เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 162 ป้าเตา

            การประมูลยังคงดำเนินต่อไป ผ้าม่านบนเวทีประมูลพลันเปิดออก ก่อนจะมีเงาคนสองคนเดินออกมาหนึ่งในนั้นเป็นชายชราคนเมื่อครู่ ส่วนอีกคนเป็นชายคนหนึ่งที่ถูกล่ามโซ่ไว้ที่มือและเท้าขณะเดียวกันบนหน้าผากของเขามีตราประทับคำว่า ‘ป้า’ ตัวใหญ่เอาไว้

            คำว่า ‘ป้า’ คำนี้ คู่ควรกับชายผมกระเซิงคนนี้มากท่าทางของเขาดูดุดัน แข็งกร้าวสมคำว่า ‘ป้า’

            “ทาสผู้ฝึกยุทธ์”

            ดวงตาของหลินเฟิงฉายแววสงสัยขึ้นมาลานประมูลแห่งนี้มีประมูลแม้กระทั่งทาสผู้ฝึกยุทธ์ด้วยหรือ?

            มนุษย์สามารถค้าขายได้ทุกอย่างแม้กระทั่งมนุษย์ด้วยกัน

            ในตอนนั้นเองเมื่อฝูงชนได้เห็นทาสผู้ฝึกยุทธ์คนนั้น พวกเขาต่างส่งเสียงขึ้นมาพร้อมกันโดยเฉพาะคนที่มาจากลานประลองเชลย สายตาของพวกเขาดูตื่นเต้นมาก

            “ป้าเตา มันเป็นป้าเตา”

            ในที่สุดป้าเตาก็ได้กลับมาอีกครั้ง สำหรับหลายๆ คนแล้วมันเป็นการรอคอยที่ยาวนานมาก

            ชายชรากวาดสายตามองฝูงชน เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นดีใจในสายตาของพวกเขามุมปากของชายชราก็ปรากฏรอยยิ้มยินดีบนใบหน้า

            “ป้าเตาได้ทะลวงผ่านขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 และยังเอาชนะการต่อสู้ในลานประลองเชลยได้ถึง81 ครั้ง”

            ชายชรากล่าวช้าๆ ซึ่งประโยคนี้ทำให้ฝูงชนรู้สึกตกตะลึง ชนะถึง 81 ครั้ง? ช่างน่ากลัวยิ่งนัก! ถ้าเขาสามารถเอาชนะมาได้ถึง 81 รอบ โดยไม่เคยแพ้แม้แต่ครั้งเดียวนั่นหมายความว่าเขาสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์มาแล้วถึง 81 คน!!! นี่มันปีศาจชัดๆ

            หลินเฟิงก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน คนที่สามารถเอาชนะมาได้ถึง 81 รอบย่อมไม่ใช่คนธรรมดาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 เท่านั้นนั่นหมายความว่ามีผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 ถึง 81คนถูกสังหารโดยเขา นั่นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และสิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือเขาไม่เคยเลือกคู่ต่อสู้ด้วยตัวเอง

            “มูลค่าของเขาคงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะทุกคนล้วนเข้าใจดีว่าไม่ช้าก็เร็วป้าเตาจะต้องทะลวงไปสู่ขอบเขตลี้ลับ และหากทำสำเร็จ เขาสามารถเทียบเคียง 1 ใน 8คุณชายแห่งเสวี่ยเยว่ได้ ถ้าหากมีทาสผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถเทียบชั้นกับ 1 ใน8 คุณชายแห่งเสวี่ยเยว่ไว้ในครอบครอง พวกท่านทุกคนจะรู้สึกเช่นไร?” ชายชรายิ้มออกมาและกล่าวต่อว่า “สำหรับป้าเตาราคาเริ่มต้นคือ 200 หินหยวนระดับกลาง เริ่มการประมูลได้!”

            เมื่อชายชราพูดจบ ฝูงชนก็เริ่มตื่นเต้นยิ่งขึ้นทุกคนต่างจ้องมองไปที่ป้าเตา ใช่แล้ว… ในอนาคตเขาจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับแปดคุณชายแห่งเสวี่ยเยว่ถ้าหากเขาได้ครอบครองทาสผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งขนาดนั้น เขาจะทรงพลังขนาดไหนกัน?!

            ราวกับรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นจากฝูงชน ป้าเตาค่อยๆ ยกมือขึ้น ทันใดนั้นเขาก็ปลดปล่อยอำนาจแห่งมีดออกมาแปรเปลี่ยนให้อากาศกลายเป็นมีดที่คมกริบและทรงอำนาจ ทิ่มแทงไปที่ดวงตาของทุกคนราวกับว่าหากมองป้าเตานานกว่านี้พวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บได้

            ป้าเตากวาดสายตามองไปยังฝูงชนช้าๆ และไปหยุดที่หลินเฟิงเมื่อสัมผัสได้ถึงดวงตาอันคมกริบดุจมีดของป้าเตาที่จ้องมองตัวเองแล้วหลินเฟิงก็ตัวสั่นเล็กน้อย เพียงสายตาคู่นั้นชายตามองมาก็เหมือนถูกมีดคมนับพันจ้วงแทง

            ตอนนี้เอง หลินเฟิงก็ปลดปล่อยอำนาจดาบออกมา         

            ป้าเตาหยุดสายตาไว้ที่หลินเฟิง ยามที่ทั้งสองสบตากันนั้นอำนาจมีดและอำนาจดาบพลันปะทะกันในอากาศอย่างรุนแรง

            แต่ไม่ช้า ป้าเตาก็หันไปมองคนอื่น ทำให้หลินเฟิงผ่อนคลายขึ้นมา

            “อำนาจมีดแข็งแกร่งมาก ทาสผู้ฝึกยุทธ์คนนี้สามารถควบคุมอำนาจดาบและยังตระหนักรู้ในอำนาจดาบอย่างลึกซึ้งอีกด้วย”

            หลินเฟิงคิด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้รับชัยชนะถึง 81 ครั้งและไม่เคยแพ้แม้แต่ครั้งเดียวเขาสามารถควบคุมอำนาจมีดได้ดีกว่ามู่ฟ่าน ดูเหมือนว่าอำนาจมีดของเขาจะทำให้ต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ในระดับเดียวกับเขาได้อย่างง่ายดาย

            นอกจากคนแบบเดียวกับเขา คนที่ตระหนักรู้ในอำนาจและอยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นเดียวกับเขาเท่านั้นถึงจะสามารถต่อกรกับป้าเตาได้สูสี

            นายน้อยเหมิงที่อยู่ด้านหลังหลินเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากทาสที่อยู่ในขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 ที่สังหารผู้คนไป 81 คน? น่าสนใจจริงๆ! ถ้าเขาสามารถซื้อทาสคนนี้ได้ บางทีเขาอาจทะลวงผ่านขอบเขตลี้ลับได้ในอนาคตเมื่อถึงตอนนั้น เขาคงดูสง่างามและน่าเกรงขามมากขึ้น เมื่อออกคำสั่งกับทาสในระดับลี้ลับ

            “300 หินหยวนระดับกลาง” ใครบางคนกล่าวเขารีบเสนอราคามากกว่าราคาเริ่มต้นทันที

            “500 หินหยวนระดับกลาง” อีกคนกล่าวโดยปราศจากความลังเล

            ทาสผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ขอบเขตแห่งจิตวิญญาณขั้นที่ 6 ไม่ได้มีค่ามากนัก แต่ทาสที่สังหารคนไป81 คน และอาจทะลวงผ่านขอบเขตลี้ลับในอนาคต ทำให้เขามีค่ามาก

            “1,000 หินหยวนระดับกลาง”

            อีกคนกล่าวซึ่งทำให้หลินเฟิงอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ คนผู้นี้ร่ำรวยจริงๆหลินเฟิงจำได้ว่าเขาเคยยากจนแค่ไหนในอดีต แม้ในตอนนี้เขาจะดีขึ้นมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่มีเงินเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มั่งคั่งแบบนี้ได้ตอนนี้หลินเฟิงค้นพบแล้วว่าเขามันน่าสงสารขนาดไหน

            คนที่เพิ่งเสนอราคา บางทีอาจใช้เงินของตระกูลเพื่อซื้อทาสคนนี้

            “5,000 หินหยวนระดับกลาง”

            ขณะที่หลินเฟิงกำลังขบคิดอยู่นั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาทำให้ดวงตาของหลินเฟิงพลันเบิกกว้าง

            5,000 หินหยวนระดับกลางช่างเป็นราคาที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ นั่นมันเพียงพอสำหรับฝึกฝนในหอฝึกได้นานตราบเท่าที่ต้องการเลย

            นอกจากนี้ราคาดังกล่าวก็มาจากชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังหลินเฟิง นายน้อยเหมิงนั่นเอง

            เมื่อฝูงชนได้ยินราคา ทำให้พวกเขาต่างพากันชะงักไปชั่วขณะ หลายคนกำลังยิ้มด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวหินหยวนระดับกลาง 5,000 ก้อน พวกเขาไม่มีทางจ่ายได้ราคานี้มันแพงเกินไปสำหรับทาส

            ชายชรามองไปที่ฝูงชน เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “นายน้อยเหมิงเสนอราคาหินหยวนระดับกลาง5,000 ก้อน นี่เป็นทาสที่จะทะลวงผ่านขอบเขตลี้ลับในอนาคตมีใครต้องการเสนอราคาเพิ่มอีกหรือไม่?”

            ชายชรากล่าว เขาพยายามล่อให้คนอื่นเสนอราคาแต่ทุกคนก็ยังคงเงียบเพราะหินหยวนระดับกลาง 5,000ก้อนมันเป็นราคาที่น่าหวาดกลัวเกินไป

             “5,001 หินหยวนระดับกลาง”

            ในตอนนั้นก็มีเสียงสงบนิ่งดังขึ้นมา ทำให้ฝูงชนต่างพากันตกตะลึงก่อนจะหันไปมองเขตของเหล่าชนชั้นสูง ผู้เสนอราคาคือชายหนุ่มที่เพิ่งมีเรื่องกับนายน้อยเหมิง… หลินเฟิงนั่นเอง!

            ม่านตาของนายน้อยเหมิงหดลง ขณะจ้องมองไปที่แผ่นหลังของหลินเฟิงอย่างเย็นชา

            “5,100 หินหยวนระดับกลาง”

            “5,101 หินหยวนระดับกลาง” หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมย

            ฝูงชนรู้สึกราวกับพวกเขากำลังดูการแสดงที่มหัศจรรย์ ดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะเสนอราคาเพิ่มด้วยหินหยวน1 ก้อนในแต่ละครั้ง

            “5,500 ก้อน” นายน้อยเหิงกล่าวเสียงดัง

            “5,501 ก้อน” หลินเฟิงกล่าวน้ำเสียงของเขาดูสงบและไม่แยแส

            สีหน้าของนายน้อยเหมิงเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ แต่ในตอนนั้นเองชายที่สวมเสื้อคลุมสีเทาซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เขาก็ก้มลงมากระซิบว่า

            “นายน้อย การประมูลเป็นเพียงแค่ขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น”

            นายน้อยเหมิงดวงตาลุกวาวขึ้นมา แววตาของเขาปรากฏร่องรอยชั่วร้ายขึ้นมาไม่ผิด การจะเอาทาสผู้ฝึกยุทธ์มาเป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นว่าต้องนำมาจากการประมูลเสมอไป

            นายน้อยเหมิงตัดสินใจไม่เสนอราคาอีก เมื่อความเงียบความปกคลุมได้สักพักชายชราก็หันไปมองหลินเฟิงแล้วกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยทาสคนนี้เป็นของท่านแล้ว”

            “นำเขาไปไว้หลังเวทีก่อน หลังจากที่ท่านประมูลปีศาจสิงโตเพลิงแล้วหากขาดเหลือเท่าไรข้าจะใส่เพิ่มลงไป ตกลงไหม?”

            หลินเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแส ชายชรานิ่งเงียบไปชั่วครู่จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา”

            ราคาของปีศาจสิงโตเพลิงมีราคาสูงกว่าป้าเตาหลายเท่า อย่างไรก็ตามเมื่อปีศาจสิงโตเพลิงทะลวงผ่านระดับลี้ลับหรือแม้กระทั่งระดับสวรรค์มันจะกลายเป็นจ้าวแห่งอสูร!

            เมื่อปีศาจสิงโตเพลิงเดินออกมาจากหลังเวที สายตาของทุกคนก็เร่าร้อนยิ่งขึ้นแทบกลายเป็นบ้าคลั่งก็ว่าได้

            ทันใดนั้นชายที่มีผมสีทองก็ระเบิดความบ้าคลั่งออกมา ดวงตาสีเหลืองทองพลันเปล่งประกายขณะจ้องมองปีศาจสิงโตเพลิงตัวนั้น

            ชายหนุ่มคนนั้นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า “จะไม่มีใครแย่งปีศาจสิงโตเพลิงไปจากข้าไปได้”

            ชายชราที่ยืนอยู่บนเวทีประมูลยังคงสงบนิ่ง ขณะมองดูฝูงชนที่ตื่นเต้นเขารอจนกระทั่งความตื่นเต้นของฝูงชนถึงจุดสูงสุด เขาก็ยกมือขึ้นเพื่อทำให้ฝูงชนสงบลงและกล่าวว่า“ข้าไม่จำเป็นพูดมากเกี่ยวกับราคาของปีศาจสิงโตเพลิงข้าเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงได้เห็นมันในลานประลองเชลย และใฝ่ฝันว่าจะมีมันไว้ในครอบครองในที่สุดตอนนี้มันก็อยู่ในลานประมูลของเรา ทุกๆ ท่านมีโอกาสที่จะได้ครอบครองสัตว์อสูรปีศาจตนนี้เมื่อมันโตเต็มวัย มันสามารถทะลวงไปสู่ระดับลี้ลับหรือแม้กระทั่งระดับสวรรค์ได้”

            ชายชราก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าปีศาจสิงโตเพลิงจากตระกูลไป๋มาอยู่ในมือของหลินเฟิงได้อย่างไรตระกูลไป๋จะไม่มอบให้ใครที่ไม่ใช่สมาชิกของตระกูลไป๋ และพวกเขาก็ไม่เคยคิดนำมันออกมาประมูลเพราะอยากเก็บมันไว้ให้คนของตัวเอง

            ชายชราไม่รู้เรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในลานประลองเชลย ในขณะเดียวกันชายหนุ่มที่สวมชุดสีเหลืองที่ต้องการมอบปีศาจสิงโตเพลิงให้กับมู่ฟ่านเพื่อเป็นของขวัญแต่มันก็ไม่สำเร็จ หลินเฟิงได้สังหารมู่ฟ่าน สหายของตัวเองไปแต่เขายังไม่รู้สึกเศร้าใจ... เท่ากับการที่ต้องเห็นสิงโตเพลิงของตัวเองถูกนำออกมาประมูล!!! เขาไม่มีโอกาสที่จะขโมยมันกลับมาจากหลินเฟิงได้ใครจะไปคาดคิดว่าหลินเฟิงจะนำมันออกประมูล แทนที่จะเก็บไว้ใช้เอง!!!

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน