เฮือก!
ปิงปิงสะดุ้งสุดตัว เธอลืมตาเบิกโพลง ก่อนที่เธอจะขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง พร้อมกับหอบหายใจ แฮ่ก! ราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาเป็ร้อยเมตร
"อะไรกันนี่ฉันยังไม่ตายหรือนี่ หรือว่ามันเป็แค่ความฝัน แต่ถ้าความฝันจริงๆ ทำไม ความรู้สึกตอนที่ถูกะุปืนทะลุผ่านร่างถึงได้สมจริงนักเล่า แต่ตอนนี้ไม่มีแผลที่ร่างกายเลยสักนิด ไม่รู้สึกเ็ปอีก เมื่อกี้ยังเจ็บเจียนตาย ทรมานเกินจะบรรยายอยู่เลย"ขณะที่ปิงปิงคิด
แต่เมื่อปิงปิงขยับมือััไปยังหน้าอกตัวเองและ หันใบหน้าสังเกตมองไปยังสภาพรอบกายของเธอให้ชัดๆ ดวงตาของเธอก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความใและประหลาดใจอีกครั้ง
"อะอะไรกัน นี่มันชุดอะไรกัน ฉันใส่ชุดอะไร" เธอสวมใส่ชุดจีนสีขาว เป็ชุดฮั่นฝูสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่ เธอขยับจับตัวเองไปมาด้วยความใ ขณะมองไปบริเวณรอบห้อง สภาพห้องดูเหมือนหลุดมาจากหนังจีนในยุคโบราณ ข้าวของเครื่องใช้เป็ของจีนโบราณทั้งหมด
"ฝันงั้นหรือ! อะไรกัน! ที่นี่คือที่ไหนกัน ฝันอีกแล้วหรือนี่?"
แกร็ก! เสียงประตูถูกเปิดออก เธอสะดุ้ง ขยับตัวถอยด้วยความใเมื่อมองออกไปยังเสียงประตูนั้น
"คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้ว" หญิงสาวในชุดจีนโบราณวิ่งตรงมายังปิงปิง เธอใรีบถอยหนีอย่างลนลาน
"อย่า! อย่ามาใกล้ฉันนะ! คุณหนูอะไรกัน"ปิงปิงพยายามใช่มือป้องมือของหญิงสาวคนนั้นเพื่อไม่ให้โดนตัวเธอด้วยอาการใ
"คุณหนู เป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ ไม่ต้องกลัวเ้าคะหนิงเอ๋อเองเ้าคะ จำหนิงเอ๋อไม่ได้หรือเ้าค่ะ ถ้าหาคุณหนูไม่้าเข้าพิธีอภิเษกสมรส นายท่านก็จะไม่บังคับคุณหนูอีกแล้ว ขอเพียงคุณหนูไม่ทำเยี่ยงนี้อีกนะเ้าคะหนิงเอ๋อเป็ห่วงคุณหนูมากรู้ไหมเ้าคะ"
เพี้ยะ! โอ้ยย เจ็บ! เธอตบลงไปบนหน้าของตัวเองทันทีจนหน้าชาด้วยความเจ็บ
"คุณหนูไม่ทำเยี่ยงนี้นะเ้าคะ" หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอรีบขยับเข้ามาคว้าแขนเธอห้ามไว้อย่างรวดเร็ว
เธอขยับถอยหลังหนี ขนกายลุกชัน เมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ "หรือว่าเธอถูกผีบังตา!"
"ที่นี่ที่ไหน?" คำถามแรกผุดขึ้นมาจากปากของเธอ เธอคิดว่าถ้าหากเป็ความฝันหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้คงปลอดภัยสุดแล้วละที่จะช่วยไขความสงสัยนั่นได้
"คุณหนูลืม ความทรงจำหรือเ้าคะ โธ่น่าสงสารยิ่งนัก คงจะเพราะพลัดหล่นจากหน้าผานั่นทำให้คุณหนูจำอะไรไม่ได้เช่นนี้ ที่นี่ แคว้นต้าเซิ่ง เมืองต้าเซิ่งเ้าคะ"
"ต้าเซิ่ง!" เธออุทานออกมาเสียงดังด้วยความใ "เป็ไปไม่ได้ฉันยังอยู่ฉาวหยางอยู่เลยกำลังจะกลับกรุงปักกิ่ง"
"เอ่อ คุณหนู ไม่ใช่นะเ้าคะ นี่ต้าเซิ่งนะเ้าคะ ทำไมถึงได้พูดจาประหลาดเยี่ยงนั้นเ้าคะ" หนิงเอ๋อทำสีหน้าประหลานใจ
"ต้าเซิ่ง จริงๆ หรือ" ปิงปิงย้ำอีกครั้ง
"เ้าค่ะ ใอะไรหรือเ้าคะ คุณหนู ตกจากที่สูง หนิงเอ๋อ คิดว่าสติสัมปชัญญะคุณหนูคงยังไม่ฟื้นคืนกลับมา ถ้าเป็เยี่ยงนี้คุณหนูก็ไม่ต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสแล้ว ไม่ดีใจหรอกหรือเ้าคะ"
"ฉะฉัน" เธอหันหน้ามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้งขณะที่สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาในกระจกนั้น
พุ้ยพุ้ย! เธอสะดุ้งใดวงตาเบิกโพลงอีกครั้ง แต่เมื่อได้สติ ปิงปิงพยายามขมวดคิ้วมองภาพสะท้อนในกระจกทองเหลืองนั้นด้วยความมึนงง ขณะเหลียวมองไปรอบห้อง เพื่อมองหน้าพุ้ยพุ้ย ทันใดนั้นเธอก็ฉุดคิด ทำไมกระจกถึงได้ไม่สะท้อนภาพเธอ แต่กลับมีภาพของพุ้ยพุ้ยอยู่ตรงหน้า เธอจึงรีบผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างลนลานด้วยอาการตื่นๆ คิ้วเรียวถูกขมวดเข้าหากันเมื่อยืนอยู่หน้ากระจก เธอทดลองยกมือซ้ายขวาขึ้นโบกมือไปมาพร้อมกัน ซึ่งก็เป็อย่างที่รู้สึกกังวล เธอพยายามทำท่าทางต่างๆ ในกระจก แต่กลับเป็ร่างกายและตัวเธอที่แสดงท่าทางนั้น แต่ใบหน้านั้นกลับไม่ใช่เธอแต่อย่างไร
เธอกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงไปในคอ สูดลมหายใจลึกๆ พร้อมทั้งพยายามเรียกสติตัวเองให้ตื่นจากความฝันบ้าๆ นี้เสียที ปิงปิง ตื่นซิ ไม่ว่าเธอจะทำอะไร พุ้ยพุ้ยในร่างของเธอก็ทำตามทุกอย่าง
"นี่ฉันอาศัยอยู่ในร่างของพุ้ยพุ้ยหรือนี่ บ้าไปกันใหญ่แล้ว ฉันเข้ามาอยู่ในร่างของพุ้ยพุ้ยได้อย่างไรกัน หรือฉันตายแล้วหรือนี่" ขณะที่เธอคิดเธอทรุดตัวลงนั่งที่พื้นทันทีด้วยความใ
"ว๊ายยย คุณหนูลงไปนั่งทำอะไรที่พื้นเ้าคะ" เสียงร้องของสาวใช้เรียกสติเธอกลับมา หนิงเอ๋อ รีบขยับตัวมาประคอง ปิงปิง ไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว
"คุณหนูพักผ่อนนะเ้าคะ หนิงเอ๋อ จะไปนำน้ำและผ้ามาเช็ดตัวให้คุณหนู"
"เธอ เธอชื่อ หนิงเอ๋อหรือ"
"อะ เอ่อ เ้าคะ รอสักประเดี๋ยวนะเ้าคะ" หนิงเอ๋อขยับตัวเดินออกจากห้องของ ปิงปิงทันที
"ว่าอย่างไรบ้าง คุณหนู พื้นแล้วใช่ไหม" ผู้ชายวัยกลางคนท่านเยว่ซิ่งเสนาบดีกรมพระคลัง ยืนอยู่หน้าเรือนของบุตรสาวด้วยความเป็ห่วงยิ่ง เพื่อรอคำตอบ จากสาวใช้ของตนนำความมาแจ้งให้เขาฟังด้วยสีหน้าและแววตาที่มีกังวลยิ่งนัก
"นายท่าน ข้าน้อย คิดว่า คุณหนูสมองน่าจะถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงเพราะคุณหนูจำเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้เลยเ้าคะ และที่สำคัญแม้แต่ตัวตนเอง ก็ยังไม่รู้ว่าเป็ใครมาจากไหน คุณหนูใช่คำพูดจาฟังดูประหลาดยิ่งนัก หรือภูตผีปีศาจจะเข้าสิงสู่อยู่ในร่างของคุณหนูกันเ้าค่ะนายท่าน"
"เหลวไหล! ภูตผีปีศาจ อะไรกัน เ้าคิดกล่าววาจาเลอะเลือนไปกันใหญ่แล้ว" น้ำเสียงเข้มดุดันขึ้นทันทีเมื่อสาวใช้กล่าวคำพูดที่ไม่สมควร
"นายท่าน ข้าน้อย ขอประทานอภัย ข้าน้อย ไม่ได้ตั้งใจ นายท่าน อย่ากราดเกรี้ยวข้าน้อยเลยเ้าคะ แต่สิ่งที่ข้าน้อยพบ คุณหนูเป็เยี่ยงนั้นจริงๆ นะเ้าค่ะถ้าหากนายท่านไม่เชื่อ นายท่านจะเข้าไปพิสูจน์ ก็ได้เ้าคะ"
เยว่ชิ่ง ถอนหายใจยาวๆ ออกมา "ข้าไม่เข้าไปก่อนหรอก เวลาเยี่ยงนี้ ลูกข้าคงยังไม่หายโกรธข้าเอาไว้ให้นางดีขึ้นแล้วให้นางไปหาข้าที่จวนก็แล้วกัน ส่วนเ้าไปตามไต้ฟู มาดูอาการของนางหรือยัง"
"ข้าน้อยให้ซูมี่ไปตามมาแล้วเ้าคะ นางน่าจะกำลังเดินทางมา"
"ดี ตรวจดูอาการเป็อย่างไร ก็ไปรายงานข้าที่จวนแล้วกัน เื่งานแต่ง อืมม์ข้าคงต้องไปจวนของท่านอ๋องเสียก่อน" เยว่ชิ่งถอนหายใจอย่างกังวลยิ่ง ก่อนที่จะก้าวขาออกไปจากเรือนของบุตรสาว
จวนสกุลเฉิน
ผู้ชายที่นั่งอยู่หน้าแท่งหมึกฝนใบหน้าครามคม ที่มีลูกผมตรงไรหู และไรเคราบางๆ ดูรับกับผิวสีเข้ม ไหล่หนากว้างที่ตั้งตรงดูผึ่งผาย ตามแบบฉบับชายหนุ่ม ที่หลุดออกมาจากภาพวาดนิยายจีนโบราณยิ่งนัก ทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าผู้คนนับร้อย ร่างสูงใหญ่กว่าคนทั่วไปในท่าที ที่สง่างามนั้นกำลังนั่งพิจารณาลายเส้นบนแท่งหมึกฝนอย่าง จริงจังอยู่นั้น จึงเงยหน้าขึ้น เมื่อมีเสียง ของกุนซือทักท้วงขึ้นมา
"ท่านอ๋อง ไยท่านจึงไม่ใส่ใจ สิ่งรอบกาย เพียง่ข้ามคืน ดูเหมือนท่านจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ จับปลายพู่กันบนแท่งหมึกฝนอย่างมีความสุขเพียงนี่เล่าท่าน" กุนซือเอ่ยขึ้น
"แล้วจะให้ข้าทำเยี่ยงไรเล่า ท่าน กุนซือ สัญญาที่ข้าให้ไว้ข้ามิได้ผิดคำสักนิด แต่เมื่อเหตุการณ์ในครานั้นที่เกิดขึ้นข้าไม่ได้เป็ผู้ผิดคำพูดแต่อย่างใด อีกอย่างข้าก็ได้กล่าวทูลเล่าความจริงถึงฝ่าาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ท่านพี่ข้าก็เข้าใจในสิ่งที่ข้าได้ตรัสทูลไปนั้น"
"แต่คนที่ไม่เข้าใจคงไม่ใช่ฝ่าาหรอกท่าน ด้านหน้าจวนที่กำลังจะเดินเข้ามาโน้นต่างหาก ที่ท่านอ๋องจะว่าเยี่ยงไร" กุนซือกล่าวได้ไม่ถึง 5 นาที ทหารนายหนึ่งก็เดินเข้ามารายงานเหตุทันที
"ใต้เท้าขอรับ ท่าน เสนาเย่วซิ่ง รออยู่หน้าจวน ้าเข้าพบ ขอรับ"
"ให้ท่านเสนาเย่วซิ่งเข้ามาเถอะ" เขาวางพู่กันลงที่แท่งหมึกฝน ขยับตัวลุกขึ้น เดินออกไปต้อนรับ เย่วซิ่ง
"กระหม่อมเย่วซิ่งขอคำนับท่านอ๋อง ขอรับ" เย่วซิ่งโค้งตัวอย่างนอบน้อม แต่อี้เฉินรีบเข้ามาประคองไหล่ทั้งสองข้างของเย่วซิ่งอย่างรวดเร็ว
"ไม่ต้องมากพิธีหรอก ท่านเย่วซิ่ง ข้ากับท่านก็คนกันเอง ยิ่งท่านทำเยี่ยงนี้ข้าไม่สบายใจยิ่ง เชิญท่านเย่วซิ่งนั่งลงตรงนี้ก่อนเถอะ"
"ข้าน้อยขอบพระทัยท่านอ๋องยิ่งนักขอรับ" เย่วซิ่งกล่าว
"แม่นางเจียวซิ่งเป็อย่างไรบ้าง ข้าได้ข่าวว่าแม่นางยังไม่ฟื้นนี้ก็ผ่านมา 2 ชั่วยาม แล้ว" เขารินน้ำให้เย่วซิ่ง
"ลูกสาวของข้าน้อย นางมิควรทำเยี่ยงนั้นที่ข้าน้อยมาวันนี้ ข้าตั้งใจจะมากล่าวคำขอโทษที่ทำให้เกิดเื่น่าอับอายขึ้นในงานมงคลสมรสของท่านอ๋อง เป็ความผิดที่มิอาจอภัยให้จริงๆ ข้าน้อยสมควรที่จะต้องได้รับโทษในสิ่งที่ลูกสาวข้าน้อยกระทำนั้น"
"ท่านเย่วซิ่ง อย่าได้กล่าวโทษตัวเองเลย ข้าไม่ติดใจเอาความท่านแต่อย่างใด ฝ่าารับทราบเื่นี้แล้ว ท่านไม่ต้องกังวลหรอก เมื่อแม่นางไม่อยากแต่งกับข้า ข้าก็ไม่บังคับ เื่คำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าในครานั้น ที่จริงแล้วแม่นางยังก็เด็กนัก ข้าเองก็ไปทำศึกอยู่ชายแดนถึง 15ปี ที่ผ่านมาข้าก็ประจำการอยู่นั้นเมื่อาสงบ นั่นเป็ความประสงค์ของฝ่าาเพียงเล็งเห็นความสุขนั่นให้ข้าเมื่อข้ากลับมา จึงเพียงอยากทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เมื่อข้ากลับจากศึกในครั้งนี้ เพื่อเข้าพิธีอภิเษกให้ข้า ข้ารู้ในตอนนั้นแม่นางเจียวซิ่งก็ยังเด็กเกินไปที่ถูกให้หมั้นหมายกับข้า นางคงจะใ อยู่ๆ ก็ถูกเรียกตัวให้เข้าพบฝ่าาเพื่อจะต้องเข้าพิธีอภิเษกกับข้า รวดเร็วถึงเพียงนั้นเป็ใคร ก็คงใมิใช่น้อย"
"แต่อย่างไร ก็มิสมควรอยู่ดีถ้านางไม่อยากแต่งก็แค่บอกความจริงเหตุใดจะต้องหนีงานแต่งในวันเข้าพิธีเช่นนั้น แถมมิหนําซ้ํายังคิดะโหน้าผา คิดทำอัตวินิบาตกรรม อีก ถ้าท่านอ๋องไม่ไปพานพบป่านี้คงเป็ผีเฝ้าหน้าผานั้นไปแล้ว มันน่าโมโหยิ่งนัก" น้ำเสียงเข้มด้วยความโกรธเมื่อเอ่ยถึงบุตรสาวอันเป็ที่รัก
"เอาเถอะ ข้าไม่ติดใจอะไร ข้าคิดว่านางไม่เคยพบข้าไม่เคยรู้จักข้าเมื่อนางทราบข่าวที่จะต้องแต่งงานกับชายที่นางไม่ได้รัก ท่านก็อย่าไปบังคับนางเลย"
"แต่อย่างไรข้าน้อยก็ไม่สบายใจอยู่ดี ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้นางมาอยู่รับใช่ท่านอ๋อง โทษฐานที่นางทำผิดต่อท่าน"
"คือ...ข้าบอกไปแล้วอย่างไรเล่าว่าไม่เป็ไรท่านไม่ต้องลำบากหรอก"
"มิได้ลำบากแต่อย่างใดเลยขอรับ หลังจากที่เจียวซิ่งดีขึ้นแล้วข้าน้อยจะให้นางมาที่จวนของท่านอ๋องมารับใช่ท่านอ๋อง ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้าน้อยต้องขอตัว ลากลับก่อนนะขอรับ" เย่วซิ่ง ขยับตัวลุกขึ้น โค้งตัวเดินออกไปทันที
"ท่านเย่วซิ่ง ดะเดี๋ยว" อี้เฉินะโออกไปแต่ก็ไม่ทันเย่วซิ่งก็พ้นประตูออกไปเสียแล้ว อี้เฉินส่ายหน้า แสดงความหนักใจขึ้นมาทันที
"ยัดเยียดใส่พานคืนกลับมาถึงเพียงนั้น ท่านอ๋องต้องทำใจแล้วละขอรับ" กุนซือกล่าวในเชิงอมยิ้มเล็กน้อย
"ข้าควรดีใจหรือเสียใจดี ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับแม่นาง"
"ท่านก็รู้ท่านเย่วซิ่งเป็คนเช่นไรหนึ่งคำหลุดออกจากปาก แม้ใช้ม้าถึงสี่ตัวก็ยากจะตามกลับคืน" กุนซือกล่าว
((คำพูดเมื่อพูดออกไปแล้วไม่สามารถจะเอากลับคืนมาได้ หรือสัญญาอะไรกับใครไว้ต้องรักษาสัญญา) )
"คุณหนู เช็ดตัวก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยว หนิงเอ๋อ จะเช็ดตัวให้เ้าคะ"
หลังจากที่ หนิงเอ๋อเช็ดตัวให้ ปิงปิงเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้เธอเสร็จ พยุงเธอลงไปนอนที่เตียง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น สามครั้งก่อนที่จะมีหญิงสาวอีกคนพร้อมกับ ผู้ชายอีกหนึ่งคนถือกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาในห้องของเธอ
"ไต้ฟู มาแล้วเ้าคะ คุณหนู เชิญท่าน ไต้ฟูตรวจดูอาการของคุณหนูได้เ้าคะ" ผู้ชายคนนั้นเดินตรงมาที่เตียงของเธอ ก่อนที่จะขยับตัวนั่งลงข้างปิงปิง ที่นอน อยู่ยื่นมือไปจับแขนของปิงปิงขึ้นมาใช่มือทั้งสามนิ้วตรวจวัดชีพจรวางตรงบริเวณที่กระดูกข้อมือนูนขึ้นมาสักพัก ก็ใช่มืออีกทั้งสามนิ้วตรวจที่คอของเธอก่อนที่จะหันไปหยิบเครื่องมือแปลกนั้นมาตรวจ้าอก เธอสะดุ้งทันทีด้วยความเจ็บ
"แม่นางลุกขึ้นไหวหรือไม่ ข้าจะขอตรวจดู ลมปราณ ด้านหลังของแม่นางเสียหน่อย"
เธอขยับตัวลุกขึ้น มีหนิงเอ๋อ พยุงเธอให้ลุกขึ้น
ไต้ฟูใช่เครื่องมือนั้นกดลงไปที่ด้านหลังของเธอทันที
"โอ๊ย เจ็บ" เธอสะดุ้งโหยงด้วยความเจ็บ
หลังจากตรวจเสร็จ ไต้ฟูก็นำเครื่องมือนั้นกลับไปเก็บไว้ในกระเป๋าตามเดิม
แกร็ก!
เสียงเปิดประตูเข้ามา ปิงปิงและทุกคนหันไปตามเสียงเปิดประตูนั้น
"ลูกสาวข้าเป็อย่างไร บ้าง ท่านไต้ฟู" เย่วซิ่งเดินตรงไปยัง ปิงปิงทันทีด้วยความเป็ห่วง
"เรียนใต้เท้า ข้าได้ตรวจเช็ก ชีพจรทั้งสาม เป็ปกติ แต่ ลมปราณ มีติดขัดอยู่เล็กน้อย เหมือนแม่นางโดนของแข็งอะไรบางอย่างทิ่มแทงลงไปทางด้านทรวงอกซ้าย 1 ครั้ง และ ทางด้านหลังอีกสองครั้ง แต่ก็หาได้มีาแไม่ น่าแปลกยิ่งนัก ข้ากดลงไปแม่นางกลับร้องออกมาด้วยความเ็ป"
"อย่างนั้นหรอกรึ ไม่มีาแเลยรึท่านไต่ฟู" พ่อของเจียวซิ่งถามด้วยสีหน้าเป็กังวล
"ไม่มีขอรับ มีเพียงแต่อาการเขียวช้ำและ รอยแผลถลอกเล็กน้อยขอรับ"
"ตกลงมาสูงถึงเพียงนั้นแต่เ้ากลับไม่เป็อะไร ข้าก็วางใจที่เ้าปลอดภัย" พ่อของเจียวซิ่งตอบออกมาอย่างโล่งใจเมื่อรู้ว่าเจียวซิ่งไม่เป็อะไรมาก
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะจัดยา ไว้ให้แม่นางทานตามนี้นะขอรับ" ไต้ฟูจัดยาเสร็จยื่นให้กับบ่าวรับใช้ทันทีก่อนที่ จะขอตัวลากลับไป
"เอาละเ้าพักผ่อนเถอะ ให้เ้าดีขึ้น เรามีเื่ต้องคุยกัน" เย่วซิ่งกล่าวเสร็จก็เดินออกไป
"คุณหนูพักผ่อนเถอะเ้าคะ"หนิงเอ๋อกล่าว ขณะพยุง ปิงปิงนอนลงไป
"เดี๋ยวก่อน คือ นั้นพ่อฉันหรึ"
"อะไรนะเ้าคะคุณหนู พูดอะไรนะเ้าคะ"หนิงเอ๋อทำหน้าสงสัย
"เอ่อคือ ฉันหมายถึงนั้น ท่านพ่อรึ"
"เอ่อเ้าคะคุณหนู จำนายท่านไม่ได้หรือเ้าคะ" หนิงเอ๋อและซูมี่มองหน้ากันด้วยความใ
"เธอก็รู้ว่าฉัน ตกจากที่สูงสมองอาจจะได้รับความกระทบกระเทือน ฉันจำใครไม่ได้เลยนะ มันคงต้องจูนกันใหม่นะ"
"ห๊า คืออะไรจูนหรือเ้าคะ คุณหนู หนิงเอ๋อไม่เข้าใจที่คุณหนูเอ่ย"
"เอ่อ หมายถึงความจำนะต้องจดจำใหม่นะ หนิงเอ๋อ คือทำไม ข้ารู้สึกเหมือนว่ากำลังทำผิด เหมือนทำให้ท่านพ่อโกรธด้วยเื่อะไรรึ"
"โอ้ยอะไรกันนี่ นี่ฉันย้อนเวลาหรือฉันตายมาอยู่ในยุคโบราณกันนะ" ขณะที่เธอคิด หันไปมอง หนิงเอ๋อที่ยิ้มแห้งๆ
"ถ้าเช่นนั้น หนิงเอ๋อจะทวนความทรงจำให้คุณหนูนะเ้าคะ" เธอจึงเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้กับ ปิงปิงฟังทันที
"หนีพิธีแต่งงานงั้นหรือ" ทำไมช่างเหมือนในความฝันของเธอยิ่งนักขณะที่เธอคิด
"แล้วนามของข้าคือ"
"คุณหนูไม่ทราบแม้กระทั่งนามเลยหรือเ้าคะ" หนิงเอ๋อถอนหายใจมองหน้า ซูมี่ เธอส่ายหน้าไปมาเบาๆ
"นามของคุณหนู คือ เจียวซิ่ง บุตรสาวของเสนาบดีกรมพระคลังใต้เท้าเย่วซิ่ง คู่หมั้นของ ท่านอ๋อง อี้เฉิน หรือท่านแม่ทัพ อี้เฉินเ้าคะ ที่จะเป็พระสวามีในคราวหน้า เ้าคะคุณหนู
"อะไรนะเจียวซิ่งรึ! เธอใทันทีมันทำให้เธอนึกถึงความฝันก่อนหน้านี้เมื่อครั้งที่เธอมาเรียนภาษาจีนที่นี่ ในฝันนั้นเธอได้ยินเสียงเรียกชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งว่า เจียวซิ่ง หรือความฝันนั้นคือความจริงในอดีตอย่างนั้นหรือ"
"คุณหนูเ้าคะ คุณหนู" เสียงเรียกของหนิงเอ๋อทำเธอสะดุ้งทันที
"อะไรนะ เล่าต่อเลย หนิงเอ๋อ ข้าอยากรู้แล้วอย่างไรต่อไปรึ"
"เ้าคะแต่คุณหนูนะ ไม่ได้รู้เื่นี้ว่าคุณหนูมีคู่หมายหมั้นไว้ มันเร็วเกินไป อีกอย่างนะเ้าคะ ท่านอ๋องนะเป็พระอนุชาของฝ่าา"
"หมายถึง เป็น้องชายของฮ่องเต้ ก็ดีซิทำไมข้าต้องหนีพิธีแต่งงานด้วยละ"
"ฝ่าาเ้าคะ คุณหนูอย่าเรียกพระนามเพียงสั้นๆ เยี่ยงนั้นซิเ้าคะ หัวจะหลุดออกจากบ่าโดยไม่รู้ตัวนะเ้าคะ ฝ่าาทรงสิริอายุ 53 ชันษาเ้าคะ แล้วท่านอ๋องละเ้าคะ จะเท่าไร คุณหนูนะรับไม่ได้ที่จะต้อง"
"แต่งงานกับคนแก่อย่างนั้นรึ 53 ปี ในยุคของข้ายังไม่แก่เลยนะ ท่าน อ๋องคง จะ 40 ต้นๆ ซินะ นั้นยิ่งไม่แก่เข้าไปอีกนะ กำลังสู่วัยกลางคนเลยละ" เธอกล่าวแล้วยิ้มหันไปมอง หนิงเอ๋อและซูมี่ ที่ยืนตาค้างในคำพูดของปิงปิงจนคนทั้งสองกลืนน้ำลายติดอยู่ในคอ
"ถ้าเช่นนั้น คุณหนูพักผ่อนเถอะเ้าคะ" ซูมี่เริ่มหวาดกลัวหันไปสะกิตหนิงเอ๋อให้ออกไปหลังจากที่ปิงปิงนอนลงไปแล้ว