ระหว่างที่นายเมฆินทร์กำลังกล่าวปราศรัยอยู่นั้นผมก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติบรรยากาศที่สภาสูงดูเงียบผิดปกติเหมือนกับคลื่นลมที่สงบก่อนจะมีพายุใหญ่อย่างไรอย่างนั้นผมหันไปหาพี่โจเพื่อส่งสัญญาณให้พี่โจเตรียมรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนยามที่อยู่ด้านหน้าประตูจะวิ่งเข้ามาภายในงาน
“ระวังมีคนบุกรุก”ยามคนที่ว่าพูดได้เพียงเท่านั้นก็สิ้นใจตายลงตรงด้านหน้าเวทีหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยบรรยากาศวุ่นวายก็เกิดขึ้นทันที ทุกคนที่อยู่ภายในหอประชุมต่างวิ่งกันอย่างโกลาหลไม่รอช้าผมรีบวิ่งขึ้นไปหานายของผมทันที
แต่ด้วยระยะห่างที่ผมนั่งอยู่กับบนเวทีนั้นห่างกันมากบวกกับผู้คนที่วิ่งกันอย่างโกลาหลนั้นทำให้การที่จะวิ่งให้ถึงตัวของนายเมฆินทร์ทำได้ไม่ง่ายนักแต่ผมก็พยายามฝ่าฝูงชน เพื่อไปให้ถึงตัวของนายเมฆินทร์ให้ได้โดยมีพี่โจวิ่งตามมาไม่ห่างเมื่อถึงตัวของผู้เป็นายผมรีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวของนายก่อนจะรีบพาออกไปทางด้านหลังของหอประชุมแต่เพราะคนที่มากทำให้ตอนนี้ผมกับพี่โจเราพลัดหลงกัน
ผมกับนายเมฆินทร์เราวิ่งฝ่าฝูงชนมาด้วยกันแต่แล้วที่ด้านหลังของผมก็เกิดสิ่งผิดปกติขึ้นเหล่าผู้คนที่วิ่งตามผมมาทางด้านหลังค่อยๆล้มลงเป็ใบไม่ร่วงก่อนจะได้ยินใครบางคนะโออกมาเสียงดังว่า
“แก๊สพิษ”
เมื่อได้ยินดังนั้นผมรีบพานายของผมไปยังอีกด้านหนึ่งที่คาดว่าจะสามารถห่างไกลจากแก๊สพิษนั้นได้จนผมเห็นว่ามีทางลับหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ผมยืนอยู่ไม่รอช้าผมรีบพานายหลบเข้าไปที่ช่องทางลับที่ว่านั้นทันทีในใจก็ภาวนาให้พี่โจปลอดภัย เพราะนอกจากนายที่ผมต้องปกป้องแล้วผมไม่รู้เลยว่าพี่โจจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรแต่การที่ถูกฝึกมาตลอดห้าปีทำให้ผมต้องปกป้องผู้เป็นายก่อนสิ่งอื่นใด
“นายครับระวังนะครับ”ผมคอยเตือนนายของผมเป็ระยะๆเมื่อทางที่เดินเริ่มลำบากขึ้นเพราะเต็มไปด้วยสิ่งของวางระเกะระกะเหมือนทางลับนี้ถูกทิ้งร้างมานานแล้วจึงไม่ได้รับการดูแล
ตลอดทางผมก็คิดไปว่าทางลับนี้จะไปสิ้นสุดที่ใดแต่แล้วสิ่งที่ผมสงสัยก็ได้รับคำตอบเมื่อเราสองคนวิ่งมาจนถึงปลายทางก็พบว่าเส้นทางนี้นำพวกเรามาโผล่ที่ห้องโถงแห่งหนึ่งที่อยู่ภายในสภาสูงแห่งนี้
“ที่นี่ที่ไหนครับนาย”ผมหันไปถามนายเมฆินทร์เพราะผมเพิ่งเคยมาที่แห่งนี้เป็ครั้งแรก
“น่าจะเป็โถงประชุมเล็กของอติตหัวหน้าคนก่อนเพราะฉันเคยมาที่นี้แล้วครั้งหนึ่งแต่เพราะได้มีการปรับปรุงสภาสูงใหม่ให้ทันสมัยและยิ่งใหญ่ขึ้นโถงประชุมนี้จึงไม่ได้ใช้งาน”
“แล้วเราจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรครับ”ผมหันไปถามความคิดเห็นของผู้เป็นาย
“ตามฉันมา” ว่าจบนายเมฆินทร์ก็นำทางผมมายังอีกทางหนึ่งทางปลีกตะวันตกของโถงประชุมแตะเราสองคนยังเดินไปไม่ถึงทางออกของโถงประชุมด้วยซ้ำก็พบว่ามีใครบางคนยืนดักทางพวกเราอยู่
“จะรีบไปไหน”ชายแปลกหน้าที่มาในชุดโม่งปิดบังใบหน้าและชุดคลุมสีดำ ถุงมือสีดำทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าคนผู้นี้นั้นเป็ใครเมื่อเห็นดังนั้นผมรีบดึงตัวของผู้เป็นายให้เข้ามาอยู่ที่ด้านหลังของผมทันที
“ระวังนะครับนาย”ผมเล็งปืนไปที่ชายชุดดำโดยที่มืออีกข้างก็คอยระวังให้กับผู้เป็นายพร้อมกับถอยหลังไปเรื่อยๆจนเราทั้งคู่เข้ามาอยู่ที่จุดศูนย์กลางของห้องโถง
“แกเป็ใคร”ผมถามชายชุดดำนั้นกลับไป
“ฉันจะเป็ใครก็ไม่สำคัญหรอกแค่รู้ไว้ว่าฉันคือคนที่จะมองนรกให้กับพวกแกสองคนก็พอ”หลังจากมันพูดจบชายชุดดำอีกกลุ่มหนึ่งก็เข้ามารุมล้อมพวกเราทั้งสองคนก่อนที่ผมจะถูกปลดอาวุธอย่างง่ายดาย
ด้วยความที่พวกมันมีจำนวนคนมากกว่าทำให้ผมไม่สามารถทำอะไรพลีพลามลงไปได้เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เป็นายก่อนผมจึงยอมให้พวกมันปลดอาวุธของผมออก ก่อนที่พวกมันจะจับผมกับนายเมฆินทร์ไปมัดรวมกันที่เสาต้นหนึ่งที่อยู่ภายในโถงประชุมนั้น
“ทั้งหมดเป็แผนการของพวกแกใช่ไหม”นายของผมถามมัน
“ไหนๆพวกแกก็ต้องตายในไม่ช้านี้แล้วพวกเราจะบอกพวกแกก็ได้ว่า...ใช่”หนึ่งในพวกมันตอบ ก่อนจะพูดต่อ“ความจริงแล้วคนที่สังหารประมุกคนก่อนก็คือพวกเราเองนั้นแหละและต้องโทษความบ่าอำนาจของพวกแกทุกคนที่ยอมเข้ามาติดกับดักที่พวกเราขุดรอพวกแกไว้เหมือนกับแมงเม่าที่กำลังบินเข้ากองไฟ”
“พวกแกทำแบบนี้ทำไม”นายเมฆินทร์ถามโดยที่ไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
“ก็เพราะฉัน้าล้างบางแก๊งมาเฟียทั้งหมดอย่างไรล่ะถึงเวลาปฏิวัติอนาคตของแก๊งมาเฟียอย่างพวกเราใหม่แล้วล่ะ พอกันทีกับแิเดิมๆหมดเวลาสำหรับคำถามแล้ว พวกแกจับพวกมันสองคนมันไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม จัดการตามที่เราวางแผนไว้แล้วก็ไปกันได้ล่ะเราเสียเวลากับตรงนี้มานานเกินไปแล้ว”ว่าจบคนที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าของพวกชุดดำก็หันไปสั่งคนของตนที่กำลังจับผมกับนายเมฆินทร์มัดให้จัดการบางอย่างและสิ่งที่ผมเห็นก็คือะเิเวลาที่ถูกตั้งไว้ที่30 นาทีะเิก็จะทำงาน
นั้นแสดงว่าพวกมันที่เหลือต้องมีมากกว่าที่เห็นอย่างแน่นอนเพราะเวลาครึ่งชั่วโมงเพียงพอสำหรับการอพยพคนของตนให้ออกไปจากสถานที่นี้ได้ทันเวลาอย่างแน่นอนและเพราะห้องโถงที่พวกเขาทั้งสองคนถูกจับมัดพร้อมกับะเิลูกนั้นอยู่บริเวณใจกลางของสภาสูงแรงของะเิรุนแรงพอที่จะทำลายร้างทุกคนที่อยู่ภายในสภาสูงได้ทีเดียวเลยล่ะ
“ไปโว๊ย”หลังจากพวกมันจัดการกับะเิที่ผูกอยู่ที่ผมกับนายของผมแล้วพวกมันก็แยกย้ายกันไปทันที
คิดสิคิดต้องหาทางออกจากที่นี่ไปให้ได้และต้องไม่ให้ะเิลูกนี้ทำงานเพราะถึงเขาสองคนหนีออกจากที่นี่ไปได้แต่ด้วยแรงของะเิเวลาแค่นิดเดียวไม่สามารถพาทั้งตนเองและผู้เป็นายออกไปได้ทันอย่างแน่นอนผมคิดกับตัวเองเพื่อหาทางหนีโดยที่มีการสูญเสียน้อยที่สุดแม้จะไม่รู้ว่าพวกมันได้วางะเิไว้กี่ลูกกันแน่
“นายครับจากที่นี่เราสามามารถออกไปด้านนอกได้เร็วสุดกี่นาทีครับ”ผมะโถามผู้เป็นายเนื่องจากเราถูกจับมัดหันหลังชนกันโดยตัวะเิผูดไว้ที่ตัวของนายเมฆินทร์
“ถ้าไปทางลัดที่เราตั้งใจจะออกไปในตอนแรกก็ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีนายถามทำไมอัคคี”
“ผมก็กำลังหาทางช่วยเราทั้งคู่อยู่นะสิครับนาย”
“แต่ะเิมันเริ่มนับถอยหลังแล้วนะแถมพวกเราทั้งคู่ยังถูกมัดอยู่แบบนี้นายจะออกไปได้อย่างไรฉันยังไม่เห็นทางเลย” นายเมฆินทร์ย้อนถามผม
“นายจำวันนั้นได้ไหมครับวันแรกที่นายชวนผมให้มาทำงานด้วยนายให้ผมเลือกว่าจะยอมตายอย่างหมาข้างถนน หรือจะยอมตายแบบเสือและผมก็ตอบเ้านายว่าผมเลือกที่จะตายแบบเสือ และผมก็จะทำมันให้ได้แม้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะไม่ยอมให้นายต้องตายในสภาพที่น่าอนาถแบบนี้อย่างแน่นอน”
“ขอบใจมากนะอัคคีฉันไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่เลือกที่จะไว้ใจนาย และยอมให้นายเข้ามาอยู่ข้างกายของฉัน”
“นายรู้เื่การลอบสังหารหมู่ครั้งใหญ่นี้มาบ้างแล้วใช่ไหมครับ”
“นายรู้ได้อย่างไร”
“เพราะผมจับความหมายได้จากสิ่งที่นายปราศรัยไปในวันนี้นายกำลังบอกพวกมันที่คิดจะวางแผนทำเื่นี้ให้วางมือใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้วล่ะเพราะฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่เป็อยู่ในตอนนี้ แต่มันก็ไม่ทั้นการณ์”
“เพราะแบบนี้ใช่ไหมครับครั้งนี้นายถึงยอมลงสมัครด้วย”
“ใช่แล้วล่ะ”