สิบเจ็ดปีผ่านไป กำแพงสีขาวสูงใหญ่วางขอบเป็แนวยาว ป้องกันไม่ให้นักเรียนตัวแสบปีนป่ายหนีออกไปอย่างง่าย ๆแต่กลุ่มเด็กสาวถักเปียสองข้างสามคนกำลังท้าทายกฎเหล็กของโรงเรียน ฝั่งตรงกันข้ามที่พวกเธอปฏิบัติการอยู่คือห้องปกครองที่ใช้สำหรับเชือดเด็กแหกกฎทั้งหลายแต่โชคดีที่วันนี้อาจารย์ไข่มุกหัวหน้าฝ่ายปกครองไปอบรมห้องกระจกที่นักเรียนต่างขยาดนั่นจึงปลอดโปร่ง
“แมวน้ำ! ส่งกระเป๋ามาเร็ว ๆเขย่งอีกได้ไหม เดี๋ยวใครมาเห็น”
หญิงสาวที่นั่งคร่อมบนกำแพงไม่กล้าพูดเสียงดังมากไปกว่านี้เพื่อนสาวร่างเตี้ยที่อยู่ด้านล่างก็พยายามเขย่งสุดปลายเท้ารีบกุลีกุจอส่งกระเป๋านักเรียนอันแบนแต๋ดแต๋ให้อย่างทุลักทุเล
“โอ๊ย! ไอ้เนตรจะเอาอะไรกับคนเตี้ยวะ ไอ้แมวน้ำมันเกิดมาเตี้ยก็น่าจะเห็นใจมันบ้าง”
น้ำตาลพูดจากกำแพงอีกฝั่งเพราะเธอสามารถปีนออกไปจากอาณาเขตของโรงเรียนก่อนหน้านี้แล้ว
“หยุดพูดเลยนะไอ้น้ำตาล แกไม่เตี้ยบ้างก็ให้มันรู้ไป”
แมวน้ำเริ่มหงุดหงิดพลางเช็ดเหงื่อที่ไหลคล้อยออกมาพอเนตรสุดาหยิบกระเป๋าได้ก็ส่งมือให้สาวร่างเตี้ยเพื่อนร่วมก๊วนตัวดีให้ปีนขึ้นมาบ้างเนตรสุดาต้องออกแรงเยอะพอสมควรเพราะแมวน้ำไม่ใช่เตี้ยเพียงอย่างเดียวหากทว่าเ้าเนื้ออีกต่างหาก
“ โอ๊ย!! ไอ้เมวน้ำทำไมแกหนักอย่างนี้ฟระ ”
“ เออน่า รีบ ๆ ดึงฉันขึ้นไปสักที”
“ดึงจนแขนจะหลุดอยู่แล้วเนี่ย ตัวหนักชิบเป๋ง!”
เนตรสุดาใช้พลังสุดแรงดึงเพื่อนขึ้นมาจนสำเร็จเมื่อปีนข้ามกำแพงโรงเรียนได้ ทั้งสามก็วิ่งไปในเส้นทางสายประจำความคุ้นเคยนี้เองทำให้สามสาววิ่งลัดเลาะไปอย่างชำนาญ แม้ห้างสรรพสินค้าจะยังไม่เปิดก็ตามแต่เธอถือว่าสายมากแล้วสำหรับการไปจองพื้นที่ที่จะได้มีตแอนด์กรี๊ดกับคิมบินนักร้องเคป๊อปผู้โด่งดังทั่วเอเชีย ติ่งเกาหลีทั่วราชอาณาจักรต่างต้องเดินทางมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายอย่างแน่นอนบางคนมากันั้แ่ตีสามตีสี่ เพื่อจะได้พื้นที่ด้านหน้าเพื่อได้ใกล้ชิดกับศิลปินที่ตนคลั่งไคล้
แม้วันนี้จะเป็วันเสาร์แต่เด็กมัธยมศึกษาปีที่หก สายวิทย์คณิตอย่างเธอต้องถูกบังคับให้มาเรียนคราสติวพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้สำหรับเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ความชื่นชอบในตัวคิมบินที่วัยรุ่นค่อนประเทศต่างหลงใหลทำให้พวกเธอไม่ต้องคิดมากอะไรกับการโดดเรียนเพื่อไปหาหนุ่มหล่อประหนึ่งเทพบุตรบนโลกมนุษย์ผู้นั้น
เพียงไม่ถึงชั่วโมงแก๊งสามสาวก็มาถึงหน้าห้างสรรพสินค้าทาร์โก้ที่อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ผู้คนมากมายส่วนใหญ่เป็วัยรุ่นต่างยืนจดจ่อกับประตูใสข้างหน้า พอได้เวลาห้างเปิดทำการพนักงานรักษาความปลอดภัยเปิดประตูได้เพียงด้านเดียวทุกคนก็กรูเบียดเสียดเข้าไปด้านใน ทุกอย่างเหนือการควบคุม เช่นเดียวกับเนตรสุดาแมวน้ำ และน้ำตาลที่วิ่งหน้าตั้งไปยังจุดหมายเดียวกันเพื่อตัวเองจะได้อยู่ติดกับขอบเวทีให้ได้มากที่สุด
เหนือจากบริเวณลานจัดงานมีตแอนด์กรี๊ดไปอีกห้าชั้นเป็ห้องทำงานของประธานกรรมการห้างสรรพสินค้าทาร์โก้โต๊ะทำงานตั้งเด่นสง่าตามฮวงจุ้ยด้านข้างเป็ชุดรับแขกสำหรับอาคันตุกะที่มาเยี่ยมเยือนเจรจาเื่ธุรกิจความโมเดิร์นของการตกแต่งห้องทำงานอันหรูหราบอกถึงสไตล์ของผู้บริหารคนนี้ที่เป็หนุ่มไฟแรงและมีความคิดก้าวไกลล้ำสมัย หน้าห้องเป็พื้นที่ของนัตตี้ เลขานุการหน้าหล่อคมเข้มแต่งตัวสมาร์ทดูดีแต่จิตใจออกไปทางหญิงสาว
ประตูห้องท่านประธานเปิดออกนัตตี้รีบยกแฟ้มข้อมูลออกไปยืนต้อนรับดังเช่นที่เคยทำ ผู้ที่ก้าวออกมาเป็บุรุษตัวสูงร่างใหญ่ คิวเข้มรับกับใบหน้า ผิวขาวละเอียดราวสตรี ใส่สูทภูมิฐาน สง่างามเลขาอย่างนัตตี้มองเ้านายตัวเองอย่างภาคภูมิใจความหล่อของท่านประธานสูสีกับพระเอกระดับแนวหน้าของเมืองไทยส่วนด้านหลังคือนายกรวิก บอดี้การ์ดมาดเข้มสูทดำสวมแว่นตาดำ พอหวนนึกถึงตอนเขาถอดเสื้อภาพซิกแพคของนายบอดี้การ์ดสุดหล่อก็ลอยเข้ามาในหัวของนัตตี้ทันที เมื่อสองบุรุษยืนเคียงกันสาวทั้งเมืองต้องมองเป็ตาเดียวกันประหนึ่งนายแบบที่ออกมาจากนิตยสารชื่อดัง
“สวัสดีค่ะท่านอนาวิลนัตตี้เตรียมเอกสารให้หมดทุกอย่างแล้วค่ะท่าน”
“ ผมขอดูความเรียบร้อยในห้างก่อนไปรีสอร์ทที่เขาใหญ่แล้วกัน”
“ได้ค่ะ แต่วันนี้คนเยอะ ดูวุ่นวายหน่อยนะคะ”
“ ผมทราบดีเพราะเหตุนี้ผมถึงต้องลงไปดูความเรียบร้อยด้วยตัวเอง”
พูดจบชายหนุ่มเดินนำหน้าทุกคนไปแต่นึกอะไรขึ้นได้ก็หยุดแล้วหันไปพูดกับเลขาคนเก่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดคำว่า ค่ะ”
“ ค่ะ เฮ้ย! ครับ”
เ้านายรูปงามพูดจบก็เดินต่อปล่อยให้นัตตี้ยืนยิ้มแหย ๆ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกือบโดนอีกแล้ว เขาคิดเช่นนั้นก่อนจะวิ่งตามขบวนของท่านประธานซึ่งมีผู้ติดตามตามราวกับกำลังเดินขบวนพาเหรดอยู่
ผู้คนมากมายหลั่งไหลมารวมตัวกันบ้างก็วิ่งกรูเข้ามาไร้ความเป็ระเบียบ บ้างก็เบียดเพื่อ่ชิงหน้าเวทีเนตรสุดาฝีเท้าฉกาจเหลือล้นเธอสามารถแทรกตัวผู้คนนับร้อยเข้ามาพื้นที่ด้านหน้าได้อย่างทุลักทุเลก่อนเพื่อนเผลอไปเหยียบเท้าสาวร่างใหญ่ กลิ่นตัวแรงอย่างจัง
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”เนตรสุดายกมือไหว้ขอโทษ แต่ดูฝ่ายนั้นจะไม่พอใจ
“เธอมาเหยียบเท้าฉันทำไมยะ”
“ไม่ได้ตั้งใจอะ ก็ขอโทษไปแล้วไงพี่”
“เธอเห็นฉันอยู่หน้ากว่าใช่ไหมเธออิจฉาฉันใช่ไหม”
คนอ้วนยังไม่ยอมหยุด
“มโนไปนั่น ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อยจะบ้าเหรอพี่!”
เธอเริ่มเน้นคำและกดเสียงต่ำบอกให้รู้ว่าไม่พอใจอย่างยิ่ง
“ ก็เห็นว่าเหยียบเท้าเล็บฉันพังหมดแล้ว ยัยไม้กระดานโต้คลื่น!”
หญิงร่างใหญ่ไม่ลดละเนตรสุดาเหลืออดก่อนจะเปิดศึกน้ำลายขึ้น
“ เวอร์แล้ว ยัยช้างน้ำ! ั์ขมูขี!”
“โอ๊ย! เจ็บ! นังกุ้งแห้ง! นังไม้เสียบผี!”
เสียงดังจากการวิวาทระหว่างเนตรสุดาและสาวท้วมทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยลากหญิงทั้งสองออกไปจากตรงนั้นสวนทางกับแมวน้ำและน้ำตาลที่เพิ่งจะเบียดผู้คนเข้ามาในงานได้
“ใจเย็น ๆ สิครับน้อง” พนักงานรักษาความปลอดภัยและเ้าหน้าที่จัดงานพยายามห้ามปราม
“เธอคนนี้เหยียบเท้าฉันแล้วยังว่าฉันเป็ช้างน้ำอีก จะให้เย็นยังไง พูดจาหยาบคายแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้หรอก”
“ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะเอายังไง บอกมา!”
เนตรสุดาเริ่มเท้าสะเอวท้าทายฝ่ายตรงข้ามขอโทษแล้วกลับไม่ยอมให้อภัย คราวนี้เธอก็จะไม่ยอมเหมือนกัน เด็กสาวพร้อมลุยมาก สาวอ้วนทนไม่ไหวผลักเนตรสุดาเพียงแค่ เบา ๆเท่านั้น ร่างผอมบางก็กระเด็นเซไปชนกับใครคนหนึ่ง ศีรษะของเธอแนบกับอกของเขา
“ว้าย!”
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆเตะจมูกของหญิงสาวแต่วินาทีนั้นเนตรสุดาไม่สนใจว่าผู้ชายที่เธอซบอกอยู่นั้นจะเป็ใครแต่ความหัวร้อนมีอยู่เต็มพิกัด พอกระเด้งตัวได้ก็พุ่งใส่สาวอ้วนตัวเหม็นอย่างโมโห
“นังอ้วน ! เจอดีแน่!”
เหตุชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นตรงหน้าคุณชายอนาวิลเขาขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์นักพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กทั้งเช็ดและปัดเสื้อตัวเองที่หญิงสาววัยรุ่นร่างบางมาััเมื่อสักครู่นี้ออกเลขาหนุ่มปรายตามองก็รู้อารมณ์เ้านายของตนตอนนี้คงพุ่งทะลุปรอทอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวนัตตี้จัดการให้ครับ”
เขาหันไปสั่งการเ้าหน้าที่ที่เดินเข้าสมทบอีก
“ยืนเซ่อกันทำไมคร้าบหนุ่ม ๆ รีบจัดการสิคร้าบ”
หญิงวัยรุ่นทั้งสองคนจึงถูกชายฉกรรจ์ที่เป็เ้าหน้าที่ของทางห้างสรรพสินค้าแยกตัวออกมาได้
คุณชายอนาวิลมองสาววัยรุ่นร่างระหงในชุดนักเรียนอย่างวิเคราะห์วันนี้เป็วันเสาร์แต่แต่งชุดนักเรียนออกมาเดินห้าง แบบนี้คงหนีไม่พ้นคำว่าโกหกเธออาจจะโกหกพ่อแม่ว่าจะมาเรียนพิเศษแต่สุดท้ายก็มาเที่ยวเตร็ดเตร่เล่นสนุกอย่างแน่นอน
นัตตี้จัดการเคลียร์ทุกอย่างให้ทั้งสองฝ่ายจนจบไปด้วยดีสาวอ้วนจากไปแต่เลขาหนุ่มไม่ยอมให้เนตรสุดาไป
“น้องนักเรียนคนนั้นน่ะอย่าเพิ่งไปค่ะ”
“อะไรอีกล่ะพี่”
“น้องต้องเข้าไปขอโทษคุณอนาวิลก่อน”
“ขอโทษทำไมคะ เนตรทำอะไรให้”
“ก็เมื่อกี้น้องชนท่านชนแล้วจะหนีเหรอจ๊ะ”
“นี่มันคนนะคะ ไม่ใช่รถแล้วอีกอย่างเนตรก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ มันเป็อุบัติเหตุ”
“ถ้าแบบนั้นก็ควรต้องไปขอโทษค่ะเร็วเข้า อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน”
“เฮ้อ....”
หญิงสาวถอนหายใจอย่างแรงก่อนจะจำใจเดินเข้าไปหาบุรุษที่ยืนโดดเด่นกว่าใครตรงนั้นเธอเพิ่งจะพินิจอย่างชัดเจน ว่าผู้ชายที่เธอเซไปซบอกเข้าถอดแบบมาจากพระเอกในวรรณคดีก็ไม่ปาน ความคมเข้ม ความขาวของผิวพรรณ เปล่งประกายออกมาประหนึ่งภาพวาดของบุรุษผู้งามในสามโลก ออร่าความหล่อเจิดจรัสพลุ่งพล่านจนเ้าตัวเ้ายืนตะลึง
หล่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ขอโทษค่ะ”
เนตรสุดายกมือไหว้อย่างว่าง่ายเผลอมองรูปหน้านั้นอย่างเคลิบเคลิ้มเหมือนอยู่ในภวังค์ คุณชายอนาวิลพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยแม้หญิงสาวจะรับรู้ได้ถึงแววตาไม่เป็มิตรแต่ความหล่อเหลาพิฆาตใจทำให้บอกกับตัวเองว่าไม่เป็ไร
“หล่อด้วยขี้เก๊กด้วย เนี่ยแหละสเปคเลย”
ความคิดนั้นผุดขึ้นมา คุณชายอนาวิลปรายตามองเด็กสาววัยรุ่นแล้วออกคำสั่งเสียงแข็งกับเลขา
“พาตัวไปไว้ที่ออฟฟิศแล้วติดต่อเรียกผู้ปกครองมารับตัวไป”
พูดจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่แยแสกับสีหน้าของเนตรสุดาที่ในขณะนี้เหมือนมีใครเอาไม้หน้าสามมาฟาดที่หัวอย่างจัง
เรียกผู้ปกครอง!
หมายความว่าต้องเรียกแม่เธอมารับตัวไปอย่างนั้นน่ะหรือหญิงสาวอ้าปากค้าง หัวสมองกำลังประมวลความคิดอย่างหนักหน่วง
เื่นี้แม่ห้ามรู้เด็ดขาด !
หล่อจริงแต่ใจดำ!
“แย่แล้วทำยังไงดี!”
สาวน้อยตัดสินใจเดินแกมวิ่งไปขวางหน้าขบวนของคุณชายอนาวิลเอาไว้
“คุณลุงคะ!”
ใคร! ลุง! ??? ชายหนุ่มร่างสูงชักสีหน้าเล็กน้อยเขาไม่ได้แก่ถึงขนาดจะให้ใครมาเรียกว่าลุงได้
“คุณลุงคะ เนตรขอร้องอย่าให้พี่ตุ๊ดคนนี้ไปบอกแม่ของเนตรเลยนะคะ เนตรขอโทษ เนตรจะไม่ทำอีกแล้ว”
คำอ้อนวอนของเด็กสาวไม่ได้ทำให้เขาอ่อนลงเลยแม้แต่น้อยเลขาประจำตัวแอบมองท่าทีของเ้านายที่นิ่งจนเดาไม่ออก
“ขรึม ขรึมมากๆ เก๊กสุดๆ”
เนตรสุดาเปรยเบา ๆ แต่ใครๆก็ได้ยินกันทั่ว
“นะค้าคุณลุง ช่วยเนตรสักครั้ง”
อีกครั้งกับคำว่า ลุง คุณชายสุดหล่อคิ้วชนกันพยายามสะกัดกั้นอารมณ์ไว้อย่างเหลืออด
เด็กนรกเอ๊ย!
เขาอยากจะะโคำนี้ออกไปแต่เกรงว่าจะเสียลุคผู้ดีจึงได้แต่วางเฉย
เหมือนมีพลังงานบางอย่างแผ่รังสีออกมานัตตี้รู้สึกได้เช่นนั้น จึงดึงแขนเนตรสุดาออกมากระซิบบอกเธอก่อนที่อารมณ์คุณชายจะพุ่งไปมากกว่านี้
“น้องจ๊ะ จะเรียกพี่ว่าตุ๊ดก็เรียกไปแต่อย่าไปเรียกคุณชายว่าลุง ท่านอายุแค่ยี่สิบเจ็ดเอง”
“โห! ตั้งยี่สิบเจ็ด” แก่กว่าเธอตั้งสิบปีแต่ไม่ให้เรียกลุง หญิงสาวหลุดขำออกมาเบา ๆคุณชายอนาวิลเม้มปากไว้ปรายตามองเด็กสาวเหมือนรู้ทันในห้วงความคิดของเด็กวัยรุ่นคนนี้อยากแก้เผ็ดกับยัยเด็กนรกตัวแสบแต่เกรงว่าจะเสียเวลาเปล่า จึงทำทีวางเฉยปล่อยให้มันผ่านๆ ไป
“ ตายแล้ว! เดี๋ยวพี่ตีตายเลยรีบเข้าไปขอโทษคุณชายเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้อง!” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาเหล่มองเนตรสุดาพลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อความสง่างาม ก่อนจะพูดต่อ
“ครั้งนี้ผมจะปล่อยไปแต่ถ้าครั้งหน้าโกหกพ่อแม่ แล้วโดดเรียนมาแบบนี้อีกผมจะแจ้งทั้งพ่อแม่และให้โรงเรียนทำโทษคุณ”
“คุณลุง สุดยอดเลยแสดงว่าครั้งนี้คุณลุงจะไม่บอกแม่ของเนตรใช่ไหมคะ” เขาไม่ได้ปฏิเสธอะไรสาววัยรุ่นยิ้มกว้างอย่างลืมตัวคว้ามือคุณชายผู้สูงศักดิ์มาจับไว้อย่างขอบคุณ
“ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ”
ชายหนุ่มเบิกตาโตใรีบชักมือกลับ คว้าผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมมาเช็ดมือ เกิดมาก็เพิ่งจะมีคนดึงมือเขาไปจับ หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้ ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากชายร่างสูงเขาขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา ก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
นัตตี้ปรี่เข้าไปหาเนตรสุดาที่ยืนยิ้มปลื้มปริ่มอยู่
“เป็โชคดีของหล่อนนะยะที่คุณชายเขาเมตตาไม่งั้นละก็....ฮึม!”
“เดี๋ยวค่ะพี่คุณลุงคนนั้นเขาชื่ออะไรคะ”
“คุณชายอนาวิลหรือหม่อมราชวงศ์อนาวิล พิพัฒน์พัชระ เ้าของธุรกิจในเครือทาร์โก้กรุ๊ปจ้ะ”
นัตตี้ยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจปรายตามองเด็กสาวที่กำลังยืนอึ้งกับฐานะอันสูงศักดิ์ของเ้านาย ก่อนจะรีบเดินตามขบวนไป
เนตรสุดามองตามขบวนฝ่ายผู้บริหารของห้างสรรพสินค้าที่เพิ่งจากไป หญิงสาวประสานมืออย่างประทับใจนี่อาจจะเป็รักแรกพบของเธอ
คุณชายอนาวิลแม้จะเ็าแต่ความรู้สึกบางประการ บอกว่าเธอรู้สึกคุ้นเคยกับผู้ชายคนนี้
หรือว่าเราจะเคยเจอกัน เมื่อชาติที่แล้ว
เขาอาจจะเป็คุณหลวงเธออาจจะเป็บ่าวสาวคนสนิทที่คอยรับใช้คุณท่านทุกคืน
หรือ...เขาอาจจะเป็องครักษ์รูปงามและเธอเป็เ้าหญิงแสนสวย
แค่คิดหญิงสาวก็หัวเราะคนเดียวอย่างมีความสุข
“เนตร!”
แมวน้ำและน้ำตาลวิ่งเข้ามาหาอย่างเป็ห่วงแต่เพื่อนสาวยังคงยืนยิ้มบิดไปมา เหม่อลอยถึงใบหน้าอันหล่อเหลาปานเทพบุตรอยู่
“เป็ห่วงแทบแย่ เป็ยังไงบ้างวะ” แมวน้ำยังคงเห็นเพื่อนเพ้อ แววตาเลื่อนลอย
“เนตร เนตร เนตรโว้ย!”
ภวังค์เมื่อสักครู่ หายวับไปกับตาหญิงสาวถอนหายใจเสียดายกับภาพมโนนั่น
“โอ๊ย! เรียกเบา ๆก็ได้ หูจะแตก”
“เป็อะไรไป เห็นยืนยิ้มคนเดียวฉันกับแมวน้ำเป็ห่วง”
“ ฉันว่า ฉัน เอ่อ ฉันกำลังมีความรัก” เนตรสุดาเขินหน้าแดง
“หา! ความรัก!”เพื่อนทั้งสองคนอุทานแทบจะพร้อมกัน
“กับใคร! แกมีความรักกับใครวะ”
แมวน้ำไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองห่างกันแค่ไม่กี่นาที เพื่อนรักของเธอจะไปปิ๊งผู้ชายคนไหนได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
“คุณชายอนาวิล”
“ใครวะ คุณชายอนาวิล” น้ำตาลเกาหัวแกรกๆ
“เ้าของห้างทาร์โก้แห่งนี้ไง”
เธอประสานมือไว้กับอกตอบด้วยความภาคภูมิใจ แมวน้ำและน้ำตาลมองหน้ากันสมองเพื่อนคงจะเลอะเลือนไปแล้วหลังจากทะเลาะกับสาวตัวอ้วนคนนั้นเพื่อนทั้งสองถอนหายใจ
“เพ้อเจ้อ!” แมวน้ำส่ายหัวในความมโนของเพื่อนรัก
“ฉันหลงรักเขาจริง ๆ นะแก”
“ไปกันเถอะ”
น้ำตาลแมวน้ำกอดคอเนตรสุดาพากันเข้าไปในงานมีตแอนด์กรี๊ดต่อ โดยไม่ฟังเสียงทัดทานว่าเธอไม่ได้เพ้อเจ้ออย่างที่เพื่อนๆ เข้าใจ
ได้สบตา.......ก็รู้ว่า...คือความรัก
แค่มองพักตร์...ก็รู้ว่า....เริ่มหวั่นไหว
ฟังคำพูด. ...ก็รู้ว่า...ไม่เหมือนใคร
จับที่ใจ.....ก็รู้ว่า....สั่นระรัว