“ชื่อเกมได้รับการยืนยัน 'จินซีเหอซี'”
ภูติสาวใช้ยิ้มร่า เหนือศีรษะตัวละครของผมก็ปรากฏคำที่คลุมเครือสี่คำ 'จินซีเหอซี' ขึ้น จากนั้นภูติสาวใช้ก็พูดต่อ “นายท่าน ้าจะปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์หรือไม่เ้าคะ?”
ณ ใจกลางวิหาร มีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนเด่นสง่าอยู่ตรงนั้น รูปร่างหน้าตาของเขาแทบจะเหมือนกับผมทุกประการ ราวกับถูกแกะออกจากแม่พิมพ์อย่างนั้นเลยทีเดียว
“อัพรูปลักษณ์เพิ่มขึ้น 20%!” ผมพูดเสียงดัง
ภูติสาวใช้กล่าวขอโทษ “ขออภัยเ้าค่ะ ระบบประเมินว่ารูปร่างหน้าตาของนายท่านสูงเกินไป จึงไม่สามารถเพิ่มได้ 20% จากผลการประเมินขอแนะนำให้นายท่านปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 0.05%!”
ผมถึงกับทำอะไรไม่ถูก “อย่างนั้นปรับขนานให้เหมาะสม 20% อย่าให้ใครจำฉันได้”
“เ้าค่ะ”
่เวลาต่อมารูปลักษณ์ของตัวละครก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ยังคงความหล่อเหลาเอาไว้ ส่วนบุคลิกลักษณะนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็ผลมาจากการปรับแบบขนานนั้นเอง ในไม่ช้าตัวละครสุดเท่ที่ดูไม่เหมือนผมเลยก็ปรากฎขึ้นต่อหน้า ก่อนที่จะยืนยันว่าไอดี คือ 'จินซีเหอซี'
เมื่อกำหนดตัวละครได้รับการยืนยันแล้ว จู่ๆภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป ปรากฎเป็ภาพตัวละครมากมายยืนเรียงกันในวิหาร บางคนถือดาบยาว บางคนขี่ม้าศึก บางคนถือคฑา ส่วนบางคนถือก็คันธนูและลูกศร 《สกายโร้ด》มีอาชีพต่อสู้หลักทั้งหมดสิบสองอาชีพ ซึ่งทั้งหมดถูกแสดงต่อหน้าผมแล้วในตอนนี้ ภูติเ้าใช้ยิ้มพร้อมถามว่า “นายท่าน โปรดเลือกอาชีพของท่านด้วยเ้าค่ะ!”
“อัศวิน” ผมตอบกลับโดยไม่ต้องคิด
ในไม่ช้า ความรู้สึกนึกคิดของผมก็เข้าสู่ตัวละคร ทันใดนั้นดูเหมือนว่าทั้งร่างจะเริ่มฟื้นคืนสติอีกครั้ง ผมสามารถมองเห็นฝ่ามือของตัวเอง ทั้งยังสามารถเดินไปรอบๆวิหาร ใต้เป้าก็มีม้าแผงคอสีเขียวพันธุ์ดีตัวหนึ่ง ที่สวมชุดเกราะครบชุดดูยิ่งใหญ่มาก ในเวลานั้นเองภูติสาวใช้ก็ได้กล่าวขึ้นอีกครั้ง “นายท่าน บัญชีกำลังจะถูกสร้างขึ้น และระบบจะให้โอกาสผู้เล่นทุกคนสุ่มเผ่าพันธุ์หนึ่งครั้ง มีโอกาสได้รับเผ่าลับ นายท่านจะลองหรือไม่เ้าคะ?”
ยังมีอะไรดีๆอีกงั้นเหรอ?
ผมตื่นเต้นมากกับข้อมูลที่ค่อยๆปรากฏขึ้นตรงหน้าทีละบรรทัด ——
เผ่ามนุษย์ : ความแข็งแกร่ง ,ความว่องไว ,ความอดทน ,จิติญญา ,พลังกาย,ทั้งหมด + 8%
เผ่าเอลฟ์จันทรา: ความว่องไว + 15%, ความแข็งแกร่ง+ 15%, คุณสมบัติทั้งหมดภายใต้แสงจันทร์ + 10%
เผ่าั์: ความสูงเฉลี่ย 3 เมตร ,ความแข็งแกร่ง+ 20% ,ความอดทน + 10% ,เอฟเฟกต์ชะลอความว่องไว 10%
เผ่าออร์ค: ความแข็งแกร่ง+ 20%, ความว่องไว + 5%, พลังกาย + 5%
้า คือข้อมูลของสี่เผ่าพันธุ์ ปกติผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์เลือกเผ่าเอง ทว่าครั้งนี้ระบบจะทำการสุ่มให้ โดยค่าเริ่มต้นคือเผ่ามนุษย์ โดยรวมแล้วคุณสมบัติของเผ่ามนุษย์จะค่อนข้างครอบคลุมทั้งหมด ในขณะที่เอลฟ์จันทราคุณสมบัติจะเพิ่มเมื่อเล่นในยามค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ ส่วนพวกั์ขึ้นชื่อเื่ความแข็งแกร่ง และออร์ค นอกเหนือจากพลังโจมตีที่สูงแล้ว ยังได้รับการปรับปรุงความอดทนและพลังกายอีกด้วย เท่าที่ดูจากคุณสมบัติทั้งห้าที่เกี่ยวข้องกับอาชีพอัศวิน หากให้ตัดสินเลือกเผ่าที่เหมาะสมที่สุด คงต้องเป็เผ่ามนุษย์เท่านั้น
ต่อจากนั้น ข้อมูลเผ่าลับอีกหลายรายการก็ปรากฎขึ้น ——
เผ่าครึ่งั: โบนัสจิติญญา + 30%
เผ่าครึ่งเทพ : ความแข็งแกร่ง+ 15% ,ความว่องไว + 15% ,ความอดทน+ 10%
เผ่าพฤกษา : ความอดทน+ 20% ,พลังกาย + 20%
เผ่านูวา : ลูกหลานของนูวา ไม่ทราบความสามารถ
เผ่าเทพ์ : ความว่องไว + 15% ,ความแข็งแกร่ง+ 10% ,บินได้ 7 วินาที
เผ่าภูติอัคคี : คุณสมบัติโจมตีด้วยไฟ + 40%
โบนัสคุณสมบัติที่ทรงพลังทั้งหลายทำให้ผมถึงกับตะลึง หากได้รับเผ่าลับ ในการแข่งขันจะไม่ไร้เทียมทานเลยหรือไง? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผ่าครึ่งัโบนัสจิติญญา 30% นี้ถ้าเลือกนักจิติญญาที่มีค่าจิติญญาสูงอยู่แล้ว และยังได้รับโบนัสจิติญญานี้อีก เวททั้งหมดจะมีพลังโจมตีสูงมาก แล้วนี้มันจะไม่เป็การโกงเกินไปเหรอ? ส่วนคุณสมบัติของเผ่าพฤกษาก็มีความรุนแรงเช่นกัน ถ้าผมสามารถเลือกได้ ก็จะเลือกเผ่าพฤกษานี้แน่นอน เพราะว่าจะเพิ่มความอดทน และพลังกาย 20% ให้กับอาชีพอัศวินได้ เมื่อนั้นผมก็จะกลายเป็เหล็กกล้าที่ไร้เทียมทานทันที!
“ยืนยัน!”
ผมก้มหน้าสวดอ้อนวอนอย่างลับๆในใจ ขอให้ได้รับเผ่าลับ แม้จะได้เผ่าครึ่งเทพก็ยังดี คุณสมบัติเ่าั้ก็ยังคงเหมาะกับอาชีพอัศวินอยู่!
“ชิ้งง~~~”
แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นเหนือศีรษะ ภูติสาวใช้มองมาที่ผมอย่างผิดหวัง ก่อนจะพูดว่า “นายท่าน ขออภัยเป็อย่างสูงเ้าค่ะ ท่านไม่ได้รับเผ่าลับ โปรดยืนยันเผ่าพันธุ์ของท่านอีกครั้ง”
“มนุษย์……”
ผมได้แต่ถอนหายใจ “งั้นก็เป็มนุษย์ด้วยความสบายใจเถอะ……”
“ยืนยัน!”
“การสร้างบัญชีเสร็จสมบูรณ์!”
ภูติสาวใช้มองมาที่ผมด้วยรอยยิ้ม “นายท่าน ้าออกจากเกมทันทีและรอให้เซิร์ฟเวอร์เปิด อย่างเป็ทางการ หรืออยากอยู่เพื่อเล่นกับคนอื่นต่อไปเ้าคะ?”
“ออกจากเกม”
“รับทราบเ้าค่ะ”
ทันใดนั้นภาพตรงหน้าก็ดับวูบหายไป กลายเป็สีดำสนิท เป็การตัดการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์อย่างสมบูรณ์
......
เมื่อผมถอดหมวกเกมออก หลินเฉอ และหวังจินไห่เองก็ได้ถอดหมวกเกมออกเช่นกัน
“เป็ยังไงกันบ้าง?” ผมถาม
“เรียบร้อยพี่ ทุกอย่างราบรื่นดี” หลินเฉอตอบกลับ
หวังจินไห่พยักหน้า “อื้ม ทุกอย่างราบรื่นดี”
“ได้รับเผ่าลับกันไหม?”ผมถาม
“ไม่ได้” พวกเขาส่ายหัวพร้อมกัน
ในขณะนั้น จางเหว่ยที่นอนอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเรายังคงสวมหมวกกันน็อคสำหรับเล่นเกมอยู่ ทว่าทันใดนั้นกล้ามเนื้อขาของเขาก็เกิดกระตุกขึ้น
หลินเฉอประหลาดใจจึงทักถาม “พี่เหว่ย เป็อะไร ตะคริวกินอีกแล้วเหรอ?”
จางเหว่ยพูดผ่านหมวกเกม “ฉะ...ฉัน ดูเหมือนจะได้รับเผ่าลับล่ะ?"
“จริงเหรอ?”
ผมดีใจมาก “ได้เผ่าไหนเหรอ?”
“เผ่าครึ่งเทพ ดูเหมือนจะเป็เผ่าครึ่งเทพ เผ่านี้เพิ่มความแข็งแกร่ง ความว่องไว และความอดทน ... ...” จางเหว่ยเว่ยอ้าปากค้าง ก่อนพูดว่า “เฉินจื่อผู้ยิ่งใหญ่ ฉันต้องเอาเผ่าลับนี้ไหม?”
“เอาสิพี่!”
ผมพูดอย่างตื่นเต้นว่า“ พี่เลือกอาชีพนักพรต ้าสเตตัสสามอย่างนี้พอดีเลย เลือกเลย รีบยืนยันเลย!”
“โอเค!”
หลังจากนั้นไม่นาน จางเหว่ยก็ถอดหมวกเกมออก พร้อมใบหน้าที่แลดูมีความสุข “พวกนายได้รับเผ่าไหนกันบ้างล่ะ?”
ใบหน้าของหลินเฉอดูเสียดาย “พวกเราทุกคนเป็มนุษย์ธรรมดา มีเพียงพี่เหว่ยนั่นแหล่ะที่โชคดีได้รับเผ่าลับแถมยังได้เผ่าครึ่งเทพอีกตังหาก”
หวังจินไห่แบมือออกด้านข้าง “คนที่ไก่อ่อนที่สุดมักจะได้รับเผ่าลับ คนอื่นจะทนได้ยังไง!”
ผมพูด “ ไม่เป็ไร พี่เหว่ยจะเป็หนึ่งในโล่เนื้อให้กับพวกเรา ยังไงการมีเผ่าลับอยู่ก็ดีที่สุด แต่โชคดีจริงๆเลยนะ ฉันลองดูแล้วอัตราการได้รับมีเพียงหนึ่งในพันเท่านั้น พี่เหว่ยจะเป็อัจฉริยะด้านศิลปะการต่อสู้หนึ่งในพันแน่นอน”
จางเหว่ยเบิกบานใจ ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มสดใส
หวังจินไห่เอ่ยถาม “แล้วต่อไปพวกเราจะทำอะไรกันดี ยังมีเวลาอีกตั้งสามวัน ก่อนที่เกมจะเปิด”
“ไปที่เว็บบอร์ด ดูกลยุทธ์ต่างๆ และดูว่าทางเซิร์ฟเวอร์ได้เปิดเผยอะไรออกมาบ้าง สิ่งเหล่านี้สำคัญมากสำหรับพวกเราใน่แรก”
“โอเค!”
จากนั้นหลายคนก็เริ่มท่องอินเทอร์เน็ต เริ่มค้นหา ขุดคุ้ยข้อมูลอย่างเป็ทางการของเกม พบว่าข้อมูลที่สกายโร้ดปล่อยออกมานั้นน้อยจนน่าสงสาร ซึ่งมีเพียงข้อมูลการตั้งค่า และคุณสมบัติพื้นฐานของเกม ที่พวกเราทุกคนต่างรู้อยู่แล้ว คาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีข้อมูลอะไรถูกปล่อยออกมาเลย นอกจากนี้ถึงแม้ทางเว็บบอร์ดจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทว่าส่วนใหญ่ก็เป็การปรึกษาหารือเกี่ยวกับเผ่าลับ และหอเกียรติยศของสกายโร้ดเท่านั้น ซึ่งไม่ได้สำคัญอะไร
......
อาหารมื้อเย็น วันนี้เป็วอโถว มาพร้อมกับมัสตาร์ด ที่ได้กินแค่นี้เพราะตอนนี้ไม่มีเงินกันจริงๆ เงินทั้งหมดของทุกคนรวมกันก็ยังมีเพียงไม่กี่ร้อยหยวนเอง
หวังจินไห่ออกไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาอีกสองกล่อง ซึ่งจะเป็อาหารมื้อต่อไปของพวกเรา ในใจของทุกคนเต็มไปด้วยความกังวล หากยังคงเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คาดว่าเมื่อพวกเราเข้าสู่เกม คนคงรู้กันหมดว่าจน ก็ดูได้จากใบหน้าที่ดูซูบผอมหิวโหยนี้แหล่ะ
หลังอาหารเย็นผมไม่มีอะไรทำ จึงออนไลน์เข้าเกม
“แว้บบ ~~~”
เมื่อผมปรากฏตัวในวิหาร ภูติสาวใช้ก็บินออกมาทันที เหนือศีรษะของเธอปรากฎข้อความ “แฟนสาวของติงมู่เฉิน” ใบหน้าของเธอดูตื่นเต้นมาก “นายท่าน ในที่สุดท่านก็จะมาอยู่เป็เพื่อนหลิงเอ๋อร์แล้วใช่ไหมเ้าคะ?”
“หลิงเอ๋อร์…นี่เธอชื่อหลิงเอ๋อร์งั้นเหรอ?” ผมถาม
เธอบินขึ้นลงไปมาอย่างร่าเริง “ก็ชื่อที่นายท่านตั้งให้หลิงเอ๋อร์ มันดูน่าอายเกินไปนี้เ้าคะ อีกอย่างข้าเป็ภูติสาวใช้ของระบบ ดังนั้นถ้าข้าจะเรียกตัวเองว่าหลิงเอ๋อร์ มันไม่เกินไปใช่ไหมเ้าคะ?”
ผมรู้สึกละอายใจเล็กน้อย ชื่อที่ตั้งให้กับเธอนั้นไม่ได้เื่จริงๆ เธอช่างตรงไปตรงมาจริงๆ
“หลิงเอ๋อร์ เธออยู่ที่นี่ทั้งวัน เหงาไหม?” ผมถาม
“แน่นอนเ้าค่ะ”
หลิงเอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ พร้อมตอบว่า “ภูติสาวใช้ทุกคนถูกจัดให้อยู่แต่ในนี้ เพื่อเฝ้ารอการมาของเ้านายเท่านั้น นายท่าน โลกของนายท่านเป็เช่นไร นายท่านช่วยเล่าให้หลิงเอ๋อร์ฟังได้หรือไม่เ้าคะ?”
“เื่นี้……”
เพราะยังไม่คุ้นเคย การสนทนากับภูติสาวใช้มันจึงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ทว่าผมก็ยังอยู่ในวิหารและนั่งคุยกับเธอเกี่ยวกับเื่ภายนอก ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน จนเธอย้ายมานั่งบนไหล่ของผมอย่างสนิทสนม พร้อมทั้งเตะผมด้วยขาขาวราวกับหิมะนุ่ม ๆ เล็กๆ นั้นเบาๆ
“น่าเบื่อ” ภูติสาวใช้บ่นอุบออกมา จากนั้นพูดต่อว่า
“โลกภายนอกช่างแสนวิเศษ แต่หลิงเอ๋อร์กลับถูกขังให้อยู่แต่ที่นี่เท่านั้น หลิงเอ๋อร์หวังว่าซักวันจะออกไปสู่โลกภายนอกกับนายท่านได้!”
ผมถาม “หลิงเอ๋อร์ เธอไม่เคยออกไปโลกข้างนอกเลยเหรอ?”
“ไม่เคยเลยเ้าค่ะ แต่ตอนที่หลิงเอ๋อร์นอน ครั้งหนึ่งเคยฝันถึงว่าโลกภายนอกด้วยนะเ้าคะ”
“หือ?”
ผมสนใจขึ้นมาทันที “บอกฉันทีว่า สกายโร้ดข้างนอกเป็ยังไง?”
“ที่นั่นมีมอนสเตอร์ดุร้ายจำนวนมาก และมีทหารที่คอยปกป้องหมู่บ้านบางส่วน นอกจากนี้หัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นยังใจดีมากเลยนะเ้าคะ” ขณะพูด ภูติสาวใช้ก็เอนกายพิงกับศีรษะของผม พร้อมชูแขนขึ้น จนยอดเขาสูงตระหง่าน จากนั้นก็ถามว่า “นายท่าน ก็เป็นักรบของโลกนี้ที่กำลังจะยกทัพจับศึกในอนาคตด้วยหรือเ้าคะ?”
“ใช่แล้ว”
ผมถามอีกครั้งว่า “หลิงเอ๋อร์ เธอรู้อะไรอีกบ้าง อย่างเช่น .... ใครที่้าความช่วยเหลือ หรือใครเป็คนประกาศรับสมัครคนทำภารกิจ เธอสามารถบอกฉันล่วงหน้าได้ไหม?”
“อันนี้หลิงเอ๋อร์เองก็ไม่รู้เ้าค่ะ ...... ”
เธอส่ายหัวอย่างว่างเปล่า ก่อนพูดต่อว่า “หลิงเอ๋อร์ลืมไปหลายสิ่งหลายอย่าง จำได้แค่ลุงช่างตีเหล็กในหมู่บ้าน และแมวชื่อเสี่ยวฮวาที่อยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน พวกเขาล้วนใจดีมาก”
“ลุงช่างตีเหล็ก ......”
ผมประหลาดใจ ก่อนถามว่า “ลุงช่างตีเหล็กมีความลับอะไรหรือเปล่า?”
“มีเ้าค่ะ……”
หลิงเอ๋อร์พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณลุงมีความจำที่แย่มาก แม้ว่าฝีมือจะยอดเยี่ยม ทว่าการคิดคำนวณของเขาไม่ดีเลย และเขามักจะคำนวณบัญชีผิดอยู่เสมอ หากมีการซื้อขายมากกว่าสามครั้ง เขาก็ไม่รู้ว่าจะคำนวณเช่นไรแล้ว!”
“การซื้อขายสามครั้ง?”
ผมรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรบางอย่าง จึงถามต่อว่า “จากนั้นล่ะ?”
หลิงเอ๋อร์เล่าต่อว่า “แต่เขาเป็คนที่เ้าคิดเ้าแค้นมากเ้าค่ะ หากมีผู้ใดซื้อของจากเขาในราคาถูก เขาจะจำและสาปแช่งตลอดไป คุณลุงช่างตีเหล็กตอนโกรธน่ากลัวมากเลยนะเ้าคะ”
“อย่างงั้นเหรอ......”
ผมพยักหน้า จากนั้นก็พูดคุยกันต่อ ทว่าข่าวที่หลิงเอ๋อร์เปิดเผยออกมานั้นน้อยมากอาจกล่าวได้ว่าเป็ศูนย์เลยก็ได้ ถือได้ว่าการเก็บรักษาความลับเกี่ยวกับข้อมูลเกมดีเยี่ยม แถบจะไม่มีข่าวรั่วไหล หลังจากพูดคุยกันจนถึงเที่ยงคืนก็ยังไม่ได้อะไร ผมจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้ รอคอยเวลาที่เข้าสู่เกมค่อยว่ากันใหม่
************************
โปรดติดตามตอนต่อไป....