีดแทงอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว "ข้าััได้ถึงกลิ่นอายิญญาของอู๋ิที่แตกสลายบนตัวพวกเ้า... พวกเ้ากล้าดียังไงถึงทำลายความหวังเดียวของสำนักข้า?"
"แล้วยังไง?" สุริยันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ราวกับกำลังคุยกับคนแก่ขี้บ่น "ศิษย์เ้าอ่อนแอเอง แถมยังปากดี กล้ามาขวางทางข้า ตายไปก็สมควรแล้ว เ้าจะมาทวงความยุติธรรมรึ?"
"ยุติธรรม?" ชายชราหัวเราะเสียงเย็น "ในโลกยุทธภพ ความยุติธรรมอยู่ที่ปลายกระบี่! ผู้แข็งแกร่งคือกฎ! วันนี้ข้าจะใช้เืและิญญาของพวกเ้า เซ่นไหว้ิญญาศิษย์ข้า ให้เขาได้ไปสู่สุขคติ!"
ชายชราสะบัดแขนเสื้อช้าๆ นิ้วมือทั้งห้ากางออก
"ค่ายกลกระบี่หมื่นสังหาร : ปิดผนึกฟ้าดิน!"
ครืนนนนน!
กระบี่นับหมื่นเล่มขยายขนาดขึ้นเป็เล่มละหนึ่งร้อยเมตร! ปักลงล้อมรอบสุริยันและหลง ชิงเทียน สร้างเป็กรงขังกระบี่ทรงกลมที่ไร้ทางออก กฎเกณฑ์มิติภายในถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสมบูรณ์ อากาศภายในเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็ใบมีดเล็กๆ ที่พร้อมจะเฉือนเนื้อหนัง
"ตายเสียเถอะ! ฝนกระบี่ล้างโลก!"
ชายชรากำมือแน่น กระบี่ั์นับหมื่นเล่มพุ่งเข้าใส่เป้าหมายตรงกลางพร้อมกัน! พลังทำลายล้างระดับเก้ามหายุค รุนแรงกว่าตอนเจี้ยน อู๋ิใช้นับร้อยเท่า! มิติรอบข้างถูกฉีกกระชากเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เกิดเป็รอยแยกมิติสีดำที่ดูดกลืนทุกสิ่ง
"จบกัน! นายท่าน ระดับเก้ามหายุค พวกเราต้านไม่ไหวแน่!" หลง ชิงเทียนเตรียมะเิพลังชีวิตสู้ตาย แม้จะรู้ว่าเป็เพียงไม้ซีกงัดไม้ซุง
แต่สุริยันกลับก้าวออกมาข้างหน้าอย่างใจเย็น เขาแบมือไปทางหลง ชิงเทียน
"เอากระบี่มา"
หลง ชิงเทียนรีบส่งกระบี่ไม้ผุ (กระบี่มาร) ให้เ้านายทันที
สุริยันจับด้ามกระบี่ หลับตาลงชั่วขณะ จิติญญาระดับ "ผู้สร้าง" ของเขาแผ่ขยายออกไปัักับ "เจตจำนงแห่งกระบี่" ของชายชราที่กำลังถาโถมเข้ามา
[วิเคราะห์โครงสร้างพลัง]
รูปแบบ: เน้นจำนวนและความเร็ว ใช้พลังตบะมหาศาลกดดัน
จุดอ่อน: จิติญญากระบี่ "กระจัดกระจาย" ไม่รวมเป็หนึ่งเดียว เพราะความโกรธทำให้สมาธิของชายชราแกว่ง
วิธีแก้: ทำลายจุดศูนย์กลางที่ควบคุมค่ายกล
"กระบี่ของเ้า... มีแต่ความโกรธ แต่ไร้ซึ่ง 'เต๋า'" สุริยันลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำฉายแสงสีแดงวาบ รัศมีราชันย์แผ่ออกมาสะกดข่มรัศมีกระบี่
"ชิงเทียน... จงดูให้ดี นี่คือสิ่งที่เรียกว่า 'วิถีกระบี่' ที่แท้จริง"
เขาชักกระบี่ไม้ผุออกมาจากฝัก ตัวกระบี่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้นที่ได้อยู่ในมือของผู้รู้ใจ สุริยันไม่ได้ร่ายรำกระบี่ให้วุ่นวาย เขาเพียงแค่ฟันออกไปข้างหน้า... หนึ่งครั้ง!
เคล็ดวิชาจักรพรรดิเอกภพ : ดาบมารผ่าวัฏสงสาร
ชวิ้ง!
ไม่มีเสียงะเิตูมตาม มีเพียงเสียงตัดอากาศที่แ่เบา คลื่นดาบสีดำสนิทเพียงสายเดียว พุ่งแหวกอากาศออกไป มันดูเล็กจ้อยเหมือนเส้นด้ายเมื่อเทียบกับฝนกระบี่นับหมื่นเล่มที่กำลังพุ่งเข้ามา
แต่ทว่า... เมื่อคลื่นดาบสีดำนี้ัักับกระบี่เล่มแรก
เพล้ง!
กระบี่พลังปราณระดับเก้ามหายุค แตกละเอียดเป็เศษแก้ว! และแรงสั่นะเืจากการแตกนั้น ส่งต่อไปยังกระบี่เล่มอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกันด้วยค่ายกล ราวกับโดมิโนที่ล้มลง!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
ภายในพริบตาเดียว ฝนกระบี่นับหมื่นเล่มะเิเป็ผุยผงแสงสีเงิน! คลื่นดาบสีดำของสุริยันยังคงพุ่งทะยานต่อไปไม่หยุด ตัดผ่ากรงขังกระบี่จนขาดครึ่ง และพุ่งตรงเข้าหาจอมกระบี่เดียวดาย!
"อะ... อะไรกัน! กระบี่เดียวทำลายค่ายกลหมื่นสังหาร!?"
ชายชราเบิกตากว้างจนตาแทบถลน ความมั่นใจที่มีมาตลอดชีวิตพังทลายลงในวินาทีนั้น ความกลัวแล่นพล่านในจิตใจ เขารีบยกกระบี่คู่กายระดับ "เทพศาสตรา" ขึ้นมากัน
เปรี้ยง!
คลื่นดาบปะทะกับกระบี่เทพศาสตรา
"อึก!" ชายชรากระอักเืออกมาเป็ฝอย แขนทั้งสองข้างชาหนึบจนไร้ความรู้สึก กระบี่ในมือส่งเสียงร้าว! แรงกระแทกส่งเขาลอยกระเด็นไปไกลกว่าร้อยลี้ ชนเข้ากับโลงศพหินโลงหนึ่งจนโลงแตกกระจาย!
ฝุ่นควันตลบอบอวล
สุริยันไม่ปล่อยให้ตั้งตัว เขาใช้ "ย่างก้าวไร้เงา" หายตัวไปจากหัวั และไปโผล่มาอยู่ตรงหน้าชายชราที่กำลังพยายามลุกขึ้นท่ามกลางเศษหิน
"เ้าภูมิใจในระดับพลังเก้าร้อยล้านปีของเ้ามากสินะ?" สุริยันมองลงต่ำด้วยสายตาเ็า เท้าขวาเหยียบลงบนอกของจอมกระบี่เดียวดาย
"แต่สำหรับข้า... จำนวนปีมันก็แค่ตัวเลข หากรากฐานไม่มั่นคง มันก็เหมือนตึกสูงที่สร้างบนทราย"
สุริยันกดเท้าลง
กร๊อบ!
ซี่โครงของจอมกระบี่เดียวดายหักสะบั้น ปอดถูกทิ่มแทง เืทะลักออกจากปาก
"เ้า... เ้าเป็ตัวอะไร..." ชายชราถามด้วยเสียงปนเื ดวงตาเริ่มพร่ามัว "เด็กอายุยี่สิบปี... ไม่มีทางเข้าใจวิถีกระบี่ลึกซึ้งขนาดนี้..."
"ข้าคือมัจจุราช"
สุริยันตอบสั้นๆ ก่อนจะปักกระบี่ไม้ลงไปที่จุดตานเถียน (จุดกำเนิดพลัง) ของชายชรา!
"เคล็ดวิชาดูดกลืน : สังเวยโลหิตเซียน"
"อ๊ากกกกกก!!"
เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นไปทั่วสุสาน ร่างกายของจอมกระบี่เดียวดายสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ิัเริ่มเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วราวกับผลไม้ที่ถูกสูบน้ำ ตบะเก้ามหายุคอันล้ำค่าที่สะสมมาทั้งชีวิต ถูกกระบี่มารดูดกลืนและส่งผ่านเข้าสู่ร่างของสุริยันโดยตรง!
วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!
แสงสว่างวาบขึ้นรอบตัวสุริยันอีกครั้ง! ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม
ระดับห้ามหายุค...
ระดับหกมหายุค...
ระดับเจ็ดมหายุค...
...จนพลังพุ่งทะยานไปหยุดอยู่ที่ "ระดับแปดมหายุค (แปดร้อยล้านปี)"!
ร่างแห้งกรังของจอมกระบี่เดียวดายสลายกลายเป็ฝุ่นผง เหลือไว้เพียงแหวนมิติที่สุริยันก้มลงเก็บอย่างใจเย็น
"ขอบใจสำหรับอาหารว่าง... รสชาติไม่เลว" สุริยันโยนกระบี่ไม้ทิ้ง (เพราะมันพังแล้วจากการรับพลังมากเกินไปและทำหน้าที่เสร็จสิ้น) แล้วหันไปหาหลง ชิงเทียน ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่บนหลังัด้วยความตะลึง
"นายท่าน... ท่าน... ท่านเลื่อนระดับอีกแล้ว..."
"ไปกันต่อ... ของจริงรออยู่ข้างใน" สุริยันปัดฝุ่นที่เสื้อ "ข้าััได้ว่าอาวุธของข้ากำลังเรียกร้องหาข้า"
ทั้งสองมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของสุสานเทพา ทิ้งไว้เพียงตำนานการต่อสู้ที่จบลงในกระบี่เดียว
(จบตอนที่ 8)