"ฉิบหาย พระองค์มิสามารถทรงอาชา"นายขนมต้มอุทานเเต่ก็สายไปเสียเเล้ว ม้าของพระเ้าเอกทัศน์ทรงเสด็จไปยังทิศทางที่ไม่น่าปรีดายินดี เเม้ว่าขาของเขาอยากจะเขยื้อนขยับไปอารักขาพระองค์เเต่ผลจากการที่ผมไปเอาเเท่งไม้บางอย่างให้พระเ้าเอกทัศน์เเล้ว ขาของเขาจะต้องพักฟื้นประมาณ30วินาที
ฮรี้ๆกับๆๆๆๆ
เสียงอาชาสีขาวที่ได้ยินเหมือนกับเสียงหัวเราะของโชคชะตา ทหารที่ประโถมเข้าประตูผีจนค่ายไม้้าถล่มลงมายืนรายล้อมพระเ้าเอกทัศน์ไม่ขาดสาย ทหารม้าด้านหน้าพยายามจะมาล้อมพระเ้าเอกทัศน์เเต่โชคดีที่อาชาของท่านร่นถอยเว้นระยะห่าง ราวกับเป็อาชาชำนาญการศึกทำให้ข้าศึกผลีผลามเข้ามาล้อมก็ไม่ได้ เเต่พระเ้าเอกทัศน์ก็หนีไม่ได้เช่นกัน
'ข้า...ควบม้าเป็ตั้งเเต่เมื่อไหร่เนี้ย?' พระเ้าเอกทัศน์มองกวาดสายตาไปรอบๆ ด้านหน้ามีเเต่ทหารม้าเเห่งหงสาว่ากันว่าเป็ทหารม้าที่เเข็งเเกร่งที่สุดในดินเเดนมณีปุระ พวกเขาสวมเกราะให้สีข้างหัวเเละลำคอของม้าเป็เหล็กเกล็ดเงาวาวเเต่ก็ดำสนิท
"พวกเ้าจะยอมสยบต่อข้าไหม?"พระเ้าเอกทัศน์ตรัสถามเเละมองมณีปุระเหมือนว่าการศึกครั้งนี้ตนเองได้ชนะเป็เรียบร้อยเเล้ว ทหารพวกนั้นเเยกกองกำลังอีกส่วนให้ตรงไปยังวังหลังใกล้สถานที่กักเชลยศึก เเละยังยืนนิ่งดูท่าทีอยู่ราวกับว่ารออะไรบางอย่าง
"หยุดนะ ถ้าหากพวกเยื้องย้างอีกเเม้เพียงก้าว ข้าจะปลิดชีวิตพวกเ้าให้ดู"น้ำเสียงเเข็งขันของพระเ้าเอกทัศน์ทำให้โยธาฝ่านศัตรูหันขวับมาเเละหัวเราะ"ฮ่าๆๆๆ กษัตริย์ขี้เลื้อน กระหม่อมก็ได้ยินฉายาความโง่เขาของท่านร่ำรือระบือไกล เเต่ไม่คาดว่าจะสติปัญญาจะเลอะเลือนถึงเพียงนี้"ชายผู้นั้นกวาดสายตามองรอบๆ"อ๋อ ที่เมืองเเห่งนี้คาดว่าไม่มีหมอกระมัง จึงปล่อยให้กษัตริย์ตนเองเลอะเลือน"
"ช้าก่อนนนน!"เสียงลากยาวดังออกมาจากด้านหลังกองทหารม้า มีคนควบม้าเเหวกว่ายเหล่าเเม่ทัพนายกองด้านหน้า ปรากฏชายตัวใหญ่ล่ำสันสูง2เมตรผู้หนึ่งถือง้าวไว้ด้านข้าง สวมหมวกเหล็กระฆังคว่ำสีเขียว จมูกโดง ตาลึก ดูน่ากลัวนัก เมื่อชายคนนั้นบัญชาเหล่ากองทหารม้าอีกกองก็ดึงบังเหียนชะงักม้าเอาไว้
"ข้าพเ้ามีนามว่า ปังรี เเม่ทัพเอกเเห่งมณีปุระนคร ถ้าหากพระองค์มิทรงขืนขัด ข้าพเ้าจะฆ่าท่านให้สมศักดิ์ศรีเเละไม่ให้ตายอย่างทรมาณ เเต่ถ้าพระองค์ยังมิทรงเชื่อฟัง ข้าพเ้าเกรงว่าอาจจะต้องประจานพระองค์เเละทรมาณพระองค์ด้วยม้า5ตัวเเยกร่างกระมัง"
'น้ำเสียงราบเรียบเเต่เเละลักษณะสง่าจนให้ความรู้สึกกลัวได้เลยทีเดียว'
เมื่อนายปังรีไม่เห็นว่าพระเ้าเอกทัศน์ตรัสอันใดต่อจึงโบกมือให้ทหารที่ชะงักฝีเท้าอยู่ดำเนินการต่อควบม้ามุ่งไปยังป่ามะพร้าวเเถววังหลัง เเต่ทันใดนั้นพระเ้าเอกทัศน์ที่ถือM16อยู่ในมือไม่มีผู้ใดสังเกตุประจักษ์เเจ้งถึงอาวุธลักษณะนั้น เขาเเทบจะหันกายไปด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเเละไม่ต้องเล็ง เพราะเขาผ่านประสบการ์ณการยิงปืนมาตั้งเเต่สมัยเด็ก
ปังๆๆๆ!!!
อ๊ากกกก ฮรี่ๆๆตุบๆๆๆ
ะุเพียงสี่นัดที่ใช้ระบบออโตเมติกในการลั่นไกยิงทะลุเกราะทหารม้าเเละม้าหลายตัว ประจุะุเป็เเบบกระจายเเละควงสว่าน ทำให้เเม้ว่าะุจะลูกเล็กเท่าข้อนิ้ว เเต่พลังทำลายคือม้าครึ่งตัวคนครึ่งตัว กองทหารม้าด้านหน้าตายไป20กว่าคนด้วยภาพที่สยดสยองนัก
อึก
เชว้งๆๆๆๆๆ
กองกำลังที่โอบล้อมก้าวไปด้านหลังไปรู้ตัวอย่างเป็ระเบียบเเละชักดาบตั้งในท่าพร้อมป้องกัน ทหารในตอนนั้นสั่นผวาราวกับเจอพลังเทพเพราะไม่ว่าเร็วเเค่ไหน หากใช้พลังยุทธ์พวกเขาก็พอมองด้วยสายตาทัน เเต่นี้เสียงมาที่หลังการยิงพวกเขารับมือไม่ถูกกับสถานการ์ณนี้ พวกเขาไม่กล้าขยับเพื่อให้ตกเป็เป้าสายตาน้อยที่สุด
"ขัดพระบรมราชโองการกษัตริย์มีโทษถึงตาย!"พระเ้าเอกทัศน์หันกลับม้าทางด้านหน้า นัยตาประจันกับปังรีเเม่ทัพใหญ่เเห่งกองกำลังม้าหงสา พวกทหารที่เห็นพระเ้าเอกทัศน์หันกลับมาก็ถ่อยร่นเป็ทิวเเถวร้องใกลัว
"1วินาที สามารถฆ่าคนได้20คน ระยะนี้ทหารข้าเข้าประชิดใช้3วินาที บวกลบเเล้วน่าจะเสียไม่เกิน80คน"ปังรีบวกลบนับนิ้ว"ครานี้พระองค์ทรงมิขัดขืนกระมัง?"
"ข้าขอยอมตายเพื่อเเผ่นดิน เเม้ว่าจะไม่มีใครก็ตามข้าจะขอสู้ตายเพื่อลูกๆของข้า เพื่อประชาชนของข้า เพื่อเเผ่นดินของข้า" พระเ้าเอกทัศน์พูดเสียงนี้ออกมาจากใจ ความรู้สึกสั่นเทาที่อยากจะปกป้อง ใบหน้าของพ่อจ๊าดกับเเม่รุ้งก่อนที่เขาจะจากไปผุดขึ้นมาในหัว พระเ้าเอกทัศน์ตั้งท่าจะยิง ในขณะเดียวกันปังรีก็หรีตาเขาพร้อมจะสั่งให้ทหารจู่โจมทันทีที่พระเ้าเอกทัศน์เปิดศึก ในขณะเดียวกันมือธนูระดับ8ก็อยู่บนเชิงเทิน1คน ซึ่งง้างธนูรอยิงพระเ้าเอกทัศน์หากพระองค์ทรงลงมือเพื่อปกป้องเเม่ทัพของตน
"พระองค์ไม่เคยอยู่คนเดียว"ขนมต้มใช้ก้าวพริบตามายืนบังด้านหน้าของพระเ้าเอกทัศน์ เขาใช้นิ้วโป้งปัดจมูก1ครั้ง
ตึกๆๆๆๆ เสียงฝีเท้าวิ่งปรี่เข้ามาพร้อมถือคราดเหล็กบ้าง สากหินบ้าง พวกสาวชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเเผ่นดินนี้นับเเสนลุกฮือขึ้น พวกเธอหยิบจับทุกสิ่งอย่างที่เป็อาวุธขึ้นมา บริเวณดวงตายังคงมีน้ำตาคลออยู่ในดวงตาใบหน้าโกรธเเค้นชิงชังจ้องมองไปที่ทหารมณีปุระ
"พระองค์ดิฉันมาช่วยเเล้วพะย่ะค่ะ!!!"
"พระองค์มีทรงอยู่ตัวคนเดียวค่ะ"
"นี้คือเเผ่นดินของพระองค์! ดิฉันมองพระองค์ผิดไป!"
"พระองค์คือพระบิดาของเมืองนี้ ให้ลูกๆได้ปกป้องเเผ่นดินบ้างเถิด!"
ความรู้สึกครุกกรุ่นภายในจิตใจได้ะเิออกมาเอ่อล้นมาจนถึงลำคอ มันตื้นตึ้นในนั้น ทั่วทุกรูขมขนเเละเซลล์ร่างกายเต้นไปมาราวกับว่ามันได้รับพรจากพระเ้า
"พระองค์!"
"เเม้ดิฉันจะเป็เบี้ยล่างหญิงต่ำต้อย เเต่ในวันพระองค์ทรงโปรดประทานอภัยที่เเม่ของดิฉันชราภาพมิสามารถคุกเข่าได้ ทุกวันนี้มิลืมเลือน!!"
"พวกเราหญิงเบี้ยล่าง รวมกองทัพได้ราว3เเสน5หมื่นคน กองทัพหญิงฉกรรจ์พร้อมต่อสู้เพื่อพระองค์"
"ถ้าหากเเผ่นดินที่เเสนร่มเย็นเป็สุกกว่า400ปีถูกทำลาย พวกข้าก็เหมือนตายไปเเล้ว!"
"กระหม่อมขอตายดีกว่าสิ้นชาติ"
"พวกเราของทรัพสมบัติของพระองค์ เหตุใดพระอง..พระองค์"
พระเ้าเอกทัศน์ยกมือเป็สัญญาณให้เงียบเเละชูนิ้วกลางให้พวกมณีปุระ"นี้คือสัญลักษณ์ที่หยามเกียรติพวกเ้ามณีปุระ ถ้ายังไม่รู้จักคำว่าFuck youก็ไปตายซะไปให้พวกเหรี้ย! อย่าได้คิดใช้เท้าสกปรกเข้ามาเหยียบในเเผ่นดินของข้า!...เเม้เเต่ปลายเล็บบบ!!!"
ทหารมณีปุระอกสั่นขวัญเสียกันไปหมดเเละกองทัพเเตกกระจายหนีออกไปเอง พระเ้าเอกทัศน์ไม่รอช้าฉวยโอกาสกระหน่ำยิงลูกซองจนพวกมณีปุระวิ่งระส่ำระสายตายเกลี้ยง พวกที่จะพยายามเเย่งกันหนีออกจากประตูผีกับกลายเป็ดันกันไปยื้อกันมาไม่สามารถออกได้เเละโดนเหล่าผู้หญิงกว่าเเสนคนรุมใช้อาวุธเครื่องเรือนจัดการจนตายหายไปกว่า2หมื่นนายภายในเวลาไม่ถึง20นาที
เื่ราวประวัติศาสตร์ใหม่จะเปลี่ยนเเปลงไป
อยุธยาที่ปกครองโดยกษัตริย์เเห่งอนาคตเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
จบปฐมบทเเห่งระบบสุดเกรียนย้อนมาเซียนเป็กษัตรย์