บทที่ 1
คืนแรก
หนึ่งฟู่ หนึ่งอี้และสองจิ้ง ทั้งสี่คือแซ่ของตระกูลคหบดีใหญ่กุมบังเหียนการค้ากว่าครึ่งในแผ่นดิน สี่ตระกูลไม่นับว่าเป็คู่แข่งทางการค้าที่ชิงชังดุเดือด มีกิจการร้านค้าร่วมกันอยู่ไม่น้อย ตระกูลทั้งสี่รู้ตัวดีว่ามีสายตามากมายคอยจ้องจับผิด ฝ่ามือเดียวไม่อาจปัดป้องภัยร้ายที่โถมเข้าหาแต่หากมีมืออีกหลายคู่ร่วมช่วยเหลือเกื้อกูลก็สามารถฝ่าฟันอันตรายที่แฝงทั้งในที่ลับและที่แจ้งได้
จิ้งเส้าหวงผู้สืบทอดสายตระกูลจิ้งเพียงหนึ่งเดียว ผู้เป็หนึ่งในสองจิ้งที่ถูกเรียกขาน สองจิ้งกล่าวผิวเผินฟังดูเป็หนึ่งเดียวแต่ความหมายกลับต่างกันสิ้น จิ้งเส้าหวงผู้นี้อยู่ในตระกูลจิ้งอันหมายถึงสะอาดและบริสุทธิ์ แท้จริงแล้วตระกูลจิ้งก็หาได้สะอาดบริสุทธิ์เช่นความหมาย ไม่เพียงตระกูลจิ้ง ทั้งสามตระกูลก็ไม่ได้ขาวสะอาดไร้มลทิน หอคณิกา โรงพนัน เรือนค้าทาสล้วนเปิดกิจการในนามของตระกูลอย่างต่ำสองสามร้าน ซ้ำกิจการที่เกิดจากน้ำตาและความทุกข์ตรมคล้ายทำเงินได้มากเป็พิเศษ
จิ้งเส้าหวง ผู้สืบทอดตระกูลจิ้งผู้นี้อายุยี่สิบห้าแต่ยังไม่ได้แต่งฮูหยิน ไร้ภรรยารองและอนุ ใช่ว่าเขาไม่ชมชอบเื่ราวระหว่างบุรุษสตรี อายุเขาแม้จะไม่อยู่ใน่เืร้อนดุจเด็กน้อยที่เพิ่งได้ลิ้มรสหวานของลูกอมหรือเืลมพลุ่งพล่านเดือดร้อนยากระงับความกระสัน
เขาแวะเวียนไปหอคณิกาไม่ขาด ออกหมายเรียกตัวคณิกาปลิวว่อน บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าคนเช่นเขาไม่ชมชอบเื่วุ่นวายจุกจิกของเหล่าสตรี ทั้งยังไม่ชอบการผูกมัด ด้วยนิสัยเช่นนี้แล้วต่อให้แต่งฮูหยินเข้าบ้านตามคำสั่งบิดาเขาก็ยังคงไร้ภรรยารองหรืออนุเช่นเคย แวะเวียนเยี่ยมเยือนหอคณิกาจนกว่าส่วนนั้นจะใช้การไม่ได้
ซ้ำชื่อเสียงของเขาไม่ใคร่ดีนัก มองผิวเผินคล้ายบุรุษที่ใช้อวัยวะส่วนล่างใต้ผ้าคาดเอวคิดนำทางแทนสมอง แต่ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งของตระกูลจิ้งมีหรือที่จะใช่คนไร้หัวคิด
ตระกูลจิ้งมีกิจการมากมายโดดเด่นเลื่องชื่อที่สุดเป็กิจการร้านแลกเงิน รองลงมาเป็หอสุราและโรงเตี๊ยมตามลำดับ นอกจากนั้นยังมีร้านค้าของแห้งจำพวกต่างๆ กระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน ถือได้ว่าตระกูลจิ้งกุมชะตาเื่ปากท้องของคนในแผ่นดินอยู่หลายส่วนก็ไม่เกินเลย
ยิ่งฤดูกาลเก็บเกี่ยวมาถึงข้าวสีเหลืองทองในทุ่งไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นาที่ตระกูลจิ้งกว่าหลายสิบฉิ่ง [1] ในแดนเหนือถูกจัดเป็เขตเกษตรกรรมสำคัญต้องเร่งจัดการดูแล เป็สาเหตุให้จิ้งเส้าหวงขยับเคลื่อนจากเมืองหลวง เดินทางไปยังแดนเหนือกว่าห้าร้อยลี้เพื่อจัดการผลผลิตที่ถูกเก็บเกี่ยวเก็บรักษายังคลังสินค้าตระกูลจิ้ง ไม่ใช่เพียงข้าวเท่านั้น ยังมีธัญพืชหลากหลายชนิดที่ต้องตรวจสอบ นับจำนวนและจัดการให้รอบคอบ หากขาดไปสักนิดสักหน่อยไม่นับว่าเป็อะไรได้ แต่หากว่าในคลังสินค้าตระกูลจิ้งมี ‘สิ่งแปลกปลอม’ เพิ่มเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
...นั่นถือเป็เื่ใหญ่
ทุกปีจิ้งเส้าหวงต้องตรวจดูความเรียบร้อยของคลังใหญ่ตระกูลจิ้ง การเดินทางขึ้นเหนือจึงมีแบบแผนและกำหนดการ ขบวนการเดินทางถูกตระเตรียมไว้ล่วงหน้าหลายเดือน
การเดินทางห้าร้อยลี้ใช้เวลาประมาณสิบวัน ทุกๆ สามวันจะแวะพักในเมืองใกล้เคียง รวมทั้งสิ้นประมาณครึ่งเดือนจึงจะถึงแดนเหนือ ขบวนรถม้าและเกวียนติดตามเดินทางได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค บ่าวไพร่แวะพักตามจุดพักม้าและโรงเตี๊ยมอย่างเคย เดินทางมาได้ครึ่งทางอากาศกลับแปรปรวนวิปริต เื่ลมฟ้าดินอากาศหาใช่มนุษย์กำหนด น่าแปลกที่ในฤดูเก็บเกี่ยวมีฝนนอกฤดูหลงมาผิดจากปีก่อนๆ ทำให้พื้นดินชื้นแฉะกลายเป็ดินโคลนเปียกๆ ส่งผลให้การเดินทางล่าช้าถ่วงรั้งเสียจนจิ้งเส้าหวงหงุดหงิดรำคาญใจ
จากเมืองหลวงไปแดนเหนือมีจุดแวะพักสามแห่งที่เลื่องชื่อ แต่คนเช่นจิ้งเส้าหวงมีหรือที่จะพักในโรงเตี๊ยมเช่นคนธรรมดา สำหรับตระกูลจิ้งที่เป็คหบดีร่ำรวยย่อมต้องเข้าพักในเรือนของตนเองเป็ธรรมดา
จิ้งเส้าหวงเดินทางหลายร้อยลี้ แม้จะอ่อนล้าจากการเดินทางแต่เขาก็ไม่ใช่บุรุษอ่อนแอที่เดินไปไหนมาไหนต้องให้คนคอยประคอง เข้าส้วมต้องให้คนคอยจับชายอาภรณ์ ทั้งยังไม่ใช่บุรุษหน้าขาวปากแดงเ้าสําอาง การผ่อนคลายปลดปล่อยความเมื่อยล้าสำหรับจิ้งเส้าหวงจึงไม่ใช่การท่องกลอนเขียนกวี แต่เป็การหาความสำราญจากสตรี
เื่นี้บ่าวรับใช้และคนสนิทต่างก็รู้ดี นี่ก็เป็หนึ่งในแบบแผนที่จิ้งเส้าหวงทำเป็ประจำ แต่คราวนี้ออกจะแปลกไปสักหน่อยเมื่อสตรีครั้งนี้ไม่ใช่หญิงคณิกาดังที่เคย
...แต่เป็อี้จี [2] ที่เพิ่งขายคืนแรก
พ่อบ้านประจำเรือนพักจิ้งกงขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีที่ได้ยินรายงานจากสาวใช้าุโ
“คุณชายมิใช่คนเื่มาก หากรู้ว่าสิ้นเปลืองเงินทองหลายร้อยตำลึงไปกับคืนแรกของสตรีคงไม่พอใจนัก”
รุ่งสางผ่านพ้นสตรีนางนั้นก็ต้องกลับไปที่ที่จากมา จิ้งเส้าหวงไม่เก็บสตรีเหล่านี้ร่วมเดินทางหรือรับเลี้ยงดู บ่าวไพร่สาวใช้ในตระกูลจิ้งล้วนรู้กันดี ปกติแล้วหากอี้จีขายคืนแรกถ้ามิใช่ถูกแม่เล้าบีบบังคับ พวกนางก็มักมีบุรุษในใจ รอให้ชายในดวงใจซื้อคืนแรกแล้วค่อยไถ่ตัวออกจากหอคณิการ่วมใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยกัน
“โถ่ ไม่ได้เสียเงินอะไรมากมายนัก เพิ่มเติมจากเดิมไม่กี่สิบตำลึง คณิกาคนก่อนๆ อายุมากขึ้น ไม่สดใสงดงามเช่นเดิม ยิ่งได้ยินว่าระยะนี้คุณชายอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงอยากให้คุณชายสำราญมากสักหน่อย” ตูหม่าอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม เบิกบานไม่น้อยเมื่อคิดถึงใบหน้าของอี้จีที่เพิ่งซื้อคืนแรกมา อี้จีผู้นั้นผิวพรรณเนียนละเอียด ใบหน้าก็งดงามเย้ายวน โชคดีแท้ๆ ที่ไม่มีผู้ใดแย่งชิงคนกับนาง!
ตัวนางและพ่อบ้านคอยดูแลเรือนพักจิ้งกงอันอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ปีหนึ่งมีโอกาสเพียงหนึ่งครั้งที่จะทำให้คุณชายพอใจ เมื่อโอกาสมาถึงมีหรือจะพลาดไม่เข้าประจบประแจง ถ้าคุณชายเบิกบานสำราญใจคงได้ถุงแดงกันคนละถุงสองถุง
หมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองจะไปหาสตรีงดงามหยาดเยิ้มจากที่ใดได้ทันท่วงที มีแต่ต้องส่งหมายออกงานให้แก่หอคณิกาในเมืองล่วงหน้าหลายวัน ทั้งคณิกาที่มาปรนนิบัติคุณชายก็มิใช่นางโลมชั้นล่างทั่วไป อย่างน้อยสุดก็ต้องเป็คณิกาที่มีเรือนพักแยกเป็สัดเป็ส่วนและมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง มิใช่หอโคมแดงทั่วไปที่บุรุษกลัดมันกักขฬะเทียวเข้าเทียวออก
พ่อบ้านได้ยินเช่นนี้แล้วก็ถอนหายใจ เอาเถอะขอเพียงคุณชายคลำดูว่าไม่มีหางก็เป็อันใช้ได้แล้ว...
[1] 1 ฉิ่ง เท่ากับ 100 ไร่
[2] อี้จี หญิงที่ขายศิลปะไม่ได้ขายเรือนร่างเป็หลัก